- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 491 เหมือนทุกกระเบียดนิ้ว
ตอนที่ 491 เหมือนทุกกระเบียดนิ้ว
ตอนที่ 491 เหมือนทุกกระเบียดนิ้ว
ตอนที่ 491 เหมือนทุกกระเบียดนิ้ว
“ไม่เคย” ซูอันส่ายศีรษะ
ถึงแม้เขาจะใช้กำลังบังคับ บุปผามรณะก็จะไม่ว่าอะไร
แต่การสวมหน้ากากมีเสน่ห์อีกแบบ เขาจึงไม่ได้พยายามอยากรู้อยากเห็น และทำให้ดูลึกลับไปในตัว
“มีอะไรผิดปกติกับตัวตนของฮวาฮวาหรือเปล่า?” เขาถาม
บุปผามรณะนั่งตัวตรงโดยไม่พูดอะไร
กงเยวี่ยหรูมองไปที่คนทั้งสอง รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าของนาง “ที่จริงพวกเจ้าเคยเจอกันตอนเด็ก ๆ เพียงแต่เจ้าจำนางไม่ได้”
“หืม!?” ซูอันขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเรื่องนี้
พอลองคิดดูแล้วก็ไม่เหลือความทรงจำอะไรเลยจริง ๆ
ตอนเด็ก ๆ พี่สาวสองคนที่เขาเล่นด้วยบ่อย ๆ มีพี่หงเสากับพี่ชิงหลิง ส่วนคนอื่น ๆ ไม่ค่อยเหมือนบุปผามรณะเท่าไร
ในระดับบรรลุวิถีไม่มีสิ่งที่เรียกว่าจดจำผิดพลาด
“ฮวาฮวา…” เขาจ้องบุปผามรณะอีกครั้งแล้วส่ายหัว
กงเยวี่ยหรูลูบมือของซูอันและอธิบายโดยไม่รอช้า “กว่าหกสิบปีที่แล้ว ไม่นานหลังจากที่ข้าบรรลุหยางบริสุทธิ์ ระหว่างเดินทางท่องเสวียนโจว ข้าพลั้งเผลอหลงเข้าไปในอาณาจักรลับที่ไม่เสถียรแห่งหนึ่ง ในอาณาลับแห่งนั้นมีทะเลดอกบุปผามรณะ งดงามแต่ก็แฝงเร้นด้วยอันตราย ตอนนั้นหมู่โฮ่วยังเด็กและห้าวหาญ ย่อมไม่กลัวอยู่แล้ว อาศัยพลังวิญญาณที่มี กล้าเข้าไปแสวงหาโอกาส” นางเหมือนจะหวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เคยใช้กระบี่ปราบปรามเหล่าสหายร่วมรุ่นและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของเสวียนโจว
“ต่อมา ข้าได้ค้นพบสมบัติแท้จริงซึ่งถูกสร้างขึ้นจากแก่นแท้ของดอกบุปผามรณะนับไม่ถ้วนและแก่นแท้ของฟ้าดิน...ตัวอ่อนหินวิญญาณโลหิตโดยกำเนิด”
“ตัวอ่อนหินเหล่านี้เกิดและเติบโตโดยธรรมชาติ หากเกิดมาพร้อมกับสติปัญญา ย่อมเกิดความศักดิ์สิทธิ์ ล้วนมีความเข้าใจลึกซึ้งและไม่มีอุปสรรคใด ๆ ในการฝึกตน หากไม่ตายระหว่างทาง ย่อมบรรลุถึงหยวนเสิน หากได้รับการชำระล้างให้บริสุทธิ์เป็นร่างอวตาร ก็จะได้รับความช่วยเหลืออย่างมหาศาลเช่นกัน”
“หมู่โฮ่ว ท่านกำลังจะบอกว่าฮวาฮวา...” ซูอันไม่ใช่คนโง่ เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเขากลับฉายความประหลาดใจเมื่อมองไปที่บุปผามรณะ
มือที่อยู่ตรงหน้าบุปผามรณะอดไม่ได้ที่จะกำแน่น
กงเยวี่ยหรูถอนหายใจ แล้วกล่าว “เป็นเรื่องบังเอิญน่ะ ข้าได้ผสานแก่นโลหิตของตนเองลงไป เพราะต้องการขัดเกลาตัวอ่อนหินให้กลายเป็นร่างอวตาร คาดไม่ถึงว่า ด้วยความบังเอิญอันแปลกประหลาด มันจึงสามารถพัฒนาจิตสำนึกได้ ผลคือ ตัวอ่อนหินนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะขัดเกลาได้ ข้าจึงนำมันออกจากอาณาจักรลับ ไม่กี่ปีต่อมา ตัวอ่อนหินนั้นก็ถือกำเนิดขึ้น เพราะมันเกิดจากแก่นแท้และสายเลือดของข้า มันจึงถูกมองว่าเป็นลูกสาวของข้า และสืบทอดรูปลักษณ์ของข้าด้วย”
ขณะที่นางพูดก็ยื่นมือออกไปและค่อย ๆ ยกหน้ากากออกจากใบหน้าของบุปผามรณะ ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากค่อย ๆ เผยต่อสายตาคนนอก เผยให้เห็นใบหน้าที่แทบจะเหมือนกับไท่โฮ่วทุกประการ
บางทีท่าทางอาจจะแตกต่างกันบ้าง แต่หากสวมเสื้อผ้าแบบเดียวกันแล้ว เกรงว่ายากที่จะแยกแยะได้
กงเยวี่ยหรูมองบุปผามรณะราวกับกำลังมองดูตนเองในกระจก
เพียงแต่คนหนึ่งมีแววตาเต็มไปด้วยความเคารพรักดุจลูกหลาน ส่วนอีกคนหนึ่งเก็บความรู้สึกซาบซึ้งไว้ในใจ
“อันที่จริง เมื่อก่อนบางครั้งที่ข้าเก็บตนฝึกฝนและทำความเข้าใจวิถีแห่งหยวนเสิน ก็ให้นางเป็นคนดูแลเจ้า” ไท่โฮ่วกล่าวเสริมพร้อมรอยยิ้ม
ซูอันได้ยินดังนั้น ดวงตาพลันสั่นไหว ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาในหัว ไม่น่าแปลกใจเลยที่...บางครั้งเวลาที่เขามาฟ้อง หมู่โฮ่วจะตีพี่รั่วซี แต่บางครั้งนางจะกอดเขาและเช็ดน้ำตาให้เงียบ ๆ เท่านั้น
ตอนเด็ก ๆ เขาโง่มากจนไม่สังเกตเห็นเลย
ไม่แปลกใจเลยที่บุปผามรณะจะภักดีกับเขามากเมื่อพบกันครั้งแรก ปรากฏว่านี่คือเหตุผล
เขาคิดว่าบุปผามรณะเป็นดอกไม้ที่เชื่อฟัง
“ลำบากเจ้าแล้ว” คำพูดของกงเยวี่ยหรูมีแววของความรู้สึกผิดอยู่บ้าง
ในตอนแรกนางใช้บุปผามรณะเป็นตัวแทนเท่านั้น และนั่นเป็นสาเหตุที่นางให้บุปผามรณะซ่อนใบหน้าและทำให้เป็นกระบี่ในมือของตนเอง
อย่างไรก็ตาม ในฐานะเชื้อพระวงศ์ของต้าซาง นางไม่มีพี่สาวน้องสาวที่บ้านเลย
หากมีคนหน้าเหมือนตนเองปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ย่อมจะเกิดความสงสัยตามมา
กระนั้นพวกนางก็มีความเชื่อมโยงกันทางสายเลือด และนางยังรู้ด้วยว่าบุปผามรณะนับถือนางเป็นมารดามาโดยตลอด นางเองก็มีความรู้สึกบางอย่างต่อบุปผามรณะอยู่ในใจ
“ท่านอย่าโทษตัวเอง เป็นข้าที่สมัครใจ” บุปผามรณะรีบจับมือไท่โฮ่วและส่ายหัว
นางเกิดมาเพื่อไท่โฮ่ว และไท่โฮ่วคือผู้ประทานความหมายของชีวิตให้กับนาง ดังนั้นนางไม่เคยตำหนิไท่โฮ่วเลย
ต่อมาได้รู้ว่าชีวิตของเด็กชายที่ชอบร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของนางกำลังตกอยู่ในอันตราย นางจึงอาสาเปลี่ยนจากกระบี่ในมือของไท่โฮ่วมาเป็นดาบในมือของซูอัน
กงเยวี่ยหรูรู้สึกมีความสุขที่สิ่งนี้เกิดขึ้น และนางใช้โอกาสนี้มอบหน่วยบุปผามรณะทั้งหมดให้กับซูอัน
นางรู้ว่าบุปผามรณะรักอันเอ๋อร์
เมื่อมองภาพของสองแม่ลูกที่รักใคร่กตัญญู ซูอันมีความสุขแต่ก็รู้สึกแปลก ๆ เช่นกัน
แม้พี่รั่วซีจะมีหน้าตาคล้ายกับไท่โฮ่ว แต่ก็มีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างนาง
แต่บุปผามรณะและไท่โฮ่วสามารถแยกแยะได้จากอุปนิสัยและกิริยามารยาทเท่านั้น
“อันเอ๋อร์แข็งแกร่งพอที่จะไม่ต้องให้เจ้าคอยปกป้องแล้ว เจ้าคิดเรื่องอนาคตบ้างหรือไม่?” กงเยวี่ยหรูถามบุปผามรณะขึ้นทันทีพร้อมรอยยิ้ม
“ข้า...” เมื่อได้ยินดังนั้น บุปผามรณะก็รู้สึกตื่นตระหนกในใจ จึงเหลือบมองซูอันจากหางตา และได้รู้ว่าซูอันก็มองนางเช่นกัน
“ข้าอยากจะรับใช้นายท่านต่อไป”
ในที่สุด นางเม้มริมฝีปากและแสดงความคิดของตนเองออกมา
กงเยวี่ยหรูเหมือนจะคิดไว้แล้ว นางจับมือพวกเขาไว้แน่น ยิ้มอย่างอบอุ่นและใจดี “เช่นนั้นก็ทำตามที่คิดเถิด”
บรรยากาศในห้องโถงดูอบอุ่นขึ้นภายใต้รอยยิ้มนี้
ตอนเที่ยง ซูอันและบุปผามรณะอยู่ร่วมกินมื้อเที่ยงที่ตำหนักฉือหนิง และไม่ได้ออกเดินทางจนกระทั่งพลบค่ำ
……
หลังออกจากวังหลวง ซูอันก็ไปหาเผ่าปีศาจอีกครั้ง...ตอนนี้น่าจะเรียกว่าเมืองปีศาจได้แล้ว
ที่พักของราชันปีศาจศักดิ์สิทธิ์คือตำหนักตี้ชิงเซียนแห่งเดิม
ในสวนแห่งหนึ่งในตำหนัก เด็กหญิงตัวน้อยแสนน่ารักกำลังเล่นหมากล้อมกับนางกำนัลหลายคน
หากใครมาที่นี่ สายตาจะต้องจับจ้องไปที่เด็กหญิงคนนั้นเป็นอันดับแรกแน่นอน
ด้วยผิวขาวราวกับหยก ดวงตาใสราวกับน้ำในฤดูใบไม้ร่วง เด็กน้อยคนนี้ช่างน่ารักราวกับเทพธิดาจากสวรรค์
ดวงตาโตสดใสคู่หนึ่งจะเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์เป็นระยะ ซึ่งทำให้เด็กน้อยเทพธิดาคนนี้เป็นที่รักเอ็นดูมาก
ตัวหมากถูกวางลง เกมที่เล่นเป็นประจำนี้ได้ตัดสินผู้ชนะแล้ว
เด็กสาวลุกขึ้นด้วยความสนใจอย่างยิ่ง “ข้าชนะแล้ว วันนี้เจ้าต้องให้ข้า เอ่อ ให้ข้า...ช่างเถอะ ข้าจะเก็บไว้ก่อน รอข้าคิดออกแล้วค่อยให้เจ้าทำ...อ๊ะ!”
เมื่อนางร้องออกมาด้วยความตกใจ เท้าก็ลอยขึ้นจากพื้นทันที และนางถูกยกขึ้นกอดอย่างอบอุ่น
“คารวะหยวนอันหวาง!” นางกำนัลหลายคนลุกขึ้นยืนและทำความเคารพ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซูอันมักมาที่นี่เพื่อเยี่ยมลูกสาว และบางครั้งก็พักอยู่ที่นี่ระยะหนึ่ง เหล่านางกำนัลจึงรู้จักเขา
“ท่านพ่อ!” เด็กหญิงตัวน้อยได้กลิ่นที่คุ้นเคย กอดแขนของซูอันอย่างมีความสุข
“ซูซู เจ้ารังแกพวกนางกำนัลอีกแล้วหรือ” ซูอันพูดด้วยรอยยิ้มพลางบีบใบหน้าที่นุ่มนวลและอ่อนโยนของเด็กน้อย
เขาเห็นแล้วว่าลูกสาวทำตัวเป็นเป็นปีศาจน้อย
ในวัยเด็กเช่นนี้ กลับรู้วิธีโกงโดยใช้พรสวรรค์เชิงมิติแล้ว
“ไม่ใช่นะ หากท่านไม่เชื่อก็ถามพวกนางสิ” ซูซูมองไปทางอื่นอย่างเลิ่กลั่ก พลางชี้ไปยังนางกำนัลเหล่านั้นด้วยความไม่สบายใจ
จะถือว่าเป็นการโกงในเกมที่ทุกคนต่างพึ่งพาความสามารถของตัวเองได้อย่างไร
แน่นอนว่านางกำนัลส่ายหัวซ้ำ ๆ ไม่กล้ายอมรับว่าตนถูกกลั่นแกล้ง
ยิ่งไปกว่านั้น การเล่นกับคุณหนู ไม่เพียงแต่ผ่อนคลายเท่านั้น ยังได้รับรางวัลเป็นครั้งคราวอีกด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีคนมากมายอยากจะมาทำหน้าที่นี้
“จริงสิท่านพ่อ ท่านแม่คิดถึงท่านพ่อมาก บอกว่าข้างหน้าคับแน่นมาก พวกเราไปดูกันเถอะ” เมื่อเห็นท่านพ่อกำลังจะพูดอะไร เด็กหญิงตัวน้อยแสนฉลาดก็ดึงแขนเสื้อใหญ่ ๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องทันที
“เช่นนั้นก็ไปดูหน่อย”
หลังจากเกาจมูกเล็ก ๆ ของลูกสาวแล้ว ซูอันอุ้มนางเดินไปถึงห้องโถงอย่างรวดเร็ว
พอมาถึงที่นี่ก็ได้กลิ่นหอมของน้ำนม
ภาพที่เขาเห็นคือ ตี้ชิงเซียนนั่งเปลือยหน้าอกอยู่คนเดียวในห้องโถง