- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 517 ความลำบากของตัวเอก
ตอนที่ 517 ความลำบากของตัวเอก
ตอนที่ 517 ความลำบากของตัวเอก
ตอนที่ 517 ความลำบากของตัวเอก
เยี่ยหลีเอ๋อร์ลังเลที่จะปล่อยมันไปมาก จนต้องดึงหลายครั้งกว่าจะปล่อยออกมาได้ ในใจแอบวางแผนว่ารอบต่อไปจะเล็งเป้าไปที่ตี้เมิ่งเหยา
แต่ในช่วงเวลาถัดมา ตี้เมิ่งเหยาได้สวมใส่ไตของราชามารและใช้ไพ่สังหารกับนางถึงสี่ใบติดต่อกัน
“เจ้าออกไปจากที่นี่เสีย ไอ้มือใหม่!” ตี้เมิ่งเหยายกมุมปากขึ้น
ประสบการณ์ที่ได้จัดการกับเยี่ยหลีเอ๋อร์เป็นเวลานาน นางจะมอบโอกาสให้สตรีคนนี้ได้ตอบโต้ได้อย่างไร
เยี่ยหลีเอ๋อร์กัดริมฝีปากล่างด้วยความขุ่นเคือง
“ตี้เมิ่งเหยา เจ้าอย่ารังแกกันนัก!”
ชั่วขณะนั้น ในใจของนาง ตัวตนของตี้เมิ่งเหยาก็กลายเป็นน่าชิงชังอย่างยิ่ง
นางร้องไห้แล้วเดินจากไปด้วยความโกรธเคือง
ตี้เมิ่งเหยาปิดปากและยิ้ม เยี่ยหลีเอ๋อร์ช่างไร้ประโยชน์ ถูกโจมตีเพียงครั้งเดียวก็ทนไม่ไหวแล้ว
อย่างไรก็ตาม ความพอใจของนางไม่ได้คงอยู่นานนัก จากนั้นนางถูกโจมตีโดยผู้เล่นคนอื่นและเจริญรอยตามเยี่ยหลีเอ๋อร์อย่างรวดเร็ว
ไม่ช้าก็เหลือเพียงซือเนี่ยนกูและหลีจื่อหนิงเท่านั้นที่อยู่ในสนาม
หลีจื่อหนิงดึงไพ่ไร้กระบองให้กินออกมาก่อนล่วงหน้า จนผลการตัดสินสำเร็จ ทำให้ซือเนี่ยนกูถูกบังคับให้ข้ามช่วงจั่วไพ่ ในเมื่อไม่มีไพ่ในมือให้เล่น จึงทำได้เพียงยอมสละตาเดินนี้ไปอย่างขัดเคืองใจ
หลังจากนั้น นางก็ร่ายไพ่ชื่อว่าปืนดุจดาวตก เพื่อเปิดการโจมตีอย่างรุนแรง
เมื่อซือเนี่ยนกูไม่มีไพ่กินอีกแล้ว จึงทำได้เพียงร่ายไพ่น้ำอมฤตออกมาหนึ่งใบ เพื่อฟื้นฟูค่าพลังชีวิตได้เล็กน้อย และยื้อเวลาต่อไป
หลีจื่อหนิงเอาชนะได้อย่างไม่ปรานี
นางร่ายไพ่เส้นทางเบ่งบานออกมาอีกหนึ่งใบ พร้อมกับไพ่สังหารและจัดการซือเนี่ยนกูจนสิ้นท่าในคราวเดียว
เหล่าสตรีต่างประหลาดใจอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าผู้ชนะจะเป็นหลีจื่อหนิง ซึ่งยิ้มจาง ๆ และยังคงเงียบอยู่
“ขอบคุณน้องสาวทุกคนสำหรับความมีน้ำใจ”
หลีจื่อหนิงยิ้มและรับเดิมพันจากผู้คนตรงหน้า
ไพ่เหล่านี้ไม่ใช่ไพ่จริง
สิ่งที่เรียกว่าการเดิมพันนั้น ที่จริงเป็นเพียงขวดยาหยกขาว
“อีกรอบ อีกรอบ!” เยี่ยหลีเอ๋อร์กัดริมฝีปากและตะโกนอีกครั้ง
“คราวนี้ข้าต้องกลับมาชนะให้ได้!”
“แย่แล้ว หลีเอ๋อร์โมโหแล้วสินะ!” หลี่จื่อซวงยิ้มบาง ๆ ไม่สนใจว่าจะแพ้หรือชนะ
ตี้เมิ่งเหยาหรี่ตาลงอย่างยียวน ก่อนจะพูดอย่างตรงไปตรงมา “เยี่ยหลีเอ๋อร์ เจ้าแพ้เป็นครั้งที่ยี่สิบแล้ว ข้าสงสัยว่าเจ้ายังมีของเหลืออยู่เท่าไร อย่าลืมจ่ายหนี้ครั้งก่อนด้วย!”
“เฮอะ ข้ายังมีของเหลืออีกเพียบเลย เจ้ากลัวแล้วหรือ?” เยี่ยหลีเอ๋อร์แย้ง
แต่เรื่องนี้ก็เตือนนางเช่นกัน
นางตรวจสอบแหวนจัดเก็บของตนเองโดยไม่รู้ตัว จากนั้นใบหน้าตึงเครียด ยกมือทาบอก รู้สึกหัวใจสลายจนแทบหายใจไม่ออก
ยาหยกขาวที่นางทำงานหนักเพื่อสะสมไว้หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว!
การกลั่นแกล้งครั้งนี้มากเกินไป มันเกินกว่าจะทนได้แล้ว แต่นาง...ก็ทนได้!
เยี่ยหลีเอ๋อร์เริ่มคิดที่จะถอยทัพ เมื่อจิตใจสงบลงจากความเดือดดาล ก็ตระหนักได้ว่าทักษะการเล่นไพ่ของตนด้อยลงไปเล็กน้อย
ไม่สามารถสูญเสียอาหารทั้งหมดของตนเองไปได้ เพราะนั่นจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่
แต่ก่อนหน้านี้นางได้โอ้อวดไว้ ถ้าตอนนี้ยอมรับความพ่ายแพ้ นางก็จะด้อยกว่าตี้เมิ่งเหยา
ไม่รู้ว่าตี้เมิ่งเหยาจะล้อเลียนนางอย่างไร
นัยน์ตาของนางขยับ และกวาดสายตาไปทั่วริมป่าแห่งชีวิต ทันใดนั้นพบร่างหนึ่งกำลังกระโดดโลดเต้นเข้ามาหาพวกตน
ดวงตาของเยี่ยหลีเอ๋อร์พลันสว่างขึ้น และมีความคิดบางอย่างอยู่ในใจ
“โอ้ น้องอิ๋งกลับมาแล้ว!”
นางยืนขึ้นทำท่าดีใจและโบกมือไปข้างหน้า
ตงเซียงอิ๋งที่รีบวิ่งเข้ามา เมื่อเห็นดังนั้นก็รีบก้าวข้ามอากาศจนมาอยู่ตรงหน้าของเหล่าสตรี
“ฮิฮิ พี่จื่อหนิง พี่เมิ่งเหยา พี่เสวี่ยจู๋ พี่ซืออวิ๋น...สวัสดีพี่สาวทุกคน”
เด็กสาวคนนี้ดูมีชีวิตชีวาและสุภาพมาก หญิงสาวคนอื่น ๆ ก็ทักทายตอบทีละคน โดยเรียกนางว่า ‘น้องสาว’ ตลอดเวลา
“กลับมาเมื่อไร ไม่บอกพี่สาวบ้างเลยนะ”
เยี่ยหลีเอ๋อร์เดินไปข้างหน้าและจับมือตงเซียงอิ๋งอย่างรักใคร่ ดูเหมือนพี่สาวน้องสาวที่สนิทกัน
พฤติกรรมผิดปกตินี้ทำให้ตงเซียงอิ๋งตกตะลึง
นางไปสนิทกับพี่สาวนิสัยแย่คนนี้ตั้งแต่เมื่อไร?
คิดจะทำอะไรไม่ดีอีกแล้วหรือ?
จะโทษที่นางคิดแบบนี้ไม่ได้ เพราะนางเคยโดนหลอกมาก่อน
แม้ความสัมพันธ์ระหว่างตงเซียงอิ๋งและเยี่ยหลีเอ๋อร์นั้นไม่ได้แย่อะไร แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกันเท่าไรนัก ตรงกันข้าม พวกนางกลับเป็นเหมือนคู่กัดคู่รัก
ใครใช้ให้เยี่ยหลีเอ๋อร์อยากชักจูงตงเซียงอิ๋งให้ออกนอกลู่นอกทางเสมอ และยังรังแกนางทุกวิถีทางเมื่อนางได้กลายเป็นน้องสาว
พวกนางไม่เคยมีความใกล้ชิดกันมากขนาดนี้มาก่อน
ในใจของนางยังคงรู้สึกสงสัยอยู่ แต่ในทันใดนั้นก็ได้เห็นเยี่ยหลีเอ๋อร์มองไปที่ตี้เมิ่งเหยาอย่างดูแคลนพร้อมกล่าว “วันนี้เป็นโอกาสดีที่น้องอิ๋งกลับมา พวกเราพี่น้องต้องมาพูดคุยกระชับความสัมพันธ์กัน เห็นแก่นาง วันนี้จะปล่อยเจ้าไปก่อน แต่ครั้งหน้าข้าจะสังหารเจ้าให้ตายอยู่ใต้ฝ่าเท้า”
หางตาของตี้เมิ่งเหยากระตุก พูดไม่ออก ช่างเป็นคนที่ขี้แพ้จริง ๆ
สุนัขตัวน้อยนี้มีร่างกายที่อ่อนนุ่มทั้งหมด ยกเว้นปากที่แข็งมาก
ตงเซียงอิ๋งก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน มองไปที่พี่เมิ่งเหยา จากนั้นก็มองไปที่เยี่ยหลีเอ๋อร์
ผ่านมานานขนาดนี้ นางยังคงถูกใช้เป็นโล่
เป็นพี่สาวที่แย่จริง ๆ
นางเม้มริมฝีปาก ในตอนที่กำลังจะปลีกตัวออกมานั้น เสียงของเยี่ยหลีเอ๋อร์ก็ดังขึ้นที่ข้างหูของนาง
“ยาหยกขาวสองขวด และหนังสือ ‘สามร้อยหกสิบห้ากระบวนท่าในห้องของปีศาจสาว’ 1 เล่ม”
ตงเซียงอิ๋งหน้าแดงเมื่อได้ยินเช่นนั้น ใครอยากได้กระบวนท่าของปีศาจสาวอะไรนั่นเล่า!
นางนึกดูแคลนพี่สาวใจร้ายคนนี้ที่คอยแต่คิดถึงเรื่องลามก แล้วหันกลับไปพูดกับพี่สาวคนอื่น ๆ “พี่หลีเอ๋อร์กับข้ามีเรื่องต้องคุยกัน หวังว่าพวกพี่สาวจะไม่ว่าอะไร”
ตี้เมิ่งเหยารู้สึกน่าเสียดายเมื่อได้ยินเช่นนี้ เพราะพลาดโอกาสที่จะหัวเราะเยาะใส่เยี่ยหลีเอ๋อร์
แต่ไม่ได้ตั้งใจจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องจริง ๆ พวกนางไม่ใช่ศัตรูกันเสียหน่อย อันที่จริงก็เป็นสหายร่วมเตียงเดียวกัน จึงไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว
เกมจบลงอย่างมีความสุขอีกครั้ง
อีกด้านหนึ่ง เกิดการต่อสู้ขึ้น
เทพธิดาชิงเยวี่ยที่ถูกเปิดเผยความลับ เต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เชื่อ
“มารร้าย ปล่อยน้องชิงเยวี่ยไปเสีย ข้าไม่บอกหรอกว่านางแค่แอบก่นด่าเจ้า”
มู่ฉยงอีดุด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยังดูเหมือนผู้หญิงที่บริสุทธิ์และกล้าหาญคนนั้น
ถ้าไม่ใช่ว่านางคุกเข่าหมอบอยู่ ยอมให้ซูอันนั่งอยู่บนแผ่นหลังที่เนียนนุ่มของนาง เจียงชิงเยวี่ยอาจจะเชื่อแล้วก็ได้
แต่คราวนี้ นางได้เห็นโฉมหน้าแท้จริงของพี่ฉยงอีแล้ว จึงรู้สึกเศร้าและโกรธอย่างอธิบายไม่ถูก
เสียดายที่ก่อนหน้านี้นางไว้ใจพี่สาวคนนี้มาก
ความภาคภูมิใจ ความยุติธรรม และความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับความตายของเจ้าอยู่ที่ใด?
นี่เป็นวิธีใช้ร่างกายล่อลวงมารร้ายหรือ?!
เมื่อคิดถึงการที่ตนเองได้แบ่งปันข้อมูลทั้งหมดอย่างเปิดเผย นางก็ยิ่งรู้สึกได้รับความอยุติธรรมมากขึ้น
ไว้ใจคนผิดจริง ๆ !
ไม่ช้า เทพธิดาชิงเยวี่ยผู้กบฏต้องเผชิญกับการลงโทษที่โหดร้าย
นางถูกซูอันทรมานอย่างโหดร้ายเป็นเวลาหนึ่งเดือน ถูกเฆี่ยนด้วยแส้ไร้ร่องรอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฟาดบั้นท้ายคนที่ไม่เชื่อฟัง ใช้ปากคนดื้อรองรับอารมณ์
ด้วยการใช้ทั้งคำพูดอันหอมหวานและไม้แข็ง กอปรกับการล้างสมองของมู่ฉยงอี ทำให้เทพธิดาผู้นี้ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ถูกทำลายกำแพงในใจ และเลือกที่จะกลายเป็นเขี้ยวเล็บของจอมมารในที่สุด
เมื่อถึงจุดนี้ คะแนนตัวร้ายของซูอันเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งพัน
……
จอมมารมีวันที่สุขสันต์ของตัวเอง ส่วนตัวเอกก็มีชีวิตที่น่าหงุดหงิดของตัวเองเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น ตงเซียงหนิงใช้ชีวิตอย่างหดหู่ใจมากในช่วงนี้
หากแต่งตัวธรรมดาออกไปข้างนอก เขาจะถูกเยาะเย้ยเหมือนคนบ้านนอก แต่หากแต่งตัวดี ก็จะถูกเย้ยหยันว่าเสแสร้ง
ตอนแรกคิดว่ามีคนกำลังเล่นตลกกับเขา แต่กลายเป็นว่าทุกคนไม่ชอบเขาจริง
ต่อมาเขาได้ซื้อคนรับใช้ไม่กี่คน จากนั้นคนรับใช้ก็ออกไปนอกบ้านและแพร่ข่าวลือเกี่ยวกับเขา
เมื่อเขาออกไปแสวงหาโอกาส ผู้ฝึกตนอิสระคนอื่นก็เล็งเป้าเขาไปทุกที่ และร่วมมือกันเพื่อปราบปรามเขา
ดูเหมือนผู้ชายทุกคนจะไม่ชอบเขา แม้แต่ตอนที่เขาออกไปซื้อยา ก็โดนดูถูกและถูกเรียกว่าคนบ้านนอก เขาทนไม่ไหวแล้ว
เรื่องสำคัญที่สุด เขารู้สึกว่าอาจารย์เริ่มไม่พอใจเขามากขึ้นทุกที