- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 362 บุกโลกเทพเสมือน
ตอนที่ 362 บุกโลกเทพเสมือน
ตอนที่ 362 บุกโลกเทพเสมือน
ตอนที่ 362 บุกโลกเทพเสมือน
เหล่าสตรีจากตำหนักไท่อินส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี รู้สึกภาคภูมิใจไปกับพวกนาง
หากยังอยู่ในโลกเจินอู่ การที่หนึ่งนิกายมีสองจักรพรรดิเช่นนี้ ตำหนักไท่อินของพวกนางคงกลายเป็นนิกายชั้นยอดอย่างไม่ต้องสงสัย จะสามารถกดขี่วิหารเเห่งสงครามหรือแม้แต่การไม่ให้เกียรติจักรวรรดิเสินอู่ก็ย่อมได้
เมื่อพลังค่อยๆ สงบลง หยวนเสินใหม่ทั้งสองก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น และต่างแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมาอย่างไม่ได้นัดหมาย
ในฐานะผู้ฝึกตนบำเพ็ญ ไม่มีสิ่งใดน่ายินดีไปกว่าการได้ก้าวข้ามขีดจำกัด
“เอาล่ะ พวกเจ้าต้องเสริมสร้างพลังให้มั่นคงเสียก่อน อีกไม่นานพวกเจ้าต้องไปต่อสู้กับผู้ที่มีพลังทัดเทียมกัน” ซูอันดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ปรับเวลาบริเวณรอบตัวของคนทั้งสองให้เร็วขึ้นร้อยเท่า จากนั้นได้มอบยาหยกขาวขวดใหม่กับพวกนางคนละสองขวด
ก่อนหน้ากังวลว่าการเร่งเวลาจะส่งผลกระทบต่อการก้าวข้ามขีดจำกัดจึงยังไม่ได้เปิดใช้งาน หากแต่ในตอนนี้ไม่ต้องกังวลเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว
จากนั้นซูอันก็ออกมาที่โลกภายนอก ในห้องโถงตำหนัก เขายกอาจารย์ผู้ขี้เซาขึ้นมา ถือไว้ในอ้อมแขนเหมือนกับการอุ้มเด็ก จากนั้นเขย่าเบาๆ
“เจินเจิน ถึงเวลาออกเดินทางแล้ว”
อาจารย์ผู้เป็นสาวงามปรือตามองด้วยความขี้เกียจ ร่างกายที่อ่อนช้อยราวกับไร้กระดูกซบอยู่บนอกของซูอัน นางเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย นิ้วมือเรียวบางแตะลงบนไหล่ของซูอัน ในชั่วขณะนั้น นางช่างงดงามเย้ายวนใจเหลือเกิน
อาจจะเป็นไปได้ว่า นางเองก็ยังไม่รู้ตัวว่าท่าทางของตนนั้นยั่วยวนมากมายเพียงใด
หากไม่ใช่เพราะต้องไปต่อสู้ในไม่ช้า ซูอันคงไม่ลังเลที่จะฝึกควบรวมอินหยางต่อไป
“จริงๆ เลย เหตุใดไม่ปลุกข้าให้เร็วกว่านี้”
มู่หนิงเจินยืดตัวในอ้อมกอดของซูอัน ดวงตาของนางกลับมาสว่างไสว
หากผู้เป็นหยวนเสินไม่ต้องการนอน ก็สามารถอดนอนได้เป็นพันปีอย่างไม่มีปัญหาใดๆ
และแม้ว่าเมื่อคืนมู่หนิงเจินจะถูกซูอันทำให้เหนื่อยล้า แต่หลังจากดูดซับยาหยกขาวเข้าร่างกายแล้ว เมื่อตื่นขึ้นมาพลังวิญญาณของนางก็แข็งแกร่งขึ้นถึงสามส่วน
“ไปกันเถอะ”
……
ในโลกเทพเสมือน ลางสังหรณ์ในใจของเทพีเซิงมิ่งยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น นางจึงตัดสินใจเรียกเหล่าเทพธิดาีที่อยู่ใต้การปกครองทั้งหมดมารวมกันที่ป่าแห่งชีวิต
และแม้จะไม่ได้เรียกประชุมอีกครั้ง แต่นางก็ได้นำเรื่องนี้ไปบอกให้เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์และเทพราชาแห่งนิรันดร์ทราบก่อนหน้าแล้ว
น่าเสียดายที่เป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ เทพราชาทั้งสองผู้ครองอำนาจมาช้านานไม่ได้ให้ความสำคัญต่อวาจาของนางเลยแม้แต่น้อย
ส่วนเทพีกวงหมิงที่ไม่ค่อยเชื่อเทพีเซิงมิ่งมากนักก็ได้พาเหล่าบริวารที่เป็นเทพธิดาหลายสิบองค์มายังป่าแห่งชีวิต
เมื่อไม่มีธุระอันใดกับโลกเทพเสมือน ก็คงถึงเวลาที่ต้องออกไปแล้ว
อาจกล่าวได้ว่าเหล่าเทพธิดากว่าเจ็ดส่วนของโลกเทพเสมือนมารวมตัวกันที่ป่าแห่งชีวิต เทพธิดาบริสุทธิ์ไร้ที่ติหลายร้อยนางเเผ่ออร่าดั่งดอกไม้งาม ทำให้ที่แห่งนี้ราวกับกลายเป็นอาณาจักรของเหล่าหญิงงาม
อีกด้านหนึ่ง ในเหวลึกแห่งโทษทัณฑ์ เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ นั่งอยู่บนบัลลังก์สีเลือด ใบหน้าที่เย็นชาแสดงออกถึงความสงสัยบางประการ
“เซิงมิ่งต้องการทำอะไรกัน?”
แม้แต่เขาเองก็ไม่อาจประมาทเทพีที่อาวุโสที่สุดนางนี้
เมื่อเห็นว่าเทพีเซิงมิ่งได้ทำการรวบรวมเหล่าเทพธิดาผู้เป็นบริวาร และยังมีเทพีกวงหมิงที่ได้พาเหล่าเทพธิดามารวมตัวกันด้วย ความสงสัยจึงบังเกิดในใจ
หรือพวกนางกำลังวางแผนก่อกบฏเพื่อยึดอำนาจ?
หากแต่พวกนางจะใช้พลังอันใดก่อกบฏ เพราะถึงแม้นางทั้งสองจะเป็นถึงเทพี แต่เหล่าเทพธิดาบริวารของเทพีเซิงมิ่งก็ไม่ได้เก่งกาจอันใดเลย
เมื่อเทียบกับเขาและเทพราชาแห่งนิรันดร์ที่มีผู้ใต้บังคับบัญชาอันเก่งกาจและเชี่ยวชาญในการรบถึงหลายพันองค์ ความแข็งแกร่งจึงเหนือกว่าเหล่าเทพธิดาเหล่านั้นอย่างไม่ต้องพูดถึง
เทพแห่งทะเลครามที่อยู่เบื้องล่างกลอกตาและคาดเดาอย่างมุ่งร้าย “บางทีพวกนางอาจต้องการแสดงอำนาจต่อท่าน”
“ตำแหน่งเทพราชาแห่งชีวิตถูกสืบทอดโดยเทพองค์ใหม่แล้ว นางอาจต้องการปิดช่องทางสู่โลกเทพเสมือนและห้ามไม่ให้ผู้ใดได้ขึ้นมาอีก เพื่อให้ผู้สืบทอดของนางเป็นผู้ครอบครองศรัทธาของโลกนั้นเพียงลำพัง”
“เมื่อไม่ได้รับการยินยอมในครั้งนี้ จึงรู้สึกไม่พอใจ”
ในฐานะเทพผู้นำที่แข็งแกร่งที่สุดในกองทัพของเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ เทพเจ้ามหาสมุทรมักจะถูกเทพีเซิงมิ่งวางอำนาจใส่บ่อยครั้ง ็
สำหรับเทพที่ถือว่าตัวเองเป็นผู้มีเสน่ห์ในเรื่องความรักและความสัมพันธ์ เขาจึงมีความสนใจต่อเทพีทั้งหลายในโลกเทพเสมือน
ด้วยการใช้สถานะเทพผู้นำของตน ทำให้เขาคิดว่าการได้เหล่าเทพธิดามาครอบครองนั้นช่างเป็นเรื่องง่ายดาย
แต่แล้วเทพีเซิงมิ่งก็ประกาศออกมาว่า เหล่าเทพธิดาทุกองค์ที่เป็นบริวารของนางจะได้รับการคุ้มครอง และห้ามให้ผู้ใดรังแก ทำให้เทพธิดาจำนวนไม่น้อยที่ไม่ต้องการถูกเหล่าเทพคุกคามเข้าไปหลบภัยยังใต้ร่มเงาของเทพีเซิงมิ่ง
ครั้งหนึ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะขืนใจเทพธิดาระดับสามผู้เป็นบริวารของเทพีเซิงมิ่ง โดยคิดว่าเป็นเพียงเทพธิดาระดับต่ำ เทพีเซิงมิ่งคงไม่ถือความอันใด
ทว่าก่อนที่เขาจะลงมือได้สำเร็จ เทพีเซิงมิ่งก็ปรากฏกายขึ้น นางผู้ซึ่งปกติจะสงบเสงี่ยมและใจดีกลับโกรธแค้นอย่างหนัก ใช้ฝ่ามือฟาดจนร่างเทพของเขาพังทลาย และกักขังวิญญาณของเขาไว้ยังใต้ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ หากไม่ใช่เพราะเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ร้องขอเอาไว้ บัดนี้เขาอาจจะถูกกักขังไว้จนกว่าโลกเทพเสมือนจะล่มสลาย
ตั้งแต่นั้นมา เขาจึงได้ตระหนักอย่างลึกซึ้งถึงความแตกต่างระหว่างเทพผู้นำกับเทพราชา
ถึงแม้ว่าฝ่ายของพวกเขาจะมีเทพธิดาีอยู่บ้าง แต่ก็ล้วนมีผู้ครอบครองเป็นเจ้าของ นอกเหนือจากนั้นก็ถูกเล่นสนุกจนหมดความหมายแล้ว
พวกของเสียเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาหมายปอง
“จะมาแสดงอำนาจอันใดกัน?” เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ส่ายศีรษะเล็กน้อย โดยไม่สนใจการคาดเดาของเทพแห่งทะเลคราม
ถ้าการรวบรวมเหล่าเทพธิดาแล้วเรียกว่าการแสดงอำนาจ การแสดงอำนาจเช่นนี้ก็คงจะขาดความน่าเกรงขามไปเสียแล้ว
“หรือว่าภัยที่เทพีเซิงมิ่งกล่าวถึงจะเป็นเรื่องจริง?”
เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์นึกถึงคำพูดของเทพีเซิงมิ่งเมื่อไม่นานมานี้ เขากลอกดวงตาไปมาพร้อมกับวางมือเคาะเบาๆ ลงบนบัลลังก์
“หึ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!”
เทพแห่งทะเลครามส่ายศีรษะและหัวเราะ “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง โลกเทพเสมือนของเราคงล่มสลายไปแล้ว”
ช่องทางนี้เชื่อมต่อกับใจกลางของโลกเทพเสมือนโดยตรง ไม่มีทางผิดพลาดได้
ส่วนการพยายามมายังโลกเทพเสมือนด้วยวิธีอื่นนั้นยากยิ่ง เว้นแต่จะสามารถหลบเลี่ยงการปิดกั้นของศูนย์กลางโลกเทพเสมือน
แม้แต่ตอนที่เขาส่งวิญญาณที่จับได้โดยบังเอิญไปยังโลกนั้น ก็ยังต้องได้รับความช่วยเหลือจากเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ ด้วยการผ่อนคลายการปิดกั้นบางส่วนและต้องใช้พลังที่สูงมากถึงจะประสบความสำเร็จ
เขาตั้งความหวังไว้สูงกับวิญญาณที่มีคุณภาพดีและคล้ายกับเขา เพราะตั้งใจจะใช้มันยกระดับตำแหน่งเทพแห่งทะเลครามให้กลายเป็นเทพราชา แต่โชคไม่ดีที่บุคคลผู้นั้นทรยศต่อความไว้วางใจของเขา และตายไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ความพยายามสูญเปล่า
“ก็ถูกของเจ้า” เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์พยักหน้า ก่อนที่จะคิดจะพูดอะไรต่อ ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อศูนย์กลางของโลกเทพเสมือนเกิดการสั่นสะเทือน
เทพราชาแห่งชีวิตองค์ใหม่ได้อุบัติแล้ว!
……
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งยามก่อน ที่ภูเขาหลังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย
ซูอันนำเซิ่งหนานและหยวนเสินอีกห้าคนล้อมรอบกงเสวียนชิงที่อยู่ตรงกลาง
พลังของนิกายเทียนสุ่ยในตอนนี้สามารถเอาชนะทุกพลังที่ไม่ใช่ต้าซางได้อย่างง่ายดาย
“เริ่มกันเถอะ” ซูอันกล่าวพร้อมกับวางยันต์หยกลงบนมือของกงเสวียนชิง จากนั้นพยักหน้าให้นาง
“เมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของญาติผู้พี่ กงเสวียนชิงก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมา”
หลังจากสูดหายใจลึกๆ นางจับยันต์หยกในมือแล้วกระตุ้นพลังเทพของตนเอง ก่อนจะอุบัติขึ้นสู่โลกเทพเสมือน
เปรี้ยง!
ในพริบตาเดียว ลมฟ้าอากาศก็พลิกผัน
เมฆบนท้องฟ้ารวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ แสงเจิดจ้าส่องสว่างราวกับรัศมีอันศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นลำแสงสีทองอ่อนๆ ได้ลงมาล้อมรอบกงเสวียนชิง
พร้อมกับพลังมหาศาลได้พุ่งมา ซูอันมีสีหน้าที่เคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
เขาตระหนักดีว่านี่คือพลังจากศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน
แม้ว่าพลังนี้จะเทียบไม่ได้กับพลังของจักรพรรดินี แต่ก็เหนือกว่าหยวนเสินไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะศูนย์กลางของโลกเทพเสมือนนั้นไม่มีจิตสำนึก เขาก็คงจะไม่คิดโจมตีโลกเทพเสมือน
ในตอนนี้สิทธิ์การควบคุมศูนย์กลางของโลกเทพเสมือนถูกควบคุมโดยเทพราชาทั้งสี่
และพอดีว่า กงเสวียนชิงได้สืบทอดตำแหน่งเทพราชาแห่งชีวิต
ดังนั้นหากมีนางอยู่ เทพราชาในโลกเทพเสมือนก็ไม่สามารถรวมพลังกันเพื่อกระตุ้นศูนย์กลางของโลกเทพเสมือนได้
นอกจากนี้ ซูอันก็ยังได้เตรียมแผนสำรองอย่างรอยตราวิหคดำในร่างกายของเขาเอาไว้แล้ว หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เขาก็คงต้องพึ่งพาฝ่าบาทให้ช่วยเหลือ