- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 471 เก็บกวาดให้สิ้นซาก
ตอนที่ 471 เก็บกวาดให้สิ้นซาก
ตอนที่ 471 เก็บกวาดให้สิ้นซาก
ตอนที่ 471 เก็บกวาดให้สิ้นซาก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของชายหนุ่มเป็นประกายแห่งความปีติ พยักหน้าซ้ำ ๆ และเล่าถึงที่มาของตนอย่างชัดเจน
“ข้ามีนามว่าตี้หวา เดิมเป็นเพียงเจตนาดีส่วนหนึ่งของตี้เยี่ยซื่อ ถูกเขาแยกออกจากวิญญาณ ตี้เยี่ยซื่อหมกมุ่นเกินไป จนไม่อาจยอมรับข้าได้...และเพราะถูกเขาควบคุมจึงไม่สามารถบำเพ็ญพลังวิญญาณได้ ด้วยเหตุนี้ทุกร้อยปีข้าจึงต้องเวียนว่ายตายเกิดหนึ่งครั้ง และสูญเสียความทรงจำในอดีตบางส่วนไป”
ถึงตรงนี้ เขาแสดงความขอบคุณบนใบหน้าและโค้งคำนับซูอันอย่างลึกซึ้ง “นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณสหายเต๋าทั้งสองที่สังหารตี้เยี่ยซื่อ ทำให้ข้าสามารถเรียนรู้ทุกสิ่ง หลุดพ้น และได้รับอิสรภาพ”
“เกิดจากเจตนาดี?” แววตาของซูอันมองไปยังหวงจู่ พร้อมกับคำถาม
“มีความเป็นไปได้” หวงจู่พยักหน้า “แก่นแท้แห่งผลเต๋ามีเพียงหนึ่งเดียว โดยปกติจะไม่ปรากฏร่างแยกที่มีจิตสำนึกเป็นอิสระจากร่างหลัก แต่หากเป็นร่างแยกบางประเภทที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวสู่เส้นทางการบำเพ็ญและเข้าใกล้แก่นแท้ของผลเต๋าของร่างหลัก เมื่อร่างหลักตายไป ร่างแยกนี้มีโอกาสน้อยมากที่จะกลายเป็นร่างใหม่”
เนื่องจากนางเป็นผลเต๋าโบราณ จึงมีความคุ้นเคยกับความรู้ในระดับบรรลุวิถีเป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับเฟิ่งหลวนที่ไม่ใช่ร่างแยกของนางจริง ๆ และไม่แตกต่างไปจากความคิดและจิตวิญญาณของนาง
เป็นเพียงจิตสำนึกผิวเผินที่ได้รับมาจากผลเต๋าภายใต้อิทธิพลของนาง
แต่ยังสามารถถือเป็นส่วนหนึ่งของนาง และรวมเข้ากับนางได้ตลอดเวลา
จนกระทั่งผลเต๋าถูกนำกลับคืนมา เฟิ่งหลวนจึงตัดความสัมพันธ์กับหวงจู่...หรือพูดได้ว่าหวงจู่เป็นมารดาของเฟิ่งหลวน
ย้อนกลับมาเอ่ยถึงตี้หวา ความคิดศักดิ์สิทธิ์ของซูอันได้สำรวจตี้หวาอย่างละเอียดทั้งภายในและภายนอกแล้ว
แทบจะยืนยันได้เลยว่านี่คืออีกหนึ่งชีวิตใหม่
แม้มองด้วยเคล็ดวิชาทะลวงจิตก็ไม่เห็นความเกลียดชังเลย แต่เห็นสัญลักษณ์โชคลาภสีทองปรากฏอยู่เหนือศีรษะ
“ดูเหมือนเจ้าไม่ได้โกหกข้าจริง ๆ ข้าเข้าใจเจ้าผิดแล้ว” เจตนาฆ่าในดวงตาของซูอันค่อย ๆ จางหายไป และรอยยิ้มของเขากลายเป็นใจดี
ตี้หวาได้ยินแล้วโค้งคารวะอีกครั้ง “เป็นธรรมดาที่สหายเต๋าจะสงสัยข้า แต่ตี้เยี่ยซื่อได้ทำบาปมากเกินไป และความเมตตาของสหายเต๋าที่มีต่อข้าราวกับการเกิดใหม่ ตี้หวาจะไม่มีวันลืม และสักวันหนึ่งจะตอบแทน...”
ปัง!
เสียงนั้นหยุดลงกะทันหัน เมื่อซูอันทำมือเหมือนปืนพกที่ชี้ไปตรงหน้า
มีควันพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา
มีรอยแผลขนาดใหญ่ปรากฏบนหน้าผากของตี้หวา
ตี้หวาสัมผัสเลือดและเนื้อสมองที่ไหลออกจากศีรษะด้วยความมึนงง โดยมีแววตาที่ไม่เชื่อ
ปังปัง!
ซูอันส่ายนิ้วชี้เล่น ๆ สองครั้ง และศีรษะของตี้หวาระเบิดเหมือนแตงโม
“พูดมากจริง ๆ ข้าบอกว่าจะลองคิดดู ตอนนี้คิดเสร็จแล้ว เห็นว่าเจ้าควรไปลงนรกเสีย”
ร่างที่ไร้หัวล้มลงบนพื้นพร้อมตะกร้ายาในมือ
แต่ซูอันไม่มีเจตนาจะปล่อยศพไป เขาชี้นิ้วเบา ๆ ศพถูกบดขยี้สลายไปในทันที
วิญญาณโปร่งแสงยังถูกซูอันกักขังไว้ด้วย
“ตี้เยี่ยซื่อ ไยเจ้าไม่ออกมา?”
เขาออกแรงที่มือเพียงเล็กน้อย พลังเวทร้อนแรงเริ่มละลายวิญญาณที่บอบบางนั้น
ทำลายศพขจัดร่องรอย และทำลายวิญญาณเป็นงานตกแต่งขั้นพื้นฐานที่สุด
ในที่สุด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง คุณสมบัติของดวงวิญญาณที่เดิมกำกวมสับสนก็ได้เปลี่ยนไป ดวงตาคู่หนึ่งที่เจือด้วยความเย็นชาและความสำนึกผิดจ้องมองซูอันเขม็ง ภายใต้ญาณทิพย์ของซูอัน เห็นไอสีดำที่แสดงถึงความเกลียดชังยิ่งเข้มข้นดำมืดราวกับหมึก
“เจ้าค้นพบข้าได้อย่างไร?” วิญญาณนั้นถาม
“ฮ่าฮ่า เจ้ายังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ด้วย!” ซูอันรู้สึกประหลาดใจ “ข้าแค่พูดเล่นเพื่อหลอกให้เจ้าออกมาเท่านั้น”
“เจ้า!” ดวงตาของตี้เยี่ยซื่อหดลงอย่างกะทันหัน และความโกรธพุ่งพล่านเข้าสู่หัวใจ
หากมิใช่เพราะวิญญาณในตอนนี้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาและไร้เรี่ยวแรงอย่างแท้จริง เกรงว่าจะต้องต่อสู้จนตายกับซูอันเป็นแน่
ในที่สุดความโกรธในดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นความลังเลใจ จากนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความโล่งใจ และหยุดดิ้นรน “บางทีหากข้าโจมตีเจ้าเร็วกว่านี้ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น เพียงเคลื่อนไหวอย่างไม่ระมัดระวัง ข้ากลับสูญเสียทุกอย่างแล้ว เฮอะเฮอะ...อยากฟังเรื่องราวของข้าหรือไม่?”
เสียงของเขายาวนานดุจลมฝนนับแสนปี ตั้งแต่การฟื้นจากมนุษย์จนถึงการสิ้นสุดเป็นมนุษย์
ขณะนี้ตี้เยี่ยซื่อไม่มีตำแหน่งสูงส่งเหมือนเมื่อก่อน เขาเป็นเหมือนชายชราไม้ใกล้ฝั่ง เหลือเพียงความอ่อนไหวเท่านั้น
แม้แต่ดวงตาของวิญญาณยังดูเป็นสีเหลือง ให้ความรู้สึกของพระอาทิตย์ตกดิน
เมื่อมนุษย์ใกล้ตาย คำพูดกลับเป็นคำพูดที่ดี
แม้แต่ซูอันเห็นเขาเช่นนี้ยังรู้สึกสะเทือนใจ ความเมตตาที่เหลืออยู่ในใจถูกสัมผัส
“เล่าเรื่องมันเหนื่อยเกินไป ให้ข้าค้นวิญญาณเจ้าโดยตรงเลยดีกว่า”
แกรก!
เสียงวิญญาณของตี้เยี่ยซื่อบิดเบี้ยวดังขึ้น และความเจ็บปวดรุนแรงเข้าปกคลุมเขาทันที สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นคือรอยยิ้มใจดีบนใบหน้าของซูอัน
จากนั้น เมื่อความโกรธที่เหลืออยู่ในใจหมดลง เขาก็กลับคืนสู่ความว่างเปล่า
หวงจู่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ปิดปากและหัวเราะ บุคลิกของผู้ชายคนนี้ยังแย่เหมือนเดิม
ความทรงจำของวิญญาณถูกสร้างขึ้นเป็นหนังสือลวงตา ซึ่งตกอยู่ในมือของซูอัน
เขาเริ่มตรวจดูความทรงจำของตี้เยี่ยซื่อโดยการใช้ความคิดศักดิ์สิทธิ์
หน้าหนังสือพลิกไปเรื่อย ๆ และถึงตอนจบในพริบตา
หลังจากนั้นไม่นาน หนังสือแห่งความทรงจำก็หายไป และดวงตาของซูอันแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจ
ปรากฏว่าสิ่งที่ตี้หวาพูดนั้นเป็นความจริง
ไม่แปลกใจเลยที่ก่อนหน้านี้ไม่มีการแสดงความเกลียดชังออกมา เพราะไม่รู้เลยว่าตนเองเป็นเพียงตัวสำรองสำหรับการฟื้นคืนชีพของตี้เยี่ยซื่อเท่านั้น ในความรู้ของตี้หวา คือตนเองถูกแบ่งแยกเพียงเพราะความไม่ชอบของตี้เยี่ยซื่อเท่านั้น
จนกระทั่งก่อนที่ตี้เยี่ยซื่อจะถูกสังหารในวันนี้ ตี้หวาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตนเองเป็นร่างแยกของตี้เยี่ยซื่อ
เหตุผลที่ตี้เยี่ยซื่อสร้างตี้หวาขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมในการช่วยชีวิตของตนเองในกรณีที่ล้มเหลวระหว่างการรวมเหอเต๋า
ร่างแยกธรรมดาไม่สามารถต้านทานการดูดซับพลังได้ แม้จะมีร่างแยกมากกว่านี้ ทันทีที่ผลเต๋าของตี้เยี่ยซื่อถูกดูดซับ ร่างแยกที่เหลือจะหายไปทันที
ทว่าตี้หวาแตกต่างออกไป ร่างแยกเช่นเขาแทบจะแยกออกจากร่างเดิมของตี้เยี่ยซื่อ และไม่ได้รับผลกระทบจากผลเต๋า
เหตุที่กล่าวว่า ‘แทบจะ’ เพราะตี้เยี่ยซื่อไม่ได้ปล่อยให้ร่างแยกที่สร้างขึ้นจากวิชาลับนี้หลุดพ้นจากการควบคุมอย่างสมบูรณ์ ในสถานการณ์ที่ผลเต๋าถูกทำลาย แผนการสุดท้ายจะเริ่มทำงาน ตี้เยี่ยซื่อก็จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งในความทรงจำของตี้หวา
ถึงแม้พลังวิญญาณจะสูญเสียไปทั้งหมด อย่างน้อยเขาก็ยังได้รับโอกาสอีกครั้ง
หากไม่ถูกพบตัว และตามการพัฒนาปกติแล้ว เนื้อเรื่องหลังจากนี้ก็อาจจะเป็นตี้หวากับตี้เยี่ยซื่อที่เปิดฉากต่อสู้กันอย่างลับ ๆ โดยคนหนึ่งเติบโตบำเพ็ญอยู่ภายนอก ส่วนอีกคนรอคอยที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ และระหว่างการเติบโตนั้นจะมีการเปิดโปงแผนการอะไรทำนองนั้น
โชคดีที่ซูอันมีเมตตาและอนุญาตให้ทั้งสองบรรลุนิพพานด้วยกัน
ลดการวางแผนลงไปได้มาก
ซูอันเพิ่มบันทึกลงในสมุดผลงานของตนเองอย่างเงียบ ๆ
จากนั้นเขาก็ตรวจสอบบันทึกในระบบ
[ติ๊ง ตี้หวาตายแล้ว วิญญาณถูกทำลาย ตายก่อนที่จะออกจากภูเขาด้วยซ้ำ โชคถูกปรับเป็นศูนย์ รับรางวัลคะแนนตัวร้าย 3,000]
[ติ๊ง โฮสต์สังหารตี้หวา ตัวเอกอมตะ แย่งชิงสูตรโกง...ประสบการณ์ชั่วพริบตาแห่งนิรันดร์หนึ่งครั้ง]
[หมายเหตุ : เคยถกเต๋ากับบรรพบุรุษมนุษย์ เคยพูดคุยเรื่องปีศาจกับจักรพรรดิหยวน เคยถกเถียงเรื่องพุทธธรรมกับพระพุทธองค์ เคยเป็นประจักษ์พยานการรุ่งเรืองของเผ่าพันธุ์นับหมื่น และเคยเห็นภัยพิบัติจากมารที่ทำร้ายสรรพชีวิต ต่างฝ่ายต่างโจมตีทำลาย รุ่งเรืองเสื่อมถอย ถูกผิดแพ้ชนะล้วนว่างเปล่าเมื่อหันกลับไปมอง ทุกสิ่งล้วนผ่านพ้นไปแล้ว มีเพียงเขาเท่านั้นที่ท่องไปในกระแสธารแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน กลายเป็นมนุษย์อมตะ]
“ฮึ สังหารเร็วไปหน่อยกระมัง” เมื่อมองรางวัลที่โชคถูกปรับเป็นศูนย์ รับคะแนนตัวร้ายสามพัน ซูอันก็รู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยในใจ
หากเก็บเอาไว้คงจะเพิ่มคะแนนตัวร้ายได้อีก
“ช่างเถอะ สุนัขเฒ่าตัวนี้น่ารำคาญ ไม่สามารถเลี้ยงไว้ได้อีก...ส่วนประสบการณ์ชั่วพริบตาแห่งนิรันดร์...”