เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 286 จุดจบของเว่ยหยางไม่สวยเลย

ตอนที่ 286 จุดจบของเว่ยหยางไม่สวยเลย

ตอนที่ 286 จุดจบของเว่ยหยางไม่สวยเลย


ตอนที่ 286 จุดจบของเว่ยหยางไม่สวยเลย

“เข้ามา!” ซูอันตะโกนเรียกคนเข้ามา

ผู้คุมสองคนจากหน่วยวิหคดำจึงเดินเข้ามา

“ท่านโหว!”

ซูอันชี้ไปที่เว่ยหยางและยิ้มราวกับแสงแดดในต้นฤดูใบไม้ผลิ “ตัดแขนขาของคนผู้นี้ออก ควักลูกตาและตัดหู ทำให้เขามองไม่เห็นและไม่ได้ยิน อย่าลืมกรอกยาปิดสรรพเสียงให้ด้วย จากนั้นตัดลิ้นและโกนผมออก เมื่อกลายเป็นหมูแล้วให้โยนลงบ่อปุ๋ยเพื่อทรมาน”

“ขะ ขอรับ!” ผู้คุมทั้งสองสูดหายใจเข้าลึกเมื่อได้ยินคำสั่งนี้ พวกเขาถึงขั้นก้มหน้ามองพื้นด้วยความตระหนก “น้อมรับคำสั่งของท่านโหว!”

มีหลายวิธีในการทรมานผู้ต้องขังในเรือนจำหน่วยวิหคดำ แม้กระทั่งการทรมานวิญญาณ แต่ก็เป็นเพียงการทรมานชั่วคราวเท่านั้น

ทว่าตามความปรารถนาของท่านโหวคือคนผู้นี้จะต้องถูกทรมานชั่วชีวิต!

เว่ยหยางตกตะลึงทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาก

มนุษย์หมู! นี่จะทำให้เขากลายเป็นมนุษย์หมู!

การเป็นมนุษย์หมูนั้นแย่ยิ่งกว่าตาย!

หัวใจของเขาสั่นรุนแรงและความกลัวไม่มีที่สิ้นสุดกลายเป็นกระแสน้ำเข้าท่วมเขา

“ไม่ ไม่นะ ซูอัน ข้าจะไม่สู้กับเจ้าแล้ว!” เขาไม่สนใจหูข้างที่ถูกตัดทิ้งและคลานไปอยู่ข้างกายของซูอันโดยใช้ทั้งสองมือสองเท้ากอดต้นขาของซูอันไว้

ซูอันเตะคนน่ารังเกียจออกไป

แต่ตอนนี้เว่ยหยางเหมือนไม่รู้สึกเจ็บปวดแล้ว เขาลุกขึ้นอีกครั้งและมองซูอันด้วยสายตาอ้อนวอน “ไว้ชีวิตข้า ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด ข้าจะทำงานเป็นวัวเป็นม้าให้เจ้า ข้ายังมีความรู้มากมาย! โฮ่ง โฮ่ง! ข้าเป็นสุนัขให้เจ้าได้ โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!” เขาพูดตะกุกตะกัก

เมื่อเผชิญกับบทลงโทษเช่นนี้ เขาได้ละทิ้งอาจารย์ ไม่สนความชอบธรรมและการแก้แค้นทั้งหมด

ตอนนี้เขาไม่กล้าคิดเรื่องความเป็นเซียนด้วยซ้ำ เขาแค่ไม่อยากกลายเป็นมนุษย์หมู

ซูอันเลิกคิ้วและมีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏที่มุมปาก “ใต้เท้าเว่ยอย่าโง่สิ ข้าก็บอกแล้วว่าจะไม่ฆ่าเจ้า”

ทันใดนั้นเหมือนว่าเขาจะคิดเรื่องหนึ่งได้จึงพูดด้วยความสนุก “จริงสิ เจ้าอยู่ในขอบเขตก่อกำเนิด ดังนั้นการมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกร้อยปีจึงไม่ใช่ปัญหา ขอให้สนุกกับชีวิตต่อจากนี้แล้วกัน”

เมื่อพูดจบแล้วเขาจึงหันหลังกลับและเดินออกจากห้องขัง

“ไม่นะ ได้โปรด...”

เว่ยหยางอยากรีบไปขอความเมตตาจากซูอันแต่ถูกผู้คุมสองคนตรึงลงกับพื้นและไม่สามารถขยับได้

ซูอันหันกลับมาและไม่สนใจคำวิงวอนของเว่ยหยาง

เขาเตือนผู้คุม “อย่าลืมว่าห้ามปล่อยให้เขาตาย”

“ขอรับ!” ผู้คุมทั้งสองตอบด้วยความเคารพ

ตอนนี้พวกเขาสามารถพูดได้ว่ารู้สึกทึ่งในตัวท่านโหวซูคนนี้ถึงขีดสุด

ซูอันพยักหน้าและจากไปอย่างพึงพอใจ

เขาซูอันมีหัวใจของพระโพธิสัตว์และไม่เคยกระหายเลือด เช่นเดียวกับที่เขาเมตตาต่อเสิ่นไคซาน หลังจากที่ฉู่อี้เสียชีวิต เสิ่นไคซานก็ถูกจับกลับไปที่หอฮ่วนเยวี่ยและถูกบีบเค้นเอาคะแนนตัวร้ายที่เหลืออยู่ออกมาจนหมดแล้วถูกโยนทิ้งในบ่อปุ๋ยเช่นกัน

หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว เขาจึงหยิบไดอารีอีกเล่มออกมาแล้วเขียนว่า ‘เว่ยหยางไม่ถูกฆ่าตาย’

เมื่อมั่นใจแล้วซูอันจึงสั่งให้บุปผามรณะส่งผู้ใต้บังคับบัญชาไปเฝ้าเรือนจำหน่วยวิหคดำเพื่อติดตามสถานการณ์ชีวิตของเว่ยหยาง

โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซูอันคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เพิ่มเงินเดือนให้เจ้าหน้าที่คนนั้นเป็นสามเท่า”

“เจ้าค่ะ นายท่าน!”

……

หลังจัดการกับเว่ยหยางแล้วซูอันไม่ได้กลับไปที่จวนโหวแต่เดินทางตรงไปที่วังหลวง

วันนี้ประตูตำหนักไท่หยวนปิดลง ค่ายกลต่างๆ เปิดใช้งานและวิหคดำแห่งโชคปักหลักอยู่ด้านบน

องครักษ์กลุ่มหนึ่งเฝ้าอยู่ด้านนอก สำหรับฝั่งด้านหน้าตำหนักมีชิงหลิง หงเสาและหญิงชราใบหน้าใจดีอีกคนเฝ้าอยู่

“ผู้อาวุโสหลิง พี่ชิงหลิง พี่หงเสา” ซูอันทักทายพวกนางแล้วมองเข้าไปในตำหนัก “ฝ่าบาทกักตนหรือ?”

“ใช่” หงเสาถอนหายใจพลางเอ่ย “ฝ่าบาทได้พบโอกาสในการก้าวหน้า หากไม่มีความผิดพลาดพระองค์ควรจะบรรลุได้”

บรรลุหยวนเสินในอายุแค่ยี่สิบปี พรสวรรค์ของฝ่าบาทนั้นเพียงพอที่จะได้รับการยกย่องว่าน่าตกตะลึงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ถ้านางไม่ได้เห็นฝ่าบาทเติบโตขึ้นมาเองกับตา เกรงว่านางจะนึกอิจฉาฝ่าบาทได้เลย

จากนั้นหงเสาหันมามองซูอัน นางดึงไหล่ของซูอันให้เข้ามาในอ้อมแขนและพูดด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวอันจื่อ ฝ่าบาทกักตน เจ้าจึงหาเรื่องนวดให้ฝ่าบาทไม่ได้แล้ว เช่นนั้นข้าจะให้เจ้ายืมชิงหลิงไปเล่นด้วยก่อนดีไหม”

“พี่หงเสา!” เสียงแห่งความอายของชิงหลิงดังขึ้นตามหลังและมือของนางจับฝักกระบี่แน่นขึ้น

โดยไม่คาดคิดว่าหงเสาจะโบกมือแล้วจับชิงหลิงมาไว้ในอ้อมแขนพลางมองด้วยความหยอกล้อ “หึหึ เสี่ยวชิงหลิงอย่าโกรธสิ เจ้าไม่อยากเล่นกับเสี่ยวอันจื่อหรือ? เจ้าไม่อยากเห็นเขาเขินอายอยู่ใต้ร่างหรือไร เจ้าไม่อยาก...อ่า ฮ่าฮ่าฮ่า อย่า อย่ากวน!”

ยังพูดไม่จบประโยค นางก็รู้สึกจั๊กจี้ที่ใต้รักแร้ ปรากฏว่าเป็นซูอันกำลังจั๊กจี้นาง

ชิงหลิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งเห็นการกระทำของซูอัน หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งนางก็เลือกที่จะเลียนแบบเขาบ้าง

ทั้งสองจับมือของหงเสาทำให้นางไม่สามารถหลุดพ้นได้

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...เสี่ยวชิงหลิง หยุดนะ ฮ่าฮ่าฮ่า พี่สาวคนนี้กำลังทำเพื่อความสุขในอนาคตของเจ้าแท้ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า” หงเสาหัวเราะขณะที่พูดและสองแขนยังดิ้นรนต่อไป

ผิวหนังใต้รักแร้ของนางบอบบางมาก เมื่อถูกโจมตีแบบเด็กๆ เช่นนี้นางจึงทำได้แค่หัวเราะแทบขาดใจ

“ฮ่าฮ่าฮ่า หากข้าไม่พูดก็ไม่เป็นไรหรอก ข้าจะไม่มีวันบอกว่าเจ้าแอบดูเสี่ยว ฮ่าฮ่าฮ่า...”

ชิงหลิงซึ่งเดิมทีกำลังจะหยุดจึงกลับมามืดมนด้วยแววตามุ่งมั่นและเพิ่มความเข้มข้นขึ้นทันที

แน่นอนว่าไม่อาจปล่อยพี่หงเสาผู้นี้ไปง่ายๆ

ด้วยมีค่ายกลกั้นเอาไว้จึงทำให้เสียงของหลายคนไม่ได้รบกวนความก้าวหน้าของซูรั่วซี

หญิงชราที่อยู่ด้านข้างมองไปที่การเล่นสนุกของทั้งสามคนและนางอดหวนนึกถึงความหลังไม่ได้

วัยเยาว์นั้นดีที่สุด!

ตอนที่นางอายุห้าร้อยปีก็ได้กลายเป็นหยวนเสินและออกท่องเที่ยวรอบโลกด้วยจิตวิญญาณอันสูงส่ง ครั้งหนึ่งนางเคยเป็นที่รู้จักในนามเทพธิดาลงมาจุติเป็นมนุษย์ ชื่อเสียงของนางแพร่กระจายไปทั่วและมีเพื่อนสนิทสองสามคนเช่นนี้

น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกนางทุกคนแก่มากแล้ว

หากหยวนเสินต้องการก็สามารถรักษารูปลักษณ์อ่อนเยาว์ของพวกตนไว้ได้

เพียงแต่ว่าหัวใจแก่แล้ว รูปร่างหน้าตาจึงแก่ลงเช่นกัน

……

การกักตนของจักรพรรดินีจะไม่สิ้นสุดในเวลาอันสั้น

ซูอันอยู่หน้าตำหนักไท่หยวนสักพัก หลังจากเล่นสนุกกับพวกพี่หงเสาแล้วเขาจึงไปที่ตำหนักฉือหนิง

ไปหาหมู่โฮ่วก่อน

ทันทีที่ซูอันจากไป หงเสาก็ดึงชิงหลิงออกไปด้วย

หลังจากมองไปรอบๆ สักพัก นางจึงหยิบขวดหยกออกจากอ้อมแขนด้วยท่าทางลึกลับ

ชิงหลิงขยับไปด้านข้าง ดวงตาของนางหวาดระแวง “พี่หงเสาจะทำอะไร?”

หงเสาเหลือบมองระยะห่างระหว่างทั้งสองและพูดด้วยความโมโห “ต้องขยับไปไกลขนาดนั้นเชียว คิดว่าข้าจะทำร้ายเจ้าหรือ?”

ชิงหลิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งและพยักหน้ายืนยัน

หงเสาถึงขั้นกลอกตาใส่และเคาะศีรษะของชิงหลิง “เจตนาที่ดีกลายเป็นเครื่องในของลาไปแล้ว (มีเจตนาที่ดีแต่อีกฝ่ายกลับเข้าใจผิดว่านี่คือเจตนาร้าย) ข้ามีสิ่งดีๆ จะมอบให้เจ้าแท้ๆ”

หลังจากดึงชิงหลิงมาอยู่ด้านข้างแรงๆ แล้ว หงเสาจึงเปิดขวดหยก

ข้างในมียาสีขาวน้ำนมเหลืออยู่ปริมาณหนึ่ง

มีลักษณะขุ่นแต่เรืองแสงและมีกลิ่นหอมสดชื่น

นางยัดขวดยาใส่มือของชิงหลิงแล้วกระซิบว่า “นี่คือยาวิเศษแห่งการฝึกตน ให้ถือว่านี่เป็นคำขอโทษของข้าแล้วกัน!”

“นี่คือยาชนิดใด?” ชิงหลิงขมวดคิ้วดูสับสน

นางเคยเห็นยาวิเศษมาบ้างแล้ว แต่ยาชนิดนี้มองไม่เห็นถึงแก่นแท้จริงๆ

นางแค่รู้สึกว่ากลิ่นที่ลอยออกจากขวดค่อนข้างคล้ายกับกลิ่นของเสี่ยวอันจื่อ

จบบทที่ ตอนที่ 286 จุดจบของเว่ยหยางไม่สวยเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว