- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 269 เป็นกลอุบายของลัทธิมาร
ตอนที่ 269 เป็นกลอุบายของลัทธิมาร
ตอนที่ 269 เป็นกลอุบายของลัทธิมาร
ตอนที่ 269 เป็นกลอุบายของลัทธิมาร
“เพิ่มอายุขัยได้มากที่สุดสองพันปี?”
ซูอันเลิกคิ้วไตร่ตรอง เขาคิดว่ามันน่าจะคล้ายกับผลโสม
สำหรับคนธรรมดา การเพิ่มอายุขัยอีกสองพันปีถือว่าล้ำค่ายิ่งนัก มันสามารถเพิ่มโอกาสที่หยางบริสุทธิ์จะบรรลุหยวนเสินได้ด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่บรรลุหยวนเสิน กระนั้นพวกเขาก็ยังสามารถนั่งดูการเปลี่ยนแปลงในโลกต่อได้อีกนานสองพันปี
ไม่ว่าผู้ใดก็กลัวความตาย แม้แต่หยวนเสินผู้ยิ่งใหญ่ยังมีจุดจบของชีวิต ดังนั้นจะมีสักกี่คนในโลกที่หนีพ้นความตายได้
เพียงเพื่อยืดอายุขัยจึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีการใช้วิชานอกรีตเช่นนี้
แต่มันกลับไร้ค่าสำหรับซูอันเพราะสูตรโกงที่เขาแย่งชิงมาได้ตั้งแต่แรกคือผลเต๋าอายุยืนซึ่งทำให้เขาอายุยืนยาวไม่รู้จบ
เขาได้รับความเป็นอมตะที่คนอื่นแสวงหานั้นแล้ว
และคนรอบกายเขาก็เช่นกัน เขามั่นใจว่าพวกนางจะกลายเป็นอัจฉริยะจากการถูกป้อนด้วยของเหลวหยก
ในอนาคตเขาจะพาพวกนางไปสู่ความเป็นอมตะ เหตุใดจะต้องใช้วิธีที่น่าขยะแขยงเหล่านี้ด้วย ทั้งยังไม่รู้ว่าจะมีผลข้างเคียงหรือเปล่า
“เช่นนั้นก็ทำลาย...ช้าก่อน”
เขากำลังจะปล่อยให้เซิ่งหนานทำลายต้นไม้ยักษ์ แต่แล้วซูอันหยุดพูดและสายตาเคลื่อนไหว จากนั้นพลังเวทพุ่งเข้าห่อหุ้มต้นผลไม้ทารกโลหิตและนำมันเข้าสู่โลกใบเล็กเพื่อให้ย่อยสลายต้นผลไม้ทารกโลหิต
ฟ้าดินมีความสามารถในการขัดเกลาทุกสิ่งและคืนสู่ต้นกำเนิดของมันโดยธรรมชาติ
เมื่อเผชิญกับพลังยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดิน แม้แต่พืชวิญญาณที่พิเศษก็ไม่สามารถต้านทานโลกใบเล็กได้
ต้นผลไม้ทารกโลหิตสั่นไหวและผลไม้ที่ยังไม่สุกบนนั้นสั่นไหวไปด้วย มันส่งเสียงร้องไห้ราวกับเด็กทารก ชั่วครู่หนึ่งมีลมมืดมนเกิดขึ้นในโลกใบเล็ก แต่แล้วมันก็สลายหายไปด้วยกฎเกณฑ์ของโลกที่เฉพาะเจาะจงนี้
เสียงร้องและสายลมมืดมนหายไปสิ้น
ต้นไม้วิเศษที่ดูดซับสารอาหารจากทารกได้กลายเป็นสารอาหารให้โลกใบเล็กแผ่ขยายออกไปอีกเล็กน้อย
“มันแทบไม่พอ ถึงแม้ว่าจะมีมูลค่ายี่สิบล้านหินวิญญาณก็เถอะ” ซูอันเม้มริมฝีปาก
ทันใดนั้นกระแสตอบรับและข้อมูลบางชนิดที่มาจากโลกใบเล็กก็ทำให้ซูอันขมวดคิ้ว
ความจริงแล้วมีบางสิ่งซ่อนอยู่ในต้นผลไม้ทารกโลหิตซึ่งสามารถลักลอบถ่ายโอนวิญญาณที่ถูกดูดซับโดยต้นผลไม้ทารกโลหิตไปยังสถานที่ที่ไม่รู้จักได้
ขณะเดียวกันท้องฟ้าก็เปลี่ยนไป บังเกิดฟ้าร้องดังกึกก้องและสายฝนโปรยปรายลงมา
ซูอันเลิกคิ้วและมองดูท้องฟ้าอันกว้างใหญ่
“เจ้าจะสร้างปัญหาอีกแล้วหรือ”
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นครู่หนึ่ง จากนั้นสลายไปอีกครั้งและฝนก็หยุดตก
ซูอันมองไปที่ศพและกองกระดูกที่ถูกฝังอยู่ในดินเปื้อนเลือดแล้วส่ายหัว “เผาศพซะเถอะ สถานที่แห่งนี้ดูอัปมงคลเกินไป”
กระดูกเหล่านี้เป็น ‘สินค้า’ จากแดนเหนือ แม้ว่าจะถูกนำออกไปก็ไม่มีครอบครัวใดอ้างสิทธิ์ความเป็นครอบครัวได้ แต่หากปล่อยไว้เฉยๆ วิญญาณร้ายบางดวงอาจแพร่พันธุ์ได้ดีและกลับคืนสู่ธรรมชาติ
หลังจากเปลี่ยนกระดูกให้เป็นขี้เถ้า ซูอันจึงมองถูเซิ่งหนานอีกครั้ง
“เซิ่งหนาน มีข้อมูลอื่นหรือไม่?”
ความตั้งใจเดิมของเขาคือการให้เซิ่งหนานพูดเรื่องคลังสมบัติที่ตระกูลโจวแอบซ่อนไว้ เนื่องจากความมั่งคั่งที่ได้มาโดยมิชอบนี้ไม่สามารถปล่อยให้กัดกร่อนจิตใจของผู้คนได้
แต่เซิ่งหนานเข้าใจผิดและรายงานประวัติของต้นผลไม้ทารกโลหิตต่อไป
เดิมทีปรมาจารย์ตระกูลโจวเป็นเพียงหยางบริสุทธิ์ธรรมดา แต่เขาบังเอิญได้รับเคล็ดวิชาลึกลับที่เรียกว่า ‘คัมภีร์สวรรค์บริสุทธิ์’ ณ ริมฝั่งแม่น้ำฉิน
มันกลืนกินวิญญาณของทารก สูดอากาศบริสุทธิ์แห่งฟ้าดิน ดึงดูดเจตจำนงที่แท้จริงของท้องฟ้าและกลายเป็นหยางเสิน
กล่าวโดยสรุปมันคือคัมภีร์ลับที่ช่วยให้ผู้ที่อยู่ในระดับหยางบริสุทธิ์บรรลุหยวนเสิน
แม้ว่าหยวนเสินที่ประสบความสำเร็จด้วยวิธีนี้จะเป็นหยวนเสินที่อ่อนแอมาก แต่หยวนเสินก็คือหยวนเสิน ดังนั้นปรมาจารย์ตระกูลโจวจะต้านทานการล่อลวงได้อย่างไร
หลังจากได้รับเคล็ดวิชาลับนี้แล้ว ปรมาจารย์ตระกูลโจวรู้สึกราวกับได้รับสมบัติ เขาศึกษามันอย่างหนักทั้งวันทั้งคืนและยังแอบติดต่อลัทธิมารวั่นโซ่วแห่งแดนเหนือเพื่อซื้อทารกจากการผสมเทียมมาเสริมการฝึกตน
ในตอนนั้นปรมาจารย์ตระกูลโจวมีอายุขัยเกือบสามพันปีและอายุขัยของเขากำลังจะหมดลง
ดังนั้นเขาต้องหาสิ่งที่ยืดอายุขัยให้แก่หยางบริสุทธิ์ได้
เพื่อยืดอายุขัย เขาจึงได้รวมสองวิถีดีและชั่วเข้าด้วยกันโดยร่วมมือกับลัทธิมารวั่นโซ่วและในที่สุดจึงปลูกต้นไม้วิญญาณที่สามารถใช้ยืดอายุขัยได้ นั่นคือ...ต้นผลไม้ทารกโลหิต
เดิมทีบรรพบุรุษตระกูลโจวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการกลั่นยาอายุวัฒนะจึงมีความเชี่ยวชาญในด้านการขัดเกลาคุณสมบัติของพืชวิญญาณต่างๆ
เมื่อได้รับพลังจาก ‘คัมภีร์สวรรค์บริสุทธิ์’ จากนั้นจึงปลูกต้นผลไม้ทารกโลหิตสำเร็จ
ผลไม้ทารกโลหิตที่เกิดจากต้นไม้นี้ไม่เพียงแต่สามารถยืดอายุขัยได้ แต่ยังช่วยในการฝึกฝน ‘คัมภีร์สวรรค์บริสุทธิ์’
จากนั้นเขาก็ฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลาหลายร้อยปีและในที่สุดได้เข้าใกล้หยวนเสิน
ปรมาจารย์ตระกูลโจววางแผนดีมาก แม้ว่าเขาจะสมรู้ร่วมคิดกับผู้ปลูกฝังมาร แต่อาชญากรรมนี้เมื่อเทียบกับการที่เขาบรรลุหยวนเสินได้สำเร็จยังถือว่าเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะถูกค้นพบโดยราชสำนัก เขาก็ไม่ต้องรับผิดชอบหนักเกินไป
เหตุผลหลักคือเขาไม่ได้ใช้วัตถุดิบจากต้าซางเลย
แต่ใครจะคิดว่าก่อนที่เขาจะบรรลุหยวนเสินได้ ตระกูลโจวทั้งหมดถูกซูอันใช้เป็นตัวหมากและกำจัดจนสิ้น
“กลอุบาย ที่แท้มันคือกลอุบายของลัทธิมาร”
เมื่อฟังเรื่องราวของปรมาจารย์ตระกูลโจวแล้วซูอันจึงถอนหายใจเพราะนึกถึงเซี่ยวเฮยขึ้นมา
แต่เขาคงคิดมากไปเอง นี่คงเป็นกลอุบายเล็กๆ น้อยๆ ของสุนัขบางตัวเท่านั้น
สิ่งที่เรียกว่า ‘คัมภีร์สวรรค์บริสุทธิ์’ และต้นผลไม้ทารกโลหิตน่าจะเป็นฝีมือของ ‘สวรรค์’
แท้จริงแล้ว ‘คัมภีร์สวรรค์บริสุทธิ์’ ไม่ได้ดีไปกว่า ‘ร่างหุ่นเชิดมาร’ ของเขาและสารอาหารของต้นผลไม้ทารกโลหิตถูกดูดซับไปแบบลับๆ เช่นกัน
ปรมาจารย์ตระกูลโจวแค่หลงคิดว่าตัวเองได้รับโอกาสยอดเยี่ยมที่สุด
กล่าวได้ว่าวันที่ปรมาจารย์ตระกูลโจวก้าวเข้าสู่หยวนเสินคือวันที่เขากลายเป็นหุ่นเชิดมาร
ดูเหมือนว่าลัทธิมารวั่นโซ่วนี้จะต้องได้รับการแก้ไข เพียงทำตามเส้นทางนี้แล้วจับผีเสื้อกลางคืนที่ซ่อนอยู่ออกมา
“จริงสิ คลังสมบัติของตระกูลโจวอยู่ที่ใด?”
