- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 418 เกมรุกรานโลกจริง
ตอนที่ 418 เกมรุกรานโลกจริง
ตอนที่ 418 เกมรุกรานโลกจริง
ตอนที่ 418 เกมรุกรานโลกจริง
ซูอันก้าวออกจากประตูและปรากฏตัวในวิลล่า เขาสำรวจสภาพแวดล้อมที่ทันสมัยรอบตัว และในที่สุดก็หยุดอยู่ตรงหน้าเฉินมู่
ในขณะนี้ จิตใจของเฉินมู่เหมือนจะถูกสายฟ้าฟาดจนระเบิด แขนขาแข็งค้างโดยไม่สามารถควบคุมได้
เหตุผลที่เขาไม่กลัวซูอันเพราะเขาเป็นผู้เล่น ตราบใดที่พวกเขาไม่แตะต้องดันเจี้ยนโลกเจินอู่ ซูอันจะทำอะไรกับผู้เล่นได้
โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีแสงแห่งการชำระล้าง อย่างแย่ที่สุดคือเขาต้องตาย
ทว่าในเกม เขาได้รับสิทธิพิเศษในการคืนชีพ
ถึงแม้จะเป็นการทำลายตัวเอง และทั้งสองฝ่ายต้องพินาศ หากพูดตามตรงก็เป็นเพียงการเลือกใช้ทักษะเท่านั้น
แต่ตอนนี้...ซูอันปรากฏตัวในโลกความจริงแล้ว!
นั่นหมายความว่าผู้เล่นจะสูญเสียสิทธิพิเศษในการคืนชีพ และหลานซิงทั้งหมดจะถูกเปิดเผยต่อสายตาของดันเจี้ยนอื่นๆ อย่างสมบูรณ์
เกมรุกรานโลกจริง!
เมื่อพลังแห่งการเด็ดดาราและพลังที่จะทำลายโลกปรากฏขึ้นในความจริง
หลานซิงจะเอาอะไรมาต้านทาน?
เฉินมู่มีความกลัวและความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ตอนนี้เขาเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ขอบคุณที่ช่วยนำทาง’ แล้ว เพราะเขาใช้แสงแห่งการชำระล้างเพื่อให้ผู้เล่นบางคนสามารถกลับมายังหลานซิงได้ ซึ่งดึงดูดซูอัน!
เขาคือคนบาปของมวลมนุษยชาติ และเป็นคนบาปของหลานซิง!
ซูอันยืนอยู่หน้าประตูเซียน และรออยู่ครู่หนึ่ง ทว่าเมื่อสุดท้ายไม่ได้ยินเสียงเตือนจากระบบ จึงส่ายหัวด้วยความผิดหวัง
เท่ากับว่าเฉินมู่ไม่เหลืออะไรให้เก็บเกี่ยวแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเก็บไว้อีก
“รองผู้คุมเฉิน ข้าได้ให้เวลาเจ้าพูดประโยคสุดท้ายไปแล้ว ตอนนี้ข้าจะส่งเจ้าไปลงนรกเพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบสุข”
เขายกมือขึ้นอีกครั้ง และกดเบา ๆ ที่กลางกะโหลกศีรษะของเฉินมู่
ที่จริง ไม่ว่าเฉินมู่จะช่วยผู้เล่นได้หรือเปล่า เขาก็ไม่สามารถป้องกันซูอันจากการค้นหาดาวเคราะห์สีน้ำเงินได้
เพียงถอดตะปูตรึงวิญญาณของผู้เล่นไม่กี่คนออก แล้วส่งพวกเขากลับไปสร้างจุดยึดก็พอ
หน้าที่เดียวของเฉินมู่คือช่วยซูอันพิจารณาถึงอันตรายของเกมกลับชาติมาเกิด
บางทีการให้คะแนนตัวร้ายก็เป็นอีกหนึ่งหน้าที่
“เดี๋ยวก่อน ฉัน…” เฉินมู่เปิดปากและอยากจะพูดอะไรต่อ
ทว่าในพริบตาต่อมา จิตของเขาพลันมืดลง
ครั้งนี้เกรงว่า จะไม่มีโอกาศได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย
หลังจากทำลายร่างกายและวิญญาณของเฉินมู่แล้ว ซูอันก็ดึงมือออกอย่างใจเย็น
[ติ๊ง! ตัวเอกเฉินมู่ ถูกโฮสต์สังหาร รับคะแนนตัวร้าย 1000]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สังหารตัวเอก แย่งชิงสูตรโกง...สมบัติวิญญาณเหรียญทองแห่งโชคชะตา]
เหรียญทองแห่งโชคชะตา : สมบัติวิญญาณที่ถือกำเนิดจากวิถีแห่งโชคชะตา สามารถคำนวณความน่าจะเป็น และกระตุ้นโชคชะตาได้ ข้อจำกัด : ผลที่ได้รับขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของนายท่าน ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อผู้บรรลุวิถีในยุครุ่งเรือง สามารถดูดซับพลังแห่งโชคชะตาเพื่อเติบโตได้
“ไม่เลว” ซูอันยิ้มเมื่อมองเหรียญทองในมือซึ่งเปี่ยมด้วยปราณแห่งโชคชะตา
ผลลัพธ์ที่ได้ดูมีประโยชน์มากกว่าไดอารีอะไรนั้นมาก
เส้นทางแห่งโชคชะตา เป็นเส้นทางที่ลึกลับอย่างยิ่ง
“ไม่รู้ว่าสมบัติวิญญาณทั้งสองจะหลอมรวมกันได้หรือเปล่า” จู่ ๆ เขาก็เกิดความคิดขึ้นมา
เขาเก็บเหรียญทองแห่งโชคชะตา และตัดสินใจพิสูจน์เมื่อกลับไป
จากนั้น ซูอันมองดูเมืองและผู้คนที่สัญจรบนถนนนอกวิลล่า
เพียงดีดนิ้วเบา ๆ เรือเซียนขนาดใหญ่เท่าทวีป และเรือรบโบราณนับร้อยลำซึ่งส่งกลิ่นอายแห่งยุคโบราณก็กระจายไปทั่วท้องฟ้าของดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
เงาขนาดใหญ่ปกคลุมพื้นโลกอย่างกะทันหัน ราวกับวันสิ้นโลก
“นั่นอะไร!”
ท้องฟ้าที่มืดสลัวทำให้ผู้คนมองขึ้นไปโดยไม่ตั้งใจ และเมื่อพวกเขาเห็นวัตถุขนาดใหญ่บนท้องฟ้า ต่างก็พูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“นี่เป็นการรุกรานของมนุษย์ต่างดาวเหรอ?!”
“พูดอะไรน่าขำ!” มีคนต้องการจะโต้แย้งเสียงดัง แต่เมื่อมองไปที่เรือเซียนลำใหญ่ไม่เห็นหาง ก็คิดเหตุผลใดที่จะโต้แย้งไม่ออก
สิ่งนี้ดูไม่เหมือนสิ่งที่หลานซิงสร้างเลย!
“แผนร้าย นี่จะต้องเป็นแผนร้ายของเหล่าเติงแน่ๆ!”
“พระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความเมตตา! ท่านเสด็จลงมาพร้อมเรือโนอาห์ใช่ไหม?”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า หลานซิงจะถูกทำลาย โลกกำลังจะแตก ทุกคนจะต้องตาย”
“เทพเจ้าจากต่างดาว พวกเราขอยอมแพ้ และขอเป็นพลเมืองที่ดี!”
คำพูดจากผู้คนหลายประเภทดังต่อเนื่อง
ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่มองโลกในแง่ดี และเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวเหล่านี้มีน้ำใจที่จะมาช่วยให้ดาวเคราะห์สีน้ำเงินเข้าสู่ยุคของอวกาศ
ความคล้ายคลึงกันเพียงอย่างเดียวคือคนส่วนใหญ่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเริ่มบันทึกวิดีโอหรือถ่ายภาพ
ช่วงเวลาแล้วช่วงเวลาเล่า วิดีโอถูกโพสต์โมเมนต์วีแชทอย่างต่อเนื่อง
มีเพียงผู้เล่นบางส่วนที่หลบหนีจากโลกเจินอู่เท่านั้นที่ตระหนักถึงบางสิ่ง
“นั่นดูเหมือนจะเป็นเรือรบจากดันเจี้ยนโลกเจินอู่!”
“การบุกรุกของเกมเหรอ?” ดวงตาของผู้เล่นคนหนึ่งเบิกกว้าง และในที่สุดเขาก็แสดงสีหน้าหวาดกลัว
“ถูกต้องแล้ว ฉันเคยเห็นข้อความแบบนั้นที่ดันเจี้ยนโลกเจินอู่แล้ว!”
“ว้าว เจ๋งมากเลย นั่นหมายความว่าเราสามารถบำเพ็ญเซียนในชีวิตจริงได้ใช่ไหม!” ชายหนุ่มที่แต่งกายสไตล์ฮิปฮอปพูดอย่างตื่นเต้น
“ชีวิตนิรันดร์ เคลื่อนย้ายดวงดาว ย้อนทิศอินหยาง...” เขาเพ้อฝันไปเรื่อย
ทันใดนั้น คนที่นั่งข้าง ๆ ก็พูดดับฝันเขา
“บำเพ็ญเซียน เฮอะ”
“นายลืมไปแล้วเหรอว่าพวกเขาปฏิบัติกับผู้เล่นที่เข้าไปในเกมยังไง” ผู้เล่นวัยกลางคนยกมือดันกรอบแว่นตาอย่างสั่นเทิ้ม เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนใบหน้าที่จริงจังของเขา และภาวนาในใจ
เพื่อนของเขาคนหนึ่งเพิ่งจับทาสไม่กี่คน แต่ก่อนที่จะได้แลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากร ก็ถูกจับและกลายเป็นทาสขุดเหมือง
หากเขาไม่โชคดีจนออกจากระบบได้ทันเวลา เขาก็คงมีชะตากรรมไม่พ้นทาสขุดเหมือง
“จบแล้ว! จบแล้ว!”
บางคนถึงกับนั่งตัวสั่นบนพื้น
ในเกม ผู้เล่นสามารถฆ่าทุกคน สังหารตามต้องการ มีอำนาจสูงสุด และทำตามใจปรารถนาของตนเองได้
พวกเขายังกล้าที่จะท้าทายและดูถูกบอสในดันเจี้ยนเหล่านั้นด้วย
เนื่องจากพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง และเป็นภัยพิบัติครั้งที่สี่ของเหล่าเซียน
ทว่า
เมื่อเกมกลายเป็นความจริง พวกเขาก็ไม่ต่างจาก NPC ที่ถูกสังหาร สิ่งที่เหลืออยู่ในใจพวกเขาคือความกลัว
“พวกนายจะกลัวอะไร ถึงเซียนจะลงมายังโลก แต่มนุษย์เรายังมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ไม่ใช่เหรอ?”
ประชาชนธรรมดาที่ไม่เคยเข้าเกมก็พูดด้วยความสับสน
แม้จะกลัว แต่เขายังเชื่อมั่นในความสามารถของสหพันธ์
กาลเวลาเปลี่ยนไปนานแล้ว ตอนนี้มนุษย์สามารถพิชิตธรรมชาติได้แล้ว แม้จะเป็นตถาคตลงมายังโลก ก็ยังต้องคิดหนัก
ไม่มีเซียนผู้ใดจะสู้พลังของเทคโนโลยีได้
ผู้เล่นที่อยู่ข้างเขา มองเขาเหมือนมองคนโง่
ล้อเล่นหรือ ไม่เห็นเรือรบโบราณที่ใหญ่เท่ากับแผ่นดินใหญ่นั่นหรือไร?
คิดว่าพวกนั้นเป็นเซียนประเภทที่โดนยาฆ่าแมลงก็ตายได้หรือ?
เวลาเดียวกัน
ม่านแสงขนาดใหญ่ปรากฏทั่วท้องฟ้า
ในม่านแสง สะท้อนให้เห็นร่างที่หล่อเหลาในชุดที่งดงาม เขามีใบหน้าที่อ่อนโยนและรัศมีเหมือนเซียน อยู่เหนือธรรมชาติและเหนือโลก แต่มีอำนาจที่ไม่อาจล่วงเกินได้ เหมือนกับเทพเจ้าที่มองลงมายังโลก
ในอ้อมแขนของเขา มีสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมังกรที่น่ารักกำลังนอนคว่ำหน้าและเพลิดเพลินไปกับการสัมผัสของชายผู้นั้น
ทั้งหญิงและชายต่างจ้องมองชายที่ยืนอยู่ในม่านแสงอย่างงงงวย
“นั่นคือ...เซียนเหรอ?”
ภายใต้สายตาที่จับจ้องของฝูงชน ‘เซียน’ ก็เบนสายตาไปนอกม่านแสง
ดวงตาที่ยิ้มแย้มของเขา เหมือนจะมองไปที่ทุกคนโดยตรงผ่านม่านแสง มุมปากโค้งเล็กน้อยขณะที่พูด
“ชาวหลานซิงที่โง่เขลา ตอนนี้พวกเจ้าถูกข้าล้อมไว้หมดแล้ว”
เสียงชัดใสดังขึ้นและก้องอยู่ในหูของทุกคน
ในที่สุดกลุ่มคนที่คิดฟุ้งซ่านก็กลับมามีสติอีกครั้ง รู้สึกทั้งหวาดกลัวและสับสน
“ข้าขอประกาศว่า ตั้งแต่บัดนี้ หลานซิงจะอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า และสถานะของพวกเจ้าจะเปลี่ยนเป็นทาส เพื่อความปลอดภัย จงรีบคุกเข่าเพื่อสวามิภักดิ์เสีย”
“อีกครึ่งชั่วยามให้หลัง ผู้ใดไม่คุกเข่าจะต้องตาย!”
ซูอันเอ่ยด้วยรอยยิ้มและท่าทางอ่อนโยน