- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 259 เตรียมกำจัดโจวหลิน
ตอนที่ 259 เตรียมกำจัดโจวหลิน
ตอนที่ 259 เตรียมกำจัดโจวหลิน
ตอนที่ 259 เตรียมกำจัดโจวหลิน
แต่หลังจากที่ตี้เมิ่งเหยาหลับตา ร่างของซูอันกลับชัดเจนขึ้นในใจของนาง
ทุกการเคลื่อนไหว ทุกคำพูดและทุกการกระทำของซูอันหรือแม้แต่รอยยิ้มที่ชั่วร้ายนั้นยังสะท้อนอยู่ในความทรงจำของนางชนิดที่ไม่สามารถแยกออกได้เลย
ยังมีเสียงหัวเราะที่ยั่วยุของญาติผู้พี่
ดูเหมือนนางจะกลายเป็นตัวตลกที่กำลังแอบมองผ่านรอยแตกของประตู
ความโกรธ ความคับข้องใจและไฟแห่งความชั่วร้ายพัวพันกัน
“หึ นี่คือบทลงโทษที่เจ้าไร้จรรยาบรรณในการต่อสู้!” หลังจากตบตีร่างกายของตี้เมิ่งเหยาอย่างหนักแล้ว เยี่ยหลีเอ๋อร์กลั้นสายตาอิจฉาและรีบวิ่งไปหาซูอันอย่างมีความสุข “พี่อัน ข้าก็อยากฝึกเหมือนกัน!”
เมื่อได้ยินว่าเยี่ยหลีเอ๋อร์หยุดสนใจแล้ว ตี้เมิ่งเหยาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกจึงลืมตาขึ้น
ในขณะนี้นางกำลังได้เห็นความจริงขั้นสุดท้ายของการควบรวมอินหยาง
ฉากที่ดึงดูดสายตานี้เกือบจะทำให้ดวงตาของนางเบิกกว้างและพลังสีชมพูค่อยๆ ปรากฏออกมา
นี่คือ...
เส้นทางอันยิ่งใหญ่!
อยาก อยากได้บ้าง...
นางกัดริมฝีปากและระงับความปรารถนาตามสัญชาตญาณของร่างกายที่มีต่อเส้นทางยิ่งใหญ่
แต่เมื่อมองทั้งสามคนตรงหน้า ดวงตาของนางเริ่มพร่ามัว
ทำไม ทำไมนางถึงยังต้องทนทุกข์กับบาปนี้แม้ว่านางจะเกิดใหม่แล้ว!
นับตั้งแต่วินาทีที่ซูอันเปิดเผยตัวตนของนาง ตี้เมิ่งเหยารู้ว่าไม่เคยรอดพ้นจากการควบคุมของซูอันเลย!
ผู้ชายคนนี้เป็นเหมือนคำสาปสำหรับนาง
แม้นางคิดว่าตัวเองหนีออกจากห้องลับได้แล้ว แต่ความจริงนางอยู่ใน ‘ห้องลับ’ ของซูอันมาโดยตลอด
ไม่สำคัญว่าจะอยู่ในห้องลับหรือเปล่า
เพราะไม่ว่าอยู่ที่ใดนางก็ยังได้แค่ดู แต่กินไม่ได้!
นี่เป็นการเกิดใหม่ที่เสียเปล่าหรือไม่?
ภายใต้อิทธิพลของสมบัติวิญญาณทำให้ความรู้สึกว่างเปล่าในร่างกายนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าชาติก่อน
หญิงสาวกำหมัดจนกลายเป็นสีชมพู
เหมือนว่าพลังของสมบัติวิญญาณจะถูกเพิ่มอีกหนึ่งระดับแล้ว
……
เวลาผ่านไปนานเพียงใดไม่อาจรู้
เหงื่อบนร่างกายของตี้เมิ่งเหยาไหลลงมาตามขาหยกเรียวยาวและทำให้พื้นด้านล่างเปียกชุ่ม
แต่นางก็ยังอยู่ในสภาพถูกผูกติดอยู่บนไม้กางเขน
ราวกับนักบุญหญิงที่กำลังจะถูกเผา
พลังของสมบัติวิญญาณทำให้นางไปถึงจุดสูงสุดไม่ได้ ในทางกลับกันมันกระตุ้นจิตวิญญาณของนางให้หดหู่มากขึ้น
และที่นั่น ซูเสวี่ยจู๋นอนเป็นอัมพาตไปแล้วเพราะหมดแรง
สำหรับนังสารเลวเยี่ยหลีเอ๋อร์เกรงว่าเพราะโลภเกินไป
หลังจากกินของเหลวหยกไปมากมาย นางจึงใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เพื่อยุบพลังเวททั้งหมดให้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวและรวมพลังวิญญาณเพื่อบรรลุมิ่งตานในคราวเดียว
ด้วยกายอินบริสุทธิ์ ดูเหมือนว่านางจะมีพลังพิเศษในการดูดซับความวิเศษจากของเหลวหยก
นางสวมชุดสีขาวที่ทำจากน้ำโดยนั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศและใช้ทักษะด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เช่นเดียวกับพระโพธิสัตว์หญิงที่เพิ่งบริจาคร่างกายอันบริสุทธิ์ของนางให้กับซูอันเสร็จแล้ว
ราวกับเทพธิดาที่ตกสู่โลกมนุษย์และร่างกายแปดเปื้อนมลทิน
ความก้าวหน้าครั้งนี้เกิดขึ้นได้ไม่นาน หลังจากนั้นครู่หนึ่งเยี่ยหลีเอ๋อร์จึงลืมตาขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแววตาที่ตื่นเต้น
“พี่อัน ข้าก้าวหน้าแล้ว!”
ตั้งแต่วันนี้ไป เยี่ยหลีเอ๋อร์คือปรมาจารย์มิ่งตานที่ทรงพลัง
เมื่อลอยลงมาที่พื้น เยี่ยหลีเอ๋อร์จึงพุ่งไปที่ซูอันด้วยความแม่นยำ
ขาที่เรียวงามของนางเกี่ยวรอบเอวของซูอัน ตอนนี้นางต้องฝึกควบรวมอินหยางเพื่อให้พลังเสถียร
ดวงตากลมโตคู่หนึ่งมองไปทางตี้เมิ่งเหยา จากนั้นดวงตากลิ้งกลอกและดูเหมือนคิดวิธีการเล่นแบบใหม่ได้
“พี่อัน ข้าเหนื่อยขนาดนี้ พวกเราหาที่พิงสักหน่อยดีไหม” นางพูด
เพื่อสั่งสอนตี้เมิ่งเหยาแล้วซูอันจึงไม่ปฏิเสธโดยธรรมชาติ
ตี้เมิ่งเหยาคนนี้ดื้อรั้นเกินไป อยากจะยืนหยัดและครอบงำเขาอยู่เสมอ นางต้องได้รับการฝึกฝนและขัดเกลาอย่างหนัก
เยี่ยหลีเอ๋อร์วางมือบนไหล่ของตี้เมิ่งเหยาพร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้าย
“หึหึ เจ้าอยากได้มากใช่ไหม? แต่ข้าไม่ให้เจ้าหรอก สักนิดก็ไม่ให้! อะ อืม~คนเลวที่เหิมเกริมแบบเจ้าสมควรถูกลงโทษ!”
แขนของนางกดไหล่ตี้เมิ่งเหยาพร้อมกับโถมร่างกายเข้าใส่โดยถือว่าองค์รัชทายาทเปรียบเสมือนที่จับยึด
ทั้งยังจงใจแสดงใบหน้าภาคภูมิใส่ตี้เมิ่งเหยาอีกด้วย
“พี่อันแข็งแรงสุดยอดไปเลย! หึหึ เจ้าไม่สามารถสนุกได้หรอกนะนายหญิง!”
แม้ว่าอยู่ใกล้มาก แต่เยี่ยหลีเอ๋อร์จงใจพูดเสียงดังเป็นพิเศษ
ตี้เมิ่งเหยากำลังกักเก็บความรู้สึกที่ไม่ดีไว้
การดูซูอันช่วยเยี่ยหลีเอ๋อร์จัดเรียงเส้นลมปราณและทำให้พลังวิญญาณเสถียร ทั้งยังต้องมองเยี่ยหลีเอ๋อร์แสดงท่าทางเย้ยหยัน
กระนั้นอิทธิพลของอาวุธเวทที่มีต่อนางยังคงดำเนินต่อไป ความคิดชั่วร้ายของตี้เมิ่งเหยาจึงไม่สามารถถูกปล่อยออกมาได้เลย
ในที่สุดนางก็แตกสลาย!
ตี้เมิ่งเหยาก้มศีรษะลง
“ฮือฮือฮือ ข้าผิดไปแล้ว”
องค์รัชทายาทผู้เย่อหยิ่งของเผ่าปีศาจกำลังหลั่งน้ำตาร้องไห้อย่างหนัก
คิดถึงประสบการณ์ชีวิตในอดีตแล้วนึกถึงประสบการณ์ชีวิตปัจจุบันของตน
เหตุใดชีวิตของนางถึงเศร้าหมองขนาดนี้
“ข้าไม่กล้าอีกแล้ว ฮือฮือฮือ”
เมื่อเห็นผู้หญิงที่หยิ่งยโสยอมรับความผิด เยี่ยหลีเอ๋อร์จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและความไม่พอใจที่ถูกตี้เมิ่งเหยารังแกถูกลบล้างไป
“ใครคือนายหญิง?”
“เจ้าคือนายหญิง ฮือฮือฮือ” ตี้เมิ่งเหยาเหมือนกลายเป็นคนที่ถูกรังแกพร้อมน้ำตาคลอเบ้า
“ใครสมควรได้ยืนมองที่ปลายเตียงเท่านั้น?”
“ข้า ฮือฮือ ข้าสมควรยืนมองที่ปลายเตียงเท่านั้น”
หลังจากการขอโทษอย่างจริงใจ เยี่ยหลีเอ๋อร์ซึ่งยืนไม่มั่นคงอยู่แล้วจึงแสดงการให้อภัย
“จบเกม!”
จากนั้นซูอันเอื้อมมือไปเอากระดิ่งเหอฮวนกลับมา
เมื่อไม่มีการปราบปรามของสมบัติวิญญาณ ในที่สุดความคิดชั่วร้ายที่ระงับมานานของตี้เมิ่งเหยาก็ถูกปลดปล่อยออกมา
ในขณะนี้องค์รัชทายาทบนไม้กางเขนได้รับการปลดปล่อยและวิญญาณขึ้นสู่สวรรค์
“นัง นัง...” นางหมดสติไป
ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่นางจะหมดสติ นางยังคงใคร่ครวญถึงแผนการที่จะลุกขึ้นและเหยียบย่ำเยี่ยหลีเอ๋อร์
ด้วยความอดทนสุดขีดนับไม่ถ้วนในชีวิตก่อนหน้านี้ นางจะยอมจำนนง่ายๆ ได้หรือ
มันเป็นเพียงการถูกบังคับให้แสร้งยอมจำนนและเมื่อถึงเวลานั้นเยี่ยหลีเอ๋อร์หัวเราะไม่ออกแน่!
การลงโทษสิ้นสุดลงแล้วจึงต้องกำจัดสิ่งตกค้างบนร่างของสตรีทั้งสาม
จากนั้นซูอันพาพวกนางออกจากห้องลับทีละคนและวางไว้บนเตียง
ในช่วงเวลานี้ซูเสวี่ยจู๋ยังคงไม่เต็มใจนัก นางกอดซูอันแน่นและดูเหมือนอยากเกาะติดเขาอีกครั้ง แต่นางอ่อนแอเกินกว่าจะยึดไหว
ซูอันจึงทำได้เพียงช่วยประคองนางและให้รางวัลนางด้วยวิธีอื่น
……
“เสร็จเสียที!”
ในลานที่ว่างเปล่า ฉู่อี้มองลวดลายที่วาดด้วยเลือดตรงเบื้องหน้าแล้วยิ้ม
จากนั้นเขาขยับร่างกายที่ค่อนข้างแข็งตึง
อาจเป็นเพราะมีการใช้เลือดจำนวนมาก แม้หลังการกินยาบำรุงเลือดแล้วศีรษะของเขายังคงรู้สึกหนักราวกับว่าสวมหมวกหนาๆ อยู่
“โจวหลิน คราวนี้ไม่มีใครสามารถปกป้องเจ้าได้!”
หลังจัดการกับศัตรูรายนี้เสร็จแล้วเขาก็สามารถมุ่งความสนใจไปที่การฟื้นฟูความแข็งแกร่งของตัวเองได้
แล้วอาศัยความแข็งแกร่งเพื่อบรรลุชื่อเสียงสูงสุดในโลกนี้ เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะไล่ตามรั่วเสวี่ยอย่างเปิดเผยและทำให้รั่วเสวี่ยตกหลุมรักเขา!
ลองจินตนาการภาพที่ตัวเองเปล่งประกายสดใสและไปเยือนจวนหย่งเวยปั๋วพร้อมของขวัญล้ำค่าที่สุดในโลกเพื่อขอรั่วเสวี่ยแต่งงาน
แค่นี้เขาก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว
เมื่อถึงเวลานั้นแม้แต่ผู้หญิงที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาเช่นรั่วเสวี่ยจะต้องรู้สึกประทับใจในตัวเขา
นึกได้เช่นนี้รอยยิ้มโง่ๆ จึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
แต่เขายังไม่รู้ว่าคนที่ตัวเองปล่อยวางไม่ได้กำลังถูกซูอันผลักดันอย่างหนัก
มันยากที่เขาจะหลุดออกจากจินตนาการ
เขามองลวดลายโลหิตที่อยู่ตรงหน้าและมุมปากของเขาก็ขดขึ้น
อาคมคร่าวิญญาณบาป เป็นอาคมเสริมที่เขาได้รับโดยบังเอิญจากมารนอกโลกในชีวิตก่อน