เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 208 หนึ่งในสี่สุดยอดสาวงามของเมืองหลวง

ตอนที่ 208 หนึ่งในสี่สุดยอดสาวงามของเมืองหลวง

ตอนที่ 208 หนึ่งในสี่สุดยอดสาวงามของเมืองหลวง


ตอนที่ 208 หนึ่งในสี่สุดยอดสาวงามของเมืองหลวง

เมื่อมองไปที่รางวัลใหม่ทั้งสามรางวัล ซูอันจึงมีสีหน้ามืดลง

หมายความว่าอะไร!

ระบบนี้จะสื่อถึงอะไร!

นี่กำลังบอกเป็นนัยเกี่ยวกับนิสัยของเขาหรือ?

เหิมเกริม!

ถ่งจื่อต้องได้รับการอบรมบ้างแล้ว

หลังจากวิพากษ์วิจารณ์ระบบในใจด้วยความโมโหและนึกวิธีการสั่งสอนระบบไปร้อยแปดวิธี ซูอันจึงเก็บรางวัลเหล่านี้ไว้แบบช่วยไม่ได้

จ่ายค่าจับรางวัลไปแล้วถึงอย่างไรก็ต้องเก็บไว้

เห็นแก่หน้าระบบหรอกนะ

……

เมื่อใกล้ถึงช่วงเย็น

ห้องโถงด้านล่างของหอทิงเฟิงเต็มไปด้วยผู้คน

ทุกคนต่างตื่นเต้นและตั้งตารอ

“ทักษะการเต้นรำของเฟิงต้าเจียนั้นดีที่สุดในเมืองหลวง ได้เห็นเพียงครั้งก็ไม่เคยลืมนางอีกเลย”

“แหะแหะ ข้าตื่นเต้นมากๆ ที่จะได้ชมการแสดงของเฟิงต้าเจียอีกครั้ง ข้าใช้เงินเก็บทั้งหมดเพื่อซื้อตั๋วเลยนะ”

“ได้เวลาแล้ว ยังไม่ออกมาอีกหรือ!”

“หอทิงเฟิงมัวทำอะไรอยู่ มันนานเกินไปแล้วนะ”

“ข้ามาที่นี่เพื่อพบเฟิงต้าเจีย ถ้ายังไม่ออกมา ข้าจะทำลายที่นี่ซะ”

แม้แต่เสียงดนตรีของพวกนักดนตรีก็ไม่สามารถกลบเสียงตะโกนของคนกลุ่มนี้ได้

กระนั้นเสียงรบกวนด้านล่างไม่ส่งผลต่ออารมณ์ของซูอันเลย

ในห้องส่วนตัวหมายเลข 1 ของชั้นบน ซูอันพิงขอบหน้าต่างพลางมองลงไป

เยี่ยหลีเอ๋อร์ทำหน้าที่เป็นสาวใช้ที่คอยป้อนผลไม้ให้นายน้อยซูอันด้วยความขันแข็ง

“เฟิงต้าเจียคนนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมจริงๆ” ซูอันเอานิ้วของหญิงสาวเข้าปากพร้อมผลไม้ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย

เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อสาวงามคนหนึ่ง แค่มาตามสัญชาตญาณล้วนๆ

ได้ยินมาว่าเฟิงต้าเจียคนนี้ชื่อเฟิงหร่านและนางเป็นคนเดียวในสี่สุดยอดสาวงามของเมืองหลวงที่เกิดมาเป็นคนธรรมดา

หลังจากเข้าหอทิงเฟิงเมื่อปีที่แล้ว นางขายความสามารถไม่ขายเรือนร่างและค่อยๆ มีชื่อเสียงขึ้นมา

ทุกครั้งที่นางขึ้นเวทีจะได้รับเสียงให้กำลังใจล้นหลามและผู้ชมต้องใช้เงินจำนวนมากในการชมการแสดงของนาง

กระนั้นพวกซือเนี่ยนกูไม่รู้เกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดสาวงามมากนัก เพียงได้ยินเป็นครั้งคราวเท่านั้น

เพราะพวกนางไม่ได้อยู่ในแวดวงเดียวกันจึงไม่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน

ในที่สุดแสงสีในหอทิงเฟิงก็หรี่ลง

เหนือเวทีลอยฟ้าปรากฏร่างที่งดงามลอยลงมาแผ่วเบา ด้วยแสงที่ไม่มากจึงเห็นเป็นเงาร่างเท่านั้น

ผ้าคลุมบางๆ ปกปิดใบหน้าของนางไว้ครึ่งหนึ่งให้ความรู้สึกถึงความงามที่คลุมเครือ แต่ภาพเงาร่างอรชรที่งดงามภายใต้ม่านก็เพียงพอแล้วที่จะดึงดูดใจผู้คน

ดวงตาดอกท้อของนางราวกับสามารถพูดคุยกับผู้คนได้

ภายใต้ความมืดสลัวนี้ ดวงตาที่สดใสของนางกลายเป็นแสงสว่างเดียวที่ทุกคนมองเห็น

เมื่อนางเดินลงมาตามขั้นบันไดดอกบัว เอวที่เพรียวบางดุจกิ่งหลิวคล้ายมีดที่ทำให้กระดูกของผู้คนเปราะบาง

ชุดเต้นรำเนื้อบางเบาเผยให้เห็นทุกสัดส่วน

สร้างบรรยากาศเร่าร้อน

เมื่อมองผ่านม่านเต้นรำที่เลือนรางนี้จะเห็นช่วงขาเรียวยาวพลิ้วไหวไปตามชายกระโปรง

ชายกลุ่มหนึ่งไม่อาจละสายตาไปจากตรงนั้นได้เลย

กลุ่มผู้ชมส่งเสียงสนับสนุนอย่างล้นหลาม

สามารถพูดได้เลยว่าเหล่าผู้สืบเชื้อสายเซียนบนโลกมนุษย์กำลังหลงใหลในตัวมนุษย์หญิงธรรมดาคนนี้

ซูอันอ้าปากรับองุ่นอีกลูกที่เยี่ยหลีเอ๋อร์ป้อนให้และดวงตาของเขามีการเคลื่อนไหว

เมื่อเทียบกับสตรีในต้าซางที่คุ้นเคยกับการสวมกางเกงขายาวไว้ใต้กระโปรง นับว่าเฟิงต้าเจียคนนี้ใจกว้างสำหรับทุกคนจริงๆ

เพียงแต่เขารู้สึกแปลกๆ กับนางเหลือเกิน

[ญาณทิพย์] เปิดใช้งาน

ทันทีที่พลังวิเศษนี้ถูกเปิดใช้งาน ซูอันรู้สึกว่าตัวเองไร้ศีลธรรมหน่อยๆ

โอ้ ไม่ถูกสิ เพราะเขาไร้ศีลธรรมอยู่แล้ว

เมื่อคิดได้เช่นนี้เขาจึงใช้ญาณทิพย์มองสำรวจร่างกายใต้ร่มผ้าของเฟิงต้าเจียโดยไม่ลังเล

แล้วเขาต้องตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้นเขารีบหันศีรษะกลับมาและจับใบหน้าของเยี่ยหลีเอ๋อร์ไว้ด้วยสองมือ

“อย่าขยับ ขอข้าล้างตาหน่อย” ซูอันเพิกถอนญาณทิพย์ ขณะที่มองใบหน้าหวานละมุนของเยี่ยหลีเอ๋อร์ เขาก็ยกมือขยี้ตาโดยแรงไปด้วย

ไอ้สิ่งที่สะดุดตามากๆ เมื่อครู่มันคืออะไรวะนั่น

“พี่อัน?” เยี่ยหลีเอ๋อร์ถามด้วยความฉงน

ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ แสดงความน่ารัก

ซูอันก้าวเข้าประชิดตัวนางและจูบนางแรงๆ สองครั้งจนในที่สุดกลิ่นหอมของหญิงสาวได้ชะล้างความสกปรกในดวงตาของเขาออกไป

เมื่อมองไปที่เวทีอีกครั้ง ซูอันได้เปิดใช้งานเคล็ดวิชาทะลวงจิต

เหนือศีรษะของเฟิงต้าเจียมีสัญลักษณ์โชคลาภสีทองลอยอยู่ ถึงจะไม่ชัดเจนแต่ก็เป็นตัวเอกแน่นอน

เขาขมวดคิ้ว

เมื่อมองดูการเต้นรำที่งดงามและยั่วยวนนั้น เขาไม่รู้สึกหลงใหลเลย

ผู้ชายคนนี้คือตัวเอกชายที่แต่งตัวเป็นผู้หญิง!

อาจเป็นปรมาจารย์ที่ปลอมตัวเป็นหญิง หรือผู้ชายที่หัวใจเป็นหญิง บางทีอาจมีจุดประสงค์บางอย่าง

โลกอันกว้างใหญ่มักจะเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์เสมอ

หลังจากแอบส่งข้อความถึงบุปผามรณะเพื่อรวบรวมข้อมูลของเฟิงหร่าน ซูอันจึงอุ้มเยี่ยหลีเอ๋อร์ขึ้นมาด้วยความเบื่อหน่าย

เขาลูบไล้นางเบาๆ เหมือนลูกแมว ทำให้หญิงสาวส่งเสียงครางด้วยความสบายใจเป็นครั้งคราว

เหมือนกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่ถูกเจ้าของหยอกเย้าจริงๆ

ไม่ว่าเฟิงหร่านร่ายรำได้ดีแค่ไหน ซูอันก็ไม่สนใจที่จะดูมันด้วยซ้ำ

เขามีรสนิยมที่ชื่นชมการเต้นรำของผู้หญิงเท่านั้น

ส่วนกลุ่มชายข้างล่างที่ยังส่งเสียงโห่ร้องอยู่นั้น ซูอันทำได้เพียงส่ายหัวด้วยความเห็นอกเห็นใจ

ไม่ใช่ว่าพวกเขาเทิดทูนผู้หญิงโดยไร้ศักดิ์ศรี แต่พวกเขาเป็นตัวตลก!

อย่างน้อยการเทิดทูนผู้หญิงโดยไร้ศักดิ์ศรีก็ยังรู้เพศของคนที่ชอบ แต่คนกลุ่มนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเทพธิดาที่เฝ้าฝันเป็นผู้ชาย

เมื่อการเต้นรำจบลง เฟิงหร่านโค้งคำนับเล็กน้อยและทุกคนที่อยู่ข้างล่างก็ปรบมือต่อเนื่องยาวนาน

“เฟิงต้าเจียของเราเต้นรำได้งดงามหรือเปล่า?” ในเวลานี้ผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนแม่เล้าก็ออกมาด้วยรอยยิ้มที่เกินจริง ใบหน้าของนางแต่งแต้มเครื่องสำอางหนาเตอะ

“งดงามมาก!” เสียงตอบรับดังสนั่นราวกับคลื่นยักษ์

แม่เล้ากล่าวอีกครั้งว่า “เฟิงต้าเจียไม่ได้ร่ายรำให้ดูง่ายๆ ทุกคนจะไม่ให้รางวัลหน่อยหรือ?”

“ได้สิ ได้สิ เฟิงต้าเจีย ข้าจะให้คำรับประกันไว้ตรงนี้เลย รอให้ข้าประสบความสำเร็จ ข้าจะแต่งงานกับเจ้าแน่นอน!” มีชายหนุ่มคนหนึ่งตะโกนด้วยดวงตาเป็นประกาย

“ไปให้พ้น อย่าส่งเสียงดังถ้าเจ้าไม่มีเงิน ข้าจะให้หินวิญญาณจำนวนหนึ่งพันก้อนแก่นาง!” ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนเศรษฐีใช้หินวิญญาณจำนวนมากซื้อใจสาวงาม เมื่อเห็นเฟิงหร่านยิ้มสุภาพให้ เขาก็รู้สึกเบิกบานใจและรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนก้อนเมฆ

“ข้าจะให้รางวัลด้วยหินวิญญาณห้าพันก้อน!” ชายหนุ่มร่างอ้วนอีกคนในชุดธรรมดากัดฟันพูด

แม้ว่าครอบครัวของเขาไม่ใช่ครอบครัวร่ำรวย หินวิญญาณจำนวนห้าพันก้อนนี้ได้มาจากการขายทรัพย์สินส่วนใหญ่ของพ่อแม่และสินสอดของน้องสาว แต่การได้รับความโปรดปรานจากเฟิงต้าเจียถือเป็นความสำเร็จสูงสุดของเขา ตราบใดที่สามารถได้ครอบครองรอยยิ้มของเฟิงต้าเจีย มันก็คุ้มค่าไม่ว่าราคาจะสูงแค่ไหนก็ตาม

ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวถูกทุบตี เขาอยากสวมชุดเจ้าบ่าวมาชมการแสดงของเฟิงต้าเจียด้วยซ้ำ

“หวังหยวนเฟิน เจ้ามันบ้าไปแล้ว!” คนที่อยู่ด้านข้างจำชายหนุ่มร่างอ้วนคนนี้ได้ เขาจึงดึงแขนเสื้อหวังหยวนเฟินแล้วพูดด้วยเสียงต่ำ

หินวิญญาณห้าพันก้อนคือสิ่งที่พ่อแม่ของเขาทำงานหนักมาตลอดชีวิตเพื่อสะสม

“อย่าขัดข้า สำหรับการแสดงที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ประเมินค่าไม่ได้อยู่แล้ว!” หวังหยวนเฟินผลักชายคนนั้นออกไปด้วยความรังเกียจ แววตาของเขามีแต่ความคลั่งไคล้เพื่อให้เฟิงหร่านบนเวทีมองเห็นความจริงใจของเขา

พ่อแม่และครอบครัวไม่มีอะไรเลย เฟิงต้าเจียต่างหากคือทุกสิ่งสำหรับเขา

ตามปรารถนา เพราะตอนนี้เฟิงหร่านยิ้มมาทางนี้และทำให้เจ้าอ้วนมึนเมา

“พี่อัน เกิดอะไรขึ้นกับคนเหล่านี้ เฟิงต้าเจียคนนั้นสวยมากเลยหรือ?” เมื่อมองกลุ่มคนข้างล่างที่คลั่งไคล้จนแทบจะสู้กัน ใบหน้าเยี่ยหลีเอ๋อร์บึ้งตึงและดูสงสัย

นางรู้สึกว่าเฟิงต้าเจียคนนี้ไม่