เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 330 เติมเต็มโลกใบเล็ก

ตอนที่ 330 เติมเต็มโลกใบเล็ก

ตอนที่ 330 เติมเต็มโลกใบเล็ก


ตอนที่ 330 เติมเต็มโลกใบเล็ก

เมื่อสิ้นคำพูดนั้นหลีจื่ออวิ๋นก็มาถึงหน้าเรือรบของวิหารแห่งสงครามแล้ว

ข้าเป็นห่วงน้าเล็ก!

หลีหวั่นเอ๋อร์เริ่มไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะซูอันไม่ง่ายที่จะรับมือขนาดนั้น หากน้าเล็กพ่ายแพ้ เกรงว่า...

เมื่อนึกถึงผลเลวร้ายที่จะตามมา นางก็เผลอตัวสั่น

คนของตำหนักไท่อินที่อยู่ข้างๆ นางได้เห็นสิ่งนี้จึงก้าวมาข้างหน้าเพื่อปลอบโยน “อย่ากังวล เจ้าตำหนักเป็นผู้มากความสามารถในการบรรลุระดับจักรพรรดิในรอบพันปีและยังถืออาวุธระดับจักรพรรดิ แม้แต่การเผชิญหน้ากับระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่ง อีกฝ่ายก็จะมีชีวิตได้ไม่นาน”

หลีหวั่นเอ๋อร์ไม่ตอบ นางแค่จ้องมองเรือรบของซูอันอย่างกังวล

เจ้าตำหนักไท่อินยืนอยู่เหนือเรือรบ ให้ความรู้สึกคล้ายเทพธิดาผู้เป็นอิสระ

“เจ้าคือคนที่รังแกหวั่นเอ๋อร์กระมัง”

นางมองลงไปที่ซูอันด้วยสายตาเย็นชา

ผู้ชายคนนี้เกิดมาพร้อมผิวพรรณที่หาได้ยากในโลก แม้นางจะพบว่ามันน่ามอง แต่ก็น่าเสียดายที่เขาทำร้ายหลานสาวอันมีค่าของนางและนางจะไม่ให้อภัย

“โอ้ เจ้าคือกำลังเสริมที่นางส่งมาหรือ?” ซูอันนอนอยู่บนเก้าอี้โยกด้วยท่าทางสงบ เขาดูผ่อนคลายและพูดช้าๆ โดยไม่รีบร้อนว่าสงครามกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ด้านหลังของเขามีเซิ่งหนานที่ยืนเหมือนหอคอยเหล็ก ใบหน้าของนางไร้ความรู้สึกและเงียบงัน

“เจ้าเข้าใจถูกแล้ว!” เมื่อหลีจื่ออวิ๋นเห็นผู้ชายดูเจ้าชู้คนนี้ สีหน้าของนางยิ่งเย็นชา

แต่นางไม่ประมาทและใช้ไข่มุกเยวี่ยหวาทันที

ทันใดนั้น พระจันทร์เต็มดวงก็ปรากฏขึ้นเหนือทะเลเมฆ แสงจันทร์ปกคลุมหมู่เมฆและแสงหนาวเหน็บส่องสว่างทั่วเรือรบทำให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดเหมือนพระจันทร์กระจ่างใสที่กำลังลอยขึ้นจากทะเล

เมื่อเห็นเจ้าตำหนักแสดงพลังจึงทำให้ทุกคนของตำหนักไท่อินแสดงความชื่นชมและไม่อาจละสายตาไปได้

บางคนถึงกับเอาหินฉายซ้ำขึ้นมาบันทึกภาพ

นี่เป็นการลงมือของเจ้าตำหนักจึงต้องบันทึกเอาไว้และเก็บไว้ศึกษาด้วยความรอบคอบ

หากได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวเพียงครึ่งเดียวจะได้รับผลประโยชน์ไม่มีที่สิ้นสุด

พวกนางจ้องมองการต่อสู้ที่อยู่ข้างหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง

ผู้สูงศักดิ์แห่งตำหนักไท่อินใช้อาวุธระดับจักรพรรดิไข่มุกเยวี่ยหวาโจมตี

ใต้เท้าเจ้าตำหนักผู้อยู่ยงคงกระพันแหวกทะเลเมฆและโจมตีเรือรบด้วยพลังมหาศาล

แต่ทันใดนั้นสาวงามในอาภรณ์ตระการตาถูกมือใหญ่คว้าไว้และพยายามดิ้นรน

เจ้าตำหนักล้มเหลวในการโจมตีด้วยความน่าอับอาย

ผู้ฝึกตนหญิงที่หยิ่งยโสนามหลีจื่ออวิ๋นถูกจับ...

……

บนเรือรบของตำหนักไท่อิน ทุกบทสนทนาหยุดกะทันหัน

ช่วงเวลาแห่งความเงียบงันสร้างความกดดันอย่างยิ่ง ทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก

ผู้ฝึกตนหญิงที่ถือหินฉายซ้ำตกใจจนเกือบจะทำหินร่วงหล่น

หลีหวั่นเอ๋อร์แทบทรงตัวไม่ไหวและมีสีหน้าเศร้าสร้อย

นางรู้อยู่แล้ว รู้ดีว่าจะเป็นเช่นนี้...

หลังจากนั้นอีกเป็นเวลานานกว่าที่ผู้ฝึกตนหญิงคนหนึ่งที่ล้มลงจะพูดออกมาว่า “จะ เจ้าตำหนักแพ้แล้ว!”

“เป็นไปไม่ได้ ท่านเจ้าตำหนักจะแพ้ได้อย่างไร!” มีคนอื่นที่ศรัทธาพังทลายลงแต่ยังไม่อยากจะเชื่อ

เจ้าตำหนักเป็นอัจฉริยะผู้โดดเด่นที่สุดของตำหนักไท่อินนานนับพันปีแล้วจะนำพวกนางไปสู่การดำรงอยู่อันรุ่งโรจน์แน่นอน

แล้วจะแพ้แบบนี้ได้หรือ

“พลังปีศาจ ต้องเป็นพลังปีศาจ”

“พวกเราต้องไปช่วยเจ้าตำหนัก!”

“ใช่ ต้องช่วยเจ้าตำหนัก”

“ช้าก่อน อย่าไปนะ!” เมื่อตระหนักว่าคนเหล่านี้ต้องการทำอะไร หลีหวั่นเอ๋อร์จึงรีบหยุดพวกนางไว้

แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครฟังนางเลย

ผู้ฝึกตนหญิงบินออกจากเรือรบทีละคนพร้อมถืออาวุธเวทประจำตัวและรีบไปที่เรือรบของซูอันโดยไม่สนใจความปลอดภัยของตัวเอง

ส่วนผู้ฝึกตนหญิงที่มีสติมากกว่าจะเร่งความเร็วของเรือรบเพื่อเตรียมใช้พลังของเรือรบบีบบังคับให้ซูอันปล่อยตัวเจ้าตำหนัก

หลังจากนั้นไม่นานก็ไม่มีใครอยู่บนเรือรบของตำหนักไท่อินอีก

แต่เรือรบของซูอันกลับเต็มไปด้วยเทพธิดาที่ถูกมัดไว้จำนวนหนึ่ง

พวกนางถูกมัดทีละคนแล้วถูกโยนกองกันแบบลวกๆ บนดาดฟ้าเหมือนสินค้า ท่าทางการถูกมัดช่างน่าอับอายโดยมีวัตถุทรงกลมอยู่ในปาก ยิ่งมองพวกนางฉุนเฉียว ซูอันยิ่งชอบใจ

เหลือเพียงหลีหวั่นเอ๋อร์เท่านั้นที่ยังยืนอยู่

“หึ หวั่นเอ๋อร์ ข้าอุตส่าห์อนุญาตให้เจ้าไปเยี่ยมญาติแล้วนี่เป็นวิธีตอบแทนของเจ้าหรือ ข้าผิดหวังจริงๆ” ซูอันส่ายหัวพลางยกมือกอดอกและยกมุมปากขึ้น “บอกมาสิว่าข้าจะลงโทษเจ้าอย่างไรดี”

“ข้า! ข้า...” หลีหวั่นเอ๋อร์ดูเศร้าหมองและพูดแต่ ‘ข้า’ อยู่นานสองนาน จากนั้นจึงคุกเข่าลงเสียงดัง “ทั้งหมดเป็นความผิดของหวั่นเอ๋อร์ พวกน้าเล็กแค่ใจร้อน หวั่นเอ๋อร์ขอร้องให้นายท่านปล่อยพวกนางไปด้วยเถิด”

นางไม่เคยคิดเลยว่าแค่ไปเยี่ยมญาติก็จะทำร้ายพวกน้าเล็กได้จริง

ซูอันหรี่ตาเพ่งมอง

“พวกนางกล้าลงมือกับข้า ดังนั้นต้องถูกลงโทษ” เขายกเท้าขึ้นและเหยียบหัวของหลีหวั่นเอ๋อร์อย่างแรงแล้วกดนางให้ก้มหน้าผากจรดพื้น “เจ้าบอกให้ปล่อยข้าต้องปล่อยหรือ เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”

“ฮือ ฮือ ฮือ!” หลีจื่ออวิ๋นถูกมัดก็อับอายมากพอแล้ว เมื่อเห็นฉากนี้ดวงตาของนางก็แตกสลาย นางพยายามบิดร่างกายและอยากจะพุ่งไปข้างหน้าเพื่อต่อสู้กับซูอัน

น่าเสียดายที่วิธีมัดนี้แข็งแกร่งมากและหลีจื่ออวิ๋นซึ่งถูกผนึกพลังวิญญาณแล้วไม่สามารถหลุดพ้นได้เลย

“เสียงดังน่ารำคาญ” ซูอันขมวดคิ้ว

เซิ่งหนานเข้าใจทันทีและตบหน้าหลีจื่ออวิ๋นสองครั้ง แรงตบนี้ทำให้เจ้าตำหนักมึนงง

ผู้ฝึกตนหญิงคนอื่นๆ ตัวสั่นด้วยความกลัวและไม่กล้าส่งเสียงอีก

ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งพอๆ กับหอคอยเหล็กและสามารถจับพวกนางทั้งหมดในฝ่ามือเดียวเหมือนจับไก่

แม้แต่ระดับจักรพรรดิโดยเฉลี่ยก็ยังไม่มีความแข็งแกร่งขนาดนี้ แล้วจะมีผู้หญิงที่น่ากลัวขนาดนี้ได้อย่างไร!

“นายท่านได้โปรด!”

หัวใจของหลีหวั่นเอ๋อร์ตึงเครียดเมื่อได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของน้าเล็ก

“บ่าวเข้าใจแล้ว ทาสก็คือทาส นายท่านคือนายท่าน ตราบใดที่นายท่านเมตตาปล่อยพวกนาง บ่าวก็จะเชื่อฟังและประพฤติตนเหมือนสุนัขของนายท่าน”

นางก้มศีรษะแนบชิดกับดาดฟ้า ละทิ้งศักดิ์ศรีของตนไปโดยสิ้นเชิง

นางรู้ว่าสิ่งเดียวที่สามารถให้ได้ตอนนี้คือศักดิ์ศรีที่ไร้ประโยชน์

“เหอะเหอะ เจ้าคำนวณได้ดีมาก” ซูอันดึงเท้ากลับและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อมองหญิงสาวที่กำลังคุกเข่าและไม่กล้าขยับ ใบหน้าของเขาผ่อนคลายลงในที่สุด “ข่างเถอะ เห็นแก่เจ้า ข้าไม่จำเป็นต้องฆ่าพวกนาง แต่สามารถหลีกเลี่ยงโทษประหารเท่านั้น โทษเป็นยังอยู่และพวกนางจะเป็นทาสเหมือนกับเจ้า”

ถ้ายังกลั่นแกล้งต่อไป ผู้หญิงคนนี้จะแย่ลงจริงๆ

และแม้ว่าไม่มีเหตุการณ์นี้ ซูอันก็จะหาเหตุผลครอบครองตำหนักไท่อินอยู่ดี

เพียงแต่ว่าสาวน้อยไร้เดียงสาคนนี้ไม่เข้าใจธรรมชาติอันชั่วร้ายของซูอัน

โลกใบเล็กของเขาว่างเปล่าเกินไปและขาดความมีชีวิตชีวา มันยังคงขยายพื้นที่ออกไปเรื่อยๆ และต้องการกำลังคนเพื่อดูแลมัน

แค่บรรจุตำหนักไท่อินเข้าไปก็เพียงพอแล้วเพราะมีผู้ฝึกตนหญิงมากกว่า 2,000 คนซึ่งส่วนใหญ่หน้าตาดี

ไม่เพียงแต่เพลินตา ยังสามารถจัดงานเลี้ยงหมู่ได้เป็นครั้งคราว

“เจ้าค่ะ ขอบคุณนายท่าน!”

หลีหวั่นเอ๋อร์รู้สึกขมขื่นใจและตอบด้วยความเคารพ นางรู้ว่านี่คือตอนจบที่ดีที่สุดแล้ว

……

หลังจากปลดพันธนาการของพวกสาวๆ แล้ว เจ้าตำหนักไท่อินยังต้องการต่อสู้กับซูอัน

แต่หลังจากได้รับบทเรียนจากซูอันและถูกหลีหวั่นเอ๋อร์เกลี้ยกล่อม นางก็ถูกบังคับให้ยอมรับชะตากรรมของการเป็นทาสหญิง

“จริงสิ แล้วแม่ของเจ้าอยู่ไหน ซูอันฉุกคิดเรื่องหนึ่งได้

“แม่ของข้าหรือ?” หลีหวั่นเอ๋อร์หันไปมองน้าเล็กเพราะนางลืมเรื่องนี้ไปเลยเช่นกัน

เพราะก่อนที่นางจะมีเวลาได้ตระหนักถึง น้าเล็กก็ถูกจองจำไว้แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นคือในบรรดาสตรีมากกว่า 2,000 คนของตำหนักไท่อิน นางไม่เห็นท่านแม่เลย

ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจนางทันที หรือว่า...

จบบทที่ ตอนที่ 330 เติมเต็มโลกใบเล็ก

คัดลอกลิงก์แล้ว