เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 295 เตรียมยึดครองโลกใหม่

ตอนที่ 295 เตรียมยึดครองโลกใหม่

ตอนที่ 295 เตรียมยึดครองโลกใหม่


ตอนที่ 295 เตรียมยึดครองโลกใหม่

เพียงแต่ทิศทางที่มู่ฉยงอีไปนี้ไม่ใช่ทิศเหนือ

ก่อนที่นางจะกระจ่างชัดในใจ นางยังไม่อยากกลับไปที่สำนักปราบมาร

นางจึงตัดสินใจไปหาเฟิ่งหลวนและอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยสักพักหนึ่งก่อน

เมื่อสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของมู่ฉยงอีผ่านรอยตราสีม่วงอ่อน ซูอันจึงกระตุกยิ้มเบาๆ

การฝึกฝนเทพธิดาใกล้สำเร็จแล้ว

นับตั้งแต่วินาทีที่นางเริ่มกลืนของเหลวหยก นางเต็มใจจะไม่หลบหนีเอง เพียงแต่ว่านางยังไม่เข้าใจตัวเองเท่านั้น

และเขาได้ทิ้งจุดยึดไว้ที่นางเพื่อจะได้ไปหานางได้ตลอดเวลา ดังนั้นมันแทบไม่แตกต่างกับการขังนางไว้ในโลกใบเล็กเลย

“จากนี้ก็ถึงเวลาเตรียมตัวไปเยี่ยมชมโลกเจินอู่” หลังจากพักผ่อนแล้ว ซูอันจึงไปที่วังหลวง

หลังจากพยายามโน้มน้าวอย่างหนักได้ระยะหนึ่ง สุดท้ายพี่รั่วซีจึงอนุญาตให้เขาพาเซิ่งหนานไปเยือนโลกเจินอู่

นางทิ้งรอยตราวิหคดำไว้บนร่างกายของเขาเพื่อป้องกันอันตรายด้วย

……

ณ ชานเมืองของเมืองหลวง ก่อนถึงประตูมิติ

มีการสร้างตำหนักนอกวังชั่วคราวหลายแห่งและบรรยากาศที่น่าหวาดกลัวผสานเข้าด้วยกัน

แนวรบของต้าซางแน่นหนา

ซูอันพาเซิ่งหนานไปที่ตำหนักกลางโดยไม่ถูกขัดขวาง บัดนี้ปรมาจารย์หยวนเสินทั้งสี่กำลังคุยกันเรื่องสำคัญและสองคนในนั้นถือว่าเป็นคนรู้จักของซูอัน

“เฉิงจู่ เซวียนจู่ ลัวจู่ อู่กั๋วกง” ซูอันยิ้มและทักทายทุกคน

“เสี่ยวอัน”

“ท่านโหวซู”

ไม่มีใครเมินเฉยต่อเขา แม้แต่ลัวจู่ที่ดูเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งก็พยักหน้าตอบ

ซูอันคือหยางบริสุทธิ์ที่อายุน้อยกว่าสามสิบปี เกือบจะแน่นอนว่าในอนาคตต้องกลายเป็นหยวนเสิน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นคนในราชวงศ์ด้วย

เฉิงจู่ดึงซูอันให้นั่งลงข้างกายด้วยความกระตือรือร้น

เมื่อมองไปยังถูเซิ่งหนานที่ยืนอยู่ด้านหลังซูอันเงียบๆ อู่กั๋วกงก็นึกตกใจ

ช่างเหลือเชื่อสำหรับคนที่ประสบความสำเร็จในการเป็นหยวนเสินแต่ยังถือว่าตัวเองเป็นแค่องครักษ์!

ยังได้ยินมาว่าท่านโหวซูคนนี้อยู่ในหัวใจของจักรพรรดินีและได้รับความโปรดปรานสุดซึ้ง เกรงว่าจะปฏิบัติต่อท่านโหวคนนี้ในฐานะรุ่นน้องไม่ได้

……

“เสี่ยวอันคิดเห็นอย่างไรกับการพิชิตโลกเจินอู่ครั้งนี้” เฉิงจู่มองซูอันและถามด้วยรอยยิ้ม

คนอื่นๆ ก็เผลอหันมาจ้องมองเขาด้วย

คิดเห็นอย่างไร?

ไม่มีความเห็น!

ซูอันนั่งหุบขาพร้อมทำท่าทางน่ารัก “ข้าเชื่อฟังผู้อาวุโสทั้งหลาย”

คนธรรมดาไม่ชี้แนะผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งปรมาจารย์เหล่านี้และอู่กั๋วกงที่เกิดในกองทัพต้องมีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากกว่าเขา

เฉิงจู่พยักหน้าแต่ไม่ได้ถามต่อและมองไปที่คนอื่นๆ แทน “ถ้าเช่นนั้นข้าขอแสดงความคิดเห็นหน่อยแล้วกัน หลังจากที่เรากำจัดกองกำลังต่อต้านในโลกเจินอู่แล้ว เราก็จะใช้พลังแห่งสายฟ้าเพื่อกวาดล้างชาวพื้นเมืองของโลกเจินอู่โดยทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของพวกเขา ล้างดินแดนและย้ายผู้คนในต้าซางไปยังโลกนั้นเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรือง สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยขจัดปัญหามากมาย แต่ยังเปลี่ยนโลกเจินอู่ให้เป็นดินแดนของต้าซางอีกด้วย...”

เขากำลังพูดถึงวิธีจัดการกับโลกเจินอู่ เพราะสำหรับต้าซางแล้วมันเป็นเพียงเรื่องของเวลาและถึงอย่างไรจักรวรรดิเสินอู่จะต้องถูกกวาดล้าง

เมื่อซูอันได้ยินเช่นนี้ก็อดเหลือบมองไปด้านข้างไม่ได้

เฉิงจู่คนนี้ดูยิ้มแย้ม แต่ความจริงมีใจอาฆาตมากกว่าเขาเสียอีก ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้คนเรียกเขาว่ามารเฒ่าค่ายกลโลหิต

ลัวจู่พยักหน้าและใบหน้ามีความเห็นด้วย “วิธีนี้ดีจริงๆ และได้ผลเร็ว เพราะที่ผ่านมาเรามีเมตตาเกินไปจึงทำให้โลกเจินอู่เหิมเกริม”

ในอดีต เมื่อต้าซางโจมตีโลกเจินอู่ เขาได้ละเว้นผู้ฝึกตนที่อยู่ต่ำกว่าจื่อฝู่และใช้วิธีจัดการที่อดทน แต่ในดินแดนฝั่งโลกเจินอู่และอาณานิคมนั้น บรรดาผู้ฝึกตนยังรวมตัวกันเพื่อต่อต้านต้าซางเป็นครั้งคราว นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่เคล็ดวิชาชั่วร้ายประเภทหนึ่งซึ่งใช้พลังวิญญาณในการฝึก เรียกว่าเคล็ดวิชาผลาญโลหิตเจินอู่

ตราบใดที่พวกเขาเต็มใจใช้เวลาห้าสิบปีในการฝึกเคล็ดวิชาชั่วร้าย คนธรรมดาก็สามารถกลายเป็นผู้ฝึกตนได้ทันที สามารถใช้พลังเวทและสร้างปัญหามากมาย

เป็นผลให้ต้าซางทำได้เพียงส่งคนไปปราบปราม

จากนั้นต้าซางก็ถูกขับไล่โดยเทพสงครามที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน

ในโลกเจินอู่ ณ ปัจจุบันนี้ถูกปกครองโดยจักรวรรดิเสินอู่นานกว่าหมื่นปีแล้ว แม้ว่าปรมาจารย์ทั้งหมดจะถูกกำจัดออกไป แต่การปกครองยังหยั่งรากลึกอยู่ในหัวใจของผู้คน

ดังนั้นแม้ว่าผู้ฝึกตนที่เกิดในโลกเจินอู่จะมีความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถนำมาขัดเกลาได้

ต้าซางจะไม่ใช้ทรัพยากรเพื่อขัดเกลาอัจฉริยะเหล่านี้ที่อาจมีจุดประสงค์ชั่วร้ายได้ทุกเมื่อ

ผู้คนในโลกเจินอู่ไม่มีบทบาทใดๆ เลย หากยังปฏิเสธที่จะยอมรับคำสอนและยังมุ่งมั่นยึดครองดินแดน โดยธรรมชาติแล้วไม่จำเป็นต้องดำรงอยู่

อู่กั๋วกงไม่ได้พูดอะไร

เซวียนจู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นส่ายหัวแล้วพูดว่า “วิธีนี้ลำบากเกินไป”

แม้ว่าโลกเจินอู่ไม่กว้างใหญ่เท่ากับต้าซาง แต่ทั้งโลกรวมกันก็เกือบครึ่งหนึ่งของต้าซางและมีสิ่งมีชีวิตมากมายอยู่ในนั้น

แม้ว่านางไม่รังเกียจในการฆ่า แต่การฆ่าทั้งโลกนั้นโหดร้ายเกินไป

“เราสามารถรวบรวมผู้ฝึกตนที่ยินดีลี้ภัย ใช้คนป่าเถื่อนควบคุมคนป่าเถื่อน สร้างกฎเกณฑ์ในจิตวิญญาณและให้พวกเขาเอาใจประชาชนต้าซาง สำหรับผู้ที่กล้าก่อปัญหาจะถูกปราบปรามอย่างโหดเหี้ยม ใช้พวกเขาเพื่อส่งเสริมอำนาจของต้าซาง จากนั้นจึงยกเลิกหนังสือและตำราของพวกเขา แล้วให้ความรู้แก่พวกเขาแทน” นางแสดงความคิดเห็น

ทว่าลัวจู่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้อย่างเห็นได้ชัด “วิธีนี้ช้าเกินไป หากต้องการให้ความรู้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายร้อยปี ยิ่งไปกว่านั้นการสร้างกฎเกณฑ์ในจิตวิญญาณก็ไม่ได้รับประกันว่าคนเหล่านั้นจะภักดี อีกทั้งกระบวนการเหล่านี้ยังใช้กำลังคนมากเกินไป”

สุดท้ายทุกคนจึงมองไปที่ซูอันอีกครั้ง

“ซูอัน เจ้าคิดว่าอย่างไร?” เซวียนจู่ถามอย่างตรงไปตรงมา

ซูอันหลุดสำลักออกมา เหตุใดยังวกมาถามเขาอีก

เมื่อไตร่ตรองแล้วซูอันจึงไม่ปิดบังแล้วพูดว่า “ควรสร้างศัตรูให้พวกเขาดีกว่า”

“ศัตรู?”

“ใช่ ก่อนอื่นให้กำจัดพวกปรมาจารย์ระดับสูงของจักรวรรดิเสินอู่ จากนั้นสร้างศัตรูร่วมกันสำหรับพวกเขาและทำลายความสงบเรียบร้อย ในเวลานั้นทุกคนจะตกอยู่ในอันตรายจึงทำให้ผู้คนโหยหาความสงบสุข แต่จักรวรรดิเสินอู่มอบความสงบนั้นให้พวกเขาไม่ได้อีก จิตใจของผู้คนจึงตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ในเวลานั้นเองที่ต้าซางจะปรากฏตัวในฐานะผู้ช่วยชีวิต”

ดวงตาของเซวียนจู่สว่างขึ้น แต่ไม่เข้าใจความคิดบางประการของเขา “แล้วจะสร้างศัตรูนี้ได้อย่างไร?”

เฉิงจู่ยังรับฟังข้อเสนอแนะของซูอันด้วยความสนใจมาก

ซูอันมองไปทางทิศเหนือแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “แดนเหนือมีศัตรูมากมายไม่ใช่หรือ?”

ในตำหนักเกิดความเงียบครู่หนึ่ง

“เยี่ยม วิธีนี้วิเศษมาก!” เฉิงจู่ตระหนักได้และยิ้มขณะลูบฝ่ามือด้วยความตื่นเต้น

ในเหล่าผู้ปลูกฝังมารแดนเหนือมีจอมมารเพียงสองตนทว่าก็ตายไปแล้วจึงไร้ผู้นำ

หากไม่ใช่เพราะความมีศีลธรรมก่อนหน้านี้ของต้าซาง เกรงว่าผู้ปลูกฝังมารทั้งหมดในแดนเหนือคงถูกกวาดล้างไปนานแล้ว

การปล่อยให้ผู้ปลูกฝังมารเหล่านี้อยู่ที่แดนเหนือต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นควรจับส่งไปยังโลกเจินอู่เพื่อใช้เป็นเหยื่อ

ด้วยวิธีฝึกฝนของผู้ปลูกฝังมาร เมื่อผู้นำระดับสูงของจักรวรรดิเสินอู่ถูกทำลาย พวกเขาจะต้องปลดปล่อยภัยพิบัติจากวิถีมารอย่างไร้ศีลธรรม

การเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแต่ทำลายการต่อต้านที่เหลืออยู่ของผู้ฝึกตนในโลกเจินอู่ แต่ยังทำลายหลักพึ่งพิงของชาวบ้านไปโดยสิ้นเชิงและในเวลานั้นผู้คนจะกระตือรือร้นในการหาใครสักคนไปหยุดยั้งผู้ปลูกฝังมาร

เมื่อถึงเวลานั้นต้าซางจะดำเนินการกวาดล้างผู้ปลูกฝังมาร จากนั้นขึ้นปกครองโลกเจินอู่ได้อย่างชอบธรรม

วิธีนี้สามารถชนะใจราษฎรได้ เพราะเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากจากผู้ปลูกฝังมาร การถูกปกครองโดยต้าซางย่อมดีกว่า

ไม่ว่าผู้ใดก็ชอบการเปรียบเทียบ

แม้จะมีคนฉลาดที่ตระหนักว่าผู้ปลูกฝังมารเหล่านั้นถูกต้าซางส่งไป แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวม

เพราะผู้ที่สามารถแก้ปัญหาผู้ปลูกฝังมารได้ถูกกำหนดให้มีเพียงต้าซางเท่านั้น

จบบทที่ ตอนที่ 295 เตรียมยึดครองโลกใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว