เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 วิกฤตของเรย์น่า (2)

บทที่ 14 วิกฤตของเรย์น่า (2)

บทที่ 14 วิกฤตของเรย์น่า (2)


บทที่ 14 วิกฤตของเรย์น่า (2)

ณ โรงซ่อมบำรุงกิกันท์ข้างใต้สนามประลอง

มันไม่ได้เป็นแค่เพียงสถานที่ที่หายากเท่านั้น แต่มันยังเป็นสถานที่ที่เข้าไปได้ยากด้วยเช่นกัน

“ที่นี่ ห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า” อัศวินที่ทำการเฝ้าประตูกล่าว

ลุคค่อยๆหยิบเหรียญทองออกจากกระเป๋าแล้วนำมาวางไว้บนมือ

“ห้ะ! ท่านทำแบบนี้ไม่ได้นะ...”

“ชู่ว.. อย่าส่งเสียงดังไป มองดูเหรียญนี่ดีๆสิ”

อัศวินรับสินบนแล้วเดินไปเปิดประตูเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร

ทันทีที่ลุคเข้ามาในโรงซ่อมบำรุง เขาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ร้อนระอุ ลุคมองไปรอบๆด้วยดวงตาที่เฉียบคมของเขา

ลุคได้เห็นกิกันท์ยืนเรียงรายอยู่ตลอดทางเดินของเขา มันมีพ่อมดกับคนควบคุมกำลังดูแลรักษากิกันท์ของพวกเขา

ลุคมุ่งหน้าตรงไปยังกิกันท์ที่ถูกแยกส่วนออกมา แต่เมื่อเขาได้เข้าไปใกล้ๆ เหล่าพ่อมดและผู้ควบคุมก็ได้ออกมาหยุดเขา พร้อมกับทหารรับจ้างที่เดินตามมาทีหลัง

เนื่องจากบุคคลภายนอกไม่สามารถที่จะเข้ามาในนี้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าลุคเป็นคนของตระกูลอื่นที่มาเพื่อสอดแนม

“เจ้าเป็นใครกัน? สายลับเหรอ?”

“ข้าแค่มาเพื่อดูเฉยๆ” เมื่อได้ยินคำตอบของลุค เหล่าพ่อมดก็เริ่มแสดงท่าทีผ่อนคลายออกมา

“อืม.. ไม่มีพลังเวทหรือเครื่องมืออะไร โอเคเจ้าสามารถอยู่ดูได้ แต่ถ้ามาขวางการทำงานของพวกเราเมื่อไหร่ เจ้าจะถูกไล่ออกจากตรงนี้แน่”

หลังจากยืนยันว่าลุคไม่ใช่สายลับเสร็จ เขาก็ได้รับอนุญาตจากเหล่าพ่อมดให้สามารถตรวจสอบการทำงานของพวกเขาได้

ภายในของกิกันท์นั้นเป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก มันไม่สามารถนำมาเทียบกับโกเลมของเขาได้เลย

นอกจากนี้ยิ่งเขามองดูมันใกล้มากเท่าไหร่ เขาก็เห็นถึงการไหลเวียนของมานาที่ซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น มันเกือบจะทำหน้าที่เหมือนเส้นเลือดและระบบประสาทของมนุษย์

“ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นถูกประกอบอย่างความพิธีพิถันด้วยศิลาเวทมนตร์เทียมที่พวกเขาเตรียมเอาไว้ นี่คือสาเหตุที่ทำให้พวกมันสามารถเคลื่อนไหวได้ซับซ้อนแบบนี้สินะ”

มีชิ้นส่วน 3 ส่วนหลักๆที่สำคัญและมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก

หนึ่งคือ “ตัวแปลงมานา” ซึ่งช่วยในการเปลี่ยนมานาให้เป็นเวทมนตร์หรือพลังทางกายภาพ

สองคือ “อุปกรณ์รักษาสมดุล” เพื่อรักษาโครงร่างของกิกันท์ที่ทำมาจากเหล็ก

และส่วนสุดท้าย “แกนเครื่องยนต์” ในบรรดาชิ้นส่วนทั้งหมด แกนเครื่องยนต์เป็นสิ่งที่คอยรวบรวมมานาจากธรรมชาติและเติมเต็มพวกมันไปยังส่วนต่างๆของกิกันท์

พูดให้ชัด มันก็ทำหน้าที่เหมือนกับหัวใจและปอด

ลุคประหลาดใจอย่างมากที่เห็นว่าการทำงานของอุปกรณ์ที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้กลับมีความเสถียรและประสิทธิภาพกวาโกเล็มของเขาจนน่าตกใจ

และนั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดของกิกันท์

“เหลือเชื่อจริงๆ นี่มันเหมือนกับสิ่งที่ข้าเคยสร้างเลย”

ตัวแปลงมานา,อุปกรณ์รักษาสมดุลและแกนเครื่องยนต์ ทั้งสามนั้นมีหลักการที่คล้ายคลึงกับที่เขาคิด แม้ว่าจะมีการปรับแต่งบางอย่างที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่หลักการและโครงสร้างพื้นฐานก็มีความเหมือนกันอยู่ในหลายๆจุด

“เฮ้ไอ้หนู! เจ้าอยากจะโดนหักขารึไง?”

“ไปให้ไกลๆ ก่อนที่ข้าจะเรียนผู้คุมมาลากคอเจ้าออกไป!”

แม้ว่าจะมีผู้คนมากมายไล่เขาออกไป แต่ลุคก็ยังคงยืนมองส่วนต่างๆของกิกันท์ต่อไป แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่กิกันท์ทุกตัวก็ยังคงมีส่วนประกอบหลักทั้ง 3 ส่วนเหมือนกันทั้งหมด

“มันเกิดอะไรขึ้นกัน? ไหงชิ้นส่วนต่างๆมันถึงได้เหมือนกับที่ฉันคิดไว้เมื่อ 500 ปีก่อนกัน?”

หลังจากมองดูไปสักพักเขาก็เริ่มระลึกย้อนไปถึงอดีต

“เดี๋ยวก่อนนะ มันคือหอคอยเวทมนต์เวอร์ริทัสใช่ไหมที่สร้างกิกันท์?”

“นายน้อย ท่านกำลังจะทำอะไรกัน?”

“ฟิลิป นายรู้รึเปล่าว่าหอคอยเวทมนต์เวอร์ริทัสพัฒนากิกันท์มาได้ยังไง”

“พัฒนา? ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

“เช่นพวกเขาเป็นคนสร้างพิมพ์เขียวเอง หรือไปขุดพบจากซากปรักหักพังโบราณกัน?”

เมื่อฟิลิปได้ยินคำอธิบายเขาก็พยักหน้าเข้าใจ

“ในตอนที่ข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร ข้าได้ยินมาว่า อาร์ซีน ปรมาจารย์แห้งหอคอยเวทมนต์เวอร์ริทัสเป็นคนพัฒนามันขึ้นมาหลังจากทำการวิจัยมานานหลายทศวรรษ”

“งานวิจัย?..”

“ใช่ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาถูกยกย่องว่าเป็น บิดาแห่งกิกันท์ และ”จอมเวทผู้สร้างสรรค์“และ”มหาจอมเวทเหล็กไหล”

“ไร้สาระ!”

