- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 228 ชายปริศนานอกนิกายเทียนสุ่ย
ตอนที่ 228 ชายปริศนานอกนิกายเทียนสุ่ย
ตอนที่ 228 ชายปริศนานอกนิกายเทียนสุ่ย
ตอนที่ 228 ชายปริศนานอกนิกายเทียนสุ่ย
เฟิ่งหลวนเคยปรึกษาอาจารย์แล้ว แต่มู่หนิงเจินก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แค่คาดเดาว่าเฟิ่งหลวนมีร่างกายที่พิเศษเท่านั้น
เฟิ่งหลวนยังสงสัยว่าหากนางทำเช่นนี้ต่อไปจะทะลวงหยวนเสินได้หรือเปล่า
แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นสิ่งที่ดี นางทำได้เพียงตั้งสติและหยุดฝึกตนไว้ก่อน
นางเดินออกจากห้องชั้นใน
นางเห็นศิษย์เฝ้าประตูคนหนึ่งยืนรออยู่แล้วราวกับกำลังรอนางออกจากการกักตน
“มีเรื่องใดหรือ?” เฟิ่งหลวนขมวดคิ้วและถาม
ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยแห่งนี้ โดยพื้นฐานแล้วนางจัดการทั้งเรื่องเล็กและใหญ่ สำหรับมู่หนิงเจินเจ้านิกายนั้นสบายมากๆ
ศิษย์โค้งคำนับก่อนแล้วพูดด้วยความโกรธ “ผู้อาวุโสเฟิ่ง ชายวัยกลางคนผู้นั้นวิ่งมาที่นอกนิกายอีกแล้วเจ้าค่ะ ทุกวันนี้เขาคุกคามสานุศิษย์ที่ออกไปนอกนิกาย โดยอ้างว่ามารอพบอนุคนหนึ่งในตระกูลของเขา ทุกคนรำคาญชายคนนี้มากจนไม่อยากออกไปข้างนอกเลย”
หลังจากได้ยินคำพูดของศิษย์คนนี้แล้ว เฟิ่งหลวนจึงนึกถึงเรื่องนั้นได้
ไม่นานมานี้มีผู้ฝึกตนชายวัยกลางคนผู้หนึ่งยืนรออยู่นอกดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย คอยมองหาสานุศิษย์หญิงที่จะสอบถามได้ บอกว่าอนุคนหนึ่งในตระกูลมาเป็นลูกศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยและอยากพบนาง เพียงแต่เขาไม่ได้ทำสิ่งที่อุกอาจเป็นพิเศษ ดังนั้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยจึงทำเพียงตักเตือนเขา
ชายวัยกลางคนผู้นี้ดูเหมือนเป็นหัวหน้าตระกูลเล็กๆ ซึ่งเขามีภรรยากับอนุอยู่ที่บ้านแล้ว
ต่อมาครั้งหนึ่งความเสียมารยาทของชายผู้นี้ทำให้ฉู่อินขุ่นเคือง เขาจึงถูกศิษย์น้องฉู่อินจัดการสั่งสอนเจียนตาย จากนั้นเขาก็หายหน้าหายตาไป
ไม่นึกเลยว่าตอนนี้เขาหายดีแล้วจะวิ่งมาที่นี่อีกครั้ง ช่างไม่หลาบจำ
แม้ว่านิกายเทียนสุ่ยไม่ห้ามให้ศิษย์แต่งงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทนต่อคนเช่นนี้ได้
ดวงตาของเฟิ่งหลวนเย็นลงในขณะที่มองลูกศิษย์คนนั้น “เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้เจ้ายังต้องถามข้าอีกหรือ? ไปสอนบทเรียนให้เขาซะ ถ้าเขามาอีกก็จัดการขั้นเด็ดขาด ลูกศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยจะเป็นอนุของคนอื่นได้อย่างไร”
ดูเหมือนว่าถึงเวลาสร้างมาตรฐานและเปลี่ยนระบบของนิกายใหม่ เพราะในอดีตนิกายนี้อาศัยอาจารย์มู่หนิงเจินชี้แนวทางเท่านั้น
ตอนนี้ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แล้วควรดูเหมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ให้มาก
“เจ้าค่ะ! ผู้อาวุโส” ศิษย์คนนั้นตัวสั่นเทาและรีบไปทำตามคำสั่ง
……
“เฮ้ แม่นาง รอก่อนแม่นาง...”
ด้านนอกดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งท่าทางเจ้าชู้และถือพัดซึ่งเป็นอาวุธวิญญาณได้แต่ตะโกนเรียกสองสามครั้ง เมื่อเห็นศิษย์คนหนึ่งบินเข้าไปในประตูใหญ่ เขาจึงไม่กล้าตามเข้าไป
ตามกฎของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย หากผู้ชายบุกเข้าประตูใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาต เขาอาจถูกฆ่าทันที ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าเสี่ยง
“มันยากจริงๆ ที่จะไล่ตามสาวๆ จากนิกายเทียนสุ่ย!” เสิ่นไคซานคลี่พัดพลางรู้สึกท้อแท้ไม่น้อย
มาตรฐานของเทพธิดาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยเหล่านี้ค่อนข้างสูง มันยากจริงๆ ที่จะไล่ตาม เพราะพวกนางได้เรียนรู้จากอรหันต์มู่
ไม่รู้หรือว่ามีเส้นทางฝึกตนแบบอื่นที่สบายกว่า?
ผ่านมาสองเดือนกว่าๆ แล้วเขายังไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับใครเลย
ก่อนหน้านี้มีศิษย์บางคนเคยประทับใจกับรูปลักษณ์ของเขา แต่หลังจากที่เขาถูกผู้อาวุโสของนิกายเทียนสุ่ยทุบตีเจียนตายก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้เขาอีก
เขากำหมัดและรู้สึกโกรธเคือง “ให้ตายเถอะ ไม่ช้าก็เร็วข้าจะต้องจับตัวเจ้านิกายคนนั้นให้ได้!”
[ติ๊ง! ตรวจพบร่างกายแม่พันธุ์คุณภาพสูงคลาส S โฮสต์โปรดรีบคว้าโอกาสนี้ โฮสต์โปรดรีบคว้าโอกาสนี้ไว้]
ทันใดนั้นมีเสียงจักรกลดังขึ้นและเสิ่นไคซานรีบหันมองไปรอบกายราวกับถูกฉีดเลือดไก่
ร่างกายแม่พันธุ์คลาส S คือสิ่งที่ดีที่สุด!
ในที่สุดผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าดูดีและมีผมหางม้าก็ดึงดูดสายตาของเขา
ผู้หญิงคนนี้มีใบหน้างดงาม รูปลักษณ์บริสุทธิ์และมีความกล้าหาญเผยออกมา นางยังดูอ่อนเยาว์และนั่งอยู่บนอาวุธเวทรูปวงแหวนค่อยๆ หยุดที่หน้าประตูใหญ่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย
“เทพธิดา เทพธิดาโปรดรอก่อน!” ดวงตาของเสิ่นไคซานสว่างวาบ เขาตะโกนและรีบวิ่งไปหานางทันที
ผู้หญิงที่งดงามขนาดนี้ทำให้ใครๆ หลงรักได้เพียงแค่มอง
“เจ้าเป็นใคร?” เซียวอวี่ลั่วขมวดคิ้วพลางมองคนที่หยุดนางไว้ด้วยความสับสน
นางเพิ่งกลับมาจากหน่วยบุปผามรณะเพื่อดูสถานการณ์ล่าสุดของนิกายเทียนสุ่ย
เสิ่นไคซานพับเก็บพัดในมือแล้วยกมือคารวะอย่างสุภาพ “เทพธิดาท่านนี้ ข้าชื่อเสิ่นไคซาน เป็นหัวหน้าตระกูลเซิ่นแห่งเขตชิงหยางและเป็นปรมาจารย์แห่งการกลั่นยาอายุวัฒนะ”
“มีอะไรก็รีบๆ พูดมา!” เซียวอวี่ลั่วพูดด้วยความรำคาญ อีกก้าวเดียวก็ได้กลับบ้านแล้ว พอมาถูกขวางไว้ที่หน้าประตูจึงทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดมาก
ใบหน้าของเสิ่นไคซานแข็งทื่อ ผู้หญิงที่หน้าตางดงามขนาดนี้กลับอารมณ์ร้อนเสียได้
แต่แล้วเขารีบปรับสีหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “เทพธิดา อนุของตระกูลเสิ่นเป็นศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ข้าจึงนำยาอายุวัฒนะมาให้นางสามขวด ไม่ทราบว่าเทพธิดาสามารถช่วยข้ามอบยาเหล่านี้ให้นางได้หรือไม่”
ขณะที่เขาพูดก็หยิบขวดหยกที่งดงามห้าขวดออกจากแหวนจัดเก็บ
เนื่องจากเป็นยาอายุวัฒนะระดับสูงที่ช่วยในการฝึกตน มันจึงมีประสิทธิภาพแม้อยู่ในระดับจื่อฝู่ มันเป็นยาอายุวัฒนะระดับสูงสุดที่เขาสามารถกลั่นได้ในปัจจุบัน
เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับเทพธิดาคนนี้ เขาจึงต้องลงทุนเป็นจำนวนมาก
“เจ้าบอกว่าจะเอายาอายุวัฒนะให้นางสามขวด แล้วเหตุใดจึงหยิบออกมาห้าขวด?” เซียวอวี่ลั่วถามพร้อมกับเลิกคิ้วมอง
“ฮ่าฮ่า ข้าเป็นนักกลั่นยาอายุวัฒนะ ดังนั้นข้าจึงไม่ขาดแคลนยาอายุวัฒนะ สำหรับยาอีกสองขวดนี้ถือเป็นรางวัลที่เทพธิดาช่วยเหลือข้า” เสิ่นไคซานหัวเราะเต็มที่และพูดด้วยความโอ้อวด
แน่นอนว่าอีกสองขวดนั้นเป็นกลอุบาย
ยาเสริมวิญญาณมีราคาแพง ดังนั้นเทพธิดาจะได้เห็นน้ำใจกว้างขวางของเขาและในครั้งหน้าเขาจะได้เข้าใกล้นางง่ายขึ้น
ค่อยๆ เกิดขึ้นเช่นนี้ตามเวลาที่ผันผ่าน ยังกลัวว่าจะไม่สำเร็จอีกหรือ?
ในตอนแรกเขาเกือบประสบความสำเร็จโดยอาศัยกิจวัตรนี้ แต่น่าเสียดายที่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากผู้อาวุโสคนหนึ่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยจึงทำให้แผนการหยุดชะงัก
“เป็นเช่นนี้เอง” ทันใดนั้นเซียวอวี่ลั่วก็ยิ้ม เมื่อยิ้มแล้วนางดูบอบบางยิ่งกว่าดอกไม้และนางเปิดปากพูดว่า “ไสหัวไป!”
ไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวและการบีบบังคับถูกปลดปล่อยออกมา เสิ่นไคซานที่ไม่ทันระวังตัวจึงถูกระเบิดออกไปพร้อมกับขวดยาของเขาทันที
สิ่งแรกที่สมาชิกของหน่วยบุปผามรณะต้องเข้าใจคือห้ามไม่ให้สมาชิกอ่อนไหวทางอารมณ์และเน้นย้ำถึงความภักดีต่อซูอันเท่านั้น
ถึงแม้ว่าเซียวอวี่ลั่วจะเพิ่งเข้าเป็นสมาชิกก็ตาม
แต่ความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของเสิ่นไคซานไม่ถูกซ่อนจากดวงตาของนางตั้งแต่แรกเริ่ม
ในเวลานี้ศิษย์สองคนเดินออกจากประตูใหญ่โดยถืออาวุธเวทไว้ด้วย เมื่อเห็นฉากนี้แล้วสีหน้าของพวกนางเปลี่ยนไปและพวกนางรีบก้าวมาข้างหน้า ก่อนจะทำความเคารพ “ผู้อาวุโสเซียว!”
เซียวอวี่ลั่วพยักหน้าจากนั้นมองไปในทิศทางของเสิ่นไคซานและพูดอย่างไม่พอใจ “ผู้ชายคนนั้นมีความเป็นมาอย่างไร?”
ตั้งแต่เมื่อใดที่มีคนกล้ายืนอยู่ที่ประตูของนิกายและคอยคุกคามผู้ฝึกตนหญิง
ด้วยความคิดเช่นนี้ของนางจึงเห็นได้ชัดว่านางไม่ได้รวมซูอันเข้าไว้ด้วย เพราะซูอันไม่ได้ถูกควบคุมมากนักในนิกายเทียนสุ่ย เขาจึงไม่เพียงแต่คุกคามนางแต่ยังนอนกับนางด้วย
หลังจากได้ยินคำถามของผู้อาวุโสแล้วศิษย์หญิงทั้งสองก็เริ่มรังเกียจเสิ่นไคซานมากขึ้น
“ผู้อาวุโสเซียว เขาเป็นอันธพาล พวกเราจะจัดการกับเขาเดี๋ยวนี้!”
“เอาเลย อย่าให้ข้าเห็นเขาอีก”
เมื่อได้รับอนุญาตจากเซียวอวี่ลั่วแล้ว ศิษย์ทั้งสองจึงบินไปทางเสิ่นไคซาน
“โอย เป็นการโจมตีที่หนักหนาสาหัส ต้องรุนแรงกันขนาดนี้เชียว!”
ไม่ไกลนัก เสิ่นไคซานพยุงตัวเองขึ้นด้วยความยากลำบากและหยิบยารักษาออกมาดื่ม
นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้รับบาดเจ็บนอกดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย แต่กล่าวกันว่าศิษย์หญิงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยมีนิสัยอ่อนโยนไม่ใช่หรือ?
“เมื่อความแข็งแกร่งของข้าสูงขึ้น พวกเจ้าไม่ได้เย่อหยิ่งแบบนี้แน่!” เขาคิดด้วยความโหดร้ายโดยมุ่งมั่นที่จะจับตัวผู้หญิงทุกคนของนิกายเทียนสุ่ย
แล้วเขาก็ลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวกลับ
ในเวลานี้ศิษย์หญิงสองคนลอยลงมาหยุดตรงหน้าเขาและขวางทางเอาไว้ ใบหน้าของหญิงสาวทั้งสองเย็นชาอย่างยิ่งและอาวุธเวทในมือของพวกนางส่องแสงเย็นเยือกมากกว่า