- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 226 เทพธิดาเฟิ่งมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ตอนที่ 226 เทพธิดาเฟิ่งมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ตอนที่ 226 เทพธิดาเฟิ่งมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ตอนที่ 226 เทพธิดาเฟิ่งมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
แม้ว่าซูอันจะใช้ม่านพลังเวทป้องกันเพื่อขจัดหมอกสีแดงเหล่านี้ออกไป แต่หมอกสีแดงยังคงเกาะติดกับม่านพลังเวทป้องกันของเขาเสมอ ราวกับเนื้อเน่าที่ติดอยู่กับกระดูกของเขาและค่อยๆ ทำลายพลังเวทของเขาด้วย
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่แทบไม่มีใครเคยมาเยือนส่วนลึกนี้ เพราะแม้แต่หยางบริสุทธิ์ขั้นต้นก็ไม่สามารถต้านทานได้”
เมื่อสัมผัสได้ว่าหมอกสีแดงข้างหน้าหนาทึบขึ้น ซูอันจึงเกิดความลังเลขึ้นมา
แม้ว่าเขาจะมีตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทน แต่เขาไม่อาจเสียมันไปโดยเปล่าประโยชน์ มันคงไม่คุ้มค่าหากตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทนถูกใช้งานทั้งที่ยังตามหาเจ้าของดินแดนต้องห้ามนี้ไม่เจอ
แม้แต่การปล่อยให้เซิ่งหนานลงมือ เขายังไม่มั่นใจด้วยซ้ำ
ในดินแดนต้องห้ามแห่งนี้ แม้แต่หยวนเสินอาจรับมือไม่ง่ายและเซิ่งหนานมีเพียงชีวิตเดียว
ขณะที่ซูอันยังลังเล ทันใดนั้นมณีรัตนะที่สดใสก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งและบินออกจากแหวนจัดเก็บมาอยู่ในมือของซูอัน
จากนั้นวงกลมแห่งแสงปรากฏขึ้นที่ด้านหลังศีรษะของซูอัน รัศมีนี้เข้ากันกับรูปลักษณ์ของเขาซึ่งมันแผ่ขยายความสว่าง สติปัญญาและความเมตตาออกมา ทำให้เขากลายเป็นแสงสว่างที่ยิ่งใหญ่
เสริมให้ซูอันดูเหมือนพระพุทธเจ้าเสด็จมาในโลก อยู่ยงคงกระพันเหนือพลังทั้งปวงและหมอกสีแดงโดยรอบสลายหายไปทันที
“นี่คือ...มณีรัตนะ?” ซูอันถือมณีรัตนะพลางมองด้วยความแปลกใจ
ไม่คิดเลยว่ามณีรัตนะที่ยึดมาจากธิดาแห่งพุทธะมีผลเช่นนี้
“ธิดาแห่งพุทธะคนนั้นไม่ธรรมดาเลย!”
สามารถแยกคำสาปหมอกสีแดงออกไปได้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่หยางบริสุทธิ์ทำได้แน่นอน
ถ้าคราวหน้ามีโอกาสจะต้องสืบภูมิหลังของธิดาแห่งพุทธะคนนั้น แต่ตอนนี้เขาควรสำรวจดินแดนต้องห้ามเสินหวงก่อน
ซูอันถือมณีรัตนะพลางเดินไปข้างหน้าต่อ
ไม่ว่าหมอกสีแดงจะอุดมสมบูรณ์แค่ไหนก็ไม่สามารถเข้าใกล้ซูอันได้ในระยะสามฉื่อ ตำแหน่งของเขาเปรียบเสมือนดินแดนบริสุทธิ์ที่แปลกแยกจากดินแดนต้องห้ามซึ่งเต็มไปด้วยคำสาป
เมื่อเดินไปจนถึงใจกลางดินแดนต้องห้ามเสินหวง หมอกสีแดงเหล่านั้นก็หายไปทันที
ท้องฟ้าแจ่มใส บรรยากาศสว่าง รู้สึกเหมือนได้มาถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
พระราชวังสีแดงเลือดปรากฏขึ้นต่อหน้าของซูอัน มันมีสีแดงใสราวกับหยกซึ่งแตกต่างจากหมอกสีแดงที่อยู่รอบๆ เพราะมันสร้างจากหยกเลือดหงส์
แม้แต่ซูอันยังโอดครวญถึงความหรูหรา เพราะหยกเลือดหงส์นี้เป็นวัสดุสำหรับการขัดเกลาสมบัติวิญญาณชั้นยอด
บรรยากาศของพระราชวังตรงหน้าเงียบสงบ แต่หัวใจของซูอันรู้สึกหดหู่มากขึ้น
“นี่คือเวลาที่จะได้พบกับหัวหน้าใหญ่แล้วสินะ” เขาสูดหายใจแล้วเดินเข้าวังด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
ด้านหน้าของพระราชวังมีการแกะสลักลวดลายหงส์มากมายซึ่งดูสมจริง พวกมันสยายปีกและกำลังโผบิน ราวกับว่าพวกมันมาจากสมัยโบราณและกำลังจะฟื้นคืนชีพในวันนี้
ดินแดนต้องห้ามเสินหวงสมกับชื่อของมันจริงๆ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับหงส์
อย่างไรก็ตามเผ่าหงส์ไม่เหมือนเผ่ามังกร เพราะเผ่าหงส์แทบสูญพันธุ์ไปแล้ว โดยพื้นฐานจะเหลือเพียงหงส์เลือดผสมบางส่วน หรือนกในตำนานหลวนเหนี่ยวที่เข้าร่วมกับเผ่าปีศาจ
ซูอันเดินไปที่ห้องโถงกลางพร้อมหัวใจเต้นเร็วขึ้น
หยางเสินของเขาสามารถตรวจจับความรู้สึกอันตรายได้อย่างเฉียบคม
น่ากลัว!
น่ากลัวมาก!
“น่าจะอยู่ข้างในสินะ” ซูอันผลักประตูห้องโถงกลางให้เปิดออกแล้วมองเข้าไปข้างใน
มาสิ โผล่มาให้เขาเห็นว่ามีคนโหดเหี้ยมหรือสัตว์ประหลาดชนิดใดอยู่ข้างใน!
จากนั้นความตกตะลึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
“เทพธิดาเฟิ่ง!”
ในวังโบราณที่ว่างเปล่า มีเสาทองแดงเพียงเสาเดียวตั้งอยู่ตรงกลาง
โซ่สีแดงโผล่ออกมาจากเสาทองแดงผูกมัดร่างที่งดงามร่างหนึ่งไว้
รูปร่างที่งดงามมีดวงตาหงส์ ท่าทางสูงส่งไร้ใครเทียบได้ นางสวมชุดสีแดงเพลิงโดยมีผ้าไหมสีเขียวพาดบนไหล่ นางดูเหมือนเฟิ่งหลวนทุกประการ แม้แต่ลมหายใจก็คล้ายกันมาก
แต่เมื่อเทียบกับเฟิ่งหลวนแล้วบุคคลนี้มีรังสีความเยือกแข็งมากกว่าเล็กน้อย
นี่คือสิ่งต้องห้ามในดินแดนต้องห้ามเสินหวงหรือ?
‘เฟิ่งหลวน’ บนเสาทองแดงลืมตาอยู่และมองไปทางประตูพระราชวังโดยไม่มีอารมณ์ใดๆ ในดวงตาของนางเลย
จนกระทั่งนางได้ยินคำว่า ‘เทพธิดาเฟิ่ง’ จึงก็มีความผันผวนในดวงตาของนาง
“เจ้ารู้จักนางหรือ?” นางขมวดคิ้วพลางจ้องมองซูอันแบบไม่ละสายตา
ซูอันมองไปที่ ‘เฟิ่งหลวน’ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ข้าสงสัยว่าผู้อาวุโสคือใคร เหตุใดถึงดูเหมือนเพื่อนสนิทคนหนึ่งของข้ามาก?”
“เพื่อนสนิท” ‘เฟิ่งหลวน’ ขมวดคิ้วแล้วหลับตาลงโดยไม่พูดมากกว่านั้น
เมื่อเห็นเช่นนี้ซูอันก็ตกตะลึงและเขาต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังไล่แขก
สรุปว่า ‘boss’ คนนี้ไม่คิดลงมือกับเขาหรือว่านางถูกผนึกไว้จึงไม่สามารถลงมือได้?
แต่แน่นอนว่าเขาจากไปทั้งแบบนี้ไม่ได้ เขาจึงก้าวเข้าไปในห้องโถงอีกสองก้าวอย่างไร้ยางอายแล้วประสานมือพูดว่า “ผู้อาวุโส ผู้น้อยคนนี้เป็นราชทูตของจักรพรรดิแห่งต้าซาง มาที่นี่เพื่อตรวจสอบเรื่องการปรากฏของโลงศพมังกรเก้าหัวตามคำสั่งของราชสำนัก ข้าคิดว่ามันเป็นการสมรู้ร่วมคิดของเผ่ามังกร แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับผู้อาวุโสใช่หรือไม่?”
“ราชทูตแห่งต้าชาง?” ‘เฟิ่งหลวน’ เงยหน้าขึ้นอีกครั้งและมองไปที่ซูอัน ไม่มีอารมณ์ที่เฉพาะเจาะจงในดวงตาสีแดงเลือดของนาง แต่ก็เหมือนบ่อน้ำลึกที่สามารถสะท้อนถึงหัวใจของผู้คนได้
หลังจากนั้นครู่หนึ่งอักษรเวทปฐมกาลบนจุดตันเถียนของซูอันเกิดการสั่นไหวซึ่งสิ่งนี้ทำให้ ‘เฟิ่งหลวน’ พูดพึมพำและมองซูอันด้วยความแปลกใจ
“...เรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับข้าและเป็นแผนของข้าเอง แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อต้าซางแน่นอน” นางตอบ
“ข้าสงสัยว่าแผนของผู้อาวุโสมีความจำเพาะเจาะจงอย่างไร?” ซูอันถามอย่างกล้าหาญ “หากจำเป็น ข้ายังสามารถช่วยเหลือผู้อาวุโสได้”
‘เฟิ่งหลวน’ เหลือบมองซูอันอย่างเฉยเมย ไม่แน่ใจว่านางเชื่อหรือเปล่า “ข้าต้องการหนึ่งในร่างนั้นเพื่อช่วยดูดซับพลังแห่งคำสาปแทนข้า”
ซูอันเข้าใจชัดเจนว่าร่างกายนั้นน่าจะเป็นกายฮุ่ยหยวนศักดิ์สิทธิ์ของเซี่ยวเฮย
แค่ดูรูปลักษณ์ของ ‘เฟิ่งหลวน’ ตอนนี้ ดูเหมือนนางไม่สนใจจะบอกเขา กล่าวอีกนัยคือนางไม่สนใจว่าเขาจะทำลายแผนของตัวเองหรือเปล่า
นางมีตัวสำรองหรือ...
เมื่อคิดเช่นนี้ซูอันจึงหยิบขวดจำนวนหนึ่งออกจากแหวนจัดเก็บและถามด้วยความไม่แน่ใจ “ผู้อาวุโส ผู้น้อยมียาอายุวัฒนะสำหรับฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและทำลายโซ่ศักดิ์สิทธิ์ สงสัยว่าผู้อาวุโสต้องการความช่วยเหลือหรือไม่?”
สีหน้าเย็นชาของ ‘เฟิ่งหลวน’ แข็งค้าง ขณะที่ซูอันหยิบขวดยาออกมา นางก็จ้องไปที่มือของซูอันอย่างใกล้ชิด
จากนั้นนางก้าวมาข้างหน้าและโซ่กับเสาทองแดงที่ผูกมัดนางไว้หายไปทันที
ด้วยสายตาตกตะลึงของซูอัน นางเข้ามาหาเขาและหยิบขวดหยกขนาดเล็กที่มีรูปลักษณ์สวยงามจากมือเขาไปทันที
นางเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ดูเหมือนไม่เคยถูกตรึงไว้เลย
‘เฟิ่งหลวน’ มองขวดหยกด้วยสีหน้ามีความสุข ลมหายใจแผ่วเบาแผ่กระจายออกมาท่ามกลางความผันผวนทางอารมณ์ ราวกับมหาสมุทรลึกที่ทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก
เมื่อมองร่างที่น่าสะพรึงกลัวนี้อยู่ใกล้แค่เอื้อม ซูอันจึงกลืนน้ำลายเบาๆ
ผู้กำกับ มีนักแสดงขั้นเทพอยู่ที่นี่!
“ข้าต้องการสิ่งนี้” ‘เฟิ่งหลวน’ พูดพร้อมกับถือขวดหยกไว้
อาจเพราะนางจะเอาของของซูอันไปจึงทำให้สีหน้าของนางใจดีขึ้นเล็กน้อย
สถานการณ์เป็นเช่นนี้ ซูอันก็ไม่สะทกสะท้าน เขาพยักหน้าและพูดว่า “ผู้อาวุโสรับไปเถอะ”
แต่เมื่อมองขวดหยกในมือของ ‘เฟิ่งหลวน’ ซูอันจึงสับสน แม้ว่าจะมียาอายุวัฒนะชั้นเยี่ยมมากมายในแหวนจัดเก็บของเขา แต่ไม่มีทางที่ยาขวดนี้จะล่อลวงผู้ที่น่าสงสัยว่าอยู่ในระดับบรรลุวิถีได้
ขวดนั้นดูคุ้นตามาก เขาจึงค้นหาผ่านความทรงจำชั่วขณะหนึ่งและจากนั้นสีหน้าของเขาก็ค่อยๆ กลายเป็นแปลกประหลาด
ทว่าในเวลานี้ ‘เฟิ่งหลวน’ ได้เปิดขวดหยกแล้ว พลังงานอินหยางแห่งการควบรวมยังคงอยู่ ดูเหมือนว่าจะพัฒนาไปสู่ถนนสายสูงสุดได้
‘เฟิ่งหลวน’ เงยหน้าขึ้นและดื่มของเหลววิญญาณในอึกเดียว จากนั้นนางผลักซูอันออกจากห้องโถงด้วยฝ่ามืออ่อนโยนและทันทีที่ประตูห้องโถงปิดลง นางก็เริ่มขัดเกลาพลังของยาวิเศษนี้
“จบเห่แล้ว!”
ดวงตาของซูอันกระตุก บังเอิญว่ายานั้นคือพระโพธิสัตว์เลอะเลือน!