เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 175 โวลเดอมอร์ ข้าจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม

บทที่ 175 โวลเดอมอร์ ข้าจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม

บทที่ 175 โวลเดอมอร์ ข้าจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม


แฮร์รี่รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นงู คืบคลานผ่านถ้ำคดเคี้ยวเปียกชื้นอย่างเงียบเชียบ

ในภาพที่แคบและพร่ามัวนั้น มีพ่อมดลึกลับยืนอยู่ และไม่ไกลกันนัก พ่อมดอีกคนที่มีผิวซีดเผือด นอนทรุดอยู่กับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขามองพ่อมดลึกลับราวกับกำลังจะตาย

“ข้าจะทำ..เคราช์…ข้าจะทำแน่นอน” เสียงของพ่อมดคนนั้นแทบจะเป็นการขอร้อง

“แน่นอนว่าแกต้องทำ คาร์คารอฟฟ์ ไม่งั้นก็เตรียมตายได้เลย” พ่อมดที่ชื่อเคราช์พูดเสียงเย็นยะเยือก และไม่รู้ทำไม แฮร์รี่ถึงรู้สึกว่าหน้าตาของเขาดูคุ้นตาอย่างประหลาด คล้ายคนที่เขาเคยรู้จักมานานแล้ว

แต่เขาก็มั่นใจว่าไม่เคยเห็นหน้า หรือได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย

ขณะที่แฮร์รี่กำลังงุนงง บาร์ตี้ในภาพนิมิตก็กระชากไม้กายสิทธิ์แทงอากาศลงไปทางหัวใจของคาร์คารอฟฟ์

“ครูซิโอ!”

คาร์คารอฟฟ์ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น ร่างเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

แฮร์รี่รู้สึกอึดอัดสุดขีด แผลใจจากตอนโดนจ้าวแห่งศาสตร์มืดทรมานในปราสาทลุค วูดยังตามมาหลอกหลอน! ราวกับทั้งร่างกำลังถูกมีดร้อน ๆ เฉือนซ้ำไปซ้ำมาเจ็บปวดอย่างสุดจะทน!

แต่แล้ว เขาก็ได้ยินบางอย่างที่ทำให้ลืมความเจ็บปวดไปหมด

“แกเป็นคนแจ้งจับข้าใช่มั้ย?” บาร์ตี้ถามด้วยแววตาเย็นเฉียบ “บอกว่าข้าใช้ครูซิโอทรมานพวกลองบัตทอม?”

ลองบัตทอม?

เขานึกถึงเพื่อนรูมเมตแก้มยุ้ยอย่าง เนวิล ลองบัตทอม ขึ้นมาทันที  แล้วจู่ ๆ ก็รู้ตัวว่า... เขาไม่เคยได้ยินเนวิลพูดถึงพ่อแม่ตัวเองเลย

บาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยความแค้นอย่างมหาศาล ร่ายคาถาครูซิโอใส่คาร์คารอฟฟ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะความจริงคือเขา ไม่ได้ เป็นคนทรมานครอบครัวลองบัตทอม คาร์คารอฟฟ์แค่ยัดข้อหาให้เพื่อจะลดโทษตัวเอง

แน่นอน..สำหรับคนแบบบาร์ตี้ ถึงไม่มีเหตุการณ์นี้ เขาก็คงได้ไปนั่งตะรางอยู่ดี

บาร์ตี้ร่ายคาถาติด ๆ กันหลายดอก คาร์คารอฟฟ์ดูเหมือนจะอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด ใบหน้าซีดขาว ตาลอย น้ำลายฟูมปาก ร่างกายกระตุกไม่หยุด

แล้วทันใดนั้น เสียงหนึ่งที่แฮร์รี่คุ้นหูอย่างรุนแรงก็ดังขึ้น แต่เขานึกไม่ออกว่าเป็นของใคร

“พอเถอะ บาร์ตี้ ถ้าแกทรมานมันจนตาย แผนเราก็พังหมดน่ะสิ”

พ่อมดอีกคนที่แฮร์รี่ไม่เคยเห็นมาก่อนเดินเข้ามา ไม่ว่าเขาเป็นใคร แฮร์รี่ก็แน่ใจอย่างน้อยอย่างหนึ่ง… พวกนี้ต้องกำลังวางแผนอะไรชั่วร้ายแน่นอน

เขาอยากฟังต่อให้ชัด ๆ กว่านี้ แต่ทันใดนั้น พ่อมดที่เพิ่งโผล่มาก็หันขวับมาทางเขา เหมือนรู้ตัวว่ามีคนแอบฟังอยู่

ดวงตาเรียวยาวเหมือนงูของเขา...สบกับสายตาแฮร์รี่ตรง ๆ ผ่านความฝันนั้น

“แฮร์รี่ พอตเตอร์...”

แฮร์รี่รู้สึกเหมือนแผลเป็นบนหน้าผากถูกผ่าออกด้วยขวานอย่างรุนแรง เขาสะดุ้งตื่น ลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความมืด นั่งพรวดขึ้นมาพร้อมกับหอบหายใจถี่

“นายเป็นอะไรไป?” รอนได้ยินเสียงขยับเลยงัวเงียลุกขึ้นมานั่ง “ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ?”

“อือ ฝันว่ามีคนโดนทรมานอยู่ในถ้ำ” แฮร์รี่พูดพลางกุมหน้าผากไว้

ตอนนั้นเอง เพื่อนในหออีกสามคนก็ตื่นขึ้นมาด้วย

“นี่มันกี่ครั้งแล้วเนี่ย... ฉันว่านายควรหาโอกาสคุยกับเขาสักทีนะ” รอนเสนอขึ้นมา เขาไม่ได้พูดตรง ๆ แต่แฮร์รี่รู้ว่า ‘เขา’ ที่ว่าคือ ไซรัส

แต่แฮร์รี่ก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันที่จะไปกวนไซรัสบ่อย ๆ

“ฉันว่านายแค่ฝันไปแหละ” ดีนซึ่งมาจากโลกมักเกิ้ลพูด แม้เขาจะเป็นพ่อมดแล้วแต่ก็ยังไม่ค่อยอินกับเรื่องเหนือธรรมชาติเท่าไหร่ “กลับไปนอนเถอะ แฮร์รี่ อย่าลืมว่าพรุ่งนี้มีวิชาปรุงยา”

จริง ๆ แล้ว มันฝันหรือไม่ฝันก็พิสูจน์ได้ไม่ยาก

สายตาแฮร์รี่หันไปมอง เนวิล ที่ยังงง ๆ อยู่ เพราะปกติแล้ว ถ้าไม่ใช่ผู้หยั่งรู้ คนเราจะไม่ฝันถึงสิ่งที่ตัวเองไม่รู้จักเลย แม้แต่คนแปลกหน้าในฝันก็มักเป็นคนที่เราเคยเห็นแต่ไม่จำหน้าตาได้

ซึ่งแฮร์รี่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับพ่อแม่ของเนวิล แค่ลองถามดู ก็จะรู้แล้วว่ามันคือฝันจริงรึเปล่า

แต่เขาก็พูดไม่ออก…

เนวิลไม่เคยพูดถึงพ่อแม่เลย ถ้าฝันเมื่อคืนเป็นเรื่องจริง มันจะกลายเป็นบาดแผลใจใหญ่สำหรับเนวิลแน่ ๆ

“ฉันไม่เป็นไร กลับไปนอนกันเถอะ” แฮร์รี่นอนลงอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้เลย

บางทีรอนอาจพูดถูก...

เขาควรจะพูดถึงเรื่องพวกนี้ออกไปบ้าง ไม่ว่าจะกับคุณไซรัส หรือศาสตราจารย์ใหญ่ดัมเบิลดอร์ คนไหนก็ได้ทั้งนั้น

แค่...

‘พวกเขาจะคิดว่าฉันคิดมากรึเปล่านะ?’ แฮร์รี่เริ่มกังวล

กลัวไปสารพัดเพราะแค่ฝันเนี่ย ดัมเบิลดอร์กับคุณไซรัสจะมองว่าเขาขี้ขลาดรึเปล่านะ? หรือควรไปคุยกับคนอื่นก่อนดี?

แฮร์รี่คิดถึง ซีเรียส ขึ้นมาก่อนเลย แต่ซีเรียสมาสอนที่ฮอกวอตส์แค่ไม่กี่วันตอนสิ้นเดือน นอกนั้นก็ไม่เจอเลย

จากนั้นเขาก็นึกถึง ลูปิน

ลูปินน่ะ ถ้าไม่นับว่าไม่ใช่พ่อทูนหัว ก็คือใกล้เคียงมากแล้ว แฮร์รี่รู้สึกสนิทกับเขามาก

เขาคิดวนไปทั้งคืน และพอเข้าเรียนตอนเช้า พร้อมกับรอยคล้ำใต้ตาหนาเตอะ สมองเขาก็ยังวนเวียนอยู่กับฝันเมื่อคืนอยู่ดี แถมเขายังจำรายละเอียดในฝันได้ทุกอย่างชัดเจนจนแทบจะไม่เหมือนความฝัน

รอนเล่าเรื่องนี้ให้เฮอร์ไมโอนี่กับจินนี่ฟังแล้วตั้งแต่เช้า ทั้งสองคนก็เสนอให้แฮร์รี่ไปคุยกับไซรัสเลย จินนี่ถึงขั้นหยิบปากกามาเตรียมเขียนไดอารี่แล้วด้วย แต่แฮร์รี่ก็ห้ามไว้ก่อน

“ก็แค่ฝัน” เป็นประโยคที่แฮร์รี่พูดบ่อยที่สุดทั้งเช้านั้น

ตอนนี้ หลังจากโดนทรมานในคาบปรุงยาเสร็จ สามคนก็ลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ส่วนความเหนื่อยจากการไม่ได้นอนทั้งคืน ก็เล่นงานแฮร์รี่เหมือนงูเหลือมพันร่าง

เขาเดินโซเซ เปลือกตาหนักอึ้ง ง่วงแทบจะหลับคาห้องโถง

แต่พอเดินเลี้ยวมุมทางเดิน ก็ชนเข้ากับใครบางคนเข้าเต็มแรง หนังสือที่ถืออยู่ในมือหล่นกระจายเต็มพื้น

“ขอโทษครับ”

“ไม่เป็นไรเลย” เสียงนุ่มนวลตอบกลับ ก่อนที่คนตรงหน้าจะโบกไม้กายสิทธิ์เบา ๆ

หนังสือที่กระจายอยู่ก็กระโดดกลับมาเข้าอ้อมแขนแฮร์รี่ทีละเล่ม

“ศาสตราจารย์ลูปิน?”

“ดูเหมือนนายจะเหม่ออยู่นะ แฮร์รี่ แถมใต้ตาก็ดำมากเลย เป็นอะไรไปรึเปล่า?” ลูปินถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในแววตา

แฮร์รี่ส่ายหัว ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่มีอะไรครับ แค่ฝันร้ายติดกันมาหลายคืน”

“ฝันร้าย? แล้วฝันเหมือนกันทุกคืนไหม?”

สีหน้าของลูปินเปลี่ยนไปทันที แววตาเต็มไปด้วยความกังวล ราวกับเรื่องนี้ร้ายแรงมาก

แฮร์รี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดตรง ๆ  “ไม่เหมือนครับ บางวันฝันถึงงู บางวันฝันถึงเด็กทารก แล้วเมื่อคืนฝันถึงพ่อมดชื่อเคราช์กับอีกคนชื่อคาร์คารอฟฟ์ แต่ที่เหมือนกันคือ ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา แผลที่หน้าผากผมจะปวดจี๊ดเลยครับ!”

พอพูดจบ แฮร์รี่ก็มองลอดแว่นขึ้นไปสบตากับลูปินอย่างระมัดระวัง แล้วก็เป็นไปตามคาด สีหน้าของลูปินจริงจังสุด ๆ สีหน้าที่แฮร์รี่ไม่รู้จะอธิบายว่ายังไงดี

“นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะ แฮร์รี่” ลูปินพูดเสียงจริงจัง “งูเป็นสัญลักษณ์ของบ้านสลิธีริน แล้วก็เป็นสัญลักษณ์ของ...จ้าวแห่งศาสตร์มืดด้วย และพ่อมดที่ชื่อนายคาร์คารอฟฟ์ก็เคยเป็นผู้เสพความตายมาก่อน!”

“ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวนะครับ...เคราช์ก็ด้วย” แฮร์รี่รีบเสริม

“เคราช์?” ลูปินทำหน้าฉงนแบบพอดิบพอดี “งั้นนายอาจจะจำผิดนะ ฉันรู้จักเคราช์คนเดียวเอง เขาเคยเป็นหัวหน้ากรมบังคับใช้กฎหมายเวทมนตร์ และเขาเด็ดขาดกับผู้เสพความตายมาก ถึงขั้นส่งลูกชายตัวเองไปอัซคาบันเลยด้วยซ้ำ”

ลูปินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ เลย

“ลูกชายเหรอครับ?” แฮร์รี่นึกเปรียบเทียบอายุของคนที่เขาเห็นในความฝันเมื่อคืน แล้วก็คิดว่า ไม่น่าใช่คนเดียวกันกับที่ลูปินพูดถึง

“เอาเป็นว่า ฉันว่านายควรไปพักที่ห้องทำงานฉันก่อนดีมั้ย? เดี๋ยวฉันชงชา หรือกาแฟให้นายสักแก้ว ไม่งั้นคงไม่มีแรงเรียนคาบบ่ายแน่ ๆ”

“ขอบคุณครับ” แฮร์รี่ตอบรับทันที

จริง ๆ แล้วเขาไม่มีคาบเรียนช่วงบ่ายด้วยซ้ำ กลับไปนอนก็ได้ แต่เขากลัวว่าถ้าหลับ จะฝันแบบเดิมอีก

ยิ่งไปกว่านั้น เขารู้ตัวว่า...เขาอยากได้ใครสักคนไว้ระบาย และสำหรับแฮร์รี่ ลูปินคือคนที่เหมาะที่สุด อ่อนโยน รับฟังเก่ง ไม่เคยดูถูกใคร

เวลาบอกคนอื่น แฮร์รี่มักจะกลัวว่าอีกฝ่ายจะหาว่าเขาทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เขากลัวจะทำให้คนผิดหวัง

แต่ลูปินไม่เคยเป็นแบบนั้น

สองคนเดินไปที่ห้องทำงานของลูปิน ไม่รู้ทำไม แฮร์รี่รู้สึกว่าบรรยากาศในห้องมันเย็นกว่า และมืดกว่าตอนที่เขาเคยมาครั้งก่อน

ลูปินส่งแก้วกาแฟร้อน ๆ ให้ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ สีหน้าดูคลุมเครือเล็กน้อย

แฮร์รี่รับแก้วกาแฟมาจิบ แล้วกำลังจะเริ่มพูด แต่กล่องเก่าข้างตัวลูปินก็ขยับขึ้นมากระทันหัน ตึง! เหมือนมีอะไรบางอย่างด้านในกำลังดิ้น อยากจะหลุดออกมา

แฮร์รี่สะดุ้งเฮือก

“ไม่ต้องตกใจไป แฮร์รี่” ลูปินยื่นมือไปกดกล่องไว้ พร้อมร่ายคาถาเบา ๆ พอคาถาสะกดเสร็จ สิ่งที่อยู่ข้างในก็สงบลงทันที

“ข้างในมีของอันตราย นายไม่ควรดูมันดีกว่า”

เขาดันกล่องไปอีกด้านหนึ่งอย่างเงียบ ๆ จนพ้นจากสายตาแฮร์รี่

“สัตว์วิเศษเหรอครับ? ไม่ใช่มนุษย์หมาป่านะ?” แฮร์รี่แหย่แบบขำ ๆ

เพราะในฐานะอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่ดีที่สุดในรอบสามปีที่ผ่านมา ลูปินชอบพานักเรียนฝึกกับพวกสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์ เช่น บ็อกการ์ต กรินดีโลว์ อะไรทำนองนั้น

บางเรื่องอาจจะพื้นฐานไปหน่อย แต่ก็ช่วยชดเชยช่องว่างที่พวกเขาขาดเรียนมาในช่วงสองปีได้ดี

“บางทีนายอาจจะเดาถูกแล้วก็ได้นะ” ลูปินตอบยิ้ม ๆ แต่ก็ไม่คิดจะเปิดกล่องให้ดู

“เอาล่ะ มาคุยเรื่องของนายดีกว่า แผลเป็นที่หน้าผากนายถูกทิ้งไว้โดยจ้าวแห่งศาสตร์มืด ถ้ามันเจ็บ แสดงว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น นายเคยเจ็บแบบนี้มาก่อนรึเปล่า?”

แฮร์รี่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบทันที “ตอนปีหนึ่งครับ….จ้าวแห่งศาสตร์มืด”

“ขอโทษครับ!”

เขาพูดชื่อตามปกติ แต่จู่ ๆ ลูปินก็ตาเบิกโพลง ตัวสะดุ้งเล็กน้อย

แฮร์รี่คิดว่าอาจารย์เองก็กลัวชื่อ ‘โวลเดอมอร์’ เหมือนคนอื่น ๆ ก็เลยรีบขอโทษ

“ไม่ต้องขอโทษหรอก แฮร์รี่ ฉันว่าที่นายพูดก็ถูกแล้ว มันก็แค่ชื่อ เราไม่ควรกลัวมันขนาดนั้น” ลูปินพูดเสียงเบา

“นายกล้าหาญมากเลยนะ กล้ากว่าคนส่วนใหญ่ซะอีก!”

แฮร์รี่ยิ้มกว้างทันทีที่ได้รับคำชม เขาเล่าต่อทันที

“ตอนปีหนึ่ง โวลเดอมอร์สิงอยู่หลังหัวของศาสตราจารย์ควีเรลล์ แล้วพอเขามองผมด้วยด้านหลังหัว แผลผมก็จะเจ็บ

แล้วตอนปีสอง...“แฮร์รี่เว้นจังหวะเล็กน้อย”...เป็นตอนที่คุณไซรัสควบคุมบาซิลิสก์ครับ”

“ไซรัสกับจ้าวแห่งศาสตร์มืดมีสายสัมพันธ์บางอย่างสินะ?” ลูปินพึมพำ

“ดูเหมือนว่าแผลของนายจะมีปฏิกิริยาเฉพาะกับโวลเดอมอร์ ฉันว่าน่าจะมีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น เรื่องนี้ต้องจริงจังแล้ว”

ลูปินเดินวนในห้องอย่างเคร่งเครียด สีหน้าเหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง

“เอาแบบนี้ดีไหม...สุดสัปดาห์นี้ นายมาหาฉัน เราจะลองหาทางจัดการกับแผลเป็นก่อน ถ้าฉันแก้ไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องบอกดัมเบิลดอร์ หรือไม่ก็ไซรัส ฉันจำได้ว่าเขาเป็นเพื่อนนายใช่ไหม?”

“โอเคครับ!” แฮร์พยักหน้าแรงทันที

ข้อเสนอของลูปินเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเขาเลย

หลังจากนั้น แฮร์รี่ก็ออกจากห้องไป เหลือไว้เพียงลูปิน...หรือจะเรียกว่า บาร์ตี้ อยู่ในห้องเพียงลำพัง

“เป็นไปตามที่นายท่านบอกไม่มีผิด แฮร์รี่เห็นเหตุการณ์เมื่อคืนหมดแล้ว...”

สีหน้าของเขามืดมน ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

แต่ไม่นาน บาร์ตี้ก็สะบัดความคิดพวกนั้นทิ้ง แล้วหยิบวัตถุขนาดเล็กชิ้นหนึ่งออกมา ชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่วัตถุนั้นเรืองแสงสีฟ้าอ่อนทันที และสั่นไหวเหมือนเหรียญที่ลอยกลางอากาศ

……..

จ้าวแห่งศาสตร์มืดโวลเดอมอร์ได้กลับมาจากฝรั่งเศสแล้ว

แม้ว่าเขาจะอยากยึดฝรั่งเศสไว้เป็นฐานที่มั่นของตนใจแทบขาด แต่ตอนนี้การคืนชีพคือสิ่งสำคัญที่สุด ฝรั่งเศส…ค่อยว่ากันทีหลัง

อย่างน้อยก็ต้องฟื้นคืนร่างก่อน แล้วค่อยไล่ล่าพลังเวทโบราณ!

เวลานี้ เขาได้ละทิ้งร่างของบาร์ตี้คนเก่าแล้ว กลับคืนสู่ร่างทารกอีกครั้ง

คาร์คารอฟฟ์กำลังอุ้มเด็กทารกใบหน้าเหมือนงูที่น่าสะพรึงกลัวราวกับปีศาจ ใครจะไปคิดว่าเจ้าตัวเล็กไร้ทางสู้คนนี้ จะเป็นจ้าวแห่งศาสตร์มืดผู้โด่งดังไปทั่วโลกเวทมนตร์?

แค่ยื่นมือออกไป คาร์คารอฟฟ์ก็สามารถบีบคอเจ้าทารกจนตายได้อย่างง่ายดาย

แต่เขาไม่กล้า…เพราะบาร์ตี้ร่ายคาถาฟิเดลิอุสไว้กับเขา ถ้าเขาคิดทรยศขึ้นมาแม้เพียงนิดเดียว ความตายจะตามมาในทันที การยอมถวายเนื้อหนังให้กับจ้าวแห่งศาสตร์มืดอย่างภักดี ยังพอมีโอกาสได้มีชีวิตรอดบ้าง

“ไม่ต้องห่วง คาร์คารอฟฟ์ ข้าจะจดจำบุญคุณของแกเอาไว้” โวลเดอมอร์เอ่ยเสียงแผ่วเบา

แต่คาร์คารอฟฟ์กลับไม่ซาบซึ้งเลยแม้แต่น้อย

ชื่อเสียงด้าน ‘ความน่าเชื่อถือ’ ของจ้าวแห่งศาสตร์มืดโวลเดอมอร์นั้น…พอ ๆ กับเจ้าแห่งแสงเลยทีเดียว

“จำไว้นะคาร์คารอฟฟ์พอบาร์ตี้จับตัวแฮร์รี่ได้เมื่อไหร่ ก็เอาสร้อยคอเส้นนั้นกับข้าใส่ลงไปในหม้อใหญ่พร้อมกันเลย” โวลเดอมอร์ย้ำกับเขาอีกครั้ง

เดิมทีเขาไม่ได้คิดจะนำวิญญาณในฮอร์ครักซ์กลับเข้าร่าง เพราะสร้อยคอของสลิธีรินนั้นอาจจะเป็นประกันชีวิตชิ้นสุดท้ายของเขา

แต่เหตุการณ์เมื่อคืน ทำให้เขาเริ่มสงสัยว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจเป็นฮอร์ครักซ์อีกชิ้นที่เขาสร้างโดยไม่ได้ตั้งใจในตอนฆ่าลิลี่ ถ้าใช่ล่ะก็ ถือว่าเป็นข่าวดี เพราะตราบใดที่แฮร์รี่ไม่ตาย เขาก็จะไม่มีวันตายเช่นกัน

และเมื่อฆ่าดัมเบิลดอร์ได้เมื่อไหร่ เขาก็จะแยกวิญญาณสร้างฮอร์ครักซ์ใหม่ได้อย่างง่ายดาย แล้วค่อยฆ่าแฮร์รี่ทิ้ง

แม้ลำดับจะสลับกันบ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา

ความล้มเหลวเมื่อสิบสองปีก่อน ทำให้โวลเดอมอร์เข้าใจว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ไม่ใช่คนพิเศษอะไรเลย เขาไม่ได้แพ้ให้กับแฮร์รี่ และก็ไม่ได้แพ้ให้กับลิลี่ด้วยซ้ำ แต่แพ้ให้กับพลังของเวทโบราณต่างหาก

มองจากมุมนี้แล้ว แฮร์รี่ก็ไม่มีความสำคัญอะไรเลย ยกเว้นเพียงว่าเขาจะช่วยให้โวลเดอมอร์คืนชีพได้ก็เท่านั้น

เขามองไปยังหม้อขนาดใหญ่ที่กำลังเดือดพล่าน สายตาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน

“ข้าจะกลับมา…แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม!”

จบบทที่ บทที่ 175 โวลเดอมอร์ ข้าจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม

คัดลอกลิงก์แล้ว