- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 480 มารสวรรค์ถูกกินไปแล้ว
ตอนที่ 480 มารสวรรค์ถูกกินไปแล้ว
ตอนที่ 480 มารสวรรค์ถูกกินไปแล้ว
ตอนที่ 480 มารสวรรค์ถูกกินไปแล้ว
“โอ้ เป็นเช่นนั้นจริง!” ซูอันแสดงความประหลาดใจและก้าวไปข้างหน้าสองก้าว “ไม่ทราบว่าเคล็ดวิชาของเผ่ามารเจ้ามีอะไรลึกล้ำซับซ้อนบ้าง ใจข้าใคร่รู้ยิ่งนัก สหายเต๋าเมี่ยวอวี้เทียนพอจะสาธิตให้ข้าดูสักครั้งได้หรือไม่”
“นี่…” เมี่ยวอวี้เทียนขมวดคิ้วแน่น
เจ้านี่เรื่องเยอะอะไรขนาดนี้ น่ารำคาญจะตายอยู่แล้ว
นางมาที่นี่เพื่อทำภารกิจตามหา ไม่ใช่มาแสดง
อีกอย่าง สิ่งที่กำลังตามหานั้นแท้จริงคือมรดกที่มารสวรรค์ทิ้งไว้ ใครจะรู้ว่าถึงตอนนั้นคนผู้นี้จะไม่หวั่นไหวและเกิดความโลภขึ้นมา
เห็นดังนั้น ซูอันก้าวเข้าไปอีกสองก้าว พลางพูดโน้มน้าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “สหายเต๋าอย่าได้ปฏิเสธเป็นอันขาด ข้าเป็นคนขี้สงสัยมาก หาได้มีเจตนาร้ายอื่นใดไม่ ปกติแล้วเมื่อเห็นนิกายอื่นมีวิชาลึกล้ำอะไร ก็จะเข้าไปขอเรียนรู้เสมอ หากอีกฝ่ายไม่ให้ ข้าเพียงบุกกวาดล้างนิกาย และกวาดล้างทั้งตระกูลของพวกเขาเท่านั้นเอง แน่นอนว่าเอ่ยเช่นนี้มิได้จะขู่เจ้า หากเจ้าไม่อยากทำจริง ๆ ก็ลืมไปเถอะ ข้าเป็นคนคุยง่ายอยู่แล้ว”
มันเป็นการข่มขู่ เป็นการคุกคามอย่างแน่นอน!
เมี่ยวอวี้เทียนเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและความโกรธ แม้แต่จอมมารก็ไม่กล้าที่จะรังแกนางแบบนี้
คนผู้นี้กำลังกดดันนางมากเกินไป เขาคิดจริงหรือว่านางจะไม่กลายเป็นศัตรูด้วย
ต้องรู้ก่อนว่ามีระดับซวีเซียนมากกว่าสองคนที่ตายในมือของนาง
นางกำมือแน่นใต้เสื้อคลุมสีดำ แสงเย็นค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในดวงตา และเอ่ยอย่างโกรธเคือง “ได้!”
เมื่อเอ่ยคำนี้ วิกฤตความตายในจิตวิญญาณของนางพลันหายไป
เมี่ยวอวี้เทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก มีแววประหลาดใจในดวงตาเมื่อนางมองไปที่ซูอัน
ขณะที่นางเกือบจะแสดงท่าทีเป็นศัตรู กลับรู้สึกปวดแปลบในจิตวิญญาณ เหมือนมีเข็มทิ่มแทง และความเจ็บปวดนั้นพุ่งตรงเข้าสู่วิญญาณจริงของนาง
นี่คือความสามารถโดยกำเนิดของนาง ความรู้สึกถึงอันตราย
ความรู้สึกอันตรายนั้นรุนแรงมาก จนถึงขนาดว่าหากนางกล้าลงมือกระทำการในสถานที่แห่งนี้ นางคงต้องตาย ไม่มีทางรอดชีวิตได้เลย
และตายอย่างน่าอนาถด้วย
แม้แต่ตอนที่นางต้องเผชิญหน้ากับจอมมารพวกนั้น ก็ไม่เคยรู้สึกอันตรายขนาดนี้มาก่อน
แม้แต่จอมมารตนแรกซึ่งว่ากันว่าใกล้ชิดกับบรรพจารย์มารมากที่สุดก็ไม่สามารถทำให้นางรู้สึกเช่นนั้นได้
นางรู้สึกเสียใจที่มายังโลกนี้ด้วยความโลภ
ทันใดนั้นไหล่ของนางตกลง เพราะมีมือใหญ่ตบไหล่ของนางอย่างกะทันหัน
ซูอันยิ้มแย้ม ใบหน้าหล่อเหลาดูเป็นมิตร “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนมีเหตุผล จะไม่ปฏิเสธข้าโดยไร้เหตุผล ข้าผู้แซ่ซูชอบคนมีเหตุผลแบบเจ้าเสมอ เอาล่ะ เริ่มการแสดงของเจ้าได้เลย”
ขณะที่เขาพูด ก็ลูบไหล่ของนางผ่านเสื้อคลุมสีดำ
เมี่ยวอวี้เทียนตัวสั่นไปหมด เพราะโกรธมาก
สิ่งที่นางเกลียดที่สุดคือการที่ใครก็ตามมาสัมผัสร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเพศใด
แต่ในเวลานี้นางไม่กล้าทำอะไรซูอันเลย
นางเบี่ยงตัวเพื่อหลีกเลี่ยงมือใหญ่บนไหล่ ระงับความโกรธไว้และเอ่ย “รอสักครู่ ข้าจะเตรียมการก่อน”
นางหยิบวัสดุแปลก ๆ บางอย่างออกจากแหวนจัดเก็บ แล้วจัดวางค่ายกลเล็ก ๆ ในห้อง
จากนั้นหยิบขนนกสีขาวบริสุทธิ์ที่เปล่งแสงสว่างจาง ๆ ออกมา
“นี่คือขนเส้นแรกของเผ่านกพิราบหลังจากที่พวกมันถือกำเนิดขึ้นในพิภพเซียน มีสรรพคุณในการค้นหาสรรพสิ่ง ปัจจุบันเผ่านกพิราบสายเลือดบริสุทธิ์ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว” เมี่ยวอวี้เทียนอธิบายอย่างกระชับได้ใจความ
นางไม่ชอบพูดมาก แต่ซูอันยื่นมือที่อยากรู้อยากเห็นออกมาอีกครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย
เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายของตนเองถูกสัมผัสอีก นางจึงต้องประนีประนอม
จากนั้นก็เป็นขั้นตอนการจัดแจงอีกครั้ง นางอธิบายให้ซูอันฟังไปด้วยว่า “อาคมนี้จะใช้พลังมารของข้าเป็นพื้นฐาน เพื่อค้นหาพลังมารที่มีคุณภาพสูงกว่าของข้าในโลกใบนี้”
ค่ายกลนี้ได้รับการพัฒนาโดยราชาเซียนเจินอู่แห่งพิภพเซียนในช่วงสงครามระหว่างพิภพเซียนและเผ่ามาร และถูกใช้เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ของชนชั้นสูงของพิภพมาร
ต่อมา ฝ่ายพิภพมารได้ค้นหาวิธีการถอดรหัสที่สอดคล้องกัน ซึ่งสามารถใช้เคล็ดวิชาลับเพื่อปกปิดการระบุตำแหน่งได้
ทว่ามารสวรรค์เบญจขันธ์เป็นพวกคร่ำครึ ได้ออกจากพิภพมารไปตั้งแต่ก่อนที่พิภพเซียนและพิภพมารจะปะทะกันเสียอีก ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เคล็ดวิชาลับแบบนี้ได้
แม้ตัวนางจะดับสลายไปแล้ว แต่บนสมบัติวิญญาณก็น่าจะยังมีพลังมารหลงเหลืออยู่
จากนั้นเมี่ยวอวี้เทียนถ่ายเทพลังมารจำนวนเล็กน้อยเข้าไปในค่ายกลนั้น
ค่ายกลเริ่มเปล่งแสงสีดำจาง ๆ และปีกสีขาวบริสุทธิ์ถูกย้อมเป็นสีดำเช่นกัน หลังจากลอยอยู่กลางอากาศครู่หนึ่ง มันก็พบเป้าหมายและเริ่มบินไปยังทิศทางที่กำหนด
“เอ่อ...”
เมื่อมองขนนกที่ตกลงบนมือของตน ซูอันก็เงียบลง
ดูเหมือนว่า...
สมเหตุสมผล! สมเหตุสมผลมาก!
ดวงตาของเมี่ยวอวี้เทียนเบิกกว้างขึ้น แล้วส่ายหัวอีกครั้ง “บางทีอาจจะมีข้อผิดพลาดในขั้นตอนร่ายคาถา ข้าจะลองอีกครั้ง”
ตามบันทึก มารสวรรค์เบญจขันธ์เป็นนางมาร จึงเป็นไปไม่ได้ที่หลังจากผ่านไปหลายปี จิตใจจะเปลี่ยนไปและเปลี่ยนเพศด้วย
อีกทั้งนางยังเคยใช้คำสาปทดสอบแล้ว พบว่ามารสวรรค์เบญจขันธ์ได้ดับสลายไปแล้ว แม้แต่ผู้ฝึกตนที่นางควบคุมให้ร่ายคาถาก็ยังไม่ได้รับผลกรรมย้อนกลับ มิเช่นนั้นนางไม่กล้าคิดครอบครองมรดกของมารสวรรค์เด็ดขาด
เมี่ยวอวี้เทียนหยิบขนนกสีขาวออกมาอีกเส้น แล้วทำซ้ำขั้นตอนเดิมอีกรอบ
จากนั้นเป็นไปตามคาด ซูอันมีขนนกสีดำอีกเส้นอยู่ในมือ
“ขนนกนี้อาจจะปลอมได้ ข้าจะ...”
“อย่าพยายามเลย”
เมื่อเห็นว่าเมี่ยวอวี้เทียนต้องการลองอีกครั้ง ซูอันจึงขัดจังหวะนางโดยตรง
เขาอมยิ้ม จับขนนกสีดำสองเส้น และพลังมารที่น่าขนลุกไหลทะลักออกจากร่างกายของเขาอย่างกะทันหัน พัฒนาไปเป็นโลกมารในห้องที่ไม่กว้างขวางนักแห่งนี้
เหล่าสัตว์อสูรที่น่ากลัวคำราม นางมารผู้มีเสน่ห์ร่ายรำ และเหล่ามารเฒ่าผู้ทรงพลังหมอบคำนับ
ภายใต้การคุ้มกันของเหล่ามารจำนวนมาก คุณชายรูปงามที่เคยสง่างามอ่อนโยน ได้กลายร่างเป็นจอมมารผู้ทำลายล้างโลกได้เพียงการหัวเราะ และเมี่ยวอวี้เทียนผู้เผชิญหน้ากับพลังมารเช่นนั้น ถึงกับตัวสั่นสะท้านไปถึงวิญญาณ ราวกับได้พบเจอการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตสูงสุด ทำให้จิตใต้สำนึกบังเกิดความรู้สึกอยากจะสยบยอมขึ้นมา
พลังมารอันมหาศาลเช่นนี้ บุคคลนี้เป็นใครกัน?!
ดูเหมือนสัตว์อสูรนับพันกำลังวิ่งควบผ่านหัวใจของเมี่ยวอวี้เทียน
แท้จริงแล้ว มีสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวซึ่งมีพลังมารยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ในโลกต้นกำเนิด!
“ตอนนี้ ข้าให้เจ้าเลือกสองทาง” เสียงยิ้มแย้มของซูอันดังอยู่ในหูของนาง “คุกเข่าลงและก้มศีรษะ ยอมรับข้าเป็นนาย หรือ เฮอะเฮอะ ข้าจะตีเจ้าให้ตายแล้วกินเจ้าเสีย แน่นอนว่ากินเจ้าแบบสด ๆ เลยก็ได้ ข้าไม่ถือสา” เขายิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวสะอาดเรียงกัน
หลังจากฝึกฝน ‘คัมภีร์ปลูกฝังมาร’ ซูอันพบว่าความอยากอาหารของตนเองดีขึ้น
นางมารร้ายอะไรกัน ก็แค่นางมารที่น่ารักในสายตาเขา
หลังจากกินมารสวรรค์แล้ว เขาก็ไม่ได้กินอาหารคุณภาพสูงเช่นนี้มาเป็นเวลานาน
เมื่อมองดวงตาที่โลภของซูอัน เมี่ยวอวี้เทียนก็สั่นสะท้านในใจ
นางไม่สงสัยเลยว่าหากตนเองปฏิเสธ เทพเจ้าที่อยู่ตรงหน้าจะกินนางแน่นอน
กินเข้าไปในร่างกายจริง ๆ
แค่มองไปที่แถวฟันขาวของเขาก็ทำให้นางรู้สึกขนลุกและสั่นสะท้านแล้ว
ศัตรูธรรมชาติ? ไม่ใช่! เป็นความรู้สึกหวาดกลัวของวัตถุดิบที่ได้พบกับนักชิมต่างหาก
มารสวรรค์เบญจขันธ์อะไรนั่น เกรงจะถูกคนผู้นี้กินไปแล้ว!
ท่ามกลางความเกรงขามและความหวาดกลัวนั้น เมี่ยวอวี้เทียนหวนนึกถึงคำทำนายที่เกิดขึ้นก่อนการล่มสลายของพิภพมาร ดวงตาของนางหรี่ลงทันที
นางตัดสินใจเลือก โดยเสียง ‘ตุบ’
หมอบราบลงกับพื้นด้วยความอ่อนน้อมอย่างยิ่ง แสดงถึงการยอมจำนน
“บ่าวเมี่ยวอวี้เทียน ขอแสดงความเคารพต่อจอมมาร และยินดีที่จะรับคำสั่งจากนายท่าน”
“หืม ยอมง่ายขนาดนี้...คงไม่ใช่แกล้งแพ้เพื่อล่อลวงกระมัง?”
มารนับหมื่นที่ปรากฏขึ้นได้หายไป พลังมารในห้องกลับคืนสู่สภาพเดิม
จากเสียงของซูอัน เมี่ยวอวี้เทียนเหมือนจะได้ยินถึงรสชาติของความเสียดาย เป็นความเสียดายที่ของอร่อยหายไป
นางรีบก้มศีรษะลงต่ำอีกทันที “บ่าวสาบานด้วยใจจริง ขอให้จอมมารแสดงความเมตตาและอภัยบาปที่ไม่เคารพของบ่าวก่อนหน้านี้ด้วย”
สำหรับการต่อต้านนั้น นางมารตนนี้ไม่มีความกล้าที่จะทำเช่นนั้นอีกต่อไป
ทันใดนั้น นางพลันรู้สึกว่าซูอันเดินเข้ามาหาตนเอง แล้วนั่งยอง ๆ ลง พร้อมวางมือใหญ่ไว้บนศีรษะของนาง