เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 การปรากฏตัวของอัศวินทมิฬ (2)

บทที่ 19 การปรากฏตัวของอัศวินทมิฬ (2)

บทที่ 19 การปรากฏตัวของอัศวินทมิฬ (2)


บทที่ 19 การปรากฏตัวของอัศวินทมิฬ (2)

เมื่อลุคจัดการกับความสนใจจากผู้คนเสร็จ เขาก็เอื้อมมือไปหาวิคเตอร์ที่อยู่ด้านข้าง

“ขอข้ายืมดาบของท่านซักครู่ได้ไหม?”

"ดาบ? ข้าไม่เข้าใจ ท่านจะใช้มันทำอะไรกัน”

วิคเตอร์กล่าวอย่างสงสัยขณะดึงดาบออก

ลุคหยิบดาบและคว้าใบมีดด้วยมือซ้ายแล้วดึงมัน

เฉือด!

เลือดไหลออกจากมือของลุค และทำให้ใบดาบเปลี่ยนไปเป็นสีแดง

“นายน้อย?”

“ไม่ทำไมท่านถึงทำอย่างนั้น!”

จากนั้นเขาก็บีบเลือดออกจากมือของตัวเองราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

เลือดสีแดงเริ่มหยดลงบนศิลาเวทมนตร์ที่วางอยู่บนพื้น

‘ศิลาเวทมนต์มันต้องเปียกแบบนี้…’

หลังจากศิลาเวทมนต์จมอยู่ภายใต้เลือดของลุค เขาก็ได้เริ่มวาดวงเวทย์รอบๆหิน

จอมเวทเหล็กไหลทุกคนต่างอ้าปากค้างเมื่อเห็นลุควาดวงเวทย์และอักขระเวทย์มนตร์บนพื้นอย่างไร้ซึ่งความลังเล

ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าลุคคงจะเป็นขุนนางหนุ่มธรรมดาๆอีกคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามรูปร่างและรูปแบบของวงเวทย์นั้นเหมือนกับรูปแบบคลื่นมานาที่แกนกลางของศิลาเวทมนตร์ปล่อยออกมา

‘ไม่ เป็นไม่ได้!’

‘เขาไม่ใช่พ่อมดด้วยซ้ำ เขาจะทำสิ่งนี้ได้อย่างไรกัน?

ลุคยังคงทำงานต่อไปในขณะที่เหล่าจอมเวทเหล็กไหลต่างก็กำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เขาทำ

หลังจากนั้นไม่นานวงเวทย์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตรก็เสร็จสมบูรณ์ หลังจากคืนดาบให้วิคเตอร์ ลุคก็หายใจเข้าและเริ่มร่ายมนตร์ด้วยเสียงอันดังก้อง

“ราห์ คานทาร์ เอลี เรย์ เพราโต ...”

‘ไม่มีทาง! นั่นคือคาถาเวทมนต์! ’

จอมเวทเหล็กไหลเริ่มอ้าปากค้าง เมื่อพวกเขานึกถึงคำสัญญาที่พวกเขาได้ใหไว้กับลุค

คาถาเวทมนตร์นั้นเป็นเหมือนเวทมนตร์รอง การจดจำคำร่ายในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของมานาและช่วยในการสร้างเวทมนตร์

มันมีข้อได้เปรียบตรงที่ไม่ต้องการวงเวทย์ แต่ในทางกลับกันคำร่ายของคาถาก็ยาวมากและระยะเวลาในการร่ายกับจังหวะของการร่ายจะต้องเท่ากันทุกประการ

หากทำได้ไม่ดี ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะไม่ได้ดีตาม

คาถาเวทมนตร์นั้นสามารถสร้างวงเวทย์พื้นฐานได้เพียงหนึ่งหรือสองวง เท่านั้น หากต้องการวงเวทย์วงที่ 3 เขาก็จำเป็นจะต้องวาดวงเวทย์นั้นเอง นี่คือสาเหตุที่เหล่าพ่อมดไม่ค่อยพุ่งความสนใจไปที่เวทมนตร์ประเภทนี้และทำให้ผู้ที่ไม่ใช่พ่อมด,นักวิชาการและขุนนางต่างก็สนใจและพยายามที่จะเรียนรู้มัน

แต่เด็กชายคนนี้กลับรู้วิธีการใช้เวทมนตร์แล้ว!

“ก็แค่การพูดเลียนแบบคำร่าย…’

ในระหว่างพิธีร่ายมนต์ของลุค วงเวทย์ที่วาดด้วยเลือดของเขาก็เริ่มเปล่งประกายออกมาพร้อมกันนั้นมานาที่ถูกรวบรวมโดยวงเวทย์ก็เริ่มแทรกตัวเข้าไปในหินเวทมนตร์

วงเวทย์เริ่มเปล่งประกายและมีเสียงสะท้อนดังออกมาจากศิลาเวทมนตร์

“อะไรกัน? นีเจ้ากำลังทำบ้าอะไร?”

“มันเกิดอะไรขึ้นกับมานาเหล่านั้นกัน”

จอมเวทเหล็กไหลจากแคลนอื่นๆเริ่มสงสัยในปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่กำลังเกิดขึ้น

พวกเขายังต้องการเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

แกนกลางของศิลาเวทมนต์ที่กำลังอยู่ในช่วงท้ายของชีวิตเริ่มเรืองแสงออกมาและสีของมันก็เริ่มเปลี่ยนไป

ในขณะนี้ดวงตาของผู้คนรอบตัวลุคเริ่มเบิกกว้าง

“นั่น…นั่นมัน!”

“ตะกอนมานาที่ถูกสะสมไว้กำลังหายไป!”

ท่ามกลางความสับสนชุลมุน ลุคทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อจะร่ายคาถาต่อให้เสร็จ

หลังจากพิธีกรรมเวทมนตร์ประมาณ 30 นาทีวงเวทย์เลือดรอบๆลุคก็เริ่มระเหยหายไป

ในที่สุดแกนกลางของศิลาเวทมนต์ก็กลับมามีสีโปร่งใส  เหมือนกับระยะแรกๆที่มันดริ่มถูกใช้

"ตอนนี้มันจบแล้ว ท่านสามารถไปตรวจสอบมันได้เลย”

ลุควางศิลาเวทมนตร์กลับเข้าไปในแกนเครื่องยนต์ และทำให้ประสิทธิภาพของเมียร์เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ มันดูเหมือนเป็นกิกันท์ตัวใหม่ที่เพิ่งลงมาจากเวิร์กชอป

เหล่าจอมเวทเหล็กไหลโดยเฉพาะผู้ที่ท้าทายลุคเป็นการเดิมพันนั้นถูกแช่แข็งอย่างสมบูรณ์

“ไร้สาระ!”

"มันเกิดขึ้นได้อย่างไร…"

ลุคแทบไม่ได้เรียนรู้เวทมนตร์คาถาใด ๆ

แต่ด้วยวงเวทย์และการสะสมมานาของศิลาเวทย์มนตร์ มันจึงทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้

“เรื่องไร้สาระ? หึ เป็นธรรมดาสำหรับพวกเจ้าที่ไม่ได้ศึกษามาอย่างถูกต้องที่จะไม่เข้าใจเรื่องนี้”

ในตอนที่ลุคยังเป็นพ่อมดซย์มอนและยังไม่มีศิลาเวทมนตร์เทียมมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะตามหาศิลาเวทมนตร์มาสักก้อน

และแม้แต่ลุคที่เป็นผู้นำในการสร้างกองทัพโกเลมเอง ก็ไม่สามารถทนกับความจริงที่ว่า โกเลมที่เขาสร้างขึ้นมานั้นไม่สามารถจะอยู่ในจุดที่ดีที่สุดได้เนื่องจากไม่มีศิลาเวทมนตร์

“คงจะดีไม่น้อย หากข้าสามารถรีไซเคิลเศษศิลาเวทมนตร์ที่ถูกทิ้งในตอนท้ายของชีวิต…’

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ลุคเริ่มศึกษาค้นคว้าในเรื่องของตะกอนมานา

และในตอนนั้นเองที่เขาคิดได้

“ทำไมร่างกายมนุษย์เราถึงไม่มีการตกตะกอนของมานาเหมือนกับศิลาเวทมนตร์กันนะ”

มานาที่สะสมอยู่ในร่างกายนั้นไม่เคยหยุดไหลและเขาก็ไม่เคยได้ยินแนวคิดเช่นนี้มาก่อน

ด้วยเหตุนั้นลุคจึงเริ่มคิดเกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์ จากนั้นเขาก็ถึงตระหนักได้ว่าสิ่งที่เขากำลังมองหาก็คือเลือด ความมีชีวิตชีวาชองมันเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการไหลของมานา

นอกจากนี้เขายังค้นคว้าวิธีการชุบชีวิตหินเวทมนตร์โดยอาศัยเลือดและวงเวทย์ได้สำเร็จ

“ข้าคงกำลังเหนื่อยและจ้องมองเห็นภาพหลอนแน่ๆเลย”

“ใช่แล้ว เขาพยายามทำให้เราหลอนโดยใช้เวทย์มนตร์มืด!”

ลุคจ้องไปที่เหล่าจอมเวทเหล็กไหลขณะที่พวกเขากำลังพ่นเรื่องไร้สาระออกมา

ในความเป็นจริงคำพูดของพวกเขาเกี่ยวกับเวทมนตร์แห่งความมืดนั้นเป็นเรื่องจริง แม้ว่าเวทมนตร์นี้จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของคาเวทมนตร์ แต่คาถาเวทมนตร์นั้นก็ตั้งอยู่บนความรู้จากเวทมนตร์มืดเช่นกัน

อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถหาหลักฐานใดๆมาพิสูจน์ได้ ลุคจึงไม่ได้สนใจอะไรมาก

“มนต์ดำ? เห็นข้าอัญเชิญปีศาจออกมารึไง? หรือว่าเห็นฉันสังเวยมนุษย์ไปกัน”

“เห็นได้ชัดว่าวงเวทย์นั่นสร้างจากเลือด…!”

“หุบปากซะ ไอ้โง่นี่! เจ้ากล้าดียังไง ที่มาทำเหมือนกับว่าความลับของจระกูลข้าเป็นเรื่องตลก!”

เมื่อลุคขึ้นเสียงราวกับว่าเขากำลังโกรธ เรย์น่าก็เข้ามายืนข้างๆเขา

“ลุคเป็นลูกหลานของอัศวินผู้ยิ่งใหญ่รากันต์ เขาจะใช้เวทมนตร์แห่งความมืดได้อย่างไร”

รากันต์นั้นมีชื่อเสียงในด้านการเป็นจักรพรรดิแห่งดาบ แต่ผู้คนมักจดจำเขาในฐานะอัศวินศักดิ์สิทธิ์

ด้วยเหตุนั้นลูกหลานของเขาจะกล้าใช้เวทมนตร์มืดได้อย่างไรกัน แม้ว่าเวทมนต์ที่ใช้เลือดเป็นสื่อกลางนั้นจะไม่ค่อยมีให้พบเห็นแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย

ฝูงชนที่ได้ยินคำถามของเรย์น่าก็เริ่มส่ายหัว

“มันดูแปลกๆ แต่มันก็ไม่น่าจะใช่เวทมนตร์แห่งความมืด”

“นั่นสิ ใครจะกล้าใช้เวทมนตร์แห่งความมืดในเวลากลางวันกัน”

“ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าตระกูลรากันต์จะมีความลับแบบนี้ซ่อนอยู่”

โดยไม่คำนึงถึงการเดิมพัน พ่อมดคนอื่นๆก็เริ่มเข้าข้างลุค

“สำหรับเรื่องนี้…”

“พวกเจ้าทั้งสามคงไม่คิดที่จะแสดงพฤติกรรมที่ผิดปกติของพ่อมดหรอกใช่ไหม? เจ้ารู้หรือไม่ว่าการขาดความน่าเชื่อถืออาจจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่การเดิมพันโดยแล้วไม่ทำตามนั้นล้วนแต่ไม่น่าให้อภัย”

เมื่อลุคถามเสร็จ ขอมเวทเหล็กไหลทั้งสามก็รู้สึกอายจนแทบจะยกหัวไม่ขึ้น

ในทางกลับกันเจ้าหญิงย์น่าก็กำลังมองไปที่ลุคด้วยความชื่นชม

“นายน้อยท่านช่างน่าทึ่งจริงๆ แต่เมื่อไหร่กันที่ท่านเริ่มเรียนรู้เวทมนตร์พวกนี้?”

ฟิลิปที่ยืนอ้าปากค้างกล่าวขึ้นหลังจากฟื้นคืนสติ

ลุคให้การตอบกลับอย่างชาญฉลาด

“มันไม่มีอะไรพิเศษหรอก สิ่งนี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งในความเชี่ยวชาญของตระกูลเราที่จะต้องได้รับการฟื้นฟู”

“แต่ท่านเรียนรู้เรื่องนี้มาจากใครกัน? จอมเวทเหล็กไหลที่ดินแดนเราก็มีเพียว มิวท์ เท่านั้น”

“ข้าเรียนรู้มันด้วยตัวเอง หลังจากอ่านหนังสือบางเล่ม”

“ข้าเข้าใจแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าตระกูลของท่านนั้นเป็นตระกูลอัศวินหรอกหรือ? การแสดงวงเวทย์นั้นก็เหมือนกับการมีความฝันที่ไม่มีอยู่จริง…”

ขณะที่ฟิลิปตั้งคำถามอยู่เรื่อยๆ การพูดโกหกก็เริ่มกลายเป็นเรื่องยากขึ้นไปเรื่อยๆ และทำให้ลุคเริ่มรู้สึกรำคาญอย่างช้าๆ

“เซอร์ฟิลิป!”

“ขอรับ นายน้อย!”

“ข้าได้แก้ไขกิกันท์แล้ว ไม่ใช่ว่าเจ้าจำเป็นจะต้องลองทดสอบมันดูก่อนหรอ?”

“อ๊ะใช่! นี่เป็นครั้งแรกของข้า แต่ฉันจะพยายามควบคุมให้ดีที่สุด”

ฟิลิปปีนขึ้นไปบนบันไดเพื่อเปิดฝาบนหน้าอกเมียร์เพื่อเข้าไปในห้องควบคุม เขาเริ่มต้นด้วยการขยับนิ้วและข้อเท้า แล้วจึงเริ่มเคลื่อนไหวเพลงดาบขั้นพื้นฐานและพยายามปรับตัวให้เข้ากับกิกันท์ตัวใหม่นี้ให้มากที่สุดโดยมีลุคเฝ้าดูเขาจากด้านหลัง

ขณะที่ลุคกำลังทำเช่นนั้นเจ้าหญิงเรย์น่าก็มองมาที่เขา

“เขาเป็นคนที่น่าทึ่งต่างจากรูปลักษณ์ของเขาจริงๆ เขาดูค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่เมื่อเทียบกับอายุของเขา”

ตามอายุแล้ว ฟิลิปเป็นคนที่ให้บรรยากาศเหมือนกับพี่ชายซึ่งมันทำให้ลุคดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ลุคกำลังมองไปที่เมียร์ซึ่งทำให้เขาคิดขึ้นมาทันที

“ข้าสามารถเดิมพันในเกมนี้ได้ด้วยนี่นา และดูเหมือนเงินปันผลจะสูงขึ้นเนื่องจากอำนาจต่อรองในฝั่งของเจ้าหญิงนั้นต่ำกว่าของตระกูลเคาท์ลิปปี้อย่างเห็นได้ชัด…”

เรย์น่าเมื่อเห็นลุคก้าวขึ้นมาพร้อมกับถุงเงินจึงถามว่า

"ลุค นี่ท่านกำลังจะไปไหนกัน?”

“โอ้ ข้าก็จะไปดูว่ากิกันท์ของท่านเคานต์เป็นอย่างไรบ้าง”

ไม่มีทางที่ลุคจะพูดออกไปว่า ‘โอ้! ข้าจะซื้อตั๋วเงินปันผล!

เจ้าหญิงจะมองเขาอย่างไรถ้าเธอรู้ว่าเขาเดิมพันในเกมที่หมายถึงชีวิตของเธอ?

แน่นอนว่าหลังจากซื้อตั๋วเงินปันผลเสร็จ เขาก็ได้วางแผนที่จะไปสอดแนมกลุ่มของเคานต์อยู่เหมือนกัน

เรย์น่าเหลือบมองลุคที่เดินออกไปอย่างทุลักทุเล

“ทำไมเขาถึงเอาเงินไปสอดแนมด้วยกันนะ?”

เธอคิดหาวิธีต่างๆมากมายในการพยายามทำความเข้าใจความคิดของลุค แต่เธอก็ยังคิดไม่ออก...

ติดตามอ่านนิยายก่อนใครได้ที่เพจ : นอนน้อย โนเวล

จบบทที่ บทที่ 19 การปรากฏตัวของอัศวินทมิฬ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว