- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 404 อันหรันรู้สึกแปลก
ตอนที่ 404 อันหรันรู้สึกแปลก
ตอนที่ 404 อันหรันรู้สึกแปลก
ตอนที่ 404 อันหรันรู้สึกแปลก
นึกถึงแววตาที่สื่อความหมายของป้าถังเมื่อนำยาหยกขาวมาให้นางเมื่อครั้งก่อน ถังซืออวิ๋นก็อยากจะเอาหัวมุดดินหนี
แต่แล้วนางก็คิดอีกครั้งว่า ป้าถังได้เลียก็คงจะแย่กว่านางได้กิน ความอับอายในใจของนางบรรเทาลงเล็กน้อย
หญิงสาวอีกสามคนเปลือยกายนอนหมดแรงไปแล้ว
อันหรันจับมือซ้ายของซูอัน เยี่ยหลีเอ๋อร์จับมือขวาของซูอัน แต่ละคนครอบครองกันคนละฝั่ง
เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ท่าทางการนอนของซือเนี่ยนกูดีกว่ามาก นอกจากความจริงที่ว่านางเปลือยกายและมีหน้าแดง นางยังมีเสน่ห์บางส่วนของสุภาพสตรีจากตระกูลขุนนาง
มีเพียงถังซืออวิ๋นที่เพิ่งเสร็จกิจที่ยังมีเสื้อผ้าอยู่ครบ
“ฮือ พี่อัน หลีเอ๋อร์อิ่มจังเลย”
เยี่ยหลีเอ๋อร์หลับตา รู้สึกเหนื่อยล้า แต่ไม่ลืมที่จะพยายามเบียดแขนของซูอันด้วยเนินหิมะขนาดเล็ก
อีกด้านหนึ่ง อันหรันก็เหนื่อยเกินกว่าจะเอ่ย แต่ยังทำเป็นเก่งและไม่ยอมแพ้เยี่ยหลีเอ๋อร์
ซูอันถูกจับไว้ทั้งสองด้าน ทำได้เพียงนอนบนเตียงเป็นเพื่อนพวกนาง
ผ่านไปอีกครึ่งวัน ของเหลวหยกได้รับการแปลงเป็นพลังงานบริสุทธิ์และถูกพวกนางดูดซับไว้หมดแล้ว ในที่สุดพลังวิญญาณของพวกนางก็ก้าวหน้าขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเห็นซูอันยืนขึ้น เยี่ยหลีเอ๋อร์ที่รู้สึกว่าผ่านไปไม่นาน ก็แสดงความลังเลใจและจับมือของซูอัน
“พี่อัน ท่านจะไปแล้วหรือ?”
“ข้ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการอยู่” ซูอันพูดในขณะที่ลูบหัวของเยี่ยหลีเอ๋อร์
ถึงแม้เขาจะใช้เวลาทั้งวันเล่นกับพวกเยี่ยหลีเอ๋อร์ ทว่าในความเป็นจริง เวลาในโลกภายนอกเพิ่งจะผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้น จึงไม่เสียเวลาเลย
“อ้อ ก็ได้” เยี่ยหลีเอ๋อร์พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
ที่จริงนางเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายเสมอ
ขณะนั้น อันหรันก็ถามขึ้นอย่างกะทันหัน “ข้าไปกับท่านได้หรือไม่?”
มีแววแห่งความหวังอยู่ในดวงตาของนาง
ไม่รู้ด้วยเหตุใด เมื่อไม่นานนี้นางรู้สึกราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเรียกนางอยู่
แม้จะใช้ความคิดลองตรวจสอบดู สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงประตูโลกที่ถูกปิดล้อมโดยต้าซางนอกเมืองหลวง
และสิ่งที่เรียกนางนั้นอยู่อีกด้านหนึ่งของประตู
แต่เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากซูอัน นางจึงไม่กล้าไปที่นั่นโดยพลการ
หลังจากบอกซูอันถึงความรู้สึกนี้แล้ว อันหรันก็มองซูอันด้วยความกระตือรือร้น
แม้แต่เยี่ยหลีเอ๋อร์และซือเนี่ยนกูยังมีความคาดหวังในสายตา หากอันหรันถูกพาตัวไป พวกนางจะถูกพาตัวไปด้วยก็ได้กระมัง
สายตาของซูอันมองไปที่ผู้หญิงทั้งสี่คนในห้อง และยิ้มอย่างอ่อนโยน
“เอาล่ะ จากนี้ไปเจ้าจะอยู่ในโลกภายในของข้า และข้าจะพาเจ้าไปที่นั่น พวกหลีเอ๋อร์ก็ด้วย”
เขาไม่วางใจที่จะให้พวกเยี่ยหลีเอ๋อร์รออยู่ในจวนหวาง
เมื่อเทียบกับจวนหวางที่ว่างเปล่าและร้างผู้คน โลกไท่ชูในปัจจุบันมีเงื่อนไขที่ดีกว่าสำหรับการฝึกตน และมีความปลอดภัย มีชีวิตชีวา สะดวกสบายมากขึ้น สามารถจัดการชุมนุมแบบเปิดโล่งได้ตลอดเวลาด้วย
ในส่วนของจวนหวาง ก็ปล่อยให้คนรับใช้ดูแลไปเลย
แม่บ้านเช่นป้าถังก็สามารถรับมาอยู่ที่นี่ได้ สำหรับกิจการของจวนก็ให้อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วนบุปผามรณะได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ
เนื่องจากเป็นองค์กรนักฆ่าชั้นสูง ย่อมไม่ขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถด้านการค้า
“เย้ พี่อันดีที่สุดเลย!” เยี่ยหลีเอ๋อร์กอดซูอันด้วยความตื่นเต้น ทั้งจูบและกัดเขา
“นายท่านใจดีมาก!” คิ้วงามของอันหรันโค้งงอ ผลักเยี่ยหลีเอ๋อร์ที่ขวางทางออกไป และกอดซูอันเพียงลำพัง
ถังซืออวิ๋นและซือเนี่ยนกูยังแสดงรอยยิ้มในระดับที่แตกต่างกันออกไป
หลังเอาใจผู้หญิงหลายคนแล้ว ซูอันก็ใช้พลังของพระเจ้าแห่งโลกเพื่อสร้างจวนหลังหนึ่งในโลกไท่ชู ซึ่งมีรูปแบบเดียวกับจวนหวาง แม้แต่รายละเอียดการจัดวางห้องก็เหมือนกันทุกประการ
จากนั้นเขาเดินทางไปยังจวนหย่งเวยปั๋วเพื่อรับซูเสวี่ยจู๋ ในขณะที่หลี่เต๋อเฉวียนโกรธแต่ไม่กล้าพูด เขาได้พาหลี่จื่อซวงผู้เป็นบุตรสาวไปด้วย
ในอดีต หลี่เต๋อเฉวียนสงสัยเพียงว่าลูกสาวอาจจะตกหลุมรักซูอัน และมักจะไปที่จวนซูโดยอ้างว่าไปเยี่ยมเยียนน้องสาวเยี่ยหลีเอ๋อร์
ตอนนี้เพิ่งได้ทราบว่า ลูกสาวของเขาถูกซูอันข่มเหงมานานแล้ว
เมื่อดูจากรูปลักษณ์ของลูกสาว เกรงว่าจะเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้วด้วย
ทำให้เขาเจ็บใจจริง ๆ
เขามีลูกสาวเพียงคนเดียว และปฏิบัติต่อนางดีมาก เพราะกลัวว่านางจะต้องเผชิญกับความอยุติธรรม
แต่สำหรับซูอัน ตอนนี้ในต้าซางไม่มีคนหนุ่มสาวที่ดีกว่าเขาอีกแล้ว
ทว่าในใจของพ่อเฒ่านั้น อย่างไรก็ไม่อยากเห็นลูกสาวกลายเป็นอนุภรรยาของคนอื่น
เขายังกลัวว่าหลี่จื่อซวงจะออกจากบ้านไปที่จวนหวางแล้วจะถูกกลั่นแกล้ง
เมื่อเปรียบเทียบแล้ว เขาต้องการให้หลี่จื่อซวงเลือกสามีที่มีสถานะต่ำกว่า ขอเพียงมีความทะเยอทะยานและมีศักยภาพก็พอ
ในฐานะพ่อตา ด้วยสถานะของเขาก็สามารถเป็นผู้สนับสนุนและช่วยเหลือลูกเขย ทั้งยังปกป้องลูกสาวได้
น่าเสียดายที่ลูกสาวหันศอกออกด้านนอก นางได้กลายเป็นลูกสาวที่มีแต่สามี ไม่รู้จักพ่อของตนแล้ว
ซูอันเพียงกวักมือ นางก็วิ่งไปหาอย่างมีความสุข ไม่สนใจว่าท่านพ่อจะหน้าคล้ำขนาดไหน
เมื่อเห็นลูกสาวของตนถูกรับไปต่อหน้าต่อตา หลี่เต๋อเฉวียนก็ถอนหายใจและเรียกพ่อบ้านที่อยู่ข้าง ๆ “ไปที่คลังสมบัติแล้วนำหินวิญญาณห้าแสนก้อน อาวุธวิญญาณห้าชิ้น เครื่องมือทองและหยกสิบชุด ส่งไปที่จวนหวางแล้วบอกว่าเป็นสินเดิมของตระกูลหลี่”
ห้าแสนหินวิญญาณ มีมูลค่าเกือบครึ่งหนึ่งของสมบัติทั้งหมดของหลี่เต๋อเฉวียน
พ่อบ้านแอบถอนหายใจในความรักที่นายท่านมีต่อคุณหนู และไม่กล้าที่จะละเลย จึงโค้งคำนับและกล่าว “ขอรับ นายท่าน!”
หลังจากที่พ่อบ้านไปแล้ว หลี่เต๋อเฉวียนมองไปที่ลานบ้านว่างเปล่าและรู้สึกเหงา
หลี่เต๋อเฉวียนส่ายหัวและพูด “ช่างเถอะ ไปหอเซียวเซียง..ไม่สิ ไปหอฮ่วนเยวี่ยดีกว่า ได้ยินว่ามีนางโลมคนใหม่ที่นั่นซึ่งร้องรำเก่งมาก”
เนื่องจากหอเซียวเซียงเป็นที่ตายของคุณชายรองสกุลจี้ เขาจึงไม่ไปเหยียบนานแล้ว
……
อีกด้านหนึ่ง หลังจากรับหลี่จื่อซวงแล้ว ซูอันยังพามังกรขาวตัวน้อยที่ตะกละมาด้วย จากนั้นเขาก็รั้งอยู่ในโลกภายในชั่วขณะหนึ่ง เพื่อปลอบโยนผู้ที่เพิ่งมาถึงสถานที่แปลก ๆ แห่งนี้ครั้งแรก
จากนั้นเขาก็ตรงไปที่ดินแดนต้องห้ามเสินหวง
แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากอดีต เพราะตอนนี้ดินแดนต้องห้ามเสินหวงไม่มีหมอกสีแดงที่ได้มาจากคำสาปในอดีตอีกต่อไป
เมื่อมองจากมุมมองภายนอก ภูเขาและแม่น้ำก็ใสสะอาดสดใส ล้อมรอบด้วยหมอกวิญญาณ เหมือนดินแดนเซียน
มีเพียงค่ายกลชั้นเดียวอยู่ภายนอกพื้นที่ต้องห้าม ป้องกันไม่ให้คนชั่วเข้าไป
“บรรพจารย์หงส์แก้คำสาปได้สำเร็จแล้วรึ?” ซูอันเดา
เขาไม่แปลกใจกับการจัดค่ายกลนี้
บรรพจารย์หงส์อาศัยอยู่ในดินแดนต้องห้ามเสินหวงเป็นเวลานับหมื่นปี นางอยู่ที่นี่ก่อนที่เผ่ามนุษย์จะถือกำเนิด และที่นี่ถือเป็นสำนักฝึกตนของนางได้
ได้รับอิทธิพลจากปราณ นอกจากนี้ทำเลที่ตั้งยังดี อยู่บนแหล่งวิญญาณระดับสูงสุด และคุณภาพของหินดิบที่ผลิตที่นี่ก็ยอดเยี่ยมมาก
แม้ในอดีตจะมีคำสาป ผู้คนก็ยังเสี่ยงชีวิตเพื่อมาเอาสมบัติ
ตอนนี้คำสาปได้หายไปแล้ว หากไม่ตั้งค่ายกล เกรงว่าดินแดนต้องห้ามเสินหวงแห่งนี้จะถูกกลืนหายไปโดยผู้ฝึกตนที่โลภมากบางคน
เมื่อมองผู้คนที่กระจัดกระจายยืนอยู่ข้างนอก ซูอันได้แต่ถอนหายใจที่คิดว่าผู้ฝึกตนยังพยายามทำลายค่ายกลนั้นโดยไม่รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของฟ้าดิน
การที่สามารถสร้างค่ายกลดังกล่าวขึ้นมาได้ ย่อมพิสูจน์แล้วว่ามีผู้ครอบครองสถานที่แห่งนี้อยู่
ผู้ฝึกตนเหล่านี้โลภมากเกินไป
ซูอันไม่ยุ่งเรื่องของคนอื่น เพียงส่งข้อความถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชางยวน ให้พาคนเหล่านี้ไปสั่งสอน
อย่าปล่อยให้แมลงวันกลุ่มหนึ่งที่คอยขวางประตูบ้านและพยายามไขกุญแจสร้างความรำคาญให้
จากนั้นเขาได้กลายร่างเป็นกระแสแสง และหายไปในค่ายกลนั้นโดยซ่อนตัวตนไม่ให้ดึงดูดความสนใจใด ๆ
ค่ายกลไม่ได้ขัดขวางเขา เห็นได้ชัดว่าเจ้าของข้างในทราบถึงการมาถึงของซูอัน
ตามเส้นทางก็มาถึงตำหนักโลหิตหงส์โบราณ ซูอันจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินเข้าไป
ในตำหนักโบราณที่ว่างเปล่า มีเพียงเบาะรองนั่งธรรมดา ๆ เพียงใบเดียว
บรรพจารย์หงส์สวมอาภรณ์ยาวสีแดงและนั่งอยู่บนเบาะ มีอารมณ์ที่สง่างามและผ่อนคลาย เห็นได้ชัดว่านางอารมณ์ดี
ส่วนเสาทองแดงและโซ่เหล็กที่เห็นครั้งแรกนั้นได้หายไปนานแล้ว