- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 234 ตัวเอกประเภทนี้ควรจัดการอย่างไรดี
ตอนที่ 234 ตัวเอกประเภทนี้ควรจัดการอย่างไรดี
ตอนที่ 234 ตัวเอกประเภทนี้ควรจัดการอย่างไรดี
ตอนที่ 234 ตัวเอกประเภทนี้ควรจัดการอย่างไรดี
ซูอันเลียมุมปากด้วยสีหน้าพอใจ “รสชาติของเทพธิดาเฟิ่งยอดเยี่ยมมาก”
รูปลักษณ์นี้พวกหนุ่มเจ้าสำราญเหล่านั้นจะต้องยกย่องเขาเป็นอาจารย์แน่นอน
“ท่าน! คุณชายซู ข้ามองท่านผิดไปจริงๆ ท่านมันหน้าด้านกว่าอันธพาลคนนั้นเสียอีก!” เฟิ่งหลวนโกรธมากและรู้สึกอับอายมากขึ้น
เขาจูบนางก็ยังพอทน แต่มาพูดแบบนี้ได้หรือ?
ในฐานะเทพธิดาเฟิ่งผู้บริสุทธิ์ซึ่งมีอายุมากกว่าสองร้อยปี นางจะทนคำพูดเช่นนี้ได้หรือ
“หืม อันธพาลที่ไหน?” ซูอันขมวดคิ้วและจับประเด็นสำคัญในคำพูดของนางได้อย่างเฉียบแหลม
สวะประเภทใดที่นางนำมาเปรียบเทียบกับเขา?
“เหอะ ก็อันธพาลที่มักคุกคามสานุศิษย์หญิงที่นอกนิกายไงล่ะ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขายังตามหลังคุณชายซูอยู่มาก”
เฟิ่งหลวนมองซูอันด้วยท่าทางดุร้าย
อย่างน้อยอันธพาลคนนั้นแค่ใช้วาจาคุกคามและเข้าใกล้ แต่ไม่ได้ทำสิ่งใดเป็นพิเศษ ผิดกับซูอันที่ลงมือจริงๆ และกล้าดูถูกนางในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย
เขาพรากจูบแรกของนางโดยไร้เหตุผล
ถ้าไม่ใช่เพราะซูอันช่วยนางและนิกายเทียนสุ่ยไว้ นางคงสั่งสอนเขาให้หลาบจำไปแล้ว
เมื่อได้ยินคำอธิบายของเฟิ่งหลวน ดวงตาของซูอันจึงฉายแววโกรธและเริ่มสนใจอันธพาลคนนี้บ้าง
สุนัขตัวนี้กล้าดีอย่างไรมาสร้างปัญหานอกคลังสมบัติของเขา
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยครองเมืองชิงโจว ดังนั้นไม่ใช่ทุกคนที่จะกล้าขนาดนี้ หรือว่าจะเป็นตัวเอกอีกคน?
เมื่อนึกได้เช่นนี้ซูอันจึงล้มเลิกความคิดที่จะแกล้งเฟิ่งหลวนไว้ชั่วคราว
เขาจะครอบงำเรื่อยๆ แล้วจับเฟิ่งหลวนไว้ให้มั่น แต่ตอนนี้เหมือนจะต้องจัดการกับตัวเอกก่อน
“ข้ายังมีธุระต้องทำ ดังนั้นจะกลับไปก่อน เทพธิดาเฟิ่งควรเก็บคำพูดของข้าไปคิดให้ดี” ซูอันยิ้มชั่วร้าย
ด้วยนิสัยของเฟิ่งหลวน หากเขาไม่เผด็จการกับนางให้มากกว่านี้ ถึงแม้ว่านางจะชอบเขาก็อาจต้องใช้เวลาหลายสิบปีซึ่งเขาไม่อยากรอนานขนาดนั้น
เมื่อเห็นเฟิ่งหลวนตกตะลึง เขาจึงยื่นมือออกไปบีบบั้นท้ายของนางโดยแรง จากนั้นร่างของเขาก็หายไปจากจุดนั้นทันที
ความเจ็บปวดเล็กๆ ที่มาจากบั้นท้ายทำให้เฟิ่งหลวนกลับมามีสติอีกครั้ง แต่ไม่เห็นใครอยู่ตรงหน้าแล้ว
“ซูอัน!”
เมื่อมองห้องที่ว่างเปล่า นางจึงกัดฟันและรู้สึกเขินอายมากขึ้น
นางจะเขินอายกับการถูกคนเหลาะแหละรังแกในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยได้อย่างไร
ถ้าไม่ใช่เพราะซูอันถือเป็นพวกเดียวกัน นางคงจะไปหาอาจารย์เพื่อร้องเรียนแล้ว
นางยังไม่รู้ว่าตัวเองเกือบจะได้ไปอยู่ในโลกใบเล็กเป็นเพื่อนมู่ฉยงอีสหายรัก
……
หลังจากนั้นไม่นาน ตัวตนของคนร้ายก็ถูกเปิดเผยโดยบุปผามรณะ
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยซึ่งเป็นคลังสมบัติของซูอันเป็นหนึ่งในสถานที่ที่หน่วยบุปผามรณะเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยธรรมชาติแล้วจึงทราบเรื่องของเสิ่นไคซานที่กำลังคุกคามอยู่นอกดินแดนศักดิ์สิทธิ์
เนื่องด้วยเรื่องนี้ไม่มีผลกระทบร้ายแรงต่อนิกายเทียนสุ่ย พวกนางจึงไม่ได้รายงานต่อซูอัน
“หัวหน้าตระกูลเฒ่าของตระกูลเล็กๆ ที่กำลังจะตาย ทันใดนั้นเขากลับรับอนุและให้กำเนิดลูกชายซึ่งทำให้เขามีพลังวิญญาณดีขึ้น ไม่รู้ว่าเขาเรียนทักษะการหลอมยาอายุวัฒนะจากที่ใด แต่ด้วยทักษะนี้จึงทำให้เขาได้รับความโปรดปรานจากสาวน้อยของนิกายเล็กๆ หรือพวกตระกูลเล็กเหล่านั้นด้วย จากนั้นเขาก็มีทั้งภรรยาและอนุเรื่อยๆ ตอนนี้เขาได้แต่งอนุเข้าบ้านนับสิบแปดคนแล้ว โอ้ ขณะนี้เขากำลังวางแผนจัดงานแต่งกับอนุคนที่สิบเก้าและระดับพลังวิญญาณในปัจจุบันของเขาบรรลุจื่อฝู่แล้วเช่นกัน”
ไม่เพียงแต่มีข้อมูลเกี่ยวกับเสิ่นไคซานแต่ยังรวมถึงข้อมูลของพวกภรรยา อนุและลูกๆ ของเสิ่นไคซานด้วย
สำหรับพวกภรรยาและอนุเหล่านั้นไม่มีสิ่งใดโดดเด่น แม้ว่าพวกนางจะมีคุณสมบัติในการฝึกตนแต่ก็ไม่แข็งแกร่ง ในด้านรูปลักษณ์ภายนอกไม่ดีเท่าสาวใช้ในจวนของเขาด้วยซ้ำ เพราะสาวใช้ในจวนของเขาได้รับการคัดเลือกมาอย่างดีจากผู้คนหลายพันคน บางส่วนเป็นของขวัญจากฝ่าบาทด้วย
อย่างไรก็ตามเสิ่นไคซานแข็งแกร่งไม่เบา ในเวลาเพียงหนึ่งปีได้แต่งงานกับสตรีสิบแปดคนและให้กำเนิดลูกยี่สิบคน
จากประเด็นเหล่านี้จึงเห็นได้ว่าเสิ่นไคซานเหมือนจะรับอนุเพียงเพื่อเสพสุข
ซูอันขมวดคิ้ว ไม่ถูกสิ มันเหมือนการรับภรรยาเพื่อให้มีลูกมากกว่า
ตั้งแต่ขอบเขตก่อกำเนิด ความสามารถในการตั้งครรภ์ของผู้ฝึกตนจะลดลง ดังนั้นการที่เสิ่นไคซานมีลูกกว่ายี่สิบคนในหนึ่งปี จึงมีความเป็นไปได้ว่าเขาจะขยันหว่านเมล็ดพันธุ์ทุกวัน
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนชะตากรรมจากคนใกล้ตายจนบรรลุจื่อฝู่ได้ ถ้าจะทำได้คือต้องขยันฝึกตนอย่างหนัก
แต่เสิ่นไคซานคนนี้กลับทำตัวเป็นเจ้าบ่าว ‘หื่นกาม’ ทุกเดือน
ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไปจะไม่ปล่อยให้มีทายาทเยอะขนาดนี้!
สถานการณ์เช่นนี้...
“หรือการมีลูกมากขึ้นจะทำให้เขาโชคดี!?”
เมื่อคิดชั่วร้ายเช่นนี้หางตาของซูอันจึงกระตุก
เหตุใดหัวหน้าตระกูลสูงวัยจึงรับอนุเรื่อยๆ และผลิตทายาทไม่หยุด ตระกูลผู้ฝึกตนเน้นการแต่งงานและคลอดลูกขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใด
นี่คือคำว่าโชคมักเข้าข้างตัวเอกเสมอ หากเป็นตัวเอกก็มักจะแข็งแกร่ง ถ้าต้องผสมพันธุ์ก็สามารถให้กำเนิดลูกออกมาได้ตามใจปรารถนา
ถ้ามาแนวนี้สิ่งที่ต้องทำคือทำลายร่างกายท่อนล่างของตัวเอก
ซูอันจับบุปผามรณะมาไว้ในอ้อมแขนด้วยความนุ่มนวล เขาชอบที่จะซุกซนไปด้วยเมื่อใช้ความคิดซึ่งจะทำให้ความคิดของเขาแตกฉานมากขึ้น
ถ้าเป็นโลกแห่งการฝึกตน การตัดมันทิ้งก็คงจะไม่เป็นไร
แต่ในโลกแห่งการฝึกตน การสร้างอวัยวะขึ้นมาใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน
แม้ว่าใช้วิธีพิเศษแต่ก็ไม่รับประกันว่าจะไม่มีทางฟื้นตัวได้ เว้นแต่เจ้าจะเชี่ยวชาญในวิธีพิเศษนั้นจริงๆ
เช่นเดียวกับขันทีในวังที่ตอนนี้เกือบถูกไล่ออกจากวังหมดแล้ว
หลังจากที่จักรพรรดินีขึ้นครองบัลลังก์ ขันทีที่แข็งแกร่งส่วนใหญ่จะถูกส่งไปทำงานที่หน่วยวิหคดำ แต่ขันทีธรรมดาค่อยๆ ถูกส่งออกจากวัง ขันทีสองสามคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในหอไตรช่วงแรกๆ คือผู้ที่ต้องเหลือไว้เฝ้าหอไตรและในอนาคตจะไม่มีขันทีอีกต่อไป
สุดท้ายซูอันเกลียดพวกขันทีสุดขั้วหัวใจ
กลับมาที่ประเด็นหลักก่อน ตอนนี้สรุปได้แล้วว่าตัวเอกชายคนนี้ไม่ปลอดภัยแน่นอน แต่การฆ่าเขาโดยตรงก็จะได้คะแนนตัวร้ายน้อยไป
“เช่นนั้น...เม็ดยาสร้างสวรรค์จำลอง?”
ซูอันมองยาอายุวัฒนะในมือโดยไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ทว่าในดวงตาของเขามีความชั่วร้ายวาววับ
……
ตระกูลเสิ่น เขตชิงหยาง
บัดนี้ตระกูลเสิ่นถูกแต่งแต้มไปด้วยดอกไม้สีแดงและตัวอักษร ‘มงคลคู่’ ทำให้ดูรื่นเริงเป็นพิเศษ กระนั้นผู้คนในบริเวณใกล้เคียงไม่แปลกใจและรู้ว่านายท่านผู้เฒ่าเสิ่นรับอนุอีกคนนั่นเอง
“นี่เป็นครั้งที่สิบเก้าแล้ว!”
มีบางคนมองไปที่ประตูคฤหาสน์เสิ่นและพูดด้วยความอิจฉา “ไม่รู้ว่านายท่านผู้เฒ่าเสิ่นจะทนไหวหรือเปล่า” เขาเองก็อยากมีภรรยาสิบเก้าคนด้วย!
คนที่อยู่ข้างๆ เขาได้ยินแล้วอดหัวเราะไม่ได้ “ตอนนี้นายท่านผู้เฒ่าเสิ่นอ่อนเยาว์ลงเรื่อยๆ และกลายเป็นจื่อฝู่ผู้ยิ่งใหญ่ เขามีความแข็งแกร่งมาก เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก”
แต่เมื่อเทียบกับบรรยากาศชื่นมื่น ใบหน้าของนายท่านผู้เฒ่าเสิ่นดูไม่รื่นเริงแต่เป็นสีเขียวคล้ำ
เพราะวันนี้มีลูกชายอีกคนคลอดออกมา แต่ระบบไม่ได้ส่งข้อความแจ้งรางวัลใดๆ เลย
นี่มันเรื่องบ้าอะไร!
เสิ่นไคซานมองไปที่อนุคนนั้นและลูกชายคนโตของเขาที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า เขาไม่สามารถระงับความโกรธได้เลย
แม้เขาจะรู้มานานแล้วว่าเรื่องแบบนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ เขามีอนุหลายคนจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะดูแลพวกนางทุกคนได้ตลอดเวลา แม้ว่าพลังวิญญาณของเขาจะไม่แย่ แต่เขาไม่สามารถฝึกควบรวบกับพวกนางได้แบบทั่วถึงจริงๆ ดังนั้นจึงต้องมีอนุบางคนรู้สึกอ้างว้างอยู่เสมอ
สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือมันเกิดขึ้นกับเขาเร็วมาก มิหนำซ้ำตัวต้นเหตุยังเป็นลูกชายคนโตของเขาเองด้วย
ลูกชายคนโตคนนี้อายุมากกว่าสามสิบปีแล้ว เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ เขานึกไม่ถึงเลยว่าลูกชายที่กตัญญูจะหักหลังบิดาได้ลงคอ
แม้ว่าอนุจะไม่ได้ตั้งท้องลูกของคนนอก แต่เขาไม่รู้ว่าพวกนางแอบมีความสัมพันธ์กับลูกชายคนโตหรือใครในตระกูลหรือเปล่า