ก่อนที่เวทมนต์อัญเชิญโกเลมจะถูกสร้างขึ้น เป็นที่รู้กันดีว่ามันคือเซย์ม่อน ที่เป็นคนทำวิจัยเรื่องพวกนี้ เขาทำวิจัยเรื่องนี้เพียงลำพังและอาร์ซีนก็ไม่เคยแม้แต่จะเข้าร่วมการให้ช่วยเหลือเขา

อาร์ซีนเป็นจอมเวทสงครามที่เน้นไปทางการป้องกัน มันเรื่องอะไรกันละที่จะทำให้เขามาสร้างหรือทำวิจัยเกี่ยวกับโกเลมได้ แถมในตอนนี้เขากลับได้เป็นถึงผู้ให้กำเนิดวิศกรรมเวทมนต์

“ไม่ มันจะต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ”

ในหอคอยเวทมนต์เวอร์ริทัสมักมีเหตุการณ์ที่พ่อมดอาวุโสขโมยเอกสารงานวิจัยของพ่อมดระดับล่าง และอาร์ซีนก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

และมันไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาปล้นงานวิจัยของลุคไปหลังจากการทำงานหนักของเขา

‘ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าผู้ชายคนนั้นขโมยความสำเร็จของใครบางคนและนำมาเป็นของเขา ไม่เป็นไร แต่… ’

ลุคจำช่วงเวลาที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์รากันต์มาสังหารเขาได้ ในเวลานั้นรากันต์มีอาวุธคือดาบสีทองที่ทำโดยหอคอยเวทมนตร์เวอร์ริทัสซึ่งมอบโดยอาร์ชบิชอปแห่งเอลคาสเซล

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หอคอยเวทมนต์เวอร์ริทัสนั้นช่วยเหลือรากันต์ในการฆ่าเซย์ม่อน

“พวกมันทั้งหมดนั้นพยายามจะกำจัดฉันด้วยการจับมือกับดยุกบาล็อคและยังมาจับมือกับรากันต์เพื่อขโมยเอาเอกสารงานวิจัยของฉันไปอีก!”

เมื่อคิดได้แบบนี้ทุกอย่างก็ดูจะลงล็อคพอดี

ท้ายที่สุดและมันคืออาร์ซีนนี่เองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด มันเป็นคนที่ทำให้คาธารีน่าต้องฆ่าตัวตาย เป็นคนที่ใส่ร้ายว่าเขาเป็นปีศาจ มันกีดกันเขาออกจากงานวิจัยของตัวเขาเองและทำให้เขาต้องมามีชีวิตแบบทุกวันนี้...

“มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันสร้างอะไรออกมา”

ดวงตาของลุคเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธ แม้ศัตรูที่เขาต้องการจะฆ่าได้ตายไปแล้ว แต่หอคอยเวทมนต์เวอร์ริทัสก็ยังคงตั้งอยู่เหมือนเดิม

“อาร์ซีน ข้าจะขูดรีดขูดเนื้อเจ้าออกมาให้หมด” ในตอนนี้ลุคนั้นได้เป้าหมายใหม่แล้ว นั่นคือ..

“ลบหอคอยเวทมนต์เวอร์ริทัสออกจากโลก”

“ทั้งหนังสือวิจัย,ทรัพย์สิน,หรือพลังเวทย์ ฉันจะลบพวกมันออกจากหน้าประวัติศาสตร์เอง”

ตอนนี้ลุคมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการล้างแค้นพวกศัตรูที่ครั้งหนึ่งเคยดูดเลือดดูดเนื้อของเขา

“ดูเหมือนว่าฉันจะมีอะไรต้องทำอีกมากมายในอนาคต”

แต่ตอนนี้เขาต้องหาเงินมาจ่ายหนี้สินที่มีซะก่อน เพื่อที่จะรักษาสถานที่แห่งความทรงจำของเขาและสถานที่ที่จะมอบพลังให้กับเขาในการแก้แค้น

“หือ..”

ขณะที่ลุคกำลังเดิน เขาก็ได้หยุดเดินเมื่อได้เหลือบไปพบกับคนๆหนึ่ง มันไม่ใช่ใครอื่นทีหยุดเขาเอาไว้ มันคือผู้หญิงที่เขาเจอเมื่อวาน

“เจ้าหญิงเรย์น่า!”

ติดตามอ่านิยายก่อนใครได้ที่ : นอนน้อย โนเวล

จบบทที่ บทที่ 14 วิกฤตของเรย์น่า (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว