- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 250 ตัวเอกชายที่ประมาทไม่ได้
ตอนที่ 250 ตัวเอกชายที่ประมาทไม่ได้
ตอนที่ 250 ตัวเอกชายที่ประมาทไม่ได้
ตอนที่ 250 ตัวเอกชายที่ประมาทไม่ได้
ฉู่ซานรู้สึกหวาดกลัวเพียงเพราะเขาจำซูอันได้ เขาไม่คาดคิดเลยว่าผู้อยู่เบื้องหลังหอฮ่วนเยวี่ยจะเป็นท่านโหวคนเดียวกับที่ตัดรากเหง้าลูกหลานของเขาทิ้ง
สำหรับเสิ่นไคซานนั้นกลัวว่าฉู่อี้จะไม่ช่วยเขาหากซูอันเปิดเผยภูมิหลังความเป็นผู้ชายของเขาขึ้นมา
ครั้งแรกที่ได้เห็นฉู่อี้ ซูอันแสดงรอยยิ้มอบอุ่นออกมา
สัญลักษณ์โชคลาภสีทองเจิดจ้านี้เปรียบเสมือนกุยช่ายยักษ์ที่กำลังเติบโต!
มาถูกทางแล้ว
เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นตัวเอกประเภทใด ทว่าแสงสีทองนี้สว่างเป็นพิเศษ เขาจึงต้องขอให้บุปผามรณะตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
“นี่คือน้องฉู่สินะ ตามที่คาดไว้ว่าเป็นมังกรในหมู่มนุษย์จริงๆ” เขานั่งฝั่งตรงข้ามกับฉู่อี้ด้วยรอยยิ้มที่ยังไม่คลาย
รูปลักษณ์นี้ทำให้ฉู่อี้ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขาคิดว่าชายผู้ทรงอำนาจคนนี้จะใช้การบีบบังคับให้เขามอบเคล็ดวิชาออกมาก่อน
ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายใจดีมาก กระนั้นก็หยุดความตั้งใจของเขาไม่ได้
“เป็นข้าเอง เรื่องการไถ่ตัว...”
ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ฉู่อี้คนเดิม ฉู่ซานจึงตอบสนองอย่างรวดเร็วและจ้องมองไปที่ซูอันด้วยความคาดหวัง
“ข้าเห็นด้วยกับหลักการเรื่องค่าไถ่ จริงๆ แล้วข้ารู้สึกเสียใจมากกับชีวิตที่น่าเศร้าของแม่นางเสิ่น แต่...” ซูอันอยากพูดแต่ก็หยุด ทำแบบนี้สองสามรอบ
“แต่อะไร?” ฉู่อี้มองซูอันและขมวดคิ้วถาม
“เฮ้อ เจ้าช่างไม่รู้อะไรเลย” ซูอันมองฉู่อี้ จากนั้นมองไปที่เสิ่นไคซานและถอนหายใจออกมา “บอกตามตรงว่าจริงๆ แล้วข้าไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อแม่นางเสิ่น แต่เหตุผลที่ข้าต้องทรมานนางเช่นนี้ เพียงแค่ว่าตระกูลเสิ่นในเขตชิงหยางทำให้อู๋หยางผู้บัญชาการหน่วยวิหคดำสาขาชิงโจวต้องขุ่นเคือง กล่าวกันว่าหลานชายคนหนึ่งของเขาถูกตระกูลเสิ่นสังหารและการที่ต้องส่งแม่นางเสิ่นมาอยู่ในหอนางโลมก็เป็นคำร้องขอจากอู๋หยาง”
เขาแสดงท่าทางหนักใจราวกับว่าเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำ
ผู้บัญชาการอู๋ โปรดรับหน้าที่แพะรับบาปไว้สักพักหนึ่ง
เสิ่นไคซานแสดงท่าทางแปลกใจ ดูเหมือนว่าหนึ่งในศัตรูที่เขาเผชิญอยู่ในตอนแรกแซ่อู๋ แต่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเกี่ยวข้องกับผู้บัญชาการหน่วยวิหคดำสาขาชิงโจว
ไม่น่าแปลกใจเลยที่จู่ๆ หน่วยวิหคดำก็มาที่ประตูในวันนั้น
เมื่อเห็นการแสดงออกของเสิ่นไคซาน ฉู่อี้จึงเชื่อคำพูดของซูอันบ้าง
แต่ความจริงแล้วอู๋หยางไม่รู้เรื่องเลย มีเพียงซูอันเท่านั้นที่สร้างเรื่องขึ้นมา
กระนั้นชิงโจวอยู่ห่างไกล ทุกสิ่งจึงขึ้นอยู่กับปากของซูอัน
“ในส่วนของการไถ่ตัวซือซือนั้น ท่านโหวต้องการจัดการอย่างไร” ฉู่อี้มองซูอันอย่างไม่แยแส จากนั้นมองไปที่เซิ่งหนานทางด้านหลังซูอัน “อู๋หยางคนนี้ แม้แต่ท่านโหวยังต้องกลัวด้วยหรือ”
“เฮ้อ ข้าไม่สามารถพูดได้ว่ากลัวหรือเปล่า เพียงแต่มีบางอุตสาหกรรมในชิงโจวที่ต้องให้ผู้บัญชาการอู๋ดูแล” ตอนแรกซูอันดูหมดหนทาง จากนั้นจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “แต่ข้าเห็นว่าน้องฉู่มีความสามารถ ไม่ทราบว่าอยากเป็นสหายกันหรือเปล่า?”
ดูเหมือนว่าเขามองศักยภาพของฉู่อี้ในแง่ดี
มุมปากของฉู่อี้โค้งขึ้น “การเป็นสหายกับข้านั้นไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ แต่ถ้าท่านโหวยอมปล่อยซือซือ ข้าก็จะรับเจ้าเป็นสหาย”
ในฐานะอู๋จี๋เซียนจวิน ในอดีตแม้แต่ผู้นำเซียนยังไม่อยู่ในสายตาของเขา
การที่เขายอมรับขุนนางมนุษย์เป็นเพื่อนก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว
จึงมีนัยถึงความกรุณาอยู่ในน้ำเสียงของเขาด้วย
“เจ้า!” ถูเซิ่งหนานจ้องมองด้วยความโกรธ
คนผู้นี้เย่อหยิ่งเกินไป!
“ฮ่าฮ่า น้องฉู่มีอัธยาศัยดี!” ซูอันยิ้มแล้วหยุดเซิ่งหนานที่โกรธแค้นด้วยการโบกมือเพียงครั้งเดียว “ไม่มีปัญหา นับจากนี้แม่นางซือซือเป็นอิสระแล้ว”
ฉู่อี้ยังมีรอยยิ้มที่ไม่แยแส แต่ก็รู้สึกว่าท่านโหวคนนี้ค่อนข้างมีเหตุผล
“แล้วเจ้าจะนึกดีใจที่วันนี้ตัดสินใจเลือกเช่นนี้”
ซูอันไม่แสดงความโกรธที่ถูกประเมินต่ำไปและพูดคุยอย่างกระตือรือร้นกับฉู่อี้อยู่พักหนึ่ง หลังจากพูดยกยอแล้วเขาไม่แม้แต่จะถามถึงเคล็ดวิชา เขาแค่ตบไหล่เพื่อนใหม่แล้วเดินออกจากห้องส่วนตัว
……
บนรถม้า ซูอันกำลังนึกถึงฉู่อี้
แม้ว่าชายคนนี้จะบ้ามากแต่ก็ระมัดระวังอย่างไม่คาดคิด เมื่อครู่ซูอันพยายามถามเป็นนัยเพื่อค้นหาที่มาของเคล็ดวิชา แต่อีกฝ่ายพูดปัดได้โดยแนบเนียน
ยิ่งไปกว่านั้น คนผู้นี้ให้ความรู้สึกเย่อหยิ่ง แต่ไม่ใช่ความเย่อหยิ่งของหลงเอ้าที่มองว่าศัตรูเป็นสะพานให้เหยียบย่ำ
แต่มันเป็นความเย่อหยิ่งที่ทุกคนคือมดตัวจ้อย
หากความเย่อหยิ่งแบบนี้ปรากฏในผู้แข็งแกร่งที่อยู่ยงคงกระพันก็ไม่แปลก แต่ถ้าปรากฏในผู้ฝึกตนหนุ่มที่เพิ่งบรรลุระดับชี้วิถีเต๋าย่อมผิดปกติ
“คุณชายมีปัญหาใดหรือ?” ในเวลานี้เซิ่งหนานอดถามขึ้นมาไม่ได้
ตามความเห็นของนางคือฉู่อี้เพิ่งดูถูกท่านโหวและสมควรได้รับโทษประหารชีวิต
หากซูอันไม่หยุดไว้ นางคงจะลงมือไปแล้ว
แต่แทนที่ซูอันจะโกรธ เขากลับเป็นเพื่อนใหม่กันเสียได้
“เซิ่งหนาน บางครั้งเพื่อนก็มีไว้เพื่อหลอกใช้” ซูอันตบต้นขาของเซิ่งหนานด้วยดวงตาที่มืดมน
หากเป็นเพื่อนของซูอันแล้วก็ไม่ผิดที่จะใช้ชีวิตปูทางให้เขาไปสู่เส้นทางนิรันดร์
สำหรับเสิ่นไคซานนั้นมีส่วนช่วยเพิ่มคะแนนตัวร้ายนับพันคะแนนให้เขาจากในหอนางโลมและอีกไม่นานจิตวิญญาณใกล้จะพังทลายลง คะแนนตัวร้ายที่เสิ่นไคซานมีส่วนร่วมจึงเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ และยังถูกผนึกพลังวิญญาณไว้ ดังนั้นการปล่อยให้อยู่กับฉู่อี้ชั่วคราวจึงไม่มีปัญหาเลย
ในไม่ช้ารถม้าก็กลับถึงจวนโหวและหน่วยบุปผามรณะซึ่งมีสายตาแน่นหนาในเมืองหลวงได้นำข้อมูลของฉู่อี้มารายงานด้วย
ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับฉู่อี้ก่อนหน้านี้มากนัก เรียกได้ว่าไร้ตัวตนสุดๆ
ในฐานะลูกของสาวใช้ในตระกูลฉู่ เขาไม่ได้รับความสำคัญเลย หลังจากที่แม่ของเขาเสียชีวิต เขาก็อาศัยอยู่ในลานเล็กๆ ที่แม่ทิ้งไว้และไม่ค่อยได้ออกไปไหน พลังวิญญาณก็ไม่ดีนัก นิสัยของเขาทั้งขี้ขลาดและระวังตัวมาก
จนกระทั่งเขาได้ติดต่อกับญาติผู้น้องฉู่ซานเมื่อไม่นานมานี้ ดูเหมือนเขาจะใช้วิธีลับเพื่อช่วยรักษารากเหง้าของฉู่ซาน จากนั้นฉู่ซานจึงลากเขาไปที่หอฮ่วนเยวี่ย
บุคลิกยังแตกต่างจากเดิมแบบสิ้นเชิง
สำหรับวิธีที่ฉู่อี้ได้รับเคล็ดวิชาเหล่านั้น แม้แต่บุปผามรณะก็ไม่รู้ ราวกับว่าพวกมันปรากฏออกมาจากอากาศ
“ลูกของอนุที่เป็นสาวใช้มีบุคลิกเปลี่ยนไปแบบกะทันหัน นี่ควรจะเป็นการเกิดใหม่หรือการทะลุมิติ” ซูอันเคาะมุมโต๊ะเพื่อตัดสิน
แต่มันไม่เหมือนกับการได้เกิดใหม่ เพราะฉู่อี้ไม่มีความทะเยอทะยานแบบนั้นและจริงๆ แล้วไม่มีความเกลียดชังเขาในฐานะตัวร้ายเลย
“เป็นการทะลุมิติหรือเปล่า?”
เพียงแต่เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ครอบครองเคล็ดวิชาระดับนั้นโดยการเดินทางข้ามเวลา มันเหมือนคนที่แข็งแกร่งมายึดร่างกายไว้มากกว่า
ผู้ที่ทำให้เซิ่งหนานไม่สามารถสัมผัสถึงรัศมีของการยึดร่างกายได้ อย่างน้อยต้องเป็นหยวนเสินหรือแม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับสูงกว่านั้น
“มันเกี่ยวข้องกับทัณฑ์สวรรค์ที่ปรากฏเมื่อไม่นานมานี้หรือเปล่า” ซูอันคาดเดา
แม้ว่าทัณฑ์สวรรค์ครั้งล่าสุดจะปรากฏขึ้นเพียงครู่เดียว แต่หลายคนก็ยังสังเกตเห็น กระนั้นไม่ได้สืบย้อนกลับไปยังแหล่งที่มา ทุกคนจึงทำเพียงเพิกเฉย
เวลาที่มันเกิดขึ้นจึงถือว่าพอดี
หลังจากเดาได้ว่าตัวเอกคนใหม่อาจเป็นผู้แข็งแกร่ง ซูอันจึงล้มเลิกความคิดที่จะปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาลงมือชั่วคราว
การยึดร่างกาย แม้ว่าหลังจากยึดร่างกายของคนอื่นแล้วความแข็งแกร่งก็จะอ่อนลง แต่ยังสามารถสร้างใหม่ได้
ถ้าไม่คำนึงถึงต้นทุนก็สามารถใช้แหล่งวิญญาณเพื่อออกพลังสูงสุดชั่วคราวได้
เขาทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้เซิ่งหนานกับบุปผามรณะต้องทนทุกข์เพราะเหตุนี้
และผู้ฝึกตนที่มีระดับพลังต่ำกว่าก็ไม่ควรถูกบังคับให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังด้วย
“ต้องหาตัวหมาก”
ซูอันรู้สึกว่าอ้อมแขนว่างเปล่าเกินไป เขาไม่ชอบเลยจึงดึงบุปผามรณะเข้ามาในอ้อมแขน
“จับตามองฉู่อี้ต่อไปและรายงานให้ข้าทราบได้ตลอดเวลา”
ในฐานะตัวเอกชาย ถึงแม้เขาจะไม่ลงมือก็ต้องมีตัวร้ายอื่นๆ มาเผชิญหน้ากับตัวเอกคนนี้แน่นอน
แม้ว่าไม่มีความขัดแย้งต่อกัน แต่ยังสามารถสร้างความขัดแย้งขึ้นมาได้