- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 275 ของดีๆ นั้นมีอยู่จริง
ตอนที่ 275 ของดีๆ นั้นมีอยู่จริง
ตอนที่ 275 ของดีๆ นั้นมีอยู่จริง
ตอนที่ 275 ของดีๆ นั้นมีอยู่จริง
แต่ในความทรงจำของมารสวรรค์ตนนั้นพบว่าเสินเซียนทั่วไปไม่มีพลังเวทนี้ ดังนั้นมันควรเป็นการเปลี่ยนแปลงน่าอัศจรรย์ที่กล่าวไว้ในต้นกำเนิดวิญญาณเซียน
นอกจากนี้การรวมกันของจิตวิญญาณเซียนและร่างกายเซียนยังทำให้ของเหลวหยกของซูอันดีขึ้นอีกระดับ ผลลัพธ์ย่อมดีขึ้นด้วย
นับเป็นโชคดีของพวกเสวี่ยจู๋!
ต้องขอบคุณผู้อาวุโสฉู่อี้ที่มอบสิ่งดีๆ นี้ให้
เมื่อมองดูศพของฉู่อี้ที่อยู่ในหลุม เขาจึงยิงเปลวไฟออกมาเพื่อเผาร่างของน้องชายคนนี้ จากนั้นใช้พลังเวทเปลี่ยนมันให้กลายเป็นลูกบอลขี้เถ้าและโยนมันลงในรอยแยกกลางอวกาศที่สร้างขึ้นเองแบบลวกๆ
สาเหตุหลักมาจากเขาไม่ต้องการให้ศพนี้สร้างมลพิษแก่จวนโหว
หากต้องการเป็นเพื่อนกับซูอันต้องทุ่มเทหน่อยจึงไม่จำเป็นต้องมีหลุมศพหรืออะไรทำนองนั้น เพราะมันกินพื้นที่และเปลืองทรัพยากร
เขาเรียกสาวใช้อีกสองคนและสั่งให้พวกนางเปลี่ยนดินทั้งหมดในบริเวณนี้ จากนั้นซูอันจึงเดินออกจากลานบ้าน
เขาคิดถึงคำพูดสุดท้ายที่ฉู่อี้ฝากไว้ก่อนเสียชีวิต
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นจอมมาร
ตำแหน่งจอมมารนั้นนำมาจาก ‘คัมภีร์ปลูกฝังมาร’ และพลังมารของเขาก็มาจากการฝึก ‘คัมภีร์ปลูกฝังมาร’
‘คัมภีร์ปลูกฝังมาร’ ไม่ใช่เคล็ดวิชาของโลกนี้ แต่เป็นเคล็ดวิชาที่เพาะพันธุ์จากแก่นแท้ของโลกหลังจากการล่มสลายของมหาโลกแห่งมาร
แต่ไม่ว่าจะเป็นมารในความทรงจำของมารสวรรค์ตนนั้นหรือฉู่อี้ พลังมารทั้งหลายคล้ายกับพลังมารที่เขาปลูกฝังมาก เพียงแต่คุณภาพด้อยกว่า
“เป็นไปได้ไหมว่าโลกแห่งเวทมนตร์เป็นสถานที่ถือกำเนิดของมารสวรรค์และมันยังเกี่ยวข้องกับพิภพเซียนด้วย” ซูอันสุ่มเดา
มารสวรรค์มาจากโลกที่ถูกครอบงำโดยจอมมารตนหนึ่ง เมื่อออกจากโลกนั้นแล้วโลกนั้นยังไม่ถูกทำลาย ดังนั้นจึงไม่สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในขณะนี้
แต่ก็สามารถเห็นได้ว่าพลังมารในร่างกายของซูอันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจอมมารที่ฉู่อี้กล่าวถึง!
......
นอกตำหนักไท่หยวนของวังหลวง
เป็นเวลาหนึ่งวันแล้วที่ฉู่อี้ถูกสังหาร
ตามความประสงค์ของฉู่อี้ หลังจากดูแลซูเสวี่ยจู๋อย่างดีแล้วซูอันจึงมาเยี่ยมพี่รั่วซีพร้อมของขวัญ
ในฐานะจักรพรรดินีแห่งต้าซาง นางไม่ขาดสิ่งใดเลย
ซูอันจึงใช้ผลไม้วิญญาณทำขนมขึ้นมาหนึ่งกล่อง
“เสี่ยวอันจื่อมาแล้วหรือ” เสียงที่สดใสและอ่อนโยนดังขึ้น จากนั้นร่างในชุดสีแดงที่มีกลิ่นหอมจางๆ ปรากฏขึ้นต่อหน้าซูอัน
“พี่หงเสา” ซูอันทักทายและมองไปรอบๆ อีกครั้ง “ไม่เห็นพี่ชิงหลิงเลย”
กล่าวกันว่าชิงหลิงบรรลุหยางบริสุทธิ์แล้วการกักตนควรจบลงด้วย
“เจ้าคิดถึงแต่พี่ชิงหลิง เมื่อข้ามาถึงเจ้าก็ถามหาชิงหลิงทันที เจ้าไม่ดีใจที่พบข้าเลยหรือ...เจ้าสองคนมีความสัมพันธ์สวาทกันแบบใด?” หงเสาถามด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่พอใจและล้อเล่น
ดวงตาที่เหมือนลูกท้อคู่หนึ่งเป็นประกายด้วยแสงที่ไม่สามารถอธิบายได้
ซูอันจับมือของพี่หงเสาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่แน่นอน ข้าดีใจที่ได้พบพี่หงเสา แต่ข้าเพียงสงสัยว่าเหตุใดวันนี้ไม่เห็นพี่ชิงหลิงเท่านั้น”
หงเสาไม่ต่อต้านการแตะเนื้อต้องตัวของซูอัน นางบีบมือของซูอันด้วยรอยยิ้มพลางเอ่ย “ถ้าเช่นนั้นเสี่ยวอันจื่อต้องผิดหวังและเกรงว่าในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะยังไม่ได้เจอชิงหลิง”
นางเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วอธิบายว่า “หลังจากที่ชิงหลิงบรรลุหยางบริสุทธิ์ นางได้รับมรดกจากชิงสยาหยวนจวินและบรรลุหยางบริสุทธิ์โดยสมบูรณ์ นางจึงได้รับอนุญาตจากฝ่าบาทให้กักตนในบ่อผันวิญญาณ เมื่อการกักตนจบสิ้นก็จะมองเห็นเส้นทางการบรรลุหยวนเสินที่ชัดเจน”
บ่อผันวิญญาณเป็นสถานที่ล้ำค่าสำหรับการฝึกตนในวัง มันถูกหล่อหลอมด้วยพลังเหนือธรรมชาติที่รวบรวมพลังวิญญาณของลักษณะพื้นภูมิของโลก โดยปกติจะใช้เพื่อพัฒนานางสนมที่จักรพรรดิโปรดปราน
ในเวลานั้นสถานที่ล้ำค่านี้ไม่ค่อยได้ใช้งานและมีเพียงไท่โฮ่วเข้ามากักตนเป็นครั้งคราว
เมื่อซูอันยังเป็นเด็กยังแอบเข้าไปอาบน้ำเล่นกับจักรพรรดินี
ขณะที่พี่หงเสาพูดก็เริ่มรู้สึกเสียใจและมองซูอันอีกครั้ง “เสี่ยวชิงหลิงมีโอกาสที่ดี ต่างจากข้าที่แก่กว่าและมีพลังน้อยกว่า แม้แต่เสี่ยวอันจื่อยังดูถูกข้า”
ถ้าคำพูดของหงเสาถูกเอาไปเผยแพร่ข้างนอกก็ไม่รู้ว่าจะมีสักกี่คนที่นึกอายตัวเอง
เพราะนางอยู่ในระดับหยางบริสุทธิ์ขั้นกลางในวัยไม่ถึงสองร้อยปี อาจกล่าวได้ว่าหยวนเสินเป็นที่แน่ชัดสำหรับนาง สามารถเรียกได้ว่านางเป็นอัจฉริยะ อยู่เหนือกว่าคนธรรมดานับไม่ถ้วนในโลก
ซูอันกดมือนุ่มและรู้สึกถึงความเรียบเนียนที่มาจากผิวหนัง เขาจ้องมองพี่หงเสาแล้วพูดด้วยความจริงจังว่า “พี่หงเสาพูดเหลวไหลอะไร ข้าถือว่าพี่หงเสาเป็นญาติมาโดยตลอดและความสัมพันธ์ระหว่างญาติไม่เกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งหรอกนะ”
“หึหึ เสี่ยวอันจื่อช่างพูดจริงๆ ดูเหมือนว่าความรักของพี่สาวที่มีต่อเจ้านั้นไม่สูญเปล่าเลย” เมื่อได้ยินคำพูดของญาติผู้น้องซูอัน พี่หงเสาจึงอดยิ้มไม่ได้ นิ้วของนางชี้ไปที่ริมฝีปากช่างเจรจาของซูอัน เมื่อนิ้วหยกขยับจึงมีกลิ่นหอมเล็กน้อย “จริงสิ เมื่อวานฝ่าบาทพิโรธมาก เสี่ยวอันจื่อทำอะไรลงไปล่ะ?” มืออีกข้างของนางจับไหล่ของซูอันและร่างกายที่อ่อนนุ่มเป็นผู้ใหญ่แนบไปกับร่างกายของซูอันโดยไม่ลังเล ช่วงคิ้วเผยรอยยิ้มและมีนัยยะของการนินทาในดวงตาด้วย
“พี่หงเสากล่าวหาผู้บริสุทธิ์ไม่ได้นะ” ใบหน้าของซูอันเปลี่ยนเป็นสีแดง ดวงตาเบิกกว้างและพูดว่า “เมื่อวานข้าไม่ได้เข้าวัง แล้วจะพูดว่าฝ่าบาทพิโรธเพราะข้าได้หรือ”
ตอนนี้ฝ่าบาทอยู่ในตำหนักไท่หยวน เขาจะไม่ยอมรับข้อกล่าวหานี้เด็ดขาด
“เสี่ยวอันจื่อกลัวฝ่าบาทได้ยินหรือ?” รอยยิ้มของหงเสาไม่เปลี่ยนแปลง “เช่นนั้นเจ้าก็เขียนเป็นข้อความสิ”
ซูอัน “...”
การเขียนผ่านตัวอักษรไม่เท่ากับพูดคุยเรื่องกบฏผ่านจดหมายต่อหน้าจักรพรรดินีหรือ?
“ไม่ใช่ข้า ไม่ใช่ข้าแน่นอน” เขาปฏิเสธเสียงดัง
“ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ เพียงแต่ตอนนี้ฝ่าบาทพิโรธสุดขีดจึงตรัสว่าหากเจอใครก็จะตบตีระบายอารมณ์ให้หมด”
หงเสามองซูอันด้วยสีหน้าหยอกล้อ สายตาของนางแฝงความอยากรู้อยากเห็นที่ควบคุมไม่ได้ “ถ้าเจ้ายอมเล่าให้ข้าฟัง ข้าก็สามารถช่วยให้คำแนะนำได้นะ”
นิ้วของนางเกาฝ่ามือของซูอัน มันมีความหมายที่ค่อนข้างเย้ายวนเหมือนกับปีศาจร้ายที่ยั่วยวนดึงดูดซูอันให้พูดสิ่งที่ไม่ควรพูด
“อะแฮ่ม ข้าเห็นสถานการณ์ของพี่หงเสาแล้ว นี่ท่านเกือบจะถึงหยางบริสุทธิ์ขั้นปลายแล้วนะเนี่ย” ซูอันรีบเปลี่ยนเรื่อง
จากมุมมองของเขาพบว่าแสงวิญญาณที่แผ่ออกจากตัวหงเสาเป็นสัญญาณของความก้าวหน้า
หงเสามองซูอันและถอนหายใจโดยยอมเปลี่ยนเรื่องคุย “การบรรลุหยางบริสุทธิ์แต่ละขั้นไม่ง่ายเลย จากความเร็วของการฝึกตนในเวลานี้ของข้า หากไม่มีโอกาสก็เกรงว่าจะต้องใช้เวลาเจ็ดหรือแปดปีในการบรรลุ ระดับหยางบริสุทธิ์ขั้นปลาย”
การฝึกตนในระดับหยางบริสุทธิ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเป็นเหมือนเซิ่งหนานที่ได้กินเนื้อมังกรตัวจริงเพื่อเสริมพลัง จึงติดอยู่ในสภาวะคอขวดตามปกติ
มิ่งตานบางคนมีรากฐานแย่มาก แม้ว่าจะโชคดีพอให้บรรลุหยางบริสุทธิ์แต่เป็นเรื่องยากที่จะมีความก้าวหน้าใดๆ หลังจากนั้นและเป็นเรื่องปกติที่จะติดอยู่ในระดับหยางบริสุทธิ์ขั้นแรกตลอดชีวิต
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วความเร็วในการบรรลุของพี่หงเสาจึงสูงมาก
เพียงแต่เทียบไม่ได้กับคนขี้โกงอย่างซูอัน
จากนั้นหงเสาก็ยิ้มและโน้มศีรษะเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบถูปลายจมูกของเขาและลมหายใจอุ่นๆ ของนางกระทบใบหน้าของซูอัน
นางพูดติดตลกว่า “ถ้าในวันข้างหน้าเจ้ามีสิ่งดีๆ โปรดจำพี่หงเสาไว้ด้วย อนาคตของพี่สาวขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วนะ”
สิ่งดีๆ หรือ
ซูอันจมอยู่ในความคิดลึกซึ้ง ดูเหมือนว่าจะมีอยู่
ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า แต่ในขณะนี้ขวดหยกขนาดเล็กหลุดออกจากแขนเสื้อของเขา
ก่อนที่ซูอันจะพูดอะไร หงเสาก็เอื้อมมือออกไปหยิบขวดหยกมาพร้อมดวงตาที่เคลื่อนไหว “เสี่ยวอันจื่อ นี่คือยาครอบจักรวาลที่เตรียมไว้สำหรับข้าหรือเปล่า?”
“เอ่อ นี่คือ...” ซูอันไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรอยู่พักหนึ่ง
หงเสาเปิดขวดหยกเผยให้เห็นน้ำสีขาวขุ่นอยู่ข้างในและมีกลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกล้ำค่า
มันไม่ได้มีกลิ่นเหมือนยาเม็ดแต่มีเสน่ห์ในตัวเอง เหมือนยาที่ทำจากน้ำอมฤตบางชนิด สามารถตัดสินคร่าวๆ ได้ว่ามันคือยาชูกำลังชนิดหนึ่ง