- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 412 ฝ่าบาทช่วยด้วย
ตอนที่ 412 ฝ่าบาทช่วยด้วย
ตอนที่ 412 ฝ่าบาทช่วยด้วย
ตอนที่ 412 ฝ่าบาทช่วยด้วย
ในไม่ช้า มีผู้เล่นคนหนึ่งดวงตาปูดโปน และส่งเสียงคร่ำครวญก่อนจะเงียบไป
ผู้เล่นคนอื่น ๆ ก็มีความเจ็บปวดมากเช่นกัน ยังไม่ทันไรชีวิตใหม่ก็กำลังหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา
ในที่สุดเฉินมู่ก็กลับมามีสติอีกครั้ง เขาตกใจและโกรธมาก จากนั้นปล่อยแสงแห่งการชำระล้างออกไปอย่างรวดเร็วให้กับผู้เล่นเหล่านั้น
“อย่ากลัว ลองออกจากระบบเดี๋ยวนี้!”
เขาพยายามอย่างดีที่สุดที่จะแสดงทักษะ และตะโกนใส่ผู้ที่กำลังล้มลงกับพื้นทั้งยังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ช่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในไม่ช้า ผู้เล่นหลายคนตรงหน้าเขาก็หายไปจากเหมืองด้วยความรู้สึกขอบคุณ
เฉินมู่กัดฟัน ยังคงฉายแสงแห่งการชำระล้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงหนึ่งเมล็ดข้าวในมหาสมุทร
“เทพแห่งการกลับชาติมาเกิด จะออกมาทำไมวะ!” เขากล่าวอย่างโกรธเคือง
ความเร็วที่เขาสามารถใช้ทักษะได้นั้นมีจำกัด แต่มีผู้เล่นมากกว่าสองพันคน
ช่วยฝั่งนี้แล้ว จะช่วยฝั่งนั้นไม่ทัน
ทว่าเขาเป็นคนเดียวในสนามรบที่มีความสามารถในการช่วยชีวิตคนอื่นได้
แรงกดดันอันหนักหน่วงกดทับจิตใจของเฉินมู่
นี่คือชีวิตมนุษย์นับพันชีวิต ไม่ใช่หมูนับพันตัว!
เงาของเทพแห่งการกลับชาติมาเกิดยังแข็งกระด้าง และไม่มีการตอบสนองใด ๆ เลย
เมื่อเวลาผ่านไป ดวงตาของเฉินมู่เริ่มแดงก่ำ และความสุขที่เขารู้สึกก็หายไปจนสิ้น
ถึงแม้เขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยทุกคน แต่มีเพียงประมาณสามสิบคนที่ออกจากระบบได้
ผู้เล่นที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นเถ้าแก่หรือ ‘สาวงาม’ ก็กลายเป็นศพ บัดนี้ซากศพกองสูงขึ้นไปรอบ ๆ เฉินมู่จนกลายเป็นกำแพง และพลังงานในศพยังถูกดูดออกไปโดยพลังแปลกประหลาดนั้น
ฉากนี้ดูแปลกและน่ากลัวมาก
เฉินมู่เหมือนจะยังไม่รู้ตัว เขามีดวงตาสีแดงก่ำและปล่อยแสงแห่งการชำระล้างไปยังศพเรื่อย ๆ
“ออกจากระบบ! ออกจากระบบ!”
“รีบออกจากระบบไปให้หมด!!!”
เขาคำรามอย่างบ้าคลั่ง
จนได้ยินเสียง “กรุบ” ซึ่งเป็นเสียงกระดูกหลังคอของศพที่ถูกดูดจนแห้งและหักกะทันหัน
หัวผอมแห้งกลิ้งลงตรงหน้าเขา รูม่านตาที่ว่างเปล่าไร้ชีวิตจ้องตรงไปที่เฉินมู่ และปากที่เปิดอยู่คล้ายจะเป็นการตำหนิ
ถามว่าทำไมเขาไม่ช่วย!
เฉินมู่ตัวสั่นเทา และวิ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง
แต่ข้างนอกก็โหดร้ายไม่แพ้กัน
อุโมงค์เหมืองที่เคยมีผู้คนพลุกพล่าน เหลือเพียงกองกระดูก ไม่มีใครถุยน้ำลายใส่เขาอีกต่อไป และไม่มีใครสาปแช่งเขาลับหลังอีก
มีเพียงรอยขีดข่วนบนพื้นเท่านั้นที่แสดงให้เห็นร่องรอยการต่อสู้ของเหล่าผู้เล่น
ผู้เล่นเหล่านี้ตายจริง ๆ
เฉินมู่ลดมือลงอย่างอ่อนแรง คุกเข่าลงด้วยเสียงดังตึง
เข้าก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะมองศพที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น
“ซู! อัน!”
เฉินมู่ดวงตาแดงก่ำและเต็มไปด้วยความโกรธแค้น กำมือแน่นบนพื้น คุกรุ่นด้วยเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชัง
ในที่สุดเงาบนแผ่นหยกก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ยืนอยู่กลางอากาศด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้ความปรานี เส้นผมสีดำที่ยาวสยายลงมาอย่างอิสระ หลุมดำจำนวนหกหลุมปรากฏขึ้นเบื้องหลังนาง ราวกับจะปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างในโลก
โดยไม่สนใจเฉินมู่ที่ยังคุกเข่าอยู่บนพื้นและระบายความเกลียดชังออกมา สายตาของนางจ้องไปยังทิศทางหนึ่ง
เกิดเสียงฟ้าร้องคำราม เทพแห่งการกลับชาติมาเกิดเสด็จลงมาแล้ว
ค่ายกลกลั่นสวรรค์โบราณที่ปกคลุมเหมืองโบราณเทียนซิงถูกทำลาย ทว่าสิ่งที่เกิดในโลกเจินอู่ เหมือนจะไม่มีผลต่อการดำรงอยู่เบื้องหลังเกมกลับชาติมาเกิดเลย
ร่างของซูอันถอยกลับไปไกลหลายพันลี้แล้ว เมื่อครู่เขาเพียงใช้ความคิด ​​[คะแนนตัวร้าย +500 + 500] กลับมา
“ปราณนั้นน่ากลัวจริง ๆ”
มีแววของความไม่พอใจปรากฏอยู่ในดวงตาของเขา ความรู้สึกที่ไม่สามารถสู้กับศัตรูได้นี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว!
ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยได้ต่อสู้ด้วยตนเอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาชอบหลบข้างหลังผู้อื่น
เขาซูอันก็อยากปกครองใต้หล้าด้วยพลังของตัวเองมิใช่หรือ
ขณะที่ซูอันกำลังคิดว่าจะปรับปรุงความแข็งแกร่งของตนเองอย่างรวดเร็วได้อย่างไร จู่ ๆ พื้นที่รอบตัวเขาก็แหวกออก
มือยักษ์ยื่นออกจากเหมืองโบราณเทียนซิงและคว้าเขาไว้อย่างแม่นยำ
โดยไม่ลังเลใด ๆ ซูอันวางมือบนหน้าอกของตนด้วยท่าทางเด็ดเดี่ยว เงาของวิหคดำตัวเล็กปรากฏให้เห็นชัดเจน
“ฝ่าบาทช่วยด้วย!”
เสียงเงียบลง พื้นที่โดยรอบผ่อนคลายลงอย่างกะทันหัน
เงาของวิหคดำบนร่างของซูอันก็เปลี่ยนไปเป็นวิหคดำที่มีร่างกายเพรียวบาง มันร้องตะโกนก้องฟ้า บินวนอยู่กลางอากาศสักพัก และในที่สุดก็ร่อนลงช้า ๆ ตรงหน้าของซูอัน
จักรพรรดินีผู้ไร้พ่ายในฉลองพระองค์ลายวิหคดำกำลังเหยียบอยู่บนหลังของวิหคดำ อาภรณ์พลิ้วไสวในสายลม ท่าทางทรงอำนาจ และดวงตาหงส์ยิ่งชวนหลงใหลมากขึ้น
เพียงปรายตามอง มือยักษ์ที่กดลงมาก็แตกสลายในพริบตา
“บังอาจนัก กล้าโจมตีคนของเรา”
จักรพรรดินีมองไปทางเหมืองโบราณเทียนซิง น้ำเสียงเย็นชา
ทางด้านหลัง ดวงตาของซูอันเป็นประกาย เขาวิ่งไปหาอย่างรวดเร็ว เอามือโอบรอบเอวเรียวบางของพี่รั่วซีพลางถูไถศีรษะอย่างโลภมาก
“ฮือ ฝ่าบาท นางช่างดุร้ายเหลือเกิน ข้ากลัวยิ่งนัก สุดท้ายท่านก็มาช่วยแล้ว!”
เสียงที่เสแสร้งนี้ ทำให้จักรพรรดินีรู้สึกอยากจะเปลี่ยนซูอันให้กลายเป็นเด็กชายตัวน้อยและลงโทษเขาอย่างรุนแรง
ในขณะนี้ ทิศทางของเหมืองโบราณเทียนซิง อุโมงค์เหมืองที่อยู่ใต้ดินลึก กลับถูกแยกออกจากกันโดยพลังที่น่าสะพรึงกลัว
มีแสงประหลาดปรากฏออกจากเหมือง และถูกกลืนเข้าไปโดยหลุมดำลึกทั้งหกหลุม
เมื่อมองแวบแรก ราวกับมีภาพของสรรพชีวิตไหลเวียนอยู่ แต่เมื่อมองให้ดี ๆ กลับไม่มีสิ่งใดเลย
เมื่อแสงและเงาบรรจบกัน พลันมีร่างสูงใหญ่ปรากฏอยู่ด้านหน้าหลุมดำรูปหกเหลี่ยม ร่างของนางถูกปกคลุมด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์สีฟ้าอ่อน บอกได้คร่าว ๆ ว่าเป็นสตรีกำลังเผชิญหน้ากับจักรพรรดินีจากระยะห่างนับพันลี้
เมื่อเห็นรูปลักษณ์นี้ สีหน้าของจักรพรรดินีเริ่มจริงจังขึ้น คิ้วขมวดเล็กน้อย และมีแววสงสัยอยู่ในดวงตา
ระดับบรรลุวิถี? ทว่าดูไม่เหมือนเลย
ปราณก็ประหลาด ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิต
ในขณะนี้ ศีรษะของซูอันโผล่ออกจากไหล่ของจักรพรรดินี ร่างของเขาแนบชิดกับร่างที่บอบบางของนาง พร้อมกับท่าทางโกรธเกรี้ยวพลางชี้ไปที่เทพแห่งการกลับชาติมาเกิด
“เจ้าตัวนี้คิดจะรังแกข้า ขอฝ่าบาทตัดสินแทนข้าด้วย!”
“เรามาที่นี่เพื่อสะสางแทนเจ้า”
หว่างคิ้วของจักรพรรดินีผ่อนคลายลง เหลือบมองเสี่ยวอันจื่อด้วยความรู้สึกจนใจแต่ก็เอาใจใส่ด้วยเช่นกัน
นางชูนิ้วหยกขึ้นและกดลงบนหน้าผากของซูอัน ออกแรงดันศีรษะของซูอันออกไป แล้วมองไปที่เทพแห่งการกลับชาติมาเกิดอีกครั้ง ก่อนจะถามด้วยความอยากรู้
“บอกเรามา ทั้งหมดคืออะไร?”
ด้วยสายตาของนาง ก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายมาจากไหน
ใบหน้าของเทพแห่งการกลับชาติมาเกิดถูกปกคลุมด้วยแสงสีฟ้าอ่อน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสีหน้าได้ชัดเจน แต่นางยกมือขึ้นและชี้ไปที่จักรพรรดินี...และซูอันที่อยู่ข้าง ๆ
“ส่งเขาให้ข้า แล้วข้าจะไป!”
เสียงนี้ค่อนข้างเฉยเมย คล้ายกับเสียงของระบบ แต่ได้ยินแล้วแฝงไว้ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เหมือนกับหมาป่าใหญ่ตัวร้ายที่ได้เห็นลูกแกะอ้วน
ซูอันตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนี้ รีบหดร่างกลับไปอยู่ด้านหลังจักรพรรดินี
อ่า! การดำรงอยู่เบื้องหลังเกมกลับชาติมาเกิดนี้ แท้จริงคือความปรารถนาที่มีต่อร่างกายของเขา!
น่ารังเกียจนัก!
ไม่รู้ว่าเจ้าสัตว์ประหลาดแก่ ๆ นี้มีอายุเท่าไรแล้ว ยังอยากกินไก่เนื้อนุ่มอยู่อีก
ท่าทีของจักรพรรดินีเปลี่ยนเป็นเย็นชาในทันที
อีกฝ่ายจะเป็นอะไรก็ช่าง ฆ่าทิ้งเสียดีกว่า
รัศมีอันเยือกเย็นและแข็งกร้าวทำให้เฉิงจู่และอู่กั๋วกงที่ซ่อนตัวอยู่ห่างไกลออกไปรู้สึกถึงความหนาวเหน็บ การหมุนเวียนของพลังในร่างกายเริ่มคลุมเครือ
มีเพียงซูอันที่หลบอยู่ข้างหลังจักรพรรดินีเท่านั้นที่ยังรู้สึกสดชื่นและไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย
ดวงตาที่เฉยเมยของเทพแห่งการกลับชาติมาเกิดซึ่งถูกปกคลุมด้วยแสงสีฟ้า แสดงให้เห็นถึงความกลัว หลังจากคิดอยู่สักพัก ก็ยื่นข้อเสนอ
“ส่งเขาให้ข้า ส่วนพวกเขาให้เจ้า!”
นางโบกมือ ปรากฏจอแสงขนาดใหญ่ตรงหน้า โดยมีภาพคนงานเหมืองกำลังทำงานจากทั่วทุกสารทิศ