- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 246 นางโลมระดับจื่อฝู่
ตอนที่ 246 นางโลมระดับจื่อฝู่
ตอนที่ 246 นางโลมระดับจื่อฝู่
ตอนที่ 246 นางโลมระดับจื่อฝู่
“ไม่จริงนะ” เสี่ยวไป๋ส่ายหัว ดวงตาสีแดงกะพริบปริบๆ ใส่ซูอัน “แต่เจ้ามีกลิ่นหอมมาก ดูน่าอร่อยกว่ายาเหล่านั้นเสียอีก”
ขณะที่พูดนางก็เริ่มเลียคอของซูอัน
แต่นางไม่ได้อยากกัดกินเขาจริงๆ ความมีเหตุผลของสาวน้อยยังคงอยู่
เพียงเลียเบาๆ ราวกับว่ากำลังกินไอศกรีม ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
เจ้ามังกรน้อยเล่นอยู่กับลำคอของซูอัน
กระแสลมหายใจที่นุ่มนวลทำให้เกิดความรู้สึกจั๊กจี้รวมกับสัมผัสที่ชื้นขึ้น
เรื่องนี้ทำให้ใครบางคนมีอารมณ์!
มือของซูอันจับบั้นท้ายของนางและอดขยับไม่ได้
ร่างเล็กๆ ของนางถูกคลำไปทั่ว
เสียงของซูอันเริ่มแหบแห้ง “เสี่ยวไป๋ เจ้าอยากกินของอร่อยกว่านี้หรือไม่?”
“หืม~ของอร่อยกว่านี้หรือ?” ดวงตาของเสี่ยวไป๋เป็นประกาย นางปล่อยคอของซูอันแล้วพูดอย่างตื่นเต้น “เร็ว รีบส่งมาให้ข้าเร็วเข้า!”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องเชื่อฟัง” ซูอันกอดเสี่ยวไป๋แล้วก้าวเข้าไปในห้องด้านใน
เมื่อมองไปที่เตียงขนาดใหญ่ที่จัดอย่างประณีต เสี่ยวไป๋ก็รู้สึกงุนงง
“ของอร่อยอยู่ที่ใด?”
ซูอันยกร่างเล็กขึ้น นัยน์ตาสีเข้มของเขาเผยให้เห็นความชั่วร้าย “ของอร่อยอยู่ที่นี่ เจ้าแค่ต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้มา”
ในฐานะสัตว์เลี้ยงตัวน้อย นางกินดื่มเปล่าๆ มาเป็นเวลานาน ถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่จริงๆ เสียที
ใบหน้าของเสี่ยวไป๋เปลี่ยนไปเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ
นางมองซูอันและพูดตะกุกตะกัก “เจ้า เจ้าต้องการ ข้า ราชันองค์นี้...ไม่รอจนกว่าข้าจะเปลี่ยนร่างกายก่อนล่ะ”
ไม่ใช่ว่านางได้กินยาอายุวัฒนะคุณภาพดีที่สุดแล้วไม่ก้าวหน้า เช่น การควบคุมร่างกายให้ดูเหมือนหญิงสาวสูง 1.9 เมตรนั้นไม่ใช่ปัญหา
ทว่าเมื่อนางคิดทำเช่นนั้น พลังเวทของนางมักจะถูกขัดจังหวะโดยซูอันทันทีที่มันเริ่มก่อตัว
“ไม่ต้องรีบ ยังมีเวลาอีกนาน ตอนนี้พวกเรามาใช้เวลาด้วยกันก่อนเถอะ” ซูอันมองสาวน้อยตัวเล็กที่น่าเอ็นดูบนเตียง เขากุมฝ่ามือของนางไว้และแสดงรอยยิ้มที่ชั่วร้าย “เสี่ยวไป๋ไป๋ ให้พี่ชายพาไปกินของอร่อยดีกว่า...”
เสี่ยวไป๋มองซูอันด้วยความกลัว จากนั้นแตะส่วนที่อ่อนไหวของตนพลางกลืนน้ำลายลงคอ “อืม...ถ้าเช่นนั้นช่วยอ่อนโยนหน่อยแล้วกัน”
……
ย้อนมองหิมะโปรยปราย ขึ้นเตียงกกกอดไหมนุ่ม
เป็ดแมนดารินเริงระบำ หยกอุ่นกลายเป็นร้อน
คิ้วเขินอายริมฝีปากแดงฉ่ำ อบอุ่นกลมกลืนสอดประสาน
อากาศแจ่มใสหอมกรุ่น ผิวหยกชุ่มชื้นอิ่มเอิบ
……
จากสาวน้อยตัวเล็กกลายเป็นหญิงสาวเต็มตัว
การเปลี่ยนแปลงของขนาดร่างกายทำให้ซูอันได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม
หากจัดอันดับคงต้องได้รางวัลห้าดาว
ซูอันลูบสาวน้อยที่มีน้ำตาปริ่มแล้วอุ้มนางไว้ในอ้อมแขน
เหมือนหมอนใบเล็กที่นุ่มและหอม กอดได้สบายมาก
“ฮือฮือ เจ้าเป็นคนไม่ดี เจ้าทำให้ข้าเจ็บ” เสี่ยวไป๋ทุบหน้าอกของซูอัน
ร่างหญิงสาวตัวโตเป็นเพียงรูปร่างชั่วคราวของนางและจำเป็นต้องได้รับการดูแลด้วยพลังเวท
และซูอันทำบางอย่างกับกลีบบุปผาอีก การกระตุ้นทางจิตที่เกิดขึ้นนั้นมากเกินไปทำให้เสี่ยวไป๋ต้องออกจากร่างพี่สาวทันที
ตอนที่นางนั่งบนตัวซูอัน ขนาดตัวของนางพลันหดลง
ซูอันบอกได้แค่ว่าไม่เคยสัมผัสความรู้สึกนี้มาก่อน
“ครั้งหน้าไม่อยากกินของอร่อยแล้วหรือ?” ซูอันหยิกแก้มป่องๆ ของสาวน้อยแล้วยิ้มเอ่ย
“ฮือฮือ ไม่ใช่แบบนั้น!” เสี่ยวไป๋ทุบหน้าอกของซูอันอีกครั้ง หมัดเล็กๆ ไม่ได้ใช้แรงมากนักจึงเหมือนกับการนวดมากกว่า “ข้ายังอยากกินของอร่อย”
ความเจ็บปวดกลายเป็นความสุข...
ความจริงแล้วมันไม่ได้เจ็บมากนัก ยังเจ็บน้อยกว่าตอนต่อสู้ในอาณาจักรลับตอนที่นางยังเป็นสัตว์อสูรตัวน้อย
กว่าจะกลายเป็นราชันอสูรต้องฝ่าฟันมามากเช่นกัน
แต่เห็นได้ชัดว่าในอดีตนางสามารถรักษาสีหน้าให้เย่อหยิ่งได้ ทว่าตอนนี้ต่อหน้าซูอัน นางกลับกลายเป็นคนขี้แย
นางกลายเป็นคนอ่อนแอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใด
“เอาล่ะ เอาล่ะ คราวหน้าข้าจะอ่อนโยนกว่านี้และไม่ให้เจ้าคืนสู่ร่างเล็กๆ นี้โดยกะทันหันอีก ข้าจะรับใช้เสี่ยวไป๋ให้สบายแน่นอน”
ซูอันลูบไล้ผิวที่บอบบางอย่างอ่อนโยน
ฝ่ามือของเขาลูบบั้นท้ายของเสี่ยวไป๋เบาๆ และพลังเวทที่อ่อนโยนช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้นาง
“...ไม่ต้อง!” เสี่ยวไป๋ส่ายหัวอีกครั้งและคว้ามือใหญ่ของซูอัน “คราวหน้าลองใหม่ หากชินแล้วจะไม่เจ็บ” สาวน้อยพูดอย่างจริงจัง
“ได้ ได้ เชื่อฟังเจ้า” ซูอันลูบแก้มเนียนละเอียดของสาวน้อย จากนั้นอดใจไม่ไหวจึงก้มลงหอมแก้มนาง
แม้ว่านางจะอายุหลายร้อยปีและยังสามารถแปลงร่างเป็นพี่สาวได้ แต่พออยู่ในร่างขนาดเล็กนี้นางยังทำตัวเหมือนเด็กหญิงเกือบตลอดเวลาและชอบทำตัวออดอ้อนเสมอ
“อือ~” เสี่ยวไป๋กางแขนออกและเข้าไปพัวพันกับซูอัน
แต่สุดท้ายก็ถูกงูตัวใหญ่ของซูอันสร้างความหายนะที่นั่น
หลังจากอยู่ในอ้อมแขนของซูอันได้สักพัก สาวน้อยก็จากไปอย่างมีความสุขพร้อมของเหลวหยกหนึ่งขวด
ตามที่เสี่ยวไป๋กล่าวไว้ว่าการย่อยในคราวเดียวนั้นจะสิ้นเปลืองเกินไปจึงควรนำกลับไปชิมช้าๆ
“ยาหยกขาว...” ซูอันมองดูตรงนั้นของตน จากนั้นมุมปากของเขางอขึ้นราวกับว่าคิดวิธีเล่นที่น่าสนใจได้
เขาหยิบผ้าไหมสีขาวคู่หนึ่งออกจากแหวนจัดเก็บซึ่งให้ความรู้สึกละเอียดอ่อนราวกับผิวหนังและยังมีกลิ่นหอมของฝ่าบาทอีกด้วย
“มันยาวถึงต้นขาเท่านั้น ยังสั้นอยู่หน่อย คราวหน้าลองเปลี่ยนสีอื่นถวายฝ่าบาทหรืออาจถวายของกินบ้าง”
ซูอันเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะหลอกลวงฝ่าบาท
……
หอฮ่วนเยวี่ย
หนึ่งในหอนางโลมชั้นนำของเมืองหลวง
แต่มีน้อยคนที่รู้ว่านี่คือสมบัติของอู่ซ่วนโหวซูอัน
เดิมทีหอทิงเฟิงได้รับความนิยมเหนือหออื่นๆ หลายแห่ง แต่หลังจากที่เฟิงหร่านหายตัวไป หอทิงเฟิงก็สูญเสียแขกประจำส่วนใหญ่ไปด้วย นอกจากนี้ใต้เท้าซ่งผู้อยู่เบื้องหลังหอทิงเฟิงได้จ่ายค่าชดใช้แก่ซูอันเป็นหินวิญญาณจำนวนมหาศาล ทำให้ตอนนี้หอทิงเฟิงหล่นอันดับไปไกลโข
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาหอฮ่วนเยวี่ยมีแม่นางน้อยคนใหม่ชื่อเสิ่นซือซือ
นางไม่เพียงแต่มีความงามและมีเสน่ห์น่าทึ่งเท่านั้น แต่นางยังมีความเชี่ยวชาญในด้านกู่ฉิน หมากล้อม การเขียนอักษรและการวาดพู่กัน กล่าวกันว่านางคือผู้ฝึกตนในระดับจื่อฝู่ด้วยซ้ำ
แม้ว่าจริงๆ แล้วจื่อฝู่ไม่ได้มีความสำคัญมากเมื่ออยู่ในเมืองหลวง แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จื่อฝู่จะมาอยู่ในหอนางโลมเพื่อรับแขก
นอกจากนี้เสิ่นซือซือยังสวยกว่าเฟิงหร่านมากๆ นางเต็มไปด้วยรัศมีของเทพธิดาที่เหนือธรรมชาติและยังเต็มใจที่จะเล่นสกปรกกับแขกอีกด้วย
ในเวลาชั่วพริบตา หอฮ่วนเยวี่ยจึงเต็มไปด้วยผู้คน
แม้แต่คุณชายหลายคนจากตระกูลขุนนางก็ตั้งใจมาที่นี่เพื่อเจอสาวงามหน้าตาโดดเด่นคนนี้
แม้ว่าหอฮ่วนเยวี่ยจะขึ้นราคาเป็นหนึ่งพันหินวิญญาณต่อครั้ง แต่ก็ยังมีผู้คนมากมายมาเข้าแถวรอที่หอฮ่วนเยวี่ยแบบไม่เห็นหางแถว
เพียงจินตนาการภาพของจื่อฝู่หญิงกำลังครวญครางอยู่ใต้ร่างของตน ใครเล่าจะทนความรู้สึกนี้ไหว
นอกจากนี้หอฮ่วนเยวี่ยยังรับแขกแบบกลุ่มอีกด้วย
เป็นผลให้เสิ่นซือซือผู้มาใหม่มีกระแสลูกค้าสูงสุดในวันนั้นและยังสร้างสถิติรับแขกได้ 100 คนภายในคืนเดียวด้วย
เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งและคนๆ เดียวผลักดันยอดขายของหอฮ่วนเยวี่ยทั้งหมด
แต่มีบางคนสังเกตได้ว่าเสิ่นซือซือเหมือนจะไม่เต็มใจ แม้แต่พลังวิญญาณของนางก็ถูกผนึกไว้ ความเศร้าโศกในดวงตาของนางทำให้คนมองรู้สึกใจสลาย แต่เห็นแล้วจะทำอย่างไรได้
เพราะผู้ที่สามารถเปิดหอนางโลมในเมืองหลวงได้ต้องเป็นผู้มีอำนาจและมีน้อยคนที่เต็มใจจะบาดหมางด้วย
ที่ชั้นสองของหอฮ่วนเยวี่ย พี่น้องตระกูลฉู่นั่งอยู่ด้วยกัน
“พี่อี้ ข้าจะไม่พูดขอบคุณอีกต่อไป ให้สุราจอกนี้แทนคำพูดเถอะ!” ฉู่ซานจิบสุราพลางมองฉู่อี้ด้วยความซาบซึ้ง
“เฮ้ ไม่ต้องมากพิธีหรอก” ฉู่อี้ดูหมดหนทาง
เขาแค่ช่วยรักษารากที่ถูกตอนให้น้องชายคนนี้ แต่อีกฝ่ายยืนกรานที่จะลากเขามายังหอนางโลมเพื่อตอบแทนเสียได้