- หน้าแรก
- กักตุนเสบี่ยงหมื่นล้าน รับวันสิ้นโลก
- บทที่ 8 ปฏิกิริยาจากทุกฝ่าย ภัยพิบัติเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 8 ปฏิกิริยาจากทุกฝ่าย ภัยพิบัติเริ่มต้นขึ้น
บทที่ 8 ปฏิกิริยาจากทุกฝ่าย ภัยพิบัติเริ่มต้นขึ้น
“เหอะ! ฉันว่าแล้วว่าเจียงอวี่มันเลือดเย็น! เวลาแบบนี้สิ่งที่ต้องการที่สุดคือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่เจียงอวี่ล่ะ! กลับเห็นแก่ตัวขนาดนี้!”
“ใช่แล้ว ต่อไปใครมีปัญหาอะไร เรามาช่วยกัน ใครมีเงินก็ออกเงิน ใครมีแรงก็ออกแรง!”
“ใช่ พอถึงเวลาที่เจียงอวี่มาร้องขอความช่วยเหลือ เราก็เอาคำพูดนี้คืนให้เขาไปเลย!”
“......”
หลังจากปิดแอปพลิเคชันเพนกวิน เจียงอวี่กำลังจะไปตรวจสอบที่หลบภัยต่อ แต่โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เจียงอวี่รับสาย ปลายสายมีเสียงหัวเราะของชายชราดังขึ้น
“เจ้าหนูเจียง วันสิ้นโลกแล้วนะ! จะมาหลบภัยที่บ้านฉันไหม?”
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของชายชรา เจียงอวี่ก็ยิ้มเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรครับ คุณปู่เฉิน ผมมีที่อยู่แล้ว! แต่ถ้าท่านมีปัญหาอะไร โทรหาผมได้เลยนะครับ ผมจะรีบไปช่วยทันที!”
เจียงอวี่กล่าว
“เจ้าหนูนี่ ยังดื้อเหมือนเดิมเลยนะ! ก็ได้ ในเมื่อนายไม่ยอม ฉันก็ไม่บังคับ มีอะไรก็โทรมาแล้วกัน!”
พูดจบก็วางสายไป
“ตาเฒ่าคนนี้!”
เจียงอวี่หัวเราะออกมา
คนที่โทรมาคือศาสตราจารย์ธรรมดาคนหนึ่งที่คอยให้ทุนการศึกษาแก่เจียงอวี่มาตลอด ตอนนั้นเจียงอวี่ที่เป็นเด็กกำพร้าพึ่งพาตัวเองจนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเมืองไห่ได้ แต่เพราะค่าเล่าเรียนแพง เขาจึงเลือกที่จะยอมแพ้
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนหลังไปช่วยศาสตราจารย์เฉินที่ลืมเอากระเป๋าเงินมาซื้อของ จนได้รับความเอ็นดูจากเขา หลังจากที่เขารู้เรื่องราวทั้งหมด ก็ได้ให้ทุนการศึกษาแก่เจียงอวี่ด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นเจียงอวี่คงต้องออกจากโรงเรียนไปทำงานหาเงินนานแล้ว!
ศาสตราจารย์คนนี้ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ทำดีกับเจียงอวี่มาตลอดหลายปี
ถึงแม้จะรู้แค่ว่าเขานามสกุลเฉิน มีแค่เบอร์โทรศัพท์และวีแชท แต่ข้อมูลอื่นๆ เจียงอวี่ไม่รู้เลยสักอย่าง
แต่เจียงอวี่ก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องรู้ ในเมื่อก็ไม่ใช่ญาติพี่น้องกัน เขาก็ช่วยให้ได้เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว จะไปรู้เรื่องเขามากมายทำไม แค่จำบุญคุณนี้ไว้ในใจก็พอ
รอจนกว่าจะประสบความสำเร็จ ค่อยไปตอบแทนบุญคุณก็ยังไม่สาย
อีกด้านหนึ่ง ภายในคฤหาสน์หรูหราแห่งหนึ่งในเขตชานเมืองไห่
เดินผ่านพุ่มไม้ที่หนาทึบ
ตลอดทางมีบอดี้การ์ดในชุดดำและกล้องวงจรปิดอินฟราเรดคอยจับตามองทุกอย่างในคฤหาสน์อย่างใกล้ชิด
ผ่านประตูเหล็กหนาขนาดมหึมาหลายบาน
มาถึงห้องที่ตกแต่งแบบโบราณ
หญิงสาวสวยในชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อนกำลังนวดไหล่ให้ชายชราอย่างเบามือ
“คุณปู่คะ เจียงอวี่ไม่ยอมมาเหรอคะ?”
หญิงสาวถามเสียงเบา
“ใช่แล้ว! เจ้าหนูนั่น ยังดื้อเหมือนเดิมเลยนะ!”
ชายชราถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“คุณปู่คะ หนูไม่เข้าใจเลย แค่เด็กจนๆ คนหนึ่ง ทำไมคุณปู่ถึงต้องใส่ใจเขาขนาดนี้ด้วยคะ?”
หญิงสาวไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคุณปู่ของตระกูลเฉินถึงได้มองเด็กจนๆ คนหนึ่งออกขนาดนี้
“หลานรัก! ต่อไปหลานจะเข้าใจเอง ความรู้สึกแบบนี้มันมหัศจรรย์มาก ตั้งแต่แรกเห็น ฉันก็รู้สึกได้ว่าคนอย่างเจียงอวี่ ถ้าไม่ทะยานขึ้นฟ้า ก็คงจะทะยานขึ้นสวรรค์ไปเลย
ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งภัยพิบัติ ยิ่งเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการทะลายข้อจำกัดบางอย่าง ถึงตอนนั้น บางทีตระกูลเฉินของเราอาจจะต้องพึ่งพาเขาในบางเรื่องก็ได้นะ!”
คุณปู่เฉินหัวเราะ
เมื่อได้ยินชายชราพูดเช่นนั้น ดวงตาที่เย็นชาและงดงามของหญิงสาวก็ฉายแววดูถูก
“พึ่งพาเขา? เป็นไปได้ยังไง”
ขณะที่กำลังคิด หญิงสาวก็นึกถึงดวงตาที่ดื้อรั้นของเจียงอวี่
หลังจากวางสายจากศาสตราจารย์เฉิน เจียงอวี่ก็เปิดดูรายชื่อผู้ติดต่ออีกครั้ง และพบเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ได้โทรมาครึ่งปีแล้ว
ไม่นานก็มีคนรับสาย ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงที่ดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย
“ฮัลโหล? เสี่ยวอวี่เหรอ?”
เมื่อได้ยินเสียงจากปลายสาย ใบหน้าของเจียงอวี่ก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“ผมเองครับ! ป้าจาง ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างครับ?”
“สบายดีจ้ะ ไอ้เด็กคนนี้ ครึ่งปีแล้วยังไม่โทรมาหาป้าเลย!”
“ผมสบายดีครับ ป้าจาง ผมสบายดี แล้วทางนั้นเป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้ไม่ค่อยสงบเท่าไหร่!”
“ป้าเห็นข่าวแล้ว ถึงจะไม่รู้ว่ารุนแรงแค่ไหน แต่ตอนนี้เราก็เตรียมเสบียงกันแล้ว แล้วทางนั้นล่ะ? มีปัญหาอะไรไหม?”
“ผมสบายดีครับ ผมมีที่หลบภัยแล้ว ว่าแต่ป้าจาง พวกท่านมาอยู่ด้วยกันไหมครับ! ที่นี่ใหญ่มาก ใหญ่พอที่ทุกคนจะมาอยู่ได้สบายๆ เลย!”
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ เรามีทั้งเด็กทั้งครูรวมกันเป็นร้อยคน เราดูแลตัวเองได้ แล้วแถวนี้ก็มีที่ทำการของทางการอยู่ใกล้ๆ ด้วย แต่เธอน่ะ ตัวคนเดียว ไม่มีใครดูแล ถ้าทนไม่ไหวก็กลับมานะ ที่นี่อาจจะไม่มีอาหารเลิศหรู แต่ก็พอให้อิ่มท้องได้แน่นอน แต่เธอต้องทำงานนะ!”
ปลายสายมีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้น
“ครับ ผมเข้าใจแล้ว ป้าจาง! ผมโอนเงินเข้าบัญชีให้แล้ว พวกท่านเอาไปใช้ก่อนนะ! จะกักตุนเสบียงไม่มีเงินได้ยังไง!! แค่นี้ก่อนนะครับ! ผมยังมีธุระต้องไปทำก่อน สวัสดีครับ!”
“เอ๊ะ เธอ...”
“ตู้ด ตู้ด ตู้ด....”
ในเมืองชิงซึ่งอยู่ติดกับเมืองไห่ ภายในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง หญิงวัยกลางคนร่างผอมกำลังมองโทรศัพท์ที่ถูกวางสายไปแล้วด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจนปัญญา
“เฮ้อ เด็กคนนี้ ไม่เคยทำให้คนอื่นสบายใจเลย”
ป้าจางหัวเราะอย่างจนปัญญา
“ป้าจาง ดูนี่สิคะ ทำไมในบัญชีของเราถึงมีเงินเข้ามาหนึ่งล้าน....”
“อะไรนะ?!!”
ป้าจางตกใจมาก แล้วก็มองโทรศัพท์ด้วยใบหน้าที่ตกตะลึง ผ่านไปสักพักถึงจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เธออย่าทำอะไรโง่ๆ นะ....”
หลังจากวางสาย เจียงอวี่ก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
ป้าจางชื่อเต็มว่าจางซู่ซู่ เป็นผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าชื่อว่าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแสงตะวัน ตอนที่เจียงอวี่ยังเป็นเด็กอายุสี่ห้าขวบก็กลายเป็นเด็กกำพร้า และถูกจางซู่ซู่รับเลี้ยงไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จนกระทั่งวันที่เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เจียงอวี่ถึงได้ลาจากพวกเขามาเรียนที่มหาวิทยาลัยในเมืองไห่
เดิมทีเจียงอวี่อยากจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเมืองชิง แต่จางซู่ซู่คิดว่าในเมื่อคะแนนถึง ก็ควรจะมาเรียนที่มหาวิทยาลัยในเมืองไห่
เรื่องค่าเล่าเรียนพวกเขาก็จะช่วยหาทางออกให้ แต่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็มีเงินทุนไม่มากนัก แค่ค่าอาหารของเด็กๆ หลายสิบคนกับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่มาเป็นครั้งคราวก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยแล้ว
ถ้าหากบวกค่าเล่าเรียนของเจียงอวี่เข้าไปอีก ก็ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่
เจียงอวี่ไม่อยากให้ตัวเองเป็นภาระของคนอื่น จึงตัดสินใจจะออกไปทำงานหาเงิน
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนหลังได้พบกับศาสตราจารย์เฉิน เจียงอวี่คงต้องยอมแพ้อย่างไม่มีทางเลือก
เดิมทีเจียงอวี่อยากจะรับพวกเขามาอยู่ที่ที่หลบภัยโดยตรง แต่ป้าจางไม่ยอม เขาก็ไม่สามารถบังคับทั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาได้ จึงตัดสินใจให้เงินโดยตรง เพื่อให้พวกเขารวบรวมเสบียง อย่างน้อยก็มีอาหารและน้ำดื่มที่เพียงพอ
อีกทั้งในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ายังมีโกดังใต้ดินขนาดไม่เล็ก และยังอยู่ใกล้กับที่ทำการของทางการ ทางการย่อมไม่ปล่อยให้สถานที่แบบนี้ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน ดังนั้นระดับความปลอดภัยจึงไม่ต่ำ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาเดียว ห้าวันก็ผ่านไป เทศกาลตรุษจีนก็มาถึง
ถึงแม้จะเป็นวันตรุษจีน แต่ก็ไม่มีบรรยากาศของเทศกาลตรุษจีนเลย
ทุกคนต่างก็อยู่ในสถานที่ที่ตัวเองคิดว่าปลอดภัยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล รอคอยให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ
เจียงอวี่อยู่ในห้องพักหรูหราของตัวเอง กินกุ้งมังกร หอยเป๋าฮื้อ สเต็กเนื้อ สเต็กแกะ ดื่มเครื่องดื่มและไวน์แดง
ในขณะเดียวกัน ตรงหน้าเขาก็มีหน้าจอขนาดมหึมา
บนหน้าจอคือนาฬิกานับถอยหลังการชนของอุกกาบาตที่ทางการตั้งไว้
[จบบท]