เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: วิกฤตของเรย์น่า (5)

บทที่ 17: วิกฤตของเรย์น่า (5)

บทที่ 17: วิกฤตของเรย์น่า (5)


บทที่ 17: วิกฤตของเรย์น่า (5)

“คนขับกิกันท์…ข้าขอเป็นคนนั้นได้ไหม”

เรย์น่าหันมองไปยังเจ้าของเสียงนั่น เขาเป็นเด็กชายดูเหมือนจะอายุประมาณ 17 ปี และเสื้อผ้าของเขาก็ดูค่อนข้างคุ้นเคย

“อ่า ท่านคือคนที่ช่วยเหลือเด็กๆเหล่านั้นเอาไว้เมื่อวานนี่”

“ให้ข้าได้แนะนำตัวเถอะ ข้าชื่อนามว่า ลุค แห่ง รากันต์”

ลุคแนะนำตัวกับพวกเขาด้วยความเคารพ

ตอนนี้เขารู้สึกตื่นเต้นเหมือนกับครั้งแรกที่เขาได้พบกับคาทาริน่า

“ฉันไม่รู้สึกถึงพลังอย่างที่เคยรู้สึกเมื่อวานนี้เลย’

ลุคมองตรวจสอบเธออย่างใกล้ชิดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานที่เขารู้สึกเมื่อวานก่อน

หรือนั่นจะเป็นภาพลวงตา?

“ลุค แห่ง รากันต์? ท่านคือลอร์ดผู้สืบทอดของไวเทานต์รากันต์อย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่ ถูกต้องแล้ว”

เมื่อได้รับคำตอบจากลุค ประกายแสงแห่งความหวังก็ส่องเข้ามาในดวงตาของเรย์น่า กลับกันวิคเตอร์และพาเวลต่างก็มองไปที่ลุคด้วยความสงสัย

“ข้าขอประทานโทษเป็นอย่างยิ่งที่ขัดจังหวะ แต่ท่านคือลุคแห่งรากันต์จริงๆเหรอ?”

“พวกข้าได้ยินมาว่าท่านประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่และได้หมดสติไปเมื่อไม่นานมานี้”

“นั่นเป็นความจริงแต่ข้าพึ่งฟื้นขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ข่าวเรื่องนี้จึงยังไม่ถูกแพร่ออกมา”

ลุคพูดขณะถูแหวนที่อยู่บนมือขวาของเขา ทันใดนั้นแหวนก็เริ่มมีประกายแสงส่องสว่างออกมา มันคือตราประจำตระกูลรากันต์

แหวนวงนี้ทำจากเหล็กที่ไม่ใช่เหล็กทั่วๆไป และมันเป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับมอบมาจากราชวงศ์อิมพีเรียล มันจึงเป็นแหวนที่ไม่สามารถดัดแปลงหรือลอกเลียนแบบได้

และด้วยเหตุนั้นเรย์น่าและพรรคพวกจึงรู้ว่าลุคเป็นตัวจริง

“ขอท่านโปรดจงอภัยให้ข้าด้วย สำหรับความหยาบคายที่ข้าได้กระทำไป”

“ไม่ นั่นไม่เป็นไร”

ชายชราทั้งสองโค้งคำนับให้กับลุค  สาเหตุที่พวกเขาสงสัยในตัวตนของลุค ก็เป็นเพราะข่าวลือที่พวกเขาได้ยินเกี่ยวกับลุคว่าเขากำลังนอนพักรักษาตัวอยู่

ในสถานการณ์นี้ พวกเขาจึงกลัวว่าเด็กชายคนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการสมรู้ร่วมคิดของเคานต์โมนาร์ช

มันอาจจะเป็นกลอุบายในการแสร้งทำเป็นช่วยเหลือพวกเขาที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง และค่อยเฉลยตอนท้ายว่ามันเป็นแผนหลอกพวกเขา

“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าเราจะได้รับความช่วยเหลือจากลอร์ดแห่งรากันต์!’

ชายชราทั้งสองมีเหตุผลที่ทำให้เชื่อในการกระทำของลุค เพราะแต่เดิมเมืองลาเมอร์นั้นถูกปกครองโดยตระกูลรากันต์และตระกูลลิเบียย่า

อย่างไรก็ตามดินแดนและเมืองจำนวนมากสูญหายไปในการก่อกบฏที่เกิดจาก คาร์โนแห่งบาร็อค ที่ต่อมาได้กลายเป็นจักรพรรดิองค์แรกของจักรวรรดิบาร็อค

ในเวลานั้นบรรพบุรุษของพวกเขาต้องส่งมอบที่ดินให้กับราชสำนักและนั่นเป็นเหตุให้ตระกูลต่างๆต้องโยกย้ายไปทำมาหากินที่อื่น

เมื่อนึกถึงความชั่วร้ายในอดีตที่ผ่านมาของพวกจักรวรรดิ์และขุนนาง มันจึงไม่แปลกอะไรที่ตระกูลรากันต์จะมาช่วยเหลือพวกเขาในครั้งนี้

นอกจากนี้พวกเขายังได้ยินมาว่าตระกูลรากันต์เป็นตระกูลขนาดเล็กแต่ก็ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“แต่ท่านจะเป็นคนขับกิกันท์ให้พวกเราเองเลยเหรอ?”

ลุคพยักหน้าเป็นการตอบกลับคำถามของเรย์น่า

“ใช่ เท่าที่ข้าได้ยินมา ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของพวกท่านจะเริ่มจนมุมแล้วสินะ”

เจ้าหญิงเรย์น่าซึ่งมีลักษณะหน้าตาคล้ายกับคาธาริน่าตอนนี้ก็กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับเธอเช่นกัน เพราะคาธาริน่าเลือกที่จะปฏิเสธการเป็นของเล่นของขุนนางลามกเหล่านั้น ตัวเลือกของเธอจึงมีเพียงความตายเท่านั้น

“แต่ตอนนี้มันจะต้องแตกต่างออกไป!’

เขาอยากช่วยเรย์น่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือความผูกพันของโชคชะตา แต่เขาก็ไม่ต้องการให้ผลลัพธ์ต้องมาจบเหมือนเดิม

ลุคชี้ไปที่ฟิลิปที่อยู่ข้างหลังเขา

“ฟิลิปเป็นอัศวินผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนเตรียมทหารราชวงศ์แม้ว่ามันจะดูไม่น่าพอใจเท่าไหร่ก็ตาม”

ใบหน้าของเรย์น่าและชายชราทั้งสองเปลี่ยนไปพร้อมกัน

โรงเรียนเตรียมทหารราชวงศ์นั้นเป็นค่ายฝึกสอนอัศวินที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้พวกเขายังมีการสอนขับกิกันท์อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่อายุเพียงแค่นี้ มันก็มีแนวโน้มว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือทักษะของเขาอาจจะเทียบเท่ากับคนขับที่เก่งที่สุดของสนามประลองแห่งนี้

“บ้าจริง  สำหรับเรื่องนี้ ...”

ฟิลิปที่ยืนอยู่ห่างๆเริ่มขมวดคิ้วเมื่อเขาได้ยินการประกาศชื่อของเขา

เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเมื่อเห็นประกายความหวังในดวงตาของลุคและพรรคพวกของเรย์น่า

“นายน้อย ข้าต้องขอโทษด้วย แต่ข้าไม่สามารถเอาชนะคนขับกิกันท์ของเคานต์โมนาร์ชได้ ไม่ว่าเขาจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม”

“อะไรนะ?”

“เท่าที่ข้ารู้มา แคลนลิปปี้ที่ดำเนินการโดยเคานต์โมนาร์ชนั้น มีคนขับระดับผู้เชี่ยวชาญอยู่เป็นจำนวนมาก และข้าก็ได้ยินมาว่าแม้แต่คนขับกิกันท์ที่เก่งที่สุดของสนามประลองแห่งนี้ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาเท่านั้นยังไม่พอแม้แต่ในสนามประลองของราชวงศ์ก็หาคนที่จะสามารถทัดเทียมกับพวกเขาได้ยาก นอกจากนี้พวกเขายังมีกิกันท์ที่เรียกว่า”อะคิลลิส“”

อะคิลลิสนั้นเป็นกิกันท์คลาสนักรบที่เปิดตัวเมื่อ 20 ปีก่อนโดยหอคอยเวทมนต์อัลติก้า ซึ่งเป็นโรงวิจัยเวทมนตร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของทวีป

อะคิลลิสยังได้รับการยกย่องว่ามีชุดเกราะที่คงกระพันและมั่นคงมันได้รับการยกย่องว่าเป็นแบบอย่างที่ดีของกิกันท์คลาสนักรบ

“มันต่างจากกิกันท์ตัวนี้ไหม?”

“เมียร์นั้นมีอายุมากกว่า 50 ปี และแกนเครื่องยนต์เองก็จุพลังได้ไม่มากนักเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นตอนนี้มันจึงไม่ใด้จัดอยู่ในคลาสนักรบ”

กิกันท์นั้นถูกแบ่งออกเป็นสามคลาสตามพลังรบและประสิทธิภาพ

สำหรับ 1,000 ไฟท์ จะจัดเป็นคลาสนักรบ 2,000ไฟท์ เป็นคลาสอัศวินและ3,000 ไฟท์ เป็นคลาสฮีโร่

ไฟท์คือหน่วยที่แสดงถึงพลังของกิกันท์ มันมีที่มามาจาก "พลังการต่อสู้ของทหารชั้นยอดคนหนึ่ง" กล่าวอีกนัยหนึ่ง พลังรบของกิกันท์คลาสนักรบ 1 ตัวจะมีพลังรบเทียบเท่ากับกองทหารชั้นยอด 1,000นาย อย่างไรก็ตาม กิกันท์ที่มีการอายุการใช้งานเกิน 30 ถึง 100 ปีจะเริ่มมีประสิทธิภาพลดลงไปตามลำดับ

กิกันท์ทั้งหมดที่ถูกสร้างใหม่ล้วนได้รับการพัฒนา เพราะกำลังขับและการทำงานของเครื่องยนต์หลักล้วนลดลงเรื่อยๆไปเมื่อเวลาผ่านไป

“มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้กำลังประสิทธิภาพของกิกันท์ลดลง แต่เก้าในสิบส่วนมักเกิดจากการสิ้นอายุการใช้งานของแกนเครื่องยนต์ที่ฝังอยู่ในตัวกิกันท์ และนั่นก็อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับกิกันท์ตัวนี้เช่นกัน”

พ่อมดที่เป็นคนดูแลเมียร์กล่าวพลางพยักหน้าให้ฟิลิป

ลุคมองไปที่เมียร์ เขาสังเกตเห็นถึงพลังงานของมานาของมันและด้วยความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์โกเลมที่เขามีและการทำงานของพ่อมดที่เขาไปนั่งดูมา มันจึงทำให้เขาเข้าใจสภาพของกิกันท์ตัวนี้

แม้ว่ามันจะอยู่ในระหว่างการบำรุงรักษา แต่มันก็ยังคงดูดซับมานาจำนวนเล็กน้อยจากสิ่งรอบข้าง เหมือนกับคนที่หายใจเข้าออกขณะหลับ

แกนเครื่องยนต์ทำงานเหมือนหัวใจ แต่มานาที่รวมอยู่ในแกนกลางของเมียร์นั้นอ่อนแอกว่าของกิกันท์ตัวอื่นมากๆ

“มันเหมือนการเปรียบเทียบระหว่างคนแก่กับคนหนุ่ม”

นั่นคือสาเหตุที่มีหินวิเศษอยู่ตรงกลางของแกนหลักตามที่ฟิลิปได้กล่าวไว้

“จะใช้เวลานานไหมในการสังเคราห์แร่”

หินเวทมนต์แต่ละก้อนนั้นมีคลื่นมานาเป็นของตัวเอง

ดังนั้นวงเวทย์ที่สลักอยู่บนแกนเครื่องยนต์จึงต้องตรงกับคลื่นมานาที่หินเวทมนต์ปล่อยออกมา เพื่อให้กิกันท์สามารถดึงมานาออกมาได้อย่างเต็มที่ตามอายุการใช้งานของแกนเครื่องยนต์

ดังนั้นหินเวทมนต์และวงเวทย์จำนวนมากที่สลักอยู่บนเครื่องยนต์ จึงสามารถเรียกได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์เช่นกัน

หินเวทมนต์จะสามารถทำงานได้เฉพาะกับวงเวทย์เท่านั้น

พวกเขาจึงต้องสร้างวงเวทย์ที่มีความเข้ากันกับคลื่นมานาของ

หินเวทมนต์  และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำเสร็จได้ในวันหรือสองวัน

“ถ้าอย่างนั้น…มันก็เหลือเพียงทางเดียว!’

มีสิ่งเดียวที่จะสามารถทำให้ใช้งานได้ เป็นสิ่งเดียวที่เขาทำได้

และเมื่อลุคนึกถึงสิ่งนั้นเขาก็ยิ้มออกมา...

ติดตามอ่านนิยายก่อนใครได้ที่เพจ : นอนน้อย โนเวล

จบบทที่ บทที่ 17: วิกฤตของเรย์น่า (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว