เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 95 ฆ่าผู้ฝึกมาร

บทที่ 95 ฆ่าผู้ฝึกมาร

บทที่ 95 ฆ่าผู้ฝึกมาร


เหลยย่าจิ้งและอีกสองคนแอบตั้งหน้าซ่อนหลังคอยสังเกตดูสถานการณ์ในการต่อสู้ครั้งใหญ่ เตรียมพร้อมที่จะลงมือเมื่อได้จังหวะ

หากสุดท้ายแล้วพี่น้องตระกูลลู่ไม่สามารถเอาชนะได้ ตายด้วยน้ำมือของผู้ฝึกวิชามาร พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องลงมือเองอีก

แต่หากผู้ฝึกวิชามารถูกกำจัดลงในตอนท้าย พี่น้องตระกูลลู่ก็ต้องสูญเสียพลังปราณไปมหาศาล ระยะเวลาสั้นๆคงไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาถึงระดับสุดยอดได้ทัน

หากฉวยช่วงเวลานี้บุกเข้าไป คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะสังหารพี่น้องตระกูลลู่ให้สิ้นซาก

ต่อไปก็ได้แต่เก็บกำลังรอคอยดูผลการต่อสู้กันต่อไป

ด้านสนามรบ ลู่ฉางเฟิงและคนอื่นๆ ไม่รู้เลยว่ามีคนสามคนกำลังจ้องมองพวกเขาอย่างดุดันไม่ไกลนัก ตั้งท่าจะเป็นนกกระเรียนเหลืองที่ซุ่มดักอยู่ด้านหลัง ต่างก็ยังคงใช้กำลังเต็มที่ไม่มีกักเก็บ ใช้ทุกวิชาที่มีต่อกรกับเหลียงเจิ้นหนาน

การต่อสู้ดำเนินมาจนถึงรอบที่ร้อย เหลียงเจิ้นหนานก็ถูกโจมตีจนแทบป้องกันตัวเองไม่ไหว ยากที่จะกลับมาเอาชนะอีก

จักรจันทร์มารเคลื่อนไหวรอบตัวเหลียงเจิ้นหนาน เปลี่ยนจากการโจมตีมาเป็นการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆแล้ว ต้านทานการจู่โจมที่รุนแรงจากทุกฝ่ายอยู่เนืองๆ

แม้ว่าของวิญญาณชิ้นนี้จะดูทรงพลังอย่างมาก สามารถยกระดับพลังการต่อสู้ของเหลียงเจิ้นหนานอย่างมหาศาล ทำให้เขาสามารถเทียบเคียงกับผู้ฝึกตนฝึกปราณขั้น 9 ได้พร้อมๆกันถึงสองคน

แต่การโจมตีอย่างรุนแรงของลู่จือเวย กลับทำให้เขารู้สึกหนักใจที่จะเอาชนะได้ยากยิ่งขึ้น

จักรจันทร์มารถูกกระบี่หมอกราตรียั่วล่อโจมตีอยู่ตลอด ไม่อาจห่างจากตัวเหลียงเจิ้นหนานได้แม้แต่หนึ่งฉางเดียว ทำให้ไม่สามารถแสดงความได้เปรียบในการโจมตีระยะไกลของมันได้เลย โดยเฉพาะการกดดันฝ่ายตรงข้าม

ส่วนโล่วิเศษสีดำขนาดเล็กในมือเหลียงเจิ้นหนาน ซึ่งเป็นของวิเศษเพื่อป้องกันตัว ก็ใช้ป้องกันได้จำกัดครั้งเช่นกัน

ภายใต้การโจมตีที่ดำเนินไปเรื่อยๆ ความสามารถของมันก็ถูกทำลายลงมาก แผ่นป้องกันถูกทะลวงทีละชั้นๆ

โล่วิเศษสีดำทั้งชิ้น หลังจากฉายแสงครั้งสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว บนตัวมันก็ปรากฏรอยแตกอยู่เนืองๆ แสงอรุณเริ่มหม่นหมองลง ประสิทธิภาพการป้องกันหมดสิ้นแล้ว ไร้ประโยชน์ที่จะใช้ต่อ

การต่อสู้ของเหลียงเจิ้นหนานครั้งนี้ดำเนินมาถึงตอนนี้ แทบจะต้องยอมรับความพ่ายแพ้ที่นี่แล้ว

เขาคิดจะกระตุ้นผลึกคำบัญชาเสินเซาอยู่หลายหน แต่ไม่มีความเป็นไปได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการหาช่องหายใจเพื่อหยุดพักแม้เพียงครู่เดียว

เหลียงเจิ้นหนานได้แต่ปล่อยให้ผลึกคำบัญชาเสินเซาคลุกอยู่กับกองฝุ่นในถุงของวิเศษ ไม่มีโอกาสได้ใช้มันเลย

ในฐานะที่เป็นศิษย์รุ่นพี่ เหยียนหลางทั้งสามรู้ดีถึงข้อดีข้อเสียของผลึกคำบัญชาเสินเซา ไหนเลยจะปล่อยให้เหลียงเจิ้นหนานได้ใช้มัน?

แม้จะต้องสูญเสียพลังปราณไปเพื่อยับยั้งเขา ก็ต้องขวางเหลียงเจิ้นหนานไม่ให้ใช้ผลึกเสินเซาให้ได้

การต่อสู้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ในรอบที่ 342 ทั้งสองฝ่ายต่างหมดแรงหมดพลังอย่างสิ้นเชิง สูญเสียพลังปราณไปเจ็ดถึงแปดส่วน

เหยียนหลางกระทั่งต้องกินยาลมปราณเข้าไป เพื่อฟื้นพลังปราณกลับคืนมาสักหนึ่งถึงสองส่วน

ส่วนสองพี่น้องตระกูลลู่ รวมถึงซ่งหมิงฮุ่ย ก็สูญเสียพลังปราณไปกว่าครึ่ง ในใจมีอยู่เพียงความคิดที่จะสังหารเหลียงเจิ้นหนานให้จงได้

หลังผ่านไปอีกสิบกว่ารอบ คราวนี้ ลู่จือเวยหาจังหวะเหมาะ แทงกระบี่ทะลุทะลวงพ้นการป้องกันของจักรจันทร์มารออกมาได้

"คัมภีร์กระบี่ไท่อี้เทียนซวี่!"

จากนั้น ท่าไล่ล่ากระบี่ 'ฟ้าจันทร์' จากคัมภีร์กระบี่ไท่อี้เทียนซวี่ ก็ถูกปลดปล่อยออกมา

กระบี่หมอกราตรีแปลงเป็นเงาร่างหงส์ สะบัดกระบี่ฟันเฉียงลงมาในทันที ภายใต้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเหลียงเจิ้นหนาน มันพุ่งตรงเข้าหาเขา ฟันร่างของเหลียงเจิ้นหนานจนขาดเป็นสองท่อน

ท่าโจมตีที่เหลืออย่าง เพลิงกระบี่ มีดคู่ชินเฉียน กระบี่หยางไฟ ต่างพุ่งบุกเข้ามาเป็นกองทัพ ถาโถมเข้าใส่ร่างที่ขาดเป็นชิ้นๆของเหลียงเจิ้นหนานอย่างพร้อมเพรียง

ผู้ฝึกวิชามารรายนี้ ถูกทำลายจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของพวกเขาที่นี่ แม้แต่ศพสมบูรณ์ยังไม่มีเหลือ

"ฟู่ สุดท้ายพวกเราก็กำจัดอสูรกายร้ายนี่ได้ซะที"

เมื่อยุติการต่อสู้ครั้งใหญ่ลงแล้ว เหยียนหลางทรุดนั่งลงกับพื้นทันที พลังปราณแทบจะหมดสิ้นของเขาในเวลานี้ ไม่ต้องสนใจหน้าตาแล้วเช่นกัน

ลู่จือเวยกับลู่ฉางเฟิงหันไปมองดูกันแวบหนึ่ง เมื่อรู้สึกถึงความว่างเปล่าของพลังปราณในร่าง ก็หลับตานิ่งฟื้นฟูพลังปราณ

ซ่งหมิงฮุ่ยเพราะมักจะมีบทบาทเป็นตัวช่วย พลังปราณจึงสูญเสียไปไม่มาก จึงรับบทเป็นผู้ปกป้องคุ้มครอง ให้ลู่จือเวยกับลู่ฉางเฟิงได้ฟื้นพลัง

ทางด้านข้าง ลู่ผิงผู้ได้เฝ้าดูการต่อสู้ครั้งใหญ่ทั้งกระบวนการ ก็พยักหน้ากับตัวเองอย่างแผ่วเบา

เขามาถึงที่นี่แล้วสักพักใหญ่

หลังจากที่ลู่ฉางเฟิงและคณะมาถึงเมืองเทียนสุ่ย ลู่จือเวยก็ได้ทำตามคำสั่งของลู่ผิงก่อนหน้านี้ ส่งข่าวสาร เล่าเรื่องราวต่างๆ ตามทิศทางร่องรอยที่ลู่ผิงทิ้งเอาไว้ กลับไปให้ลู่ผิงทราบ

ลู่ผิงใช้ค่าชื่อเสียง 5 แต้ม แลกเปลี่ยนสิทธิพิเศษ [เคลื่อนย้ายฉับพลัน] เพื่อเคลื่อนย้ายมาอยู่ข้างๆลู่จือเวย และเฝ้ามองการต่อสู้มาตลอด

การแสดงฝีมือของลู่จือเวย ลู่ฉางเฟิง และซ่งหมิงฮุ่ย ในการต่อสู้ครั้งนี้ ลู่ผิงค่อนข้างพอใจ

ในขณะเดียวกัน ด้วยความหวั่นกังวล มือของลู่ผิงก็ยังกำ [ผลึกดาบฟ้าลี่ฮั่ว-สองดาว] ที่แลกเปลี่ยนไว้ก่อนหน้านี้เอาไว้แน่น เพื่อพร้อมลงมือช่วยเหลือได้ทันที หากเกิดวิกฤตร้ายแรงที่อาจคุกคามชีวิต

เหมือนดังเช่นครั้งก่อนที่ช่วยชีวิตลู่ฉางเฟิง โดยใช้ผลึกสายฟ้าขจัดมารถล่มใส่ผู้ฝึกมารอู๋เหิง

โชคดีที่การต่อสู้ครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี

การต่อสู้นี้ถือว่าค่อนข้างง่าย เนื่องจากพวกเขามีคนมากกำลังหนา รวมพลังกันสังหารศัตรู

แม้จะมีผู้ฝึกตนระดับสูงสุดอีกสักคน พวกเขาก็ยังมีกำลังเหลือพอสู้อยู่

แต่แล้วเมื่อการต่อสู้ครั้งใหญ่พึ่งจะสงบลง ที่หลังศาลเจ้าดินไม่ไกลนัก เมื่อเหลยย่าจิ้งเห็นเหลียงเจิ้นหนานถูกสังหาร นางก็อดประหลาดใจไม่ได้

"พี่น้องตระกูลลู่นี่ กลับมีวิธีการเช่นนี้ด้วย ช่างสามารถร่วมกำลังกันฆ่าผู้ฝึกมารนั่นโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อเลยสักนิด"

นิกายเหิงเยว่มีความประทับใจต่อผู้ฝึกมารไม่ค่อยดีนัก

"ถึงจะมีฝีมือบ้าง แต่พอจบการต่อสู้ครั้งนี้ เห็นพวกเขาต่างนั่งสมาธิฟื้นพลังกันทันที ชัดเจนว่าพลังปราณถูกใช้ไปมากมาย ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงอ่อนแอที่สุดพอดี"

เว่ยเหอกล่าว มองไปทางเหยียนหลางทั้งสาม

"ศิษย์สาวนิกายชิงซานที่อยู่ข้างๆพี่น้องตระกูลลู่ ดูจากชุดก็เป็นศิษย์ชิงซานแน่ๆ แต่อีกสามคนนั้น จนป่านนี้พวกเราก็ยังจำไม่ได้ ตอนลงมือเดี๋ยวค่อยคิดอีกทีว่าจะทำให้พวกนั้นกลายเป็นศัตรูด้วยดีไหม"

พูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าเว่ยเหอฉายความโหดเหี้ยมออกมา "หากพวกมันกล้ายุ่มย่ามมากเกินไป ก็เอาพวกมันลงไปให้หมดเลย!"

เว่ยเหิงลังเลใจนิดหน่อย "เดี๋ยวก่อน พวกเขามีหกคน พวกเราแค่สามคน โอกาสชนะจะไม่น้อยไปหน่อยเหรอ?"

"เจ้ารู้จักแต่ถอยกรูดอย่างเดียว"

เว่ยเหอจ้องเว่ยเหิงเขม็ง

"ในเวลานี้ โอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง ถ้าหากจับพวกมันได้หมด แย่งเอาของรางวัลจากการต่อสู้มาครอบครอง พวกเราก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทรัพยากรในการฝึกฝนอีกหลายปี แค่ที่ตัวลู่จือเวย ก็มีกระบี่บินระดับ 2 แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็มีอาวุธวิญญาณไม่ธรรมดาทั้งนั้น"

"ได้ละ จะลงมือก็รีบๆ ไม่อยากลงมือก็รีบถอย"

ได้ยินบทสนทนาของสองพี่น้องตระกูลเว่ย เหลยย่าจิ้งเริ่มหงุดหงิดใจ เร่งเร้าพูด

นางไม่อยากให้โอกาสพี่น้องตระกูลลู่ฟื้นพลัง การลงมือตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาดีที่สุดแล้ว

เว่ยเหอกัดฟันเข้าไป ควักอาวุธวิญญาณมากุมไว้ในมือ ใบหน้าเย็นชาน่ากลัว

"เอาเถอะ ลงมือ! ข้ายังมีผลึกฟ้าเพลิงอีกอัน เพียงพอจะสังหารผู้ฝึกตนขั้น 8 ได้ น่าจะเพียงพอรับมือพวกมันแล้ว"

"ยิ่งตอนนี้พวกเราทั้งสามคนต่างมีกำลังเต็มเปี่ยม พลังปราณไม่สูญเสียแม้แต่น้อย จะเอาชนะพวกมันไม่ได้อีกหรือไร?"

เว่ยเหอตัดสินใจ ไม่อยากรอช้าอีก เรียกเหลยย่าจิ้งกับเว่ยเหิงให้ลงมือในทันที รุดหน้าล้อมโจมตีไปยังทิศทางของลู่จือเวย

เขาโผนำหน้า ปล่อยกระบี่วิญญาณสีแดงเลือดออกมาก่อน มุ่งหน้าพุ่งจู่โจมไปหาลู่จือเวยที่ก ำลังเพ่งอยู่กับการฟื้นพลังอย่างรุนแรง

การกระทำนี้ ถูกลู่ผิงมองเห็นได้ในทันที

"จือเวย ระวังด้านหลัง!"

ลู่ผิงส่งข้อความเตือน เมื่อเห็นลูกสาวของตนเองถูกโจมตีจากด้านหลังในจังหวะนี้ ในใจนั้นโมโหขึ้นมาทันที อยากจะลงมือด้วยตัวเอง ลงโทษพวกโจรเหล่านี้ให้สิ้นซาก

ได้ยินเสียงลู่ผิงเรียกผ่านข้อความกะทันหัน ลู่จือเวยรีบลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจ และแทบจะในชั่วพริบตาที่เธอหลุดพ้นจากสภาวะฟื้นพลัง นางก็พบว่ามีกระบี่วิญญาณพุ่งเข้ามาจู่โจมอย่างรวดเร็ว

---------------

PS: พบกันพรุ่งนี้ครับ คอมพ์อยู่ร้านซ่อม ตอนนี้ใช้โน๊ตบุคเก่าครับ ช้าน่าดูเลย

จบบทที่ บทที่ 95 ฆ่าผู้ฝึกมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว