เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 แสดงทักษะ (2)

บทที่ 11 แสดงทักษะ (2)

บทที่ 11 แสดงทักษะ (2)


บทที่ 11 แสดงทักษะ (2)

ในยามเช้า หลังจากที่พวกเขาทั้งคู่เดินผ่านถนนที่ถูกสาดส่องด้วยแสงจันทร์มาทั้งคืน พวกเขาก็ได้เจอเข้ากับไกด์อีกคน

เมื่อส่งมอบเหรียญทองให้กับไกด์เสร็จ ไกด์นั้นก็ได้นำทางพวกเขามายังสถานที่อีกแห่ง อย่างไรก็ตามสถานที่ที่พวกเขาเข้ามานั้นไม่ใช่บ่อน

“นี่พี่ชาย ไม่ใช่ว่าพวกท่านจะต้องจ่ายค่าชดใช้ให้กับเราหรอกเหรอ”

ทันใดนั้นเสียงที่ฟังดูบึ้งตึงก็ดังมาจากชายที่มีสีหน้าเคร่งขรึมที่ปรากฏตัวต่อหน้าลุคและฟิลิป พวกเขาทั้งหมดถืออาวุธที่ดูไม่ธรรมดาและด้านหลังของพวกเขาก็มีคนอีกสี่คนคอยยืนปิดทางไม่ให้ใครเข้าออก

“นี่พวกเจ้าเป็นพวกเดียวกับเด็กๆที่ข้าไปเล่นมาด้วยเมื่อวานเหรอ?”

ลุคถามชายวัยกลางคนที่มีแผลเป็นบนใบหน้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“หุๆ ครั้งก่อนเจ้าเล่นกับลูกน้องของข้าซะหมดท่าเลย มาตอนนี้ข้าก็เลยอยากจะให้เจ้าชดใช้มาสักหน่อย”

ชายวัยกลางคนนั้นมีนามว่า  เฮคเตอร์ เขาคือ “เพชรสีคราม” แห่งกิลด์จอมโจร ในตอนแรกเขาตกใจมากเมื่อได้ข่าวว่ามีคนกล้าโกงในบ่อนของเขา

หลังจากที่เขาสามารถยืนยันตัวคนปล่อยข่าวได้แล้ว เขาก็ตัดสินใจมุ่งหน้ามาหามันทันที

“โกงเหรอ? เจ้าคงจะหมายถึงลูกน้องของเจ้าสินะที่พยายามจะโกงข้า”

“เรื่องนั้นมันไม่สำคัญแล้วไอ้หนู ประเด็นคือถ้าเจ้าคืนเงินที่เอาไปทั้งหมดมาให้ข้า ข้าก็จะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดต่อไป”

เห็นได้ชัดว่าลุคไม่มีความเกรงกลัวหรือความตั้งใจที่จะส่งมอบเงินให้กับพวกเขา

บ่อนของพวกเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยชื่อเสียงในแง่ร้ายและพวกเขาก็เข้าใจในข้อนี้เป็นอย่างดี ถ้าหากอีกฝ่ายเป็นถึงขุนนางพวกเขาก็ควรที่จะเกรงกลัวต่อผลลัพธ์ที่จะตามมาทีหลัง เช่นเดียวกันกับกิลด์จอมโจร เนื่องจากพวกเขาต่างก็เป็นคนที่ใช้ชีวิตกับอาชญากรรมจนเป็นเรื่องปกติ

“มันคงจะดีกว่าถ้าเราเลือกจะฝังพวกเขาแทน”

ราวกับเขาตระหนักได้ถึงความคิดอันชั่วร้ายของเฮคเตอร์ ฟิลิปก้าวออกมาข้างหน้าของลุคเพื่อทำการปกป้องเขาในทันที

“นายน้อย เดี๋ยวข้าจะเป็นคนดูแลพวกเขาเอง ดังนั้นโปรดท่านรออยู่ข้างหลังของข้าซักครู่”

“เจ้าจะดูแลพวกเขาทั้งหมดเลยเหรอ?”

“ฮ่าๆ ถ้าข้าไม่สามารถจัดการกับเรื่องแบบนี้ได้ ข้าก็คงไม่มีหน้ามารับตำแหน่งอัศวินผู้พิทักษ์ของท่านหรอก” ฟิลิปยิ้มขณะที่ชักดาบที่อยู่ด้านหลังของเขาออกมา

“ฮ่าๆ นี่เจ้าเป็นอัศวินอย่างนั้นเหรอ? ข้าว่าดาบของเจ้าคงจะแทงทุท้องข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ... อ้าก!”

ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องของเฮคเตอร์ก็ดังขึ้น และมีเสียงหัวเราะออกมาจากปากของฟิลิป

ดาบของฟิลิปเริ่มเปล่งออร่าสีแดงสดใสออกมา

“นี่มัน.. ผู้เชี่ยวชาญ”

อัศวินนั้นฝึกฝนมานาในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากพ่อมด พวกเขาสะสมมานาเพื่อเสริมสร้างพลังงานในร่างกาย และบางคนก็สามารถปลดปล่อยมันออกมาในรูปแบบของกายภาพได้หรือก็คือออร่า

และอัศวินที่สามารถปลดปล่อยออร่าได้ก็จะถูกเรียกว่า“ผู้เชี่ยวชาญ”

ผู้เชี่ยวชาญนั้นมีพละกำลังและมีความว่องไวที่เหนือกว่าคนทั่วไปหลายเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสริมออร่าเข้ากับดาบ มันจะทำให้ดาบของพวกเขามีพลังมากพอจะตัดผ่านอิฐหรือแผ่นเหล็กหนาๆได้

ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงจัดเป็นบุคลากรระดับสูงที่ไม่มีใครอยากต่อกรด้วย  แต่ผู้เชี่ยวชาญคนนี้กลับปรากฏตัวในตรอกเปลี่ยวๆ

“บ้าเอ้ย มันเป็นอัศวินจริงๆ”

ในตอนแรกพวกเขาคิดว่า ทั้งสองคนคงจะเป็นขุนนางชั้นต่ำที่เพิ่งถูกปลดออกมา

ในขณะที่พวกโจรกำลังถอยกลับมาตั้งหลักอย่างประหม่า ฟิลิปก็ได้ตะโกนขึ้นมา

“ทำไมกัน? พวกเจ้าไม่อยากจะเล่นกับข้าแล้วงั้นเหรอ? แต่ข้ามีดาบที่สามารถแทงทะลุท้องพวกเจ้าได้เลยนะ พวกเข้าจะไม่สนใจมันหน่อยเหรอ?”

“เ*ยเอ้ย! นี่มันก็แค่ผู้เชี่ยวชาญ เล่นมันเลยพวกเรา!”

เมื่อเฮคเตอร์พูดเสร็จ เขาก็กระโจนเข้าหาฟิลิปขณะที่คนอื่นๆยังยืนลังเลอยู่ ถ้าพวกเขากลับไปที่กิลด์ในสภาพนี้ พวกเขาก็คงจะโดนต่อว่าเป็นแน่

และเมื่อลองคำนวณดีๆ เขาก็คิดว่าฟิลิปคงจะเป็นพวกผู้เชี่ยวชาญระดับล่างๆ ที่พึ่งจะก้าวเข้าสู่ขั้นผู้เชี่ยวชาญได้เมื่อไม่นานมานี้

เมื่อพวกโจรรู้สึกตัว พวกมันก็เริ่มกวัดแกว่งดาบและขวานของพวกมันขณะที่สบถออกมา

“อั้ก!”

“เจ้าไอ้สารเลว!”

“อ้ะ! ไอ้เ*ย!”

ฟิลิปเคลื่อนที่ไปรอบๆเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีที่เข้ามา นอกจากนั้นเขายังสามารถแทงและเฉือนพวกโจรทีละคน

“เ*ยเอ้ย! นี่มันไม่ใช่แค่เด็กแล้ว”

เทคนิคของฟิลิปนั้นเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบ มันไม่มีการเคลื่อนไหวใดเลยที่เปล่าประโบชน์ และเขายังรักษาความเสถียรของออร่าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่าเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญระดับต่ำตามที่เฮคเตอร์คิด

เฮคเตอร์ที่คิดว่าเขาไม่ใช่คู่มือของฟิลิป ก็เริ่มที่จะเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี เขาพยายามที่จะไล่ต้อนฟิลิปเข้าไปยังมุมและพยายามจะจับลุคเอาไว้เป็นตัวประกันและขู่ว่า

“ไอ้เด็กเวรนี่...”

ขณะที่เฮคเตอร์กำลังเคลื่อนไหว เขาก็อดไม่ได้ที่จะให้ความสนใจกับเหรียญทองที่กำลังบินมาหาเขา เมื่อเขามองไปยังเหรียญนั้น ทุกอย่างก็ยังไม่ได้จบลงแค่นั้น

ลุคไม่พลาดโอกาสของเขา เขาเริ่มเหวี่ยงถุงเงินที่หนังอึ้งเหมือนกับคทาเข้าใส่เฮคเตอร์

ปั้ก..

“แอ๊ะ..!”

เฮคเตอร์ที่โดนถุงเงินฟาดไปยังบริเวณหัว ก็โยกหัวเด้งไปมาเหมือนกับกบ

“นี่ข้าดูกระจอกขนาดนั้นรึยังไง?”

แม้ว่าร่างกายของเขาจะเป็นแค่เด็กวัยรุ่นธรรมดา แต่จิตวิญญาณและสติปัญญาของเขาก็เป็นของพ่อมดเซย์ม่อน ซึ่งมีอายุมากกว่า 40 ปี

ในอดีตเขาได้เคยเห็นถึงความขมขื่นของโลกที่ไร้หัวใจมาแล้ว ดังนั้นสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในตรอกนี้จึงเป็นอะไรที่ง่ายมากสำหรับเขาในการจัดการ

“เจ้า เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป.. อ้าก!”

ลุคเหยียบไปยังนิ้วมือของเฮคเตอร์ และเริ่มลงน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ และแทนที่เขาจะเหยียบคาอยู่ที่มือเฉยๆ เขาก็เริ่มเปลี่ยนมาเหยียบย่ำไปยังส่วนต่างๆของเฮคเตอร์และทำให้เขาต้องกู่ร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

ในความเป็นจริงแล้ว การศึกษาโครงสร้างร่างกายของมนุษย์นั้นเป็นอะไรที่ซับซ้อนมากกว่าการศึกษาเวทมนตร์ แม้แต่ลุคก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ปั้กๆ.. ตุบ.

“อ้า..ฮือ . โปรดเมตตา อัก... ได้โปรด..”

เฮคเอตร์ที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่ไม่มีท่าทีจะสิ้นสุด เริ่มกรีดร้องและขอร้องอย่างน่าสมเพช

“เ*ยเอ้ย! นี่มันเป็นวิธีการทรมานบที่โครตโหดร้ายเลย”

เมื่อเห็นลุคเหยียบย่ำไปยังจุดต่างๆของเฮคเตอร์ ฟิลิปก็เริ่มรู้สึกขนลุกขึ้นมา เขารู้ว่าลุคนั้นได้เรียนการป้องกันตัวมาบ้างจากโรเจอร์ส แต่เขาไม่รู้เลยว่าลุคจะสามารถลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมและป่าเถื่อนเช่นนี้

“ว้าว เจ้าดูดีจริงๆ” ลุคเอ่ยชมเมื่อมองไปยังสีหน้าของเฮคเตอร์ที่กำลังร้องคร่ำครวญ

หลังจากเขาออกกำลังกายเรียกเหงื่อในครั้งนี้เสร็จ ความเครียดที่ถูกสั่งสมมานานก็ดูเหมือนจะถูกปลดปล่อยออกมา

“ตอนนี้เจ้ามีแผนจะทำอะไรอีกละ?”

เขาเล่นกับเฮคเตอร์อยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่จะไปเก็บเหรียญทองที่เขาโยนไปขึ้นมา ลุคที่รู้ว่าฟิลิปกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ เขาจึงไม่ได้พูดอะไรกับฟิลิปมาก

“บ่อนไม่ใช่สถานที่ที่เราจะไปได้อีกแล้ว”

เขาไม่รู้ว่าจะหารายได้จากที่ไหนอีก 20,000 เปโซที่เหลือ และทุกครั้งที่เขาคิดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่มหาศาลนี้มันก็มักจะทำให้เขารู้สึกรำคาญอยู่ทุกครั้งไป

และแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ถือเงินก้อนโตอะไรมาก แต่การที่ชายหนุ่มสองคนถือเงินจำนวนมากเอาไว้ขณะเดินบนถนน มันก็ย่อมไม่แปลกที่จะทำให้พวกเขาตกไปเป็นเป้าหมายของโจรกลุ่มต่างๆ

“ดังนั้นฉันควรจะหาวิธีการหาเงินที่ถูกกฎหมายถึงจะดีที่สุด”

ลุคเดินออกไปจากตรอกและเอ่ยถามฟิลิป

“เมืองแห่งนี้มีสนามแข่งรถหรือสนามประลองหรือไม่?”

“ข้าไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับสนามแข่งรถมากนัก แต่ข้าพอรู้เกี่ยวกับสนามประลองอยู่บ้าง.. ใช่แล้ว สนามประลองกิกันท์!”

มันอาจจะเป็นสถานที่ที่มีการวางเดิมพันเป็นกิกันท์ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาจะสามารถเดิมพันเป็นเงินได้หรือไม่

เมื่อเห็นสีหน้าครุ่นคิดของลุค ฟิลิปก็พยักหน้าพลางกล่าว

“แน่นอนว่าเราสามารถเดิมพันเป็นเงินได้ แต่การเดิมพันนั้นต้องใช้เงินจำนวนมากและสามารถที่จะเสียไปได้อย่างง่ายดาย”

“ถ้าอย่างนั้นมันก็หมายความว่าจะสามารถได้กลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน เอาละไปที่สนามประลองกิกันท์กันเถอะ”

“ข้าเกรงว่าวันนี้การประลองจะเริ่มไปแล้ว เราควรจะกลับไปนอนพักเอาแรงและไปใหม่ในวันพรุ่งนี้จะดีกว่า”

“เอาตามนั้น”

ลุคเองก็เหนื่อยมากเช่นกัน เพราะทั้งการพนันและงานต่างๆที่เขาต้องจัดการในแต่ละวัน ระหว่างทางไปยังโรงเตี้ยมลุคก็ได้เหลือบไปมองอัศวินข้างกายของเขาที่กำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

เขาเข้าใจมาตลอดว่าฟิลิปนั้นเป็นคนที่ไม่ค่อยจะเก่งทั้งในด้านของการพูดและการกระทำ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าฟิลิปเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญ และน่าจะอยู่ในระดับกลางเป็นอย่างต่ำ

ลุคตัดสินพลังของฟิลิบจากเหล่าอัศวินที่เคยทำงานอยู่ข้างเขาในสมัยก่อน

“เป็นอะไรที่น่าประทับใจจริงๆ ที่เขาสามารถมาถึงขั้นนี้ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย”

เนื่องจากรากันต์นั้นเป็นอัจฉริยะด้านการฟันดาบและเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่แข็งแกร่งดุจดั่งสัตว์ประหลาด มันจึงไม่ได้ยากอะไรสำหรับเขาที่จะเข้าสู่ขั้นผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ยังเยาว์วัย แต่กลับกัน หากเป็นอัศวินธรรมดาพวกเขาอาจจะให้เวลาเกือบทั้งชีวิตเพื่อพัฒนาให้ถึงขั้นผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อ 500 ปีก่อน มันมีผู้เชี่ยวชาญขั้นกลางน้อยกว่า 100 คนที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรลิเบียย่า

“มังกรจะยังคงเป็นมังกรแม้มันจะเหลือแต่ซากก็ตาม”

แม้ว่าเชื้อสายของรากันต์จะลดจำนวนลงเรื่อยๆ และลุคก็มั่นใจว่าความรุ่งโรจน์และความสามารถในอดีตของตระกูลนี้คงจะสูญหายไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อเขามองไปยังฟิลิป...

“หึๆ เขาอาจจะเป็นประโยชน์กับข้าในภายหลังก็เป็นได้”

แม้ว่าจะยังไม่มีแผนที่ชัดเจนแต่เขาก็คิดว่าการจะล้างแค้นตระกูลบาล็อคจะสามารถทำได้ง่ายขึ้นเมื่อเขามีกองกำลังของตระกูลรากันต์คอยหนุนหลังอยู่

และเมื่อนึกถึงตระกูลรากันต์เรื่องที่ไม่ค่อยดีก็เริ่มไหลเข้ามาในหัวของเขา

“ก่อนหน้านั้น ข้าคงจะต้องจ่ายหนี้สินให้หมดก่อนสินะ”

หลังจากเข้าพักในโรงเตี้ยมเรียบร้อยแล้ว พวกเขาทั้งสองก็เริ่มพักผ่อนและรอจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน เพื่อที่พวกเขาจะได้ไปทำการเสี่ยงโชคที่ต้องการ…

ติดตามอ่านก่อนใครได้ที่เพจ : นอนน้อย โนเวล

จบบทที่ บทที่ 11 แสดงทักษะ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว