เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 ฉันคือหนึ่งในคนรวยระดับประเทศ

ตอนที่ 2 ฉันคือหนึ่งในคนรวยระดับประเทศ

ตอนที่ 2 ฉันคือหนึ่งในคนรวยระดับประเทศ


ตอนที่ 2 ฉันคือหนึ่งในคนรวยระดับประเทศ

ในเวลานี้ลู่หยวนได้บุกเข้ามาในห้องรับรอง VIP แล้ว

เมื่อเปิดประตูเข้ามาเขาก็พบกับชายสวมแว่นวัย 30 นั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอยู่บนเก้าอี้ระหว่างอ่านหนังสือ เขาอยู่ในชุดสูทสีเทาฟ้าท่าทางดูเจ้าอารมณ์

เมื่อหันมาเห็นลู่หยวนเขาก็ถึงกับผงะ

ชายแว่นคนนี้เป็นผู้จัดการของธนาคารฮั่วหรุ่ยแห่งนี้ หน้าที่ของเขาคือเป็นคนดูแลลูกค้าระดับ VIP ทั้งหมด

ธนาคารฮั่วหรุ่ยเป็นธนาคารที่อยู่อันดับต้นๆ ของประเทศ แม้แต่ลูกค้าที่เป็น Member ธรรมดาๆ ก็เป็นคนที่น่าทึ่ง  นับประสาอะไรกับลูกค้าระดับ VIP ที่เขาดูแลอยู่

ลูกค้าที่ชายแว่นคนนี้ได้ต้อนรับในทุกๆ วัน ต่างก็เป็นคนใหญ่คนโตและนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น

กลุ่มลูกค้าของเขานั้นประการแรกอายุจะอยู่ที่ประมาณ 40-50 ปี ประการที่สองคือ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือนาฬิกาที่พวกเขาสวมใส่ล้วนแสดงถึงฐานะที่ร่ำรวยของพวกเขา

แต่ลู่หยวนไม่ได้ใกล้เคียงลักษณะข้างต้นที่กล่าวไว้เลย

“ขอโทษนะครับ คุณเข้าห้องผิดหรือเปล่า?”  เมื่อเห็นการแต่งตัวของลู่หยวน ผู้จัดการก็รู้สึกแปลกใจ แต่ก็ยังคงยับยั้งชั่งใจไว้อยู่

“ผมไม่ได้เข้าห้องผิดหรอก ผมมาที่นี่เพื่อถอนเงิน”

“คุณมีบัตรสมาชิก VIP ของธนาคารเราแล้วใช่ไหมครับ?”

“ผมไม่มีบัตรสมาชิกและผมก็จะไม่ใช้บัตรในการถอนเงิน” ลู่หยวนกล่าว

“ถ้าคุณไม่ใช้บัตรแล้วคุณจะถอนเงินยังไงครับ?” ผู้จัดการนั่งนิ่งมองไปที่ลู่หยวนอย่างสงสัย เขาคิดในใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้เล่นตลกอะไรกัน? เขาบ้าหรือเปล่า?

เจิ้งเยว่มัวทำอะไรอยู่ถึงได้ปล่อยให้ไอเด็กบ้านี่เข้ามาในห้องนี้ได้

ถ้าเกิดมันพรวดพราดเข้ามาตอนที่มีลูกค้า VIP อยู่ ชื่อเสียงของธนาคารได้เสื่อมเสียหมดแน่

ผู้จัดการนึกตำหนิเจิ้งเยว่อยู่ในใจ ถ้าเกิดเสร็จสิ้นเรื่องนี้แล้ว เขาจัดการกับเธอแน่

“ผมจะใช้ลายนิ้วมือในการถอนเงิน” ลู่หยวนกล่าว

เมื่อผู้จัดการได้ยินเช่นนั้น ร่างกายของเขาก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว

ท่าทางของผู้จัดการไม่ได้แสดงถึงความโกรธ แต่เป็นการแสดงความเคารพ

แม้แต่ลูกค้า VIP ก็ยังต้องมีบัตร VIP ถึงจะทำการถอนเงินได้

แต่ธนาคารฮั่วหรุ่ยแห่งนี้มีอีกหนึ่งระบบที่จัดเตรียมไว้ให้สำหรับผู้ที่มีสถานะสูงมากหรือมีตัวตนที่พิเศษมากๆ เท่านั้น นั่นก็คือการยืนยันตัวตนจากลายนิ้วมือ

มีสมาชิกเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถใช้ระบบนี้ของธนาคารได้

ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะได้พบเจอลูกค้าระดับนี้

ถึงแม้ว่าลู่หยวนจะดูไม่เหมือนคนที่มีฐานะเลย แต่ผู้จัดการก็ไม่ได้ละเลยหน้าที่ เพราะถ้าหากที่เขาพูดมันเป็นเรื่องจริงขึ้นมาล่ะ?

ผู้จัดการเชิญให้ลู่หยวนนั่งรออยู่ที่โซฟาก่อน ไม่นานก็มีพนักงานเดินถือเครื่องแสกนลายนิ้วมือเข้ามา

ลู่หยวนกดนิ้วโป้งลงบนเครื่องสแกนลายนิ้วมืออย่างเก้ๆ กังๆ

ทันทีที่เขากดนิ้วโป้งลงบนเครื่องนั้น เสียงกริ่งแจ้งเตือนความปลอดภัยก็ดังขึ้น

สีหน้าของผู้จัดการกลายเป็นเคร่งขรึม ดูเหมือนว่าเขาจะเรียกรปภ. ในไม่ช้า

เมื่อเห็นสีหน้าของผู้จัดการเริ่มไม่ดีนัก ลู่หยวนจึงรีบพูดขึ้นว่า “ใจเย็นๆ ก่อน ผมบอกตามตรงว่าผมจำไม่ได้แล้วว่าใช้นิ้วไหน อดทนรอให้ผมได้ลองอีกสักครั้ง”

ผู้จัดการพยักหน้าตอบลู่หยวนเบาๆ แต่สีหน้าของเขายังคงเคร่งขรึมเหมือนเดิม

ยิ่งผู้จัดการมองลู่หยวนมากเท่าไหร่ มันก็ทำให้เขาก็รู้สึกโมโหเจิ้งเยว่มากขึ้นที่ปล่อยให้เด็กนี่เข้ามา

เขาคิดว่าจริงๆ แล้วลู่หยวนเป็นแค่ตัวสร้างปัญหาที่เข้ามาก็เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น

ลู่หยวนไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาของผู้จัดการ  เขาเริ่มใช้นิ้ว โป้ง ชี้ กลาง นาง อีกข้างกดลงไปที่เครื่องสแกนลายนิ้วมือทีละนิ้ว

ในที่สุด…. ก็มีเสียง ‘ปี๊ป!’ ดังขึ้น

ยืนยันตัวตนสำเร็จ!

ในตอนนี้ใบหน้าของผู้จัดการได้เปลี่ยนไป ท่าทางไม่ไว้ใจในตอนแรก ตอนนี้กลายเป็นยิ้มกว้างดั่งสายลมในฤดูใบไม้ผลิ

“อ่า... คุณลู่ ก่อนหน้าที่ผมต้องขออภัยด้วยจริงๆ ที่ทำให้คุณต้องรู้สึกขุ่นเคือง ผมชื่อจางเจ๋อครับ เป็นผู้จัดการของธนาคารฮั่วหรุ่ยสาขานี้ ในอนาคตได้โปรดให้ผมช่วยดูแลนะครับ”

หลังจากยืนยันตัวตนสำเร็จ ชื่อของลู่หยวนก็ได้ปรากฏขึ้นบนเครื่องพิมพ์ลายนิ้วมือ

ผู้จัดการโค้งตัวลงอย่างนอบน้อม จากนั้นก็ผายมือนำทางให้ลู่หยวน

“เชิญทางนี้ครับคุณลู่”

จางเจ๋อนำทางลู่หยวนไปยังห้องที่มีประตูเหล็กห้องหนึ่ง เขากดปุ่มที่อยู่ด้านข้างประตูและทันใดนั้น ผนังก็ค่อยๆ แยกออกจากกันอย่างช้าๆ เหมือนในภาพยนตร์ ด้านในเป็นทางเดินโลหะสีขาวที่ส่องแสงสว่างแวววับออกมา

จางเจ๋อเดินนำทางลู่หยวนมาถึงห้องโลหะที่มีเครื่องสแกนม่านตาอยู่ด้านหน้าประตู

“รบกวนคุณลู่โปรดกดรหัสผ่านและสแกนม่านตาตรงนี้ครับ”

ลู่หยวนพยักหน้าและยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะกดรหัส

เนื่องจากครอบครัวบอกรหัสผ่านเซฟกับเขาตั้งแต่ 3 ปีก่อน และตลอด 3 ปีที่ผ่านมารหัสผ่านก็ไม่เคยได้ใช้งานจริงเลยสักครั้ง จนเขาเกือบจะลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ

ลู่หยวนเริ่มกดรหัสผ่านและสแกนม่านตาตามขั้นตอน

ในที่สุด… ขั้นตอนการยืนยันตัวตนก็สำเร็จ

ประตูเหล็กค่อยๆ เปิดออกช้าๆ

ด้านหลังประตู เป็นห้องเดี่ยวที่เต็มไปด้วยตู้เซฟ

“คุณลู่ครับ ตู้เซฟทั้งหมดด้านหน้านี้เป็นตู้เซฟที่เก็บทองคำแท่งไว้ทั้งหมด” จางเจ๋อเปิดตู้เซฟทั้งหมดที่อยู่ทางด้านตะวันออก

ทันใดนั้น ตู้เซฟสีเงินก็มีแสงสีทองสว่างวาบออกมา ด้านนี้มีตู้เซฟอยู่ 5 ตู้ แต่ละตู้มี 5 ชั้น แต่ละชั้นจะมีกล่องใสอยู่ 10 กล่องและแต่ละกล่องจะมีทองคำแท่งอยู่ 10 แท่งโดยแต่ละแท่งมีน้ำหนัก 2 กิโลกรัม

ลู่หยวนพยักหน้าและเดินต่อโดยที่ไม่สนใจทองคำแท่งในตู้เลยแม้แต่น้อย

“ส่วนด้านนี้เป็นตู้เซฟสำหรับเก็บนาฬิกาครับ” จางเจ๋อพูดพร้อมกับเปิดตู้เซฟที่มีนาฬิกาสุดหรูมากมายถูกวางเรียงอย่างสง่างามอยู่ด้านใน

ฝั่งนี้เองก็มีตู้เซฟ 5 ตู้และแต่ละตู้มี 5 ชั้น แต่ละชั้นเป็นนาฬิกาสวิสหลากหลายแบบและทั้งหมดก็เป็นรุ่น Limited ทั้งนั้น นาฬิกาที่ระลึกของ Rolex ทุกเรือนมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งล้านหยวน ถึงแม้ว่านาฬิกาเหล่านี้จะหรูหราเพียงใดก็ไม่ได้ทำให้ลู่หยวนรู้สึกตื่นเต้นเลย

"ส่วนด้านนี้เป็นตู้เซฟสำหรับเก็บเงินดอลลาร์ครับ" จางเจ๋อเปิดตู้เซฟที่อยู่ทางทิศใต้ออก ด้านในมีเงินดอลลาร์หลายร้อยปึกวางเรียงกันอยู่เต็มตู้จนแทบจะล้นออกมา

"ผมต้องการเงินหยวนครับ" ลู่หยวนกล่าว "คุณสามารถนำเงินสดหนึ่งล้านหยวนมาให้ผมได้มั้ย?"

"ได้เลยครับคุณลู่ กรุณารอสักครู่"

จางเจ๋อนำทางไปที่ด้านหลังตู้เซฟที่ใหญ่ที่สุดทางทิศเหนือซึ่งเต็มไปด้วยเงินหยวนเรียงรายจนเต็มผนัง ราวกับว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ในห้องสมุด

“เชิญทางนี้ครับคุณลู่”

เมื่อเดินตามมาลู่หยวนก็ยื่นถุงพลาสติกสีดำเก่าๆ ให้กับจางเจ๋อ

เมื่อเห็นเช่นนั้น จางเจ๋อก็รู้สึกประหลาดใจ เขาจะใช้ถุงพลาสติกใบนี้ใส่เงินสดล้านหยวนเนี่ยนะ? นี่มันบ้าเกินไปแล้ว

ทั้งการแต่งตัวที่ดูมอมมอม อีกทั้งยังต้องการใช้ถุงดำที่สกปรกใบนี้ใส่เงินล้านหยวน นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่

แต่เอาจริงๆ ถ้าหากคุณลองนึกถึงความมั่งคั่งที่แท้จริงของเขาแล้ว เงินล้านหยวนนี้ก็เป็นเพียงแค่เงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับเขาก็เท่านั้น สำหรับเขาแล้วคงไม่มีความจำเป็นที่ต้องสนใจว่าจะใส่อะไรกลับไป

จางเจ๋อไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาก้มหน้าก้มตาหยิบปึกเงินใส่ถุงดำให้ลู่หยวน

“นี่ครับคุณลู่ เงินสดหนึ่งล้านหยวน”

เมื่อได้รับถุงดำจากจางเจ๋อ ลู่หยวนก็ไม่รอช้า

เขาเดินหันหลังกลับออกจากห้องไป ทิ้งจางเจ๋อให้ยืนงงอยู่ในห้องเพียงคนเดียว

จางเจ๋อรีบจัดการล็อคตู้เซฟเพื่อที่จะตามออกไปส่งลู่หยวน

ในเวลานี้ที่ห้องโถงธนาคาร

เจิ่งเยว่ยืนอยู่ที่ล็อบบี้อย่างกระวนกระวาย

เธอไม่รู้เลยว่าด้านในห้อง VIP เกิดอะไรขึ้นบ้างตั้งแต่ลู่หยวนเข้าไป

ใจเธอต้องการที่จะตามเข้าไป แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเธอไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตก่อน

เธอคิดว่าถ้าหากผู้จัดการพบกับลู่หยวนเขาจะต้องถูกไล่ออกมาอย่างแน่นอน เพราะลู่หยวนนั้นเป็นเพียงคนจนที่เข้ามาเพื่อก่อกวนเท่านั้น

ในที่สุดลู่หยวนก็เดินออกมา เขาเดินออกมาพร้อมกับถุงพลาสติกใบใหญ่สีดำ

“เอ๊ะ? หมอนี่เดินเข้าไปมือเปล่าไม่ใช่เหรอ? แล้วนั่นถือถุงอะไรออกมา?”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

เจิ้งเยว่รีบวิ่งเข้าไปคว้าตัวลู่หยวนไว้ทันที

“เข้าไปทำอะไรข้างในมาน่ะ!?”

ลู่หยวนไม่คาดคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะมาหาเรื่อง

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ผู้หญิงคนนี้จะดูถูกและแสดงกิริยาไม่ดีต่อเขา แต่ลู่หยวนก็ไม่ได้คิดจะเอาเรื่องเธอ พูดตามตรงว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ ยิ่งกว่าปลอกกล้วยที่จะจัดการเธอ ถ้าเขาต้องการก็แค่เพียงพูดกับจางเจ๋อ ไม่นานเธอก็จะถูกลงโทษอย่างแน่นอน

แต่ทว่าลู่หยวนได้สิ่งที่เขาต้องการแล้ว มันจึงไม่มีความจำเป็นที่เขาจะอยู่ที่นี่ต่อ

โดยไม่คาดคิด จู่ๆ เจิ่งเยว่ก็กระชากมือลู่หยวนที่ถือถุงพลาสติกอยู่

ด้วยแรงกระชากทำให้ถุงดำหลุดออกจากมือตกลงไปที่พื้น

เงินจำนวนมากที่อยู่ในถุงได้ตกกระจายเต็มพื้นต่อหน้าคนทั้งห้องโถง

เมื่อเห็นเช่นนั้นดวงตาของเจิ้งเยว่ก็เบิกกว้าง

คู่สามีภรรยาสกุลหวังก็ตกตะลึง

คนอื่นๆ ในธนาคารต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน

แม้ว่าลูกค้าของธนาคารฮั่วหรุ่ยจะมีฐานะที่ดี แต่ก็ไม่เคยมีใครออกมาพร้อมกับถุงพลาสติกที่มีเงินเป็นล้านเช่นนี้

“นี่แกเข้าไปขโมยเงินมางั้นเหรอ!? ทุกคนช่วยกันจับโจรเร็ว!”

เจิ่งเยว่ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนมาขโมยเงินของธนาคาร เพราะระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่นั้นแน่นหนามาก

“จับเขา จับเขาไว้!”

ด้วยความตกใจ คู่สามีภรรยาสกุลหวังรีบกระโจนเข้าไปคว้าตัวลู่หยวนไว้ทันที

ตอนนี้สถานการณ์ในห้องโถงกลายเป็นวุ่นวาย

ทุกๆ คนในธนาคารเชื่อไปแล้วว่าลู่หยวนนั้นเป็นโจรที่เข้ามาขโมยเงินจริงๆ

เวลานี้ที่ห้อง VIP

ในที่สุดจางเจ๋อก็ล็อคตู้เซฟเสร็จแล้ว เขาจึงรีบวิ่งตามลู่หยวนออกไป

อันที่จริงแล้วจางเจ๋อไม่จำเป็นจะต้องออกมาส่งหลังจากที่ทำธุรกรรมของลู่หยวนเสร็จแล้ว แต่ตั้งแต่ที่เขาได้ทำงานที่ธนาคารแห่งนี้มานานนับสิบปี เขาไม่เคยพบเจอคนที่ร่ำรวยขนาดนี้เลย  และแน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมพลาดโอกาสนี้ไป เขาต้องการที่จะประจบประแจงลู่หยวน

อย่างน้อยๆ ถ้าเขาช่วยลู่หยวนเปิดประตูและส่งลู่หยวนเข้าไปในรถ กล่าวชมเชยเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองมีความประทับใจในหัวใจของลู่หยวนสักนิดหน่อยมันก็คุ้มค่ามากแล้ว

เมื่อจางเจ๋อออกมาเห็นสถานการณ์ที่วุ่นวายก็ถึงกับผงะ ตอนนี้ลู่หยวนกำลังถูกเจิ้งเยว่และคนอื่นๆ ล็อคตัวไว้ อีกทั้งเจิ้งเยว่ยังตะโกนให้ทุกๆ คนช่วยกันจับโจร

ถึงแม้ว่าจางเจ๋อจะไม่รู้ภูมิหลังที่แท้จริงของลู่หยวน แต่เขาก็รู้ว่าลู่หยวนนั้นร่ำรวยมาก ไม่มีทางที่เขาจะเป็นขโมยอย่างแน่นอน

ตอนนี้ลู่หยวนถูกเข้าใจผิดว่าเป็นขโมยและยังถูกจ้องมองด้วยสายตาดูถูกของคนหลายสิบคน

หากทำให้ลู่หยวนไม่พอใจขึ้นมาละก็เขาเพียงใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็สามารถทำให้ระดับผู้จัดการถูกเด้งออกได้และไม่เพียงแค่เท่านั้น แต่เขาอาจไม่สามารถทำงานด้านการธนาคารได้อีกเลยตลอดชีวิต

“นี่เธอกำลังทำบ้าอะไรอยู่!?” จางเจ๋อวิ่งเข้าไปและตะโกนถามเจิ้งเยว่

เจิ้งเยว่รีบตอบอย่างตื่นเต้น เธอคิดว่าจะได้รับคำชมจากจางเจ๋อ "ผู้จัดการจางคะ ผู้ชายคนนี้เป็นขโมยค่ะ เขาขโมยเงินออกมาจากห้อง VIP และฉันคนนี้เป็นคนที่จับตัวเขาไว้ได้!"

จิ้งเยว่กล่าวอย่างกระตือรือร้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มมีความสุข เธอคิดว่าเธอจะได้ได้รับการยกย่องในการกระทำครั้งนี้

ผู้จัดการจางเป็นถึงหัวหน้าแผนกของธนาคารฮั่วหรุ่ยสาขาจินหลิง หากทำให้เขาพึงพอใจได้มันจะเป็นประโยชน์กับเธออย่างมากเลยทีเดียว

“ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!”

โดยไม่คาดคิด เจิ้งเยว่ถูกจางเจ๋อผลักออกอย่างแรง

ไม่เพียงแค่นั้น จางเจ๋อยังผลักคู่สามีภรรยาสกุลหวังที่กำลังจับตัวลู่หยวนไว้ด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด

"คุณลู่คุณเป็นอย่างไรบ้างครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? ผมขอโทษครับคุณลู่ที่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น" จางเจ๋อรีบก้มหัวกล่าวคำขอโทษลู่หยวนอย่างลุกลี้ลุกลน

เจิ่งเยว่ถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นจางเจ๋อก้มหัวกล่าวคำขอโทษเช่นนี้

เจิ้งเยว่มองทั้งหมดอย่างคนโง่เขลา

"ยืนทำอะไรอยู่รีบขอโทษคุณลู่ เร็วเข้า!" จางเจ๋อตะโกนใส่เจิ้งเยว่

เมื่อเห็นเช่นนั้นเจิ่งเยว่ถึงได้เข้าใจว่า คุณลู่คนนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

เธอทำตามสั่งของจางเจ๋อและรีบก้มหัวโค้งตัวขอโทษลู่หยวนอย่างมีเจตนาจงใจ เธอก้มต่ำเผยให้เห็นร่องหน้าอกขาวเนียนที่อยู่ภายใต้เสื้อของเธอ

แต่ลู่หยวนไม่ได้มองเธอเลยด้วยซ้ำ มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกแย่มากขึ้นกว่าเดิม

“ช่างมันเถอะ ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก” ลู่หยวนกล่าว

“ต้องขออภัยจริงๆ ครับคุณลู่ ขอบพระคุณครับที่ไม่ถือโทษโกรธพนักงานของเรา หากคุณต้องการอะไรเพิ่มเติมในอนาคต สามารถเรียกหาผมได้เลยนะครับ”

จางเจ๋อเดินไปส่งลู่หยวนออกจากธนาคารเป็นการส่วนตัวและยื่นนามบัตรของตัวเองให้กับลู่หยวน

"คุณลู่แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับธุรกรรมของธนาคาร หากคุณต้องการอะไรนอกเหนือจากนี้และผมสามารถช่วยคุณได้ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อมาหาผมนะครับ ถือว่าเป็นการขอโทษสำหรับความบกพร่องของพนักงานเราในวันนี้" จางเจ๋อกล่าว

"ได้เลย ขอบคุณมากนะพี่จาง" ลู่หยวนตอบกลับอย่างสุภาพ

ประโยคที่ลู่หยวนกล่าวมานั้นทำให้หัวใจของจางเจ๋อพองโต

'โอ้ ชายหนุ่มที่ร่ำรวยคนนี้ช่างถ่อมตัวเสียจริง เขาไม่ได้ถือตัวเลยแม้แต่น้อย' ทั้งๆ ที่เขาร่ำรวยขนาดนี้แต่ยังเปรียบตัวเองว่าเป็นน้องชาย ทำเหมือนว่าตนเองนั้นอยู่ระดับเดียวกันกับเขา

ลู่หยวนเดินถือเงินล้านออกมาจากธนาคารพร้อมกับความรู้สึกที่คิดถึงหลี่เมิ่งเหยา

เขารู้สึกเสียใจอย่างมากที่หลี่เมิ่งเหยาทิ้งเขาไปแบบนี้ ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าหลี่เมิ่งเหยาจะเป็นคนที่เห็นเงินสำคัญกว่าความรัก

หลี่เมิ่งเหยาจะรู้สึกยังไงนะ ถ้ารู้ว่าแท้จริงแล้วลู่หยวนนั้นเป็นรุ่นที่สองที่โคตรจะร่ำรวย! ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจมากมายกว่าครึ่งหนึ่งของโลกใบนี้ ก็เป็นของครอบครัวเขาเอง

จบบทที่ ตอนที่ 2 ฉันคือหนึ่งในคนรวยระดับประเทศ

คัดลอกลิงก์แล้ว