เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 306 โบราณสถาน วังวารี

ตอนที่ 306 โบราณสถาน วังวารี

ตอนที่ 306 โบราณสถาน วังวารี


ครั้งสุดท้ายก่อนนั้น มันเป็นเรื่องที่ทำให้เย่ว์ปิงเหนื่อยหนักมากในการสำรวจเหวสิ้นหวังครั้งนั้น

ใยแมงมุมเหยียดยาวไม่มีที่สิ้นสุด, สัตว์ประหลาดงูต่างๆ ปีศาจอินทรี, ค้างคาวยักษ์, มดแดงไฟ, ตัวต่อปีศาจและอื่นๆ อีกมากที่ทำให้เย่ว์ปิงต้องระวังตัวหนัก

แต่หลังจากหาญกล้าท้าทายภารกิจผ่านด่านสิบสองนักษัตรและแข่งขันสุดยอดร้อยโรงเรียน, ช่วยเหลือมารดาของนาง, กลับปราสาทตระกูลเย่ว์เผชิญกับศึกใหญ่อย่างต่อเนื่อง ทำให้เย่ว์ปิงเติบโตขึ้นมาก เนื่องจากได้รับการสั่งสอนจากหยางด้วยความเอาใจใส่และได้รับรางวัลจากวิหารสิบสองนักษัตร พลังของเย่ว์ปิงจึงเหนือล้ำเย่คง, เจ้าอ้วนไห่และแม้แต่สามดาวเพชฌฆาตไปแล้ว

เสวี่ยทันหลางมีสัตว์อสูรที่เป็นดาวข่มตามธรรมชาติของอสูรของเย่ว์ปิงก็อาจจะมีพลังเหนือล้ำกว่านางเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นสมาชิกคนอื่นอย่างเฟิงชิซาและเหยียนพั่วจวิน พวกเขาพ่ายแพ้ราบคาบไม่มีทางได้เปรียบเลยในเมื่อนักรบพฤกษาของเย่ว์ปิงวิวัฒนาการเป็นขุนพลพฤกษาพันปี

ในเรื่องทักษะการต่อสู้ นอกจากเย่ว์หยางจะสอนให้แล้ว เสวี่ยอู๋เสีย, องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและสาวๆ นางอื่นก็ยังสอนประสบการณ์ให้กับนาง

ฝีมือของเย่ว์ปิงรุดหน้ายิ่งขึ้นเมื่อผ่านไปแต่ละวัน

เย่ว์หยางเป็นพี่ชายผู้รอบรู้ มักจะคิดหาวิทยายุทธที่เหมาะสมกับน้องสาวของเขามากที่สุด

หลังจากได้รับผลสะท้อนจากการแข่งขันสุดยอดร้อยโรงเรียนและผ่านการต่อสู้มามากมายหลายครั้ง เห็นได้ชัดว่า พลังของเย่ว์ปิงมีจุดเด่นที่ความคล่องตัวและพลังโจมตี ขนดราก, หนามพฤกษ์และพิษกล้าของนักรบพฤกษาของนางมีผลมาก ข้อบกพร่องประการเดียวก็คือ พลังป้องกันยังอ่อนอยู่ เย่ว์หยางเสนอว่าจะหาเกราะอะไรสักอย่างที่มีพลังป้องกันสูงให้นาง เหมือนเกราะที่สาวกิเลนสวมอยู่

น่าเสียดายที่สาวกิเลนยังคงระแวดระวังตัวต่อเย่ว์หยาง นางไม่ยอมให้เขาแตะต้องชุดของนาง มิฉะนั้นเย่ว์หยางก็อยากจะศึกษาชุดเทพของนางอยู่เหมือนกัน

มีเย่ว์หยางอยู่ข้างๆ นางและอี้หนานคอยสนับสนุนด้วยพลังจิตของนาง เย่ว์ปิงสั่งให้ขุนพลพฤกษาพันปีทั้งสองกำจัดขับไล่พวกอสูรสวะโดยรอบทั้งหมดโดยย่ำลึกเข้าไปในเหวต่อเนื่อง

นางพญากระหายเลือด ไม่จำเป็นต้องโจมตีอะไรเลย นางแค่คอยรวบรวมผลึกเวทและของมีค่าที่เหลือทิ้งไว้ข้างหลัง

สำหรับปีศาจดอกหนาม นางพยายามรีบวิวัฒนาการเป็นนางพญาดอกหนามมงกุฎทอง ตอนนี้นางอยู่ในระหว่างหลับลึก ดังนั้นศพจึงได้แต่ปล่อยให้เสียเปล่า

ตั๊กแตนมรณะบินวนเวียนอยู่ในอากาศ คอยขู่อสูรบินให้หนีไป

แม้ว่ามันจะยังไม่แข็งแกร่งเท่าแม่ของมัน แต่ปัจจุบันนี้ตั๊กแตนมรณะยังคงเป็นจ้าวอสูรทอง

ตั๊กแตนมรณะเพิ่งจะวิวัฒนาการเป็นอสูรทองระดับ 4 ยังไม่รู้วิธีซ่อนพลังปราณเหมือนกับนางพญากระหายเลือด ปราณของจ้าวอสูรทองแผ่กระจายรอบๆ ตัวมัน ขู่คุกคามพวกอสูรบินระดับต่ำในเหวมรณะจนหนีกระเจิง ทันทีที่พวกมันเห็นตั๊กแตนมรณะ

บนภาคพื้นดิน ยังคงมีอสูรสัตว์ประหลาดที่แตกต่างกันซึ่งเผ่นหนีทันทีที่พวกมันเห็นขุนพลพฤกษาพันปี

มีเพียงสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งอสูรทองแดงระดับ 6 และที่สูงกว่านั้น, จ้าวอสูรทอง, อาณาเขตของอสูรที่หิวกระหายอย่างเช่นมดแดงไฟที่มีปัญญาน้อยถึงจะกล้าเข้าทำร้ายขุนพลนักรบพฤกษา

“บึ้ม!”

งูเหลือมหงอนหลายตัวที่ตัวหนาพอๆ กับตุ่มใส่น้ำต่างก็ล้มตายภายใต้การโจมตีของขุนพลนักรบพฤกษาพันปีทั้งสอง

สาเหตุที่ทำให้พวกมันตายก็เพราะทักษะแฝงเร้นพิษร้ายและพิษยางน่องของเย่ว์ปิง

เนื้อของงูเหลือมหงอนมีขนาดหนามากและแข็งพอๆ กับเหล็ก มีหลายตัวจู่โจมเข้ามาพร้อมกัน ลำพังแค่ความสามารถของขุนพลพฤกษา แม้ว่าพวกมันจะเอาชนะได้ในที่สุด แต่พวกมันจำเป็นใช้เวลาที่นานขึ้น

พอเห็นว่านักรบพฤกษาประสบช่วงเวลาที่ยากลำบาก เย่ว์หยางลอบส่งเงาปีศาจยักษ์ของเขาไปช่วยนักรบพฤกษาทั้งสอง ด้วยการเพิ่มพลังจากเงาปีศาจยักษ์ของเย่ว์หยาง แม้ว่าขุนพลพฤกษาจะไม่ได้เพิ่มพลังมากเท่าเย่ว์หยางตอนที่เย่ว์หยางใช้งานเงาปีศาจยักษ์เอง แต่ความสามารถของพวกมันก็เพิ่มขึ้นอย่างน้อยสิบเท่า

พลังหมัดแข็งแกร่งถูกปล่อยออกเป็นชุด งูเหลือมหงอนถูกกระหน่ำจนกลายเป็นเนื้อแหลกเหลว

เย่ว์ปิงก็ยังคงใช้งานทักษะแฝงเร้นพิษร้ายของนางพร้อมกันไปด้วย พร้อมกับใช้ทักษะพิษยางน่องของนาง ทำให้การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว

พอเข้าไปถึงใจกลางเหวสิ้นหวัง ก็พบกับอสูรแข็งแกร่งอยู่ทั่วทุกที่ ในหนองน้ำและบึงก็จะมีจระเข้, งูเหลือมหงอน,ปลาหัวสุนัขและแมงมุมน้ำ ในท้องฟ้าจะมีค้างคาวยักษ์, อินทรีปีศาจและหมาไนปีศาจบิน ยิ่งกว่านั้นยังมีปีศาจคายน้ำปลอมตัวเป็นแอ่งน้ำอยู่ทั่วทุกที่

มีกระทั่งแมงป่องน้ำพิษและสุนัขทรายดูดที่ยากจะจัดการซ่อนตัวอยู่หลืบหิน

สุนัขทรายดูดเหล่านี้มองดูเหมือนแมงมุม แต่พวกมันมีหัวเป็นสุนัข

พวกมันไม่ได้ชักใยและไม่ได้ผลิตใยแมงมุม พวกมันเดินขวักไขว่เป็นจำนวนมาก พวกมันช้ามาก อย่างไรก็ตาม พวกมันดำลงในทรายได้รวดเร็วมาก พวกมันเชี่ยวชาญในการสร้างกับดักทรายดูดได้อย่างไร้ที่ติ ทันทีที่เหยื่อของพวกมันตกลงไปในกับดัก พวกมันจะโผล่ออกมาจากทรายดูดและจับเหยื่อกดลงในทรายดูดจนขาดอากาศ ก่อนที่เหยื่อของมันจะหลงเข้าไปในกับดัก พวกมันสามารถเลียนแบบสุนัขโดยเห่าหอนเหมือนสุนัขบาดเจ็บเพื่อหลอกล่อเหยื่อของพวกมัน

สุนัขทรายดูดแบบนี้เป็นอสูรที่เจ้าเล่ห์ ด้วยการใช้ทักษะญาณทิพย์ระดับ 5 เย่ว์หยางสามารถเห็นได้ว่าสุนัขทรายดูดความจริงก็คือร่างเปลี่ยนแปลงของค้างคาวนั่นเอง ไม่ใช่ทั้งแมงมุม ไม่ใช่ทั้งสุนัข

ปีกของพวกมันหดเล็กลง ไม่สามารถบินได้ กระดูกปีกวิวัฒนาการเป็นมือขุด

กรงเล็บทั้งสี่แต่เดิมมีการวิวัฒนาการและแยกออกเป็นแปด ดังนั้นพวกมันมองเผินๆ จึงดูเหมือนแมงมุม

ระดับของสุนัขทรายดูดเหล่านี้ยังต่ำ ส่วนใหญ่จะเป็นระดับสามัญ มีเพียงหยิบมือที่เป็นอสูรทองแดง แต่เย่ว์หยางไม่เคยเห็นระดับชั้นเงินมาก่อน

อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางรู้สึกว่าผลึกเวทของพวกมันมีคุณสมบัติพิเศษ เย่ว์หยางคิดว่าผลึกเวทเหล่านี้จากอสูรที่มีความสามารถแปลกนั้นเหมาะสมกับฮุยไท่หลาง, ภูตควันไฟและโคเงา เหตุผลเพราะผลึกเวทเหล่านี้มีพลังที่เป็นคุณสมบัติธาตุดินอยู่ภายใน

พูดให้ถูกก็คือ เป็นพลังเปลี่ยนคุณสมบัติดินให้เป็นทรายดูด

ถ้าเย่คงและเจ้าอ้วนไห่ใช้ผลึกเวทเหล่านี้ พวกเขาอาจมีความก้าวหน้าในทักษะแปลงร่างของพวกเขาก็ได้

เย่ว์หยางยังต้องการวิเคราะห์ผลึกเวทเหล่านี้และสร้างยาประเภทแปลงร่างขึ้นมา เนื่องจากความต้องการและเป้าหมายของเขาก็คือศึกษาผลึกเหล่านี้ เย่ว์หยางและสองสาวจึงฆ่าสุนัขทรายดูดไปมากกว่าร้อยและรวบรวมผลึกเวทไว้เป็นจำนวนมาก

พื้นที่ตอนกลางของเหวสิ้นหวังนั้นใหญ่มาก ไม่มีแผนที่ เย่ว์หยางทำได้แต่สำรวจไปทีละก้าว พวกเขาสำรวจลึกลงไป ก็กลับพบพื้นที่ลาดต่ำ

พื้นที่ส่วนใหญ่ผืนน้ำใหญ่ครอบคลุมไปหมด

น้ำที่เก็บกักอยู่ในทะเลสาบและน้ำตกจากหน้าผาสูงชันข้างหน้า ที่ด้านล่างของหน้าผามองไม่เห็นอะไรเลย

คนทั้งสามมาถึงขอบเหว ขุนพลพฤกษาก็ไม่สามารถไปต่อได้ สายน้ำตกปกคลุมขอบหน้าผาตลอดจนถึงด้านล่าง หยดน้ำนับไม่ถ้วนกระเซ็นอยู่ทั่วอากาศ ถ้าบางคนไม่มีอสูรบิน ก็คงไม่มีทางลงไปจนถึงด้านล่างได้หลังจากพยายามฝ่าม่านน้ำไปให้ได้ อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิด ไม่ต้องใช้กำลังขาอะไรเลยแม้แต่น้อย

แค่ปล่อยพลังปราณก่อกำเนิดของเขาบางส่วน เขาก็พาเย่ว์ปิงและอี้หนานลอยตัวลงไปข้างล่างได้ง่ายดาย นางพญากระหายเลือดและตั๊กแตนมรณะนำทางอยู่ข้างหน้าพวกเขา พยายามหาเส้นทางลัดที่เย่ว์หยางจำเป็นต้องบินผ่าน เพื่อช่วยประหยัดพลังปราณก่อกำเนิดของเขา

ก่อนหน้านี้ พวกเขาสามารถเห็นท้องฟ้าเบื้องบน แต่ตอนนี้หายไปแล้ว

พอลงมาได้หลายไมล์ ร่องท้องฟ้าได้หายไปโดยสิ้นเชิง และเหวกลับกลายเป็นมืดมิดยิ่งขึ้น ขณะที่พวกเขาลงลึกเรื่อยไป ก็ยิ่งมืดสนิท

สัตว์ประหลาดนับไม่ถ้วนเปล่งรังสีฆ่าฟันอยู่ในความมืด บางพวกก็ผลิตแสงออกมาล่อเหยื่อ ทันทีที่เหยื่อเข้าไปใกล้แสงพวกมัน พวกมันก็จะอ้าปากและกลืนกินเหยื่อทั้งตัว

แน่นอนว่า เหตุการณ์แบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นกับเย่ว์หยาง

ทันทีที่นักสู้ปราณก่อกำเนิดปรากฏตัว พวกอสูรทั้งหมดจะกลัวจนตัวแข็งและเก็บตัวอยู่เงียบๆ ด้วยความกลัว

มีอสูรเพียงไม่กี่ชนิดที่ไปหลบซ่อนไม่ทันเวลาและพยายามสู้เสี่ยงชีวิตของมัน แต่พวกมันก็ถูกนางพญากระหายเลือดและตั๊กแตนมรณะฆ่าตายอย่างง่ายดาย

เย่ว์หยางพาเย่ว์ปิงและอี้หนานเหินร่อนลงมาตามน้ำตกยักษ์ลึกถึงยี่สิบกิโลเมตร ในที่สุดเขาก็ตระหนักว่าก้นเหวลึกความจริงก็คือเหวมหาสมุทรน้ำจืดนั่นเอง

เย่ว์ปิงและอี้หนานไม่มีทักษะจักษุราตรีเหมือนเย่ว์หยาง ดังนั้นพวกนางไม่สามารถมองเห็นอะไรๆ ได้

พวกนางสามารถใช้ได้แต่มุกราตรีที่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนมอบให้พวกเขาและมองเห็นได้จำกัดแค่รอบๆ ตัวพวกเขา เมื่อพวกเขาเห็นว่ามีคลื่นทะเลสาบซัดเข้าหาฝั่งที่ด้านล่าง พวกเขาถึงกับตื่นเต้นใหญ่ พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าใจกลางเหวสิ้นหวังจะมีที่อย่างนี้ ในท้องฟ้ามีฟ้าแลบแปลบปลาบและฝนเริ่มตกหนัก ทั้งสองสาวสามารถมองเห็นสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ตัวหนึ่งอย่างเลือนลางบนผิวทะเล คอยาวของมันสามารถหมุนได้รอบ

ถ้ามีเพียงแค่ตัวเดียว พวกเขานางคิดว่าสัตว์ประหลาดนั่นก็คือเต่ามังกร

อย่างไรก็ตาม ยังมีสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์อีกเป็นสิบยืดคอยาวออกมาทันที ทำให้พวกนางตกใจมากจนต้องขอให้เย่ว์หยางไปจากที่นี้และไปหาตรงที่อื่นที่ไม่มีสัตว์ประหลาด

เมื่อเย่ว์หยางฆ่าปูยักษ์หมื่นปีในวิหารปูครั้งก่อน เขาได้รับมุกฟองอากาศจากร่างของมัน

มุกอากาศสามารถสร้างฟองน้ำที่ปกป้องผู้ใช้เมื่อลงไปใต้น้ำ ป้องกันผลกระทบจากแรงกดของน้ำ

ขณะเดียวกัน ทักษะที่เรียกว่า “หายใจใต้น้ำ” สามารถใช้งานได้วันละสามครั้งด้วยความสามารถของมุกฟองอากาศ ถ้าบางคนสามารถทนแรงกดใต้น้ำได้ เขาก็สามารถใช้ทักษะว่ายอยู่ใต้น้ำได้เหมือนปลา

นางพญากระหายเลือดและตั๊กแตนมรณะเป็นจ้าวเวหา แต่ความสามารถในการต่อสู้จะลดลงอย่างมากเมื่ออยู่ใต้น้ำ พวกเขาอาจถูกอสูรประเภทปลาระดับชั้นทองแดงฆ่าตายได้ง่ายๆ เมื่ออยู่ใต้น้ำ นี่คือพลังของอสูรที่เป็นดาวข่มตามธรรมชาติของพวกเขา ก็เป็นไปในทำนองเดียวกับเมื่อจ้าวอัคคีผู้แข็งแกร่งเผชิญหน้ากับเงือกวายุย่อมพบจุดจบที่น่าอนาถอย่างรวดเร็ว

ถ้ายักษ์แม็กม่าหรือมังกรบินแม็กม่าลงไปอยู่ในใต้น้ำแทน ก็ไม่จำเป็นต้องให้ศัตรูฆ่าพวกมัน มันจะฆ่าตัวมันเองตายทันที

ฉะนั้น นางพญากระหายเลือดและตั๊กแตนมรณะถูกเรียกกลับเข้าไปในคัมภีร์ จากนั้นเย่ว์หยางเรียกเสี่ยวเหวินหลีที่พอลงน้ำได้พวกอสูรโดยรอบก็พอกันแตกกระเจิดกระเจิง จากนั้น เธอเรียกเมดูซาศิลา, เงือกวายุและนาคาสายฟ้า ขณะที่ปีศาจอสรพิษน้ำแข็งไม่ได้ถูกเรียกออกมา บางทีเสี่ยวเหวินหลีคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องเรียกปีศาจอสรพิษน้ำแข็งในตอนนี้

เมดูซาศิลายังเรียกอสูรของตนเองออกมาด้วย ดังนั้นฉลามเสือทองซึ่งเพิ่งจะได้กินเนื้อแมงมุมหว่านแหอสูรชั้นทองระดับ 8 ที่เหลือและยังยกระดับขึ้นอีก จากนั้นนางสั่งให้มันทำงานทันที เปิดเส้นทางข้างหน้า

ทันทีที่อสูรทั้งสามเหล่านี้ซึ่งมีระดับจ้าวอสูรใต้น้ำปรากฏตัว อสูรสมุทรผู้หิวโหยจึงเผ่นกระเจิงทันที

แม่แต่ฉลามเสือทองก็ถือว่ามีพลังแข็งแกร่งในทะเลอยู่แล้ว

“พี่สาม! ท่านคิดว่าเต่ามังกรจะอยู่ในทะเลนี้หรือ?”

เย่ว์ปิงคิดว่า มหาสมุทรกว้างใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาจะหาเต่ามังกรพบได้อย่างไร?

“มันน่าจะอยู่นะ เราควรไปทางนี้ เดี๋ยว..ไปทางนั้นกัน!”

เย่ว์หยางรู้ว่าการค้นหาเต่ามังกรในมหาสมุทรก็เหมือนมองหาเข็มในกองฟาง ถ้ามันอยู่มาก่อน เขาคงไม่แข็งขืนใช้พลังมากเกินไป อย่างไรก็ตามหลังจากบรรลุพลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่ห้าแล้ว เขารู้สึกได้ลางๆ ถึงพลังชีวิตของสัตว์ผู้แข็งแกร่งที่นี่ อาจจะไม่ถูกต้องเต็มร้อย แต่เขารู้สึกว่าเขาสามารถกำหนดตำแหน่งของต่ามังกรได้

เย่ว์หยางใช้ทักษะ “หายใจใต้น้ำ” ตนเองอยู่ด้านนอกฟองน้ำ ขณะที่เย่ว์ปิงและอี้หนานซ่อนตัวอยู่ในฟองน้ำ

เมดูซ่าศิลาและนาคาสายฟ้าคอยคุ้มครองด้านหน้า ขณะที่นางเงือกวายุคอยควบคุมการไหลของน้ำให้เคลื่อนฟองน้ำไปข้างหน้าช้าๆ ตามหลังเย่ว์หยางไปติดๆ

เย่ว์หยางขี่หลังฉลามเสือทองบ่ายหน้าไปตามเส้นทางที่เขารู้สึกในใจ

เต่ามังกรที่ได้รับบาดเจ็บกำลังหลับอยู่ข้างหน้า

ดูเหมือนว่ามันจะแตกต่างจากสาวกิเลน ถ้าเป็นสาวกิเลน นางคงรู้สึกถึงการมาของตัวเขาตั้งแต่ระยะไกล นางสามารถส่งคลื่นความคิดมาขอความช่วยเหลือเมื่อนางยังถูกผนึกไว้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมันครอบครองมุกเต่าดำ พลังเดิมของมันต้องแข็งแกร่งมาก

พวกเขาล่วงลึกลงไป ก็มีอสูรสมุทรที่ดูน่าเกลียด ทรงพลังปรากฏตัวขึ้น มีแม้กระทั่งอสูรระดับทอง

เมื่อพวกมันมองเห็นเย่ว์หยาง พวกมันไม่ได้โจมตีเหมือนตามปกติทันที

พวกมันกลับรู้สึกได้ถึงอันตรายและหลบหนีไปไกล

เย่ว์หยางตั้งใจจะมองหาเต่ามังกรผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหลัก ดังนั้นเขาไม่ได้ไล่ตามฆ่าพวกมัน มิฉะนั้น เขาจะสามารถได้รับผลึกเวทชั้นทองอีกมาก

หลังว่ายน้ำมาอย่างรวดเร็วและเป็นเวลานาน พวกเขาก็ยังไม่สามารถพบอะไร

นอกจากนี้เย่ว์หยางยังเหนื่อยเล็กน้อยจากการใช้ความรู้สึกมาเป็นเวลานาน ดังนั้นเขาจึงหยุดพักชั่วขณะ เขารู้สึกว่าไม่มีความรู้สึกผิดปกติ แต่ไม่สามารถพบสถานที่อะไรเลย สองสาวยังคงเบื่อเล็กน้อยที่อยู่แต่ภายในฟองน้ำ ดังนั้นพวกนางจึงว่ายขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำและกินของขบเคี้ยวบางอย่าง

จากนั้นเย่ว์หยางคิดลองพยายามทำบางอย่าง เขาเรียกหนูธาตุน้ำออกมาแล้วพยายามเสี่ยงโชค เย่ว์หยางรู้สึกว่าแม้ว่าในมหาสมุทรนี้ จะมิใช่มหาสมุทรจริง แต่ก็ใหญ่พอๆ กับมหาสมุทรจริงๆ การสั่งให้หุ่นหนูค้นหาเต่ามังกรที่ได้รับบาดเจ็บในมหาสมุทรใหญ่อาจเป็นการตั้งความหวังไว้สูง

เขาแค่ต้องการลองดู ดังนั้นเขาจึงไม่ตั้งความหวังไว้มากนัก

คาดไม่ถึงเลยว่าหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง เมื่อเย่ว์หยางและสองสาวพักเสร็จแล้วและกำลังจะค้นหาต่อ คัมภีร์ของเย่ว์หยางก็พลิกหน้าเปิดขึ้นมาเอง หนูธาตุน้ำค้นพบบางอย่าง

มีคำว่า “ค้นพบวิหารสิ่งก่อสร้างโบราณใต้น้ำ” ปรากฏอยู่ในหน้าของคัมภีร์อัญเชิญ

“นี่เป็น..ไปไม่ได้..”

เย่ว์หยางเหงื่อตก เขาค้นหามากว่าครึ่งวัน ก็ยังเทียบไม่ได้กับหนูตัวน้อย รู้อย่างนี้ เขาคงสั่งให้หุ่นหนูไปค้นหาเต่ามังกรแล้ว มิฉะนั้นก็คงไม่ต้องใช้ความสามารถให้เปลืองพลัง

ภูตอัจฉริยะเย่ว์กงเป็นคนฉลาดสุดยอดผิดธรรมดาแน่นอน มีความลับมากแค่ไหนที่เย่ว์หยางสามารถขุดออกมาจากหุ่นหนูค้นสมบัติที่เขาสร้างขึ้นมา?

ที่มา : https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=326

จบบทที่ ตอนที่ 306 โบราณสถาน วังวารี

คัดลอกลิงก์แล้ว