เมื่อมาเยือนแล้วต้องได้รับของที่ระลึกก่อนออกเดินทางกลับ
……
เมื่อซูอันออกจากคลังสมบัติตระกูลโจวที่ว่างเปล่าแล้ว ฉู่อี้ได้หนีกลับไปที่ลานชิงหลินเช่นกัน
ด้วยการใช้ความคิดศักดิ์สิทธิ์กวาดมอง เขาคว้าฉู่ซานที่ซ่อนอยู่หลังก้อนหินและบินไปทางนอกเมืองหลวงโดยไม่หันกลับมามองอีก
“บอกทางสิว่าซือซืออยู่ที่ใด” ใบหน้าของฉู่อี้ซีดเผือด พลังในร่างกายของเขายังค่อยๆ ลดลง
“พะ พี่อี้” เมื่อมองร่างที่มีรัศมีแตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง ฉู่ซานจึงกลืนน้ำลายและพูดด้วยความกล้าหาญ “พี่อี้ ข้าเจ็บตรงนั้นจนแทบทนไม่ไหวแล้ว ท่านช่วยรักษาให้ข้าก่อนเถอะ”
เมื่อมองฉู่ซานที่กำลังต่อรองอยู่ ฉู่อี้รู้สึกขยะแขยงในสายตา หากความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาไม่อาจค้นหาซือซือได้เอง ป่านนี้ฉู่ซานคงจะตายไปแล้ว
พลังเวทแปลกๆ ออกมาจากมือของเขาและพุ่งเข้าหาร่างกายท่อนล่างของฉู่ซาน
แรกเริ่มคือความชา แต่ภายในชั่วขณะหนึ่งฉู่ซานก็รู้สึกได้
เขาเอามือคลำแล้วดูมีความสุข “งอกแล้ว งอกออกมาแล้ว!”
ในที่สุดลูกรักของเขาก็เติบโตขึ้น
สวรรค์รู้ดีว่ามันรู้สึกเจ็บปวดเพียงใดที่อวัยวะเพศหดลงสู่ช่องท้อง ไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเจ็บปวดทางจิตใจด้วย
“หยุดพูดเหลวไหลแล้วพาข้าไปที่นั่นเดี๋ยวนี้!” เสียงของฉู่อี้เย็นลงอีก
เขาไม่เหลือเวลาให้เสียอีก
เมื่อเห็นสายตาที่แสนเย็นชาของฉู่อี้ ทำให้กระดูกสันหลังของฉู่ซานสั่นสะท้านและเขาไม่กล้าที่จะปิดบังอีก
“พี่อี้ ไปทางนั้น”
ฉู่อี้หิ้วฉู่ซานแล้วกลายเป็นลำแสงบินไปในทิศทางนั้นทันที
ระหว่างทาง พลังงานของเขาลดลงจากระดับมิ่งตานไปสู่จื่อฝู่ จากนั้นเหลือเพียงขอบเขตก่อกำเนิด
ในที่สุดเขาก็ซวนเซเมื่อลงเหยียบพื้นของลานบ้านที่มีทิวทัศน์สวยงามแห่งหนึ่ง
ดังที่ฉู่ซานกล่าวไว้ว่าสถานที่แห่งนี้ลึกลับดีพอ
มันค่อนข้างเงียบสงบในป่าภูเขาขนาดเล็ก ไม่รู้ว่าฉู่ซานมีความคิดที่จะสร้างบ้านที่นี่ได้อย่างไร
ทว่าเหตุใดมันถึงเต็มไปด้วยเสียงวุ่นวาย
เขาขมวดคิ้วแน่นและมีความรู้สึกไม่ดีในใจ เขาจึงเดินไปที่ห้องโดยไม่มีเวลาชำระบัญชีกับฉู่ซาน
“ไม่นึกเลยว่าพวกเราพี่น้องจะได้เชยชมสุดยอดนางโลมอันดับหนึ่ง มิหนำซ้ำยังเป็นถึงจื่อฝู่ด้วย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” มันคือเสียงหยาบคายผสมกับเสียงตบที่ดังมาจากในห้อง