เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ผู้สืบสายเลือดของไวท์เคานต์รากันต์ (3)

บทที่ 4 ผู้สืบสายเลือดของไวท์เคานต์รากันต์ (3)

บทที่ 4 ผู้สืบสายเลือดของไวท์เคานต์รากันต์ (3)


บทที่ 4 ผู้สืบสายเลือดของไวท์เคานต์รากันต์ (3)

ในวันรุ่งขึ้น เซย์ม่อนไม่สิ ลุคก็ยังไม่สามารถขจัดความขุ่นมัวที่อยู่ในจิตใจของเขาได้

เขามาเดินเล่นในสวนเพื่อบรรเทาความโกรธให้เย็นลง ในขณะนั้นเองเขาก็ได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมาทางเขา

หนึ่งในนั้นคือคนรับใช้ของตระกูลรากันต์และหัวหน้าพ่อบ้านฮานส์ ส่วนอีกคนคือชายหนุ่มร่างอ้วนที่มีท่าทางหยิ่งผยองและผู้คุ้มกันของเขา

มันดูเหมือนไม่สิ่งใดที่จะสามารถทำให้เขาหวาดกลัวได้ และท่าทางการเคลื่อนไหวของพวกเขาก็ดูเป็นอะไรที่ขัดหูขัดตา

“ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนี้ นายน้อยยังคงป่วยอยู่นะ”

“อย่าคิดจะมาหยุดข้าให้ง่าย ข้าจะไม่เชื่อจนกว่าจะได้เห็นเขาด้วยตาของตัวเอง.. โอ้นั่นไงๆ”

เมื่อชายหนุ่มเห็นเซย์ม่อนเข้า เขาก็ดูดีใจอย่างมาก มันเหมือนกับหมาป่าที่ได้พบกับเหยื่ออันโอชะของมัน

เด็กหนุ่มผลักคนรับใช้ของตระกูลรากันต์ออกและรีบเดินตรงเข้ามาหาลุค

“เป็นอย่างไรบ้างขอรับนายน้อย?”

“อะไรของมันวะ?”

เมื่อเห็นสายตาของเซย์ม่อนที่มองมาอย่างรำคาญ ชายหนุ่มก็เริ่มมีท่าทีไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะเริ่มกล่าวแนะนำตัวเอง

“ท่านไม่คิดว่าจะเจอข้าใช่ไหมละ? ข้าเองเทริน ผู้จัดการของบริษัทอาลอน”

“บริษัท? นี่ข้าต้องให้ความสนใจเจ้าด้วยเหรอ?”

ลุคมองไปยังฮานส์ด้วยสายตาที่ไม่แยแส มันเหมือนกับจะบอกเขาเป็นนัยๆว่า ให้เอามันไปดูแลแทนเขาที

แต่เทรินยังคงดื้อดึง

“หึๆ ท่านต้องสนใจมันอย่างแน่นอน เพราะท่านได้ทำการกู้เงินไป 30,000 เปโซ เพื่อทำการพัฒนาเหมืองในปีที่แล้วยังไงล่ะ และกำหนดชำระหนี้ก็เหลือเพียงแค่อีก 1 เดือนเท่านั้น” เทรินกล่าวขณะที่กำลังดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาให้พวกเขาดู

มันคือโฉนดเงินกู้

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของลุคยังคงนิ่งสงบและไม่แยแสต่อสิ่งใดเหมือนเคย เงิน 30,000 เปโซอาจจะเป็นจำนวนเงินที่มาก แต่มันก็ไม่ได้เป็นอะไรที่มากมายเลยเมื่อเทียบกับสถานะครอบครัวของเขา

“ข้ามาที่นี่เพื่อแจ้งว่าคฤหาสน์แห่งนี้ถูกวางไว้เพื่อเป็นหลักประกันแน่นอนว่าหากท่านคิดว่ามันเป็นอะไรที่ยากที่จะจ่ายหนี้ให้ทันกำหนด ท่านก็สามารถที่จะมอบคฤหาสน์หลังนี้ให้กับข้าได้เลย”

“ข้าไม่รู้และไม่สนด้วย ไปถามพวกคนรับใช้เอาสิ”

แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่น่ารำคาญ แต่การตัดสินใจของเขาก็เป็นอะไรที่ถูกต้อง  พ่อแม่ของลุคนั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเด็กแล้ว  มันทำให้เขาต้องรับผิดชอบอสังหาริมทรัพย์มากมายตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก

“ในเมื่อนายน้อยพูดออกมาแบบนี้ เจ้าคิดว่ายังไงละ เจ้าสามารถที่จะจ่ายได้ทันภายใน 20 วันไหม?”

เหงื่อเย็นเริ่มไหลออกมาจากศีรษะที่ล้านของ ดิคสัน ซึ่งเป็นคนจัดการเรื่องที่ดินของตระกูล

เทรินเริ่มจ้องเขาตาเขม่งและพูดขึ้นเสียงดัง

“ถ้าอย่างนั้นแล้วข้าก็ขอรับหลักประกันนี่แทนเลยก็แล้วกัน แม้ว่ามันจะไม่ได้มีค่าเหมือนเมื่อก่อนแต่ตอนนี้ข้าก็ยินดีที่จะรับมันเอาไว้”

“ชิ ถ้าเจ้าต้องการมันมากก็เอาไปเลย”

“ไม่ เรื่องแบบนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น!”

ชายวัยกลางคนรู้สึกประทับใจในชายที่สวมเครื่องแบบอัศวินเป็นอย่างมากที่เขากล้าคัดค้านขึ้นมาแบบนั้น

“ยังไงที่ดินแห่งนี้ก็กำลังจะถูกกองกำลังติดอาวุธและกิกันท์เข้ายึดภายใน 3 ปี อย่างนั้นแล้วใครมันจะไปอยากซื้อที่ดินผืนนี้กัน? ท่านจะยอมก้มหัวให้กับราชวงศ์ข้างเคียงอย่างนั้นเหรอ?”

ในปัจจุบันแม้จะผ่านไปกว่า 500 ปีหลังจากการตายของเซย์ม่อน แต่ความสำคัญของชื่อเสียงและเกียรติยศก็ยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญอยู่ และเมื่อพูดถึงการรักษาความปลอดภัย พลังของกิกันท์ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงของประดับที่จะซื้อมาขายไปได้ง่ายๆ

“อ่าโอเคๆ ข้าจะไม่ขายกิกันท์หรอกเพราะงั้นสบายใจได้”

ในเวลานั้นเอง คนรับใช้อีกคนก็เสนอวิธีแก้ปัญหาและข้อเสนอ

“แล้วการเก็บภาษีละ...”

“นี่เจ้าไม่รู้รึไงว่าทุกวันนี้ผู้คนใช้ชีวิตกันยังไง ถ้าพวกเขาเลือกที่จะย้ายออกไปแทนที่จะจ่ายละ เจ้าจะมีแผนรับมือยังไงละ?”

ที่ดินของไวท์เคานต์รากันต์นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลจากตัวจักรวรรดิ แม้ว่าจะมีพื้นดินที่กว้างใหญ่แต่ที่ดินส่วนมากก็เป็นที่รกร้างเนื่องจากเมืองนี้มีประชากรเป็นจำนวนน้อย มันจึงทำให้รายได้จากการเก็บภาษีน้อยตามไปด้วย

“ถ้ายังงั้นแล้วเราก็ควรที่จะขายกิกันท์ไหม?”

“แน่นอนว่าไม่!”

ลุคกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งขณะที่มองดูเหล่าคนรับใช้พูดคุยกันหาทางแก้ปัญหากัน

“หึ บางทีฉันควรเข้าไปดูตัวบ้านซักหน่อย”

ลุคกำลังเดินเข้าไปยังบ้านของรากันต์ ชายผู้ปลิดชีพของเขา

ในตอนนั้นเอง เทรินก็เริ่มเบื่อที่จะนั่งฟังพวกคนรับใช้ที่พยายามจะหาทางแก้ไขกัน

“นี่ทุกคน ถ้าสิ่งนั้นและสิ่งนู้นมันไม่เวิร์ค แล้วทำไมพวกคุณถึงไม่ลองสิ่งนี้ดูละ”

“อะไร?”

“ข้าจะยอมรับข้อเสนอทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคฤหาสน์หรือกิกันท์ แต่ข้าต้องการให้ครอบครัวของนักรบผู้ยิ่งใหญ่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเงินของบริษัทเราสักหน่อย”

แม้ว่าชื่อเสียงของอัศวินของรากันต์จะไม่ได้ส่งผลอะไรมากนักต่อผู้คน แต่มันก็ยังคงสร้างผลกระทบอย่างมากต่ออัศวินและผู้ที่อยากจะเป็นอัศวิน

อัศวินส่วนใหญ่นั้นมีความฝันแบบเดียวกันเมื่อได้ยินตำนานของรากันต์ ชายผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเอาชนะราชาปีศาจและกองทัพแห่งความมืดของมัน

“เอาแบบนี้แล้วกัน ทำไมพวกท่านถึงไม่ส่งสิ่งนั้นมาให้ข้าแทนล่ะ?”

“สิ่งนั้น?”

สายตาของทุกคนพุ่งตรงไปยังทิศทางที่นิ้วของเทรินชี้ไป

มันคือปราสาทหอคอยขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลมากจากที่นี่ ปราสาทแห่งนี้เดิมทีคือบ้านของเซย์ม่อนที่ถูกรากันต์ยึดไปและตั้งชื่อใหม่ให้กับมันว่า “ปราสาทของราชาปีศาจ”

“ก็ดีเหมือนกัน ถ้ามันเป็นปราสาทนั่น..”

“อืม ช่วงนี้ผู้คนที่มาเข้าชมก็มีจำนวนน้อยลงซะด้วยสิ”

“ดี มันดีกว่าการยกกิกันท์หรือคฤหาสน์ให้เป็นร้อยเท่าเลย”

นอกเหนือจากฮานส์และอีกสองสามคนแล้ว ทุกคนล้วนเห็นด้วยกับการมอบปราสาทนั่นให้กับเทริน

นอกจากนี้เทรินยังคงกล่าวต่อ

“หากท่านมอบปราสาทและที่ดินใกล้เคียงให้กับบริษัทของเรา เราจะช่วยเหลือคุณในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเข้าชมปราสาทราชาปีศาจ ซึ่งนั่นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและทำให้พวกคุณได้ประโยชน์จากเหล่านักท่องเที่ยวไปด้วยยังไงล่ะ”

และในขณะนั้นเอง

“หึ ไอ้เวรนี่!”

เสียงตะโกนดังออกมาจากบุคคลที่พวกเขาคาดไม่ถึง ลุค! ใบหน้าของเขาในตอนนี้ดูโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก เขาเดินตรงเข้าไปหาเทริน คว้าคอเสื้อของเขาและซัดหน้าของมัน

การกระทำนี้ออกมาจากจิตวิญญาณของเซย์ม่อน ชายผู้เลือกเดินในเส้นทางแห่งความมืดด้วยเหตุผลเพียงเหตุผลเดียวนั่นคือ

“การแก้แค้น!”

เพจ : นอนน้อยโนเวล

จบบทที่ บทที่ 4 ผู้สืบสายเลือดของไวท์เคานต์รากันต์ (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว