เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 97 ฟื้นฟูพลังปราณ สังหารทุกคนที่เหลือให้หมด

บทที่ 97 ฟื้นฟูพลังปราณ สังหารทุกคนที่เหลือให้หมด

บทที่ 97 ฟื้นฟูพลังปราณ สังหารทุกคนที่เหลือให้หมด


 

"อ๊า----"

เสียงร้องอย่างทุกข์ทรมานของเว่ยเหอหยุดลงในทันที ทำให้เว่ยเหิงและเหลยย่าจิ้งใบหน้าเปลี่ยนสี

เมื่อสองคนเห็นว่าเว่ยเหอไม่มีแม้แต่พลังต้านทานเลย แม้ปลดปล่อยผลึกเพลิงเมฆาก็ยังถูกลู่จือเวยกระบี่เดียวเอาชนะ นัยน์ตาทั้งคู่หดเล็กลง พากันตกใจจ้องมองกัน

ไม่ต้องพูดถึงพวกเขาทั้งสองแล้ว ขณะเดียวกันซ่งหมิงฮุ่ย หยวนหลางและคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ ต่างก็ตกตะลึงกับสิ่งที่ลู่จือเวยได้แสดงให้เห็น

ดูจากสภาพการสูญเสียพลังวิญญาณแล้ว ลู่จือเวยไม่น่าจะฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้แท้ๆ

ทำไมกันนะ นี่มัน....

"ลงมือฆ่าคนที่เหลืออีกสองคนด้วย"

หลังสังหารเว่ยเหอ เสียงเย็นชาของลู่ผิงดังก้องในหัวของลู่จือเวย

"อย่าปล่อยให้มีสักคนรอด!"

พลังของลู่จือเวยที่ดูผิดปกติ กระทันหันเพิ่มขึ้นอย่างมากนี้ แท้จริงแล้วเป็นฝีมือของลู่ผิง

หลังจากเห็นเว่ยเหอลงมือ สงครามครั้งใหญ่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป ลู่ผิงจึงเลือกใช้ [ฟื้นฟูพลังปราณ-หนึ่งดาว] ใน ระบบทันที

เขาใช้ 25 แต้มชื่อเสียงแลกของนี้ออกมา แล้วใช้กับลู่จือเวย

ผลของ [ฟื้นฟูพลังปราณ] เริ่มทำงานในทันใด ทำให้ลู่จือเวยรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ปรากฏพลังมหาศาลอย่างไร้ขีดจำกัดขึ้นมาจากไหนไม่รู้

พลังปราณนี้รีบเติมเต็มพลังปราณที่เสียไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอกลับสู่สภาพสมบูรณ์ที่สุดภายในลมหายใจเดียว

เดิมทีลู่จือเวยยังสงสัยอยู่ สุดท้ายลู่ผิงก็ติดต่อมาเพื่ออธิบายสาเหตุ ลู่จือเวยเข้าใจในทันที

พ่อออกโรงเอง ก็ไม่น่าแปลกใจแล้ว

เธอแต่เดิมคิดจะใช้ผลึกสายฟ้าขจัดมาร เพื่อความปลอดภัยของชีวิตเป็นสำคัญ ไม่สนใจแม้จะเสียดายยิ่งก็ตาม

โชคดีที่ครั้งนี้ท่านพ่อช่วยเหลือทันเวลาพอดี เลยทำให้เก็บผลึกวิญญาณนั้นเอาไว้ได้

ต่อมา เมื่อลู่จือเวยฟื้นพลังเต็มกลับมาแล้ว เธอจึงตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุด ฟันเว่ยเหอลงด้วยกระบี่เดียว จึงมีเหตุการณ์เช่นตอนนี้

"นี่... นี่เป็นไปได้ยังไง?!"

ผู้ที่ตื่นจากความตกใจได้ก่อนก็คือเหลยย่าจิ้ง

นางเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด ไม่คิดว่าลู่จือเวยจะร้ายกาจถึงเพียงนี้

ฟันเว่ยเหอได้ด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว ถ้าตนต่อสู้ด้วย คงไม่น่ามีโอกาสชนะเท่าไร แทนที่จะมาเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ สู้หยุดมือไปเลยดีกว่า

เมื่อนึกอย่างนั้น ความต้องการต่อสู้ของเหลยย่าจิ้งก็พลันหายไปสิ้น จึงปลดปล่อยวิชาควบคุมลมและหลบหนีไปไกลโดยทันที

แต่ลู่ฉางเฟิงไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปง่ายๆ เมื่อนางกำลังจะออกตัว กระบวนท่าเพลิง 6 ลำดับก็พุ่งเข้าจู่โจม ทำให้เหลยย่าจิ้งจำต้องหลบหลีกออกมา

ขณะหลบหนี ลู่จือเวยก็ขยับตัวแล้ว ชูกระบี่หมอกราตรีเข้าต่อสู้กับเหลยย่าจิ้ง

สองหญิงผู้ฝึกตนเผชิญหน้ากัน เลี่ยงไม่พ้นศึกเป็นตายสุดท้าย

แม้เหลยย่าจิ้งจะเป็นผู้ฝึกตนขั้นฝึกปราณชั้น 9 แต่อาวุธที่มีนั้นด้อยกว่าลู่จือเวยเยอะ ที่ใช้อยู่ก็มีแค่ 2 ชิ้นคือแผ่นบูชาพระและแหวนอัคคีแดง

ผลของแหวนอัคคีแดงคือทำให้ศัตรูอยู่นิ่งกับที่

ส่วนแผ่นบูชาคือของโจมตีเช่นเดียวกับยอดเขาลมสายฟ้าของเว่ยเหิง

น่าเสียดายที่สองอาวุธนี้ยังห่างไกลกับกระบี่หมอกราตรีมาก

กระบี่หมอกราตรีนั้นไม่เกรงกลัวสิ่งกีดขวางใด ฟันทั้งแผ่นบูชาและเหลยย่าจิ้ง

แผ่นบูชาร้าวออกเป็นสองท่อนด้วยเสียงดังกึกก้องจากการถูกกระบี่ฟันเข้าอย่างจัง หลังจากนั้นดาบบินระดับสองชิ้นนี้ก็ยังคงมีพลังไม่ลดลง ฟันใส่เหลยย่าจิ้งต่อ

เหลยย่าจิ้งตื่นตกใจจนหน้าซีด เดิมทีต้องการใช้แหวนอัคคีแดงมาปัดป้องกระบี่หมอกราตรี เพราะรู้ดีว่ากระบี่เล่มนี้อันตรายเพียงใด เว่ยเหอเองก็ตายด้วยน้ำมือของมัน

แต่กระบี่หมอกราตรีนั้นเร็วเหลือเกิน มองเห็นได้ชัดว่ากลายเป็นแสงสีเงินวาบ ก่อนที่เหลยย่าจิ้งจะทันใช้แหวนอัคคีขัดขวาง กระบี่ก็ฟาดหัวของเหลยย่าจิ้งที่สวยงามขาดกระเด็นไปแล้ว

สังหารผู้ท้าชิงทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว สีหน้าของลู่จือเวยเย็นชาไม่มีท่าทีจะหยุดมือเลย

ตามคำสั่งของลู่ผิง เธอมองไปยังเว่ยเหิงที่กำลังตัวสั่นอยู่ข้างๆ

เว่ยเหิงเห็นเว่ยเหอกับเหลยย่าจิ้งถูกฟันด้วยตาตัวเอง ตอนนี้ขวัญกำลังหนีไปหมดแล้ว

เพื่อประหยัดเวลา ไม่มีเวลาเร่งเร้าให้ยอดเขาลมสายฟ้าเคลื่อนตัว แม้แต่ขออภัยก็ไม่ทันพูด ทิ้งอาวุธหันหลังวิ่งหนีทันที

น่าเสียดาย ระดับของเขาอ่อนแอที่สุด แค่ขั้นฝึกปราณชั้น 7 ระยะแรก แถมไม่ได้ฝึกวิชาตัวเบาด้วย จึงต้องพึ่งพาวิชาควบคุมลมช่วยให้เคลื่อนที่เร็วขึ้น

ลู่จือเวยเห็นดังนั้นก็ตามไปอย่างง่ายดาย

แค่ไล่ตามไปไม่ถึงร้อยเมตรก็ทันก้าวของเว่ยเหิงแล้ว ฟันกระบี่หมอกราตรีสองที สามารถทำลายการป้องกันตัวของเว่ยเหิงได้อย่างรวดเร็ว เอาชนะเขาได้ในชั่วพริบตา

กระบวนท่าที่ 3 ของลู่จือเวยเพียงพอแล้วที่จะทำลายเกราะป้องกันชิ้นสุดท้ายของเว่ยเหิง ฟันเว่ยเหิงลงด้วยกระบี่ ไม่มีพลังตอบโต้อะไรเลย

จากนี้ เว่ยเหอสามคนพ่ายแพ้หมดทุกคน ตายหมดภายใต้กระบี่หมอกราตรี

"ลู่เต๋าโหยว"

เมื่อลู่จือเวยกลับมาพร้อมถุงเก็บของของเว่ยเหิง หยวนหลางก็เพิ่งได้สติกลับมาและนอบน้อมต่อวิธีการอันดุดันของลู่จือเวย

"สตรีไม่เป็นรองบุรุษ!"

ลู่หงเหนียงกับฉู่หยางก็เข้ามาล้อมรอบ และลู่จือเวยก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน

เมื่อลู่ฉางเฟิงถามว่าทำไมลู่จือเวยถึง 'กล้าหาญ' ขึ้นมาทันใด เหมือนเวลาที่ฟื้นฟูพลังปราณเต็มกลับมา ลู่จือเวยจึงใช้การติดต่อทางจิต บอกเรื่องที่ลู่ผิงออกโรงช่วยเหลือเธอให้ลู่ฉางเฟิงรู้

เมื่อลู่ฉางเฟิงได้ฟัง เขาก็เข้าใจทันที

...

หลังจากพักผ่อนเล็กน้อย ทุกคนก็ปล้นถุงเก็บของของเหลียงเจิ้นหนาน เว่ยเหอและคนอื่นๆ เผาศพเสร็จแล้วก็เริ่มตรวจสอบสถานการณ์ที่เมืองเทียนสุ่ย

การบุกรุกของเหลียงเจิ้นหนานครั้งนี้ ผู้คนกว่าสามพันคนในเมืองเทียนสุ่ยไม่มีใครรอดชีวิต ถูกเหลียงเจิ้นหนานสังหารเกือบหมด ล้วนถูกใช้เป็นเครื่องบูชาเลือดให้จักรจันทร์มาร จบลงอย่างน่าสลดใจ

"เหลียงเจิ้นหนานมีบาปหนามากมาย แค่ฆ่าให้ร่างกระจุยเป็นหมื่นชิ้นก็ยังนับว่าให้เกียรติมันแล้ว!"

เมื่อรู้สถานการณ์ของเมืองเทียนสุ่ยแล้ว ดวงตาของลู่หงเหนียงก็แดงก่ำ "พวกมารนั่นไม่อาจให้อภัยได้จริงๆ ต่อไปนี้เจอตัวไหนก็ฆ่าตัวนั้นเลย!"

"หาที่ว่าการอำเภอใกล้ๆเมืองนี้ เพื่อจัดการสถานการณ์ของเมืองเทียนสุ่ยก่อน แล้วค่อยกลับนิกาย"

ลู่ผิงติดต่อบอกลู่จือเวย "พาศิษย์วังเสินเซาไปสามคนด้วย"

"เจ้าค่ะ"

ลู่จือเวยพยักหน้าเบาๆ

คนอื่นๆยังคงไม่สงบใจนัก ประณามการกระทำชั่วของเหลียงเจิ้นหนานอย่างมาก แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะโกรธแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์แล้ว

การกำจัดพวกเดินทางมารทั้งหมดให้พ้นจากใต้หล้าเป็นภารกิจที่หนักหนาสาหัส แม้แต่สำนักเทียนชูที่เก่งกาจก็ทำไม่ได้ สิ่งที่พวกเขาทำได้คือพัฒนาตนเอง เพิ่มพลังให้มากขึ้น เมื่อเจอผู้เดินทางวิถีมารก็สังหารให้สิ้นซาก

ส่วนเว่ยเหอและอีกสองคนนั้น การกระทำเช่นนี้หากเรื่องถูกเปิดเผยออกไป ก็คงไม่พ้นถูกตำหนิและประณามอย่างรุนแรง

ต่อมา หกคนหารือกันอีกเล็กน้อย ค้นเมืองเทียนสุ่ยอีกครั้งให้ทั่ว แน่ใจแล้วว่าไม่มีใครรอดชีวิต ก็รายงานเรื่องนี้ไปยังเมืองซีถังใกล้ๆ

ศพในเมืองเทียนสุ่ยมีมากเกินไป ชัดเจนว่าพวกเขาหกคนไม่สามารถจัดการได้ จึงต้องขอให้ทางเมืองซีถังมาช่วยจัดการ

หลังเจ้าเมืองซีถังรับปากจะปลงศพชาวเมืองเทียนสุ่ยที่ตายด้วยน้ำมือของเหลียงเจิ้นหนานเป็นอย่างดีแล้ว หกคนก็กลับไปยังภูเขาชิงเหลียนอีกครั้ง

ในศาลาหลักนิกายชิงซาน

เมื่อได้รู้ว่าทุกคนร่วมมือกันสังหารเหลียงเจิ้นหนานได้ แต่ก็พบเจอเหยี่ยวที่ซ่อนอยู่หลังกา เว่ยเหอ เว่ยเหิง และเหลยย่าจิ้งจากนิกายเหิงเยว่ฉวยโอกาสจู่โจม ใบหน้าของลู่หยวนซานก็ขมวดคิ้วทันที

เขาที่มักอ่อนโยนและสุภาพอยู่เสมอ ตอนนี้โกรธจนตัวสั่น

"ศิษย์นิกายเหิงเยว่ช่างไร้มนุษยธรรมไร้คุณธรรมเสียจริง สังหารได้ดีมาก!"

เรื่องที่ลู่ผิงออกมาช่วยเหลือ เพราะมีบุคคลภายนอกอยู่ด้วย ลู่จือเวยจึงติดต่อบอกลู่หยวนซานโดยตรง

พอรู้ว่าเป็นท่านพ่อที่ฟื้นฟูพลังปราณให้ลู่จือเวยทันเวลา ลู่หยวนซานก็เชื่อมั่น

ไม่ว่าจะทำอะไร ตราบใดที่มีท่านพ่ออยู่ ก็สามารถแปรวิกฤตให้เป็นโอกาสได้เสมอ ช่างวิเศษยิ่งนัก!

หลังรายงานเรื่องนี้เสร็จ หยวนหลางก็นับของที่ได้มาในครั้งนี้ต่อหน้าทุกคน

จบบทที่ บทที่ 97 ฟื้นฟูพลังปราณ สังหารทุกคนที่เหลือให้หมด

คัดลอกลิงก์แล้ว