เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 303 ยื่นหมูยื่นแมว

ตอนที่ 303 ยื่นหมูยื่นแมว

ตอนที่ 303 ยื่นหมูยื่นแมว


ตอนที่ 303 ยื่นหมูยื่นแมว

ก่อนหน้านี้โจวอวิ๋นวิ่งหนีจากหลีหวั่นเอ๋อร์ หลีกหนีจากท่านพ่อและหนีจากปัญหาของตนเพื่อขังตัวเองไว้ในลานเล็กๆ แห่งนี้

เขาห่อหุ้มหัวใจที่หวาดกลัวด้วยเปลือกที่เรียกว่าความสงบ จนกระทั่งวันนี้เปลือกจะถูกทำลายโดยซูอัน

ที่ผ่านมาเขาคาดหวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น แต่สุดท้ายโลกก็ไม่มีปาฏิหาริย์

เหตุใดสวรรค์ถึงไม่ยุติธรรมนักและปล่อยให้เขากลายเป็นคนไร้ค่าที่ไม่สามารถดูดซับพลังวิญญาณได้!

ความคิดเติบโตอย่างดุเดือดในใจของเขา ราวกับว่าเขาจะมองเห็นความตายของตัวเองล่วงหน้าแล้ว

เขาเห็นภาพสุสานขนาดเล็กที่โดดเดี่ยว เมื่อวันเวลาผันผ่านมันก็ค่อยๆ รกไปด้วยวัชพืชและไม่อาจต้านทานกาลเวลาได้ มันจึงแตกสลายและไม่มีใครจำมันได้อีก

จิตสำนึกของโจวอวิ๋นจมลงในความมืดทีละน้อยและตกลงไปในกำแพงมาร

“แต่ข้าช่วยเจ้าได้!” เสียงอ่อนโยนดังก้องอยู่ในหูของโจวอวิ๋น ทว่ามันเปรียบเสมือนเสียงฟ้าร้องได้เลย

ราวกับแสงที่ส่องผ่านความมืดเข้าเขย่าเขาไปทั้งตัว

แสงนี้อาจไม่บริสุทธิ์ แต่สำหรับโจวอวิ๋นในขณะนี้มันเหมือนกับความหวังแห่งรุ่งอรุณ

“ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถอะ!” เขาสูดลมหายใจเข้าลึกพลางโน้มตัวลงโค้งคำนับซูอันอย่างสุดซึ้ง

ตอนนี้เขากลายเป็นคนจมน้ำที่คว้าจับฟางเส้นสุดท้ายได้

แม้เขาจะรู้ว่าฟางมีพิษ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น

หลังจากดื่มชาในถ้วยแล้วหยิบกาน้ำชาออกมาเพื่อเติมชาให้ตัวเอง ซูอันจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง “ปัญหาของเจ้าไม่ใช่เรื่องยากสำหรับข้าที่จะแก้ไข เพียงแต่ข้าไม่ใช่คนใจบุญ”

ร่างกายของโจวอวิ๋นถูกเรียกว่ากายวิญญาณสมบูรณ์ ร่างกายนี้ถูกบันทึกไว้ในต้าซางว่าเป็นเพราะร่างกายมีพลังวิญญาณของเซียนตามธรรมชาติ ดังนั้นจึงต่อต้านการดูดซับพลังวิญญาณธรรมดาโดยอัตโนมัติ

แต่ถ้ามีโอกาสปล่อยให้วิญญาณของเซียนเข้าสู่ร่างกายได้ กายวิญญาณสมบูรณ์จะเปลี่ยนเป็นกายวิญญาณเซียน ซึ่งเป็นร่างกายชั้นยอดที่ไม่ด้อยไปกว่ากายเต๋าโดยกำเนิด

ร่างกายดังกล่าวนี้เต็มไปด้วยลูกเล่น

“ข้าเข้าใจและข้าน้อยเต็มใจที่จะจ่ายราคาใดก็ตาม!” สายตาของโจวอวิ๋นมีความมุ่งมั่นมาก

หากไม่สามารถมีอายุยืนยาวแล้วทุกสิ่งจะมีประโยชน์ใด

“มีความมุ่งมั่นจริงๆ” ซูอันยิ้มเบาๆ และมียาวิเศษสีน้ำตาลปรากฏขึ้นในมือของเขา เกิดกระแสลมอ่อนๆ เหมือนปุยนุ่นสีเหลืองไหลเวียนอยู่รอบยาวิเศษนั้นราวกับว่ามันมีพลังวิญญาณอยู่โดยรอบ

หากนักกลั่นยาอายุวัฒนะมาเห็น เกรงว่าจะตกใจกลัวจนคุกเข่าลงบูชา

แต่สำหรับซูอันนี่เป็นเพียงยาเม็ดหนึ่ง เขาพูดต่อ “นี่คือยาสร้างกระดูกฮ่วนหยวนซึ่งสามารถแก้ปัญหาของเจ้าได้”

ยาสร้างกระดูกฮ่วนหยวนเป็นยาระดับสูงที่สามารถขัดเกลาร่างกายและเปลี่ยนความสามารถได้ ก่อนออกเดินทางพี่รั่วซียัดยาอายุวัฒนะมากกว่าร้อยเม็ดที่ราชวงศ์เก็บรวบรวมไว้ให้เขา พวกมันมีสรรพคุณแตกต่างกันไปและนี่เป็นหนึ่งในนั้น

ในขณะนี้คล้ายว่าร่างกายของโจวอวิ๋นจะเริ่มทำงานและทุกเซลล์เต็มไปด้วยความปรารถนา เขาจ้องมองตรงไปที่ฝ่ามือของซูอันและยังมีท่าทางรีบเร่งอยากจะคว้ามันมา

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ายาวิเศษนี้สามารถแก้ปัญหาของเขาได้แน่นอน!

หลังจากพยายามรักษากิริยาด้วยความยากลำบาก โจวอวิ๋นจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “ไม่ทราบว่าท่านทูตต้องการสิ่งใด ตราบใดที่ข้ามีก็จะมอบให้ท่านทูตแน่นอน”

ซูอันยิ้มชั่วร้ายและเปิดปากพูดสามคำออกมาด้วยความชัดเจน “หลีหวั่นเอ๋อร์”

“วะ หวั่นเอ๋อร์?!” นัยน์ตาของโจวอวิ๋นหดลงและร่างกายรู้สึกราวกับว่าถูกฟ้าผ่า “ท่านทูต ท่าน...ท่านล้อเล่นแล้วกระมัง”

เขายังสงสัยว่าตัวเองได้ยินผิดหรือเปล่า

เป็นหวั่นเอ๋อร์ได้อย่างไร? จะเป็นหวั่นเอ๋อร์ได้อย่างไร!

“ข้าไม่ได้ล้อเล่น เจ้าได้ยินถูกแล้ว” ซูอันพูดด้วยสายตาติดตลก “หลีหวั่นเอ๋อร์เป็นของข้า ยาวิเศษนี้เป็นของเจ้า ตกลงไหม?”

โจวอวิ๋นยังคงนิ่งเงียบ เขาขบกรามแน่นและมีเส้นเลือดปูดออกจากหน้าผาก จากนั้นเขาโค้งคำนับอย่างสุดซึ้งอีกครั้ง “ท่านทูตสามารถเปลี่ยนเงื่อนไขได้หรือไม่ ในอนาคตโจวอวิ๋นจะตอบแทนแบบไม่เห็นแก่ตัวแน่นอน!”

ถ้าต้องการสิ่งอื่น เขาก็ตกลงได้ แต่หวั่นเอ๋อร์...

ผู้หญิงคนเดียวที่เชื่อมั่นในตัวเขาและเติบโตมาพร้อมกับเขา

เลือดไหลออกจากมือที่กำแน่นของโจวอวิ๋น

“เจ้าคิดว่ายังมีสิ่งใดจะแลกเปลี่ยนกับข้าอีก หรือแท้จริงทำเป็นพูดดีเท่านั้น?” ซูอันดูถูกเหยียดหยาม เป็นแค่กุยช่ายต้นหนึ่งยังกล้าต่อรองกับเขา “แม้ว่าขายตระกูลโจวทั้งหมดของเจ้าทิ้งก็ไม่คุ้มค่ากับยาเม็ดนี้”

โจวอวิ๋นกัดกรามแน่นกว่าเดิม หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงและความสมดุลในใจกำลังสั่นคลอน

เขาอยากตวาดไล่ซูอันเสียงดังและบอกให้เอายาวิเศษออกไปเลย แต่ทันทีที่คำพูดออกจากปากทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป “ท่านทูต หวั่นเอ๋อร์...ไม่ใช่ทรัพย์สินของข้า ดังนั้นข้าไม่สามารถตัดสินใจแทนนางได้!”

เหตุผลกำลังบอกเขาว่าถ้าตวาดไล่เสียงดังออกไป เขาจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว

“อย่าหาข้ออ้างเลย ข้ารู้ว่าเจ้ามีวิธี” ซูอันลุกขึ้นยืน เขาสูงกว่าโจวอวิ๋นครึ่งศีรษะโดยมีร่างกายสูงและตรงราวกับต้นสน มีแสงสีดำปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาและมีสีหน้าเยาะเย้ยด้วย “บางทีเจ้าอาจกำลังยึดติดโดยคิดว่าหลีหวั่นเอ๋อร์ยังคงอยู่ข้างเจ้าไปอีกร้อยปี แต่ไม่รู้ว่าตอนนั้นจะมีหญ้าปกคลุมหลุมศพของเจ้าสูงกี่จั้งแล้ว”

คำพูดของเขาเผยให้เห็น ‘ความจริง’ อย่างไม่สะทกสะท้าน อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่โจวอวิ๋นคิดว่าคือ ‘ความจริง’ เช่นกัน

จริง!

หากไม่สามารถทะลวงผ่านระดับความเป็นมนุษย์ไปได้ เขาจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน

หวั่นเอ๋อร์มีพรสวรรค์ที่ทรงพลัง ในอนาคตการเป็นมิ่งตานหรือแม้แต่หยางบริสุทธิ์ก็ไม่ใช่ความฝัน นางจะมีชีวิตอยู่ต่ออีกนับแสนปี แม้ว่าเขาเสียชีวิตในอีกร้อยปีให้หลังนางก็ยังคงอยู่ในความอ่อนเยาว์

เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะเป็นเพียงผู้สัญจรผ่านเข้ามาในชีวิตของนาง หากผ่านไปหลายพันปีหวั่นเอ๋อร์จะจำเขาไม่ได้อีก ในความทรงจำอันยาวนานนั้นเขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่โดดเด่น แล้วเขาจะปฏิเสธข้อเสนอของซูอันเพื่ออะไร

แต่ในใจเขากลับไม่อยากตอบตกลง!

ราวกับมีเสียงหนึ่งบอกเขาว่าถ้าเลือกสิ่งนี้ เขาจะเสียใจแน่นอน

แต่มีอีกเสียงเหมือนมารที่เตือนเขาและทำให้เขาสับสน

หากปฏิเสธก็จะไม่มีโอกาสเปลี่ยนชะตากรรมอีกต่อไป ผลลัพธ์สุดท้ายคือเขาถูกลดขนาดลงเหลือเพียงโครงกระดูกเหี่ยวเฉาและทุกสิ่งเกี่ยวกับตัวเขาจะไม่มีความหมายอีก

ร่างกายของโจวอวิ๋นสั่นเล็กน้อยและเขาพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด “ท่านทูตโปรดอนุญาตให้ข้าได้คิดเรื่องนี้อีกครั้งเถิด”

ตอนนี้เขาไม่สามารถตัดสินใจได้จริงๆ

“ย่อมได้” ซูอันยิ้มอบอุ่นและมองชาที่เหลืออยู่ในถ้วย “ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เวลาเจ้าครึ่งถ้วยชาและข้าจะไม่รอวันอื่น”

อากาศในลานบ้านเกือบสงบนิ่งและซูอันนั่งจิบชาอย่างใจเย็น แต่โจวอวิ๋นต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ตลอดเวลาโดยร่อนเร่ไปมาระหว่างนรกกับสวรรค์

จนกระทั่งซูอันดื่มชาจนหมด

“ข้าตกลง!”

คำสามคำนี้ราวกับจะใช้ความแข็งแกร่งของโจวอวิ๋นจนหมด

“ฉลาดเลือก” ซูอันวางถ้วยชาลงแล้วชมเชย ดวงตาของเขามีสีแปลกๆ

นี่คือตัวเอกที่อุทิศตนเพื่อความเป็นเซียนและชื่อเสียง เขาแค่ใช้ ‘คัมภีร์ปลูกฝังมาร’ กระตุ้นด้านมืดและอารมณ์ด้านลบในใจของตัวเอกเพียงเล็กน้อย แค่นี้ตัวเอกก็ตอบตกลง

เขาหยิบขวดหยกขนาดเล็กออกมาวางบนโต๊ะแล้วยกมุมปากขึ้น

“เจ้าคงรู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป! อ้อ จริงสิ ขอเตือนก่อนว่าข้าเกลียดคนไม่รักษาคำพูดที่สุด ใครก็ตามที่หักหลังข้า ข้าจะส่งทั้งครอบครัวไปอยู่ใต้ดินเพื่อเพลิดเพลินกับความสุข คุณชายโจวโปรดอย่าทำให้ข้าผิดหวัง”

ซูอันตบไหล่โจวอวิ๋นเพื่อเตือน จากนั้นร่างของซูอันหายไปจากลานบ้าน

ช่วงเวลาถัดมา…

ตุบ!

เข่าของโจวอวิ๋นอ่อนลงและล้มลงกับพื้นราวกับถูกเตะ

มือของเขายันไว้กับพื้น ผมยุ่งเหยิงเหมือนสุนัขที่ตกน้ำ แต่ดวงตากลับแข็งแกร่งขึ้น

“หวั่นเอ๋อร์ อย่าตำหนิข้าเลย”

……

จบบทที่ ตอนที่ 303 ยื่นหมูยื่นแมว

คัดลอกลิงก์แล้ว