เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 เกม Eternal Life เปิดตัว (2)

ตอนที่ 7 เกม Eternal Life เปิดตัว (2)

ตอนที่ 7 เกม Eternal Life เปิดตัว (2)


แม้ว่าทุ่งหญ้าไร้พรมแดนจะเป็นพื้นที่พิเศษที่ใครก็สามารถตายและเกิดใหม่มาต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ใช้เวลานานที่จะตายถึง 4,444 ครั้ง

ซางฮยอคบรรลุเป้าหมายในการตาย 4,444 ครั้งของเขาที่ทุ่งหญ้าไร้พรมแดน มันใช้เวลานานกว่า 60 ชั่วโมง

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง แต่ผู้คนที่ไม่เคยถูกโจมตีจากคนอื่นจะได้รับผลกระทบทางจิตใจ ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทเกมเลยพยายามที่จะป้องกันผู้เล่นด้วยเทคโนโลยีชำระล้างจิตใจ ดังนั้นหากผู้เล่นตายในโลกเสมือนจริงพวกเขาจะรู้สึกปวดหัวเล็กน้อยในโลกจริง

แต่มันมักจะมีคนที่รู้สึกไม่พบใจกับ ‘ความตาย’ ของพวกเขา

ดังนั้นจะมีผู้เล่นบางคนเลือกใช้การ ‘ข้ามความตาย’ เพื่อเปลี่ยนการเชื่อมต่อกับโลกเสมือนไปเป็นโหมดการนอนหลับเมื่อพวกตาย

ผู้เล่นระดับสูงจะไม่ใช้การข้ามความตาย มีเพียงผู้เล่นปกติเท่านั้นที่ใช้มัน

หากซางฮยอคสามารถใช้มันได้ เขาจะใช้ข้ามความตาย แต่ข้ามความตายไม่สามารถใช้ได้ที่ทุ่งหญ้าไร้พรมแดน ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอดทนกับความตาย

อย่างน้อยเขาก็มีประสบการณ์มากมายในโลกเสมือนจริง ดังนั้นเขาจึงสามารถอดทนต่อความตาย 4,444 ครั้งได้

เขาลุกขึ้นยืนหลังจากที่เขาตายครบ 4,444 ครั้ง… ในที่สุดข้อความที่เขาอยากเห็นก็โผล่ขึ้นมาในสายตาของเขา

‘ยินดีด้วย! คุณไม่เคยยอมแพ้และพยายามอย่างต่อเนื่องจึงสวมควรได้รับสมญานามพิเศษนี้’

‘คุณได้รับสมญานามระดับยูนิค [ ผู้ท้าชิงที่ไม่เคยแพ้ ]’

“เยี่ยมไปเลย!”

ซางฮยอคบ่นพร้อมกับคว้าดาบที่วางอยู่บนพื้นซึ่งเขาไม่เคยใช้มันเลย

ในขณะนั้นเองมอนเตอร์ที่ดูเหมือนจักจั่นยักษ์กำลังบินมาหาเขา

ซางฮยอคผู้ที่บรรลุเป้าหมายที่สำคัญของเขา ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไปแล้ว ซางฮยอคมีความสุขกับเรื่องนี้มาก

“ต่อจากนี้ไป… ฉันจะฆ่าพวกแก!”

เขาดึงดาบในขณะที่ตระโกนเสียงกังและเริ่มแกว่งดาบด้วยท่าทางที่คุ้นเคย

เขาใช้ดาบธรรมดาที่ได้จากเงาบนพื้นสังหารคลื่นมอนเตอร์ทั้งหมดถึงคลื่นที่ 20

นอกจากนี้เขาก็ไม่แม้แต่จะเลือกหนังสือสกิลและใช้ดาบธรรมดาที่เขาถืออยู่สังหารมอนเตอร์ต่อ

เหตุที่เขาทำเช่นนี้นั้นเรียบง่ายมาก

มีความลับที่ไม่มีใครรู้ในเวลานั้นและมันกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้เล่นในอีก 1 ปีต่อจากนี้ เขาจะได้รับอาวุธถ้าเขาใช้เพียงแค่อาวุธชนิดเดียวในการสังหารมอนเตอร์จนเลเวลถึง 10 โดยไม่ใช้หนังสือสกิลหรืออาวุธชนิดอื่นๆ ในทุ่งหญ้าไร้พรมแดน ซึ้งอาวุธที่จะได้หลังจากมันคืออาวุธระดับแรร์

อาวุธระดับแรร์มีราคาแพงอย่างมากเพราะอาวุธระดับเวทมนต์ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมาและนี่พึ่งผ่านมาสามวันหลังจากเกมเปิด

เลเวลอัพ! [10]

ยินดีด้วย! คุณมีคุณสมบัติในการเป็น ‘นักเดินทาง’ คุณจะกลายเป็น ‘นักเดินทางต่างมิติ’ ที่จะเดินทางไปดาวเคราะห์ ‘ทรีนาร์ก’

ไม่มีเควสบังคับสำหรับนักเดินทางต่างมิติ คุณสามารถไปที่ไหนก็ได้อย่างอิสระ แต่… ถ้าคุณมีปัญหา คุณจะต้องแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

ฉันหวังว่าคุณจะสนุกกับ Eternal Life ตลอดไป

[ค่าตอบแทนลับ : คุณได้รับ ‘ดาบของนักเดินทาง’

แวบบบ!!

ซางฮยอคถูกย้ายไปยังดาวเคราะห์ทรีนาร์กทันทีหลังจากที่เขาเลเวลถึง 10 ดาวเคราะห์ทรีนาร์คเป็นทวีปแรกที่ผู้เล่นเกม EL จะได้เจอ

ดาวเคราะห์ดวงใหม่จะปรากฏออกมาทุกๆ 3 ปี ในชีวิตก่อนดาวเคราะห์ดวงสุดท้ายคือดาวเคราะห์ดวงที่ 7

ทันทีที่แสงที่เจิดจ้าหายไป ภาพที่เขาเห็นก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ภาพของโรงแรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในเมืองฟอลคอนที่เขาคุ้นเคยซึ่งตรงกับความทรงจำในชีวิตก่อนของเขา

มันค่อนข้างแออัดทั้งหน้าโรงแรมและในโรงแรมเพราะผู้เล่นจะมาที่นี้หลังจากที่เลเวล 10

โดยทั่วไปแล้วเกม EL จะเปิดเปฺ็นเชิฟเวอร์รวมสำหรับผู้เล่นทั้งหมดบนโลก มันเป็นไปไม่ได้หากเป็นในอดีตที่ใช้อินเทอร์เน็ต แต่เกมส่วนใหญ่ทำการเปิดเซิฟเวอร์รวมเพราะ DN มันเลยไม่มีปัญหาสำหรับเรื่องนี้

แน่นอนว่ามันมีระบบในการป้องกนันเมืองไม่ให้แออัดมากเกินไปทำให้มีเมืองหลักไม่กี่เมืองเกิดการแออัด

ท้ายที่สุดสิ่งที่ EL ต้องการคือโลกอันยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียว

ที่หน้าโรงแรมมีผู้เล่นใหม่ที่พึ่งเล่น EL กำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างกระตือรือล้น

เนื่องจากทาง EL ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอะไรเลย ผู้เล่นเลยจำเป็นต้องร่วมมือกันในการหาข้อมูล

โดยปกติแล้วจะเล่นเกมโดยเควสทำตามในเกม อย่างไรก็ตาม EL ไม่มีเควสแบบนั้นเลย ดังนั้นนักเดินทางต่างมิติที่พึ่งมาถึงทรีนาร๋คเลยไม่ได้รับอะไรเลย

พวกเขามีแค่ชุดคลุมเก่าที่ปกคลุมร่างกายของพวกเขา ไม่มีเควสอะไรให้ทำเลย

พวกเขาต้องออกไปค้นหาสิ่งของที่พวกเขาต้องโดยการพูดคุยกับ NPC หรือผู้เล่นคนอื่น

( NPC ย่อมาจาก non-player character คือตัวละครที่ถูกควบคุมโดยปัญญาประดิษฐ์)

แน่นอนว่าซางฮยอคไม่ได้ติดต่อกับ NPC หรือ ผู้เล่นคนอื่น เขาข้ามขั้นตอนเหล่านั้นทั้งหมดและมุ่งห้นาไปที่เป้าหมายโดยตรง

สิ่งแรกที่นักเดินทางต่างมิติต้องทำหลังจากที่เลเวลถึง 10 คือ ‘การประทับวิญญาณ’ ผู้เล่่นสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งนี้อย่างง่ายดายหลังจากที่พวกเขาพูดคุยกับเหล่า NPC ที่โรงแรมเมื่อพวกเขามาถึง

หากพวกเขาไม่ได้ประทับวิญญาณ พวกเขาไม่สามารถได้รับคาร์มาดังนั้นพวกเขาจึงต้องให้ความสำคัญกับการประทับวิญญาณ อธิบายง่ายๆ เกี่ยวกับการประทับวิญญาณคือการเลือกอาชีพของพวกเขาในเกม

(คาร์มา หรือ Karma ในเกมนี้คือค่าประสบการณ์ของเกมนี้)

ผู้เล่นทำ ‘โพรงวิญญาณ’ ผ่านการประทับวิญญาและเติมโพรงวิญญาณด้วยความรู้โบราณและพวกเขาจะได้รับพลังของพวกเขาผ่านสิ่งนี้ นี่คือจุดเด่นที่มีเฉพาะ EL

ซางฮยอครู้จักความรู้โบราณมากกว่า 1,000 ชนิดที่ใช้ประทับวิญญาณ จุดที่น่าสนใจคือผู้คนสามารถเอาความรู้โบราณมาประทับวิญญาณได้ไม่จำกัด

มันหมานความว่าเราสามารถประทับวิญญาณจากความรู้โบราณได้ไม่จำดกัดหากเขาต้องการ แต่ไม่มีใครทำมัน

ไม่มีขีดจำกัดของจำนวนการประทับวิญญาณ แต่ผู้คนจะได้รับบทลงโทษเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาได้รับความรู้โบราณอันใหม่ 99% ของผู้คนที่ได้เลือก 1 ถึง 5 ความรู้โบราณในการประทับวิญญาณ

บทลงโทษเมื่อผู้คนประทับความรู้โบราณนั้นเรียบง่ายมาก แน่นอนว่าไม่มีบทลงโทษสำหรับการประทับความรู้โบราณเพียงชนิดเดียว แต่หากคุณเพิ่มอีกหนึ่งชนิด เพื่อให้มีความรู้โบราณ 2 ชนิด คาร์มาที่ใช้ในการอัพเลเวลก็จะเพิ่มขึ้นมา 2 เท่า

และหากคุณเพิ่มมาอีกหนึ่งชนิด รวมทั้งหมด 3 ชนิด คาร์มาที่ใช้ในการเพิ่มเลเวลก็จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 4 เท่า

หากคุณมีความรู้โบราณ 4 ชนิดก็จะเพิ่มเป็น 8 เท่า และ 5 ชนิดก็จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 16 เท่า… เพราะคาร์มาที่ต้องใช้เพิ่มเป็นเท่าตัว มันเลยเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีความรู้โบราณมากกว่า 5 ชนิด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประทับวิญญาณที่เลเวล 10 และพวกเขาต้องเริ่มใหม่ที่เลเวล 10 หากพวกเขาต้องการที่จะลบความรู้โบราณ

ดังนั้นผู้คนไม่ควรเปลี่ยนมันจนดว่าเกมจะจบเมื่อตัดสินใจว่าจะรับความรู้โบราณแล้ว

มีการถกเถียงกันมากมายระหว่างผู้เล่นเกี่ยวกับจำนวนการประทับวิญญาณที่เหมาะสมที่สุด

การถกเถียงครั้งนี้ยาวนานกว่าที่ผู้คนคิดไว้และถูกตัดสินในอีก 5 ปีต่อจากนี้

‘ถ้าคุณเป็นผู้เล่นปกติคุณจะมีความรู้โบราณ 1 ชนิด ถ้าคุณเป็นผู้เล่นที่มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นแรงเกอร์ระดับสูง คุณจะมีความรู้โบราณ 2 ถึง 3 ชนิด และคนทียืนยันที่จะมีความรู้โบราณ 4 ถึง 5 ชนิดก็จะมีจุดจบที่น่าหกหู่อย่างมาก ผู้เล่นที่ร่ำรวยในตะวันออกกลางเลือกความรู้โบราณ 4 ชนิดและจบลงด้วยการยอมแพ้และเริ่มต้นใหม่ ในความจริงแล้วความรู้โบราณ 3 ชนิดคือขีดจำกัดแล้ว’

ซางฮยอคจำได้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับผู้คนที่เลือกความรู้โบราณ 4 ถึง 5 ชนิดแล้วจบด้วยการล้มละลาย

“แต่… ฉันจะใช้ความรู้โบราณ 4 ชนิด!”

ซางฮยอครู้เกี่ยวกับข้อจำกัดของความรู้โบราณ 4 ชนิดมากกว่าคนอื่นๆ ซางฮยอครู้ว่ามันไม่เพียงแค่ยาก ชายผู้ร่ำรวยในตะวันออกกลางที่่มีเงินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ไม่สามารถทนกับความต้องการใช้คาร์มาที่สูงและยอมแพ้ในช่วงกลางเกม

อย่างไรก็ตามเหตุผลที่เขาเลือกความรู้โบราณ 4 ชนิดเพราะ… สมญานาม ‘ผู้ท้าชิงที่ไม่เคยยอมแพ้’ ที่ได้รับหลังจากที่ตายหลายครั้งที่ทุ่งหญ้าไร้พรมแดน

สมญานาม – ‘ผู้ท้าชิงที่ไม่เคยยอมแพ้’

ระดับ – ยูนิค

คำอธิบาย –

เอฟเฟกต์ – [หน้าชื่อ: ไม่มี] [หลังชื่อ: ไม่มี] [ติดตัว : คาร์มาที่จำเป็นต้องใช้ในการเพิ่มระดับลดลงครึ่งหนึ่ง]

ซางฮยอคสามารถท้าทายความรู้โบราณ 4 ชนิดไม่ใช่แค่ความรู้โบราณ 3 ชนิดเพราะสมญานามนี้ แม้ว่าเขาเขาจะมีความรู้โบราณ 4 ชนิดเขาก็ยังคงอัพเลเวลไวเท่ากับผู้ใช้ความรู้โบราณ 3 ชนิดเพราะสมญานามนี้

แน่นอนว่าเขารู้สึกกดดันเกี่ยวกับคาร์คาที่ต้องการเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า แต่เขามั่นใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างง่ายดายด้วยความรู้ที่เขามี

ในความความจริงแรงเกอร์ระดับสูงบางคนมีความรู้โบราณ 3 ชนิดในชีวิตก่อนของเขา

เขามาถึง ‘ห้องโถงวิญญาณ’ ในขณะที่เขาคิดอยู่ ห้องโถงวิญญาณตั้งอยู่ที่กลางเมืองที่ผู้คนสามารถมาถึงได้อย่าง่ายดาย

ขั้นตอนการประทับความรู้โบราณเป็นสิ่งที่เขาต้องใส่ความรู้โบราณในโพรงหลังจากที่สร้างโพรงที่ห้องโถงวิญญาณ

สำหรับความรู้โบราณนั้นสามารถ ‘เติบโต’ หรือ ‘เปลี่ยนแปลง’ ได้ แต่พวกมันทั้งคู่สามารถหาได้จากการทำเควสเท่านั้น ผู้เล่นควรเลือกความรู้โบราณอย่างระมัดระวัง

และผู้เล่นต้องตัดสินใจอย่างมากเกี่ยวกับจำนวนโพรงวิญญาณที่ต้องการเปิด มันไม่สามารถเปิด 1 โพรงและจะมาเปิดเพิ่มอีก 1 โพรงในภายหลัง

ผู้เล่นจะยอมแพ้และกลับมาที่เลเวล 10 ด้วยตนเองหากพวกเขาต้องการที่จะเปลี่ยนจำนวนโพรงวิญญาณหลังจากที่สร้างโพรงวิญญาณขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง

ในกรณีนี้ความรู้โบราณที่ติดตั้งมาก่อนหน้านี้จะหายไป ดังนั้นจึงไม่มีใครตัดสินใจที่จะทำเช่นนี้

แน่นอนว่ามันไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เปิดเผยอยู่และมันจะถูกเปิดเผยออกมาหลังจากลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง แต่นั่นไม่ใช่ซางฮยอคผู้ที่ย้อนเวลากลับมา

“นักเดินทาง ฉัยขออวยพรคุณด้วยพระแม่ธรณีผู้ยิ่งใหญ่”

NPC ที่อยู่ที่ห้องโถงวิญญาณอวยพรให้ซางฮยอคในขณะที่กล่าวถึงเทพที่เขานับถือ

‘โพรงวิญญาณ 4 โพรง… ขั้นสุดท้ายที่ฉันต้องทำคือใส่ความรู้โบราณ ฉันต้องตามหามันทีละชนิด’

ซางฮยอคทำให้โพรงวิญญาณทั้ง 4 โพรงเสร็จแล้วพยักหน้า

มีความรู้โบราณมากมายหลายชนิด ส่วนที่น่าสนใจคือความรู้โบราณมันมีการแบ่งระดับ แน่นอนว่าความรู้โบราณบางชนิดนั้นหายากและบางชนิดนั้นหาง่าย แต่มันไม่ใช่ตัวตัดสินระดับ

ถ้าผู้เล่นไปห้องสมุดขนาดใหญ่ในเมืองใหญ่ พวกเขาสามารถได้ความรู้โบราณอย่างง่ายดายและมันไม่ใช่ความรู้โบราณที่ไร้ประโยชน์ทั้งหมด

อย่างไรก็ตามความรู้โบราณสามารถเติบโตและเปลี่ยนแปลงได้ ผู้เล่นสามารถทำมันดีกว่าเดิมในระหว่างที่พวกเขาเล่นเกม

ยกตัวอย่างเช่น ‘ผู้พิทักษ์เหล็กไหล’ ซึ่งผู้เล่นได้ยกให้มันเป็นความรู้โบราณสำหรับแทงเกอร์ที่ดีที่สุดในอีก 5 ปีต่อจากนี้ ผู้พิทักษ์เหล็กไหลได้รับจากการเติบโตของ ‘ผู้พิทักษ์’

มันเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญในการเติบโตของความรู้โบราณใน EL ดังนั้นจึงมีผู้เล่นบางคนขายข้อมูลเหล่านี้เป็นอาชีพ

แน่นอนว่ามันเป็นไปได้ที่จะไม่มีความรู้โบราณ มันมีสกิลสองชนิดใน EL หนึ่งคือ ‘สกิลวิญญาณ’ ที่ได้จากความรู้โบราณ และสองคือ ‘สกิลพื้นฐาน’ ซึ่งใครก็สามารถได้รับมันมาได้โดยไม่ต้องมีความรู้โบราณ

จำนวนสกิลวิญญาณสามารถครอบครองได้อย่างไม่จำกัด แต่จำนวนสกิลพื้นฐานที่สามารถครอบครองขึ้นอยู่กับเลเวล

มันเพิ่มขึ้น 1 สกิล ทุกๆ 10 เลเวล EL ไม่ได้มีขีดจำกัดของเลเวลสูงสุดเพราะมันตั้งขึ้นมาเพื่อให้มีเลเวลเท่าไหร่ก็ได้ ดังนั้นมันยากที่จะเรียนรู้สกิลพื้นฐานใหม่เพราะยิ่งเลเวลสูงจำนวนคาร์มาที่ต้องใช้ก็ยิ่งสูงขึ้น

จบบทที่ ตอนที่ 7 เกม Eternal Life เปิดตัว (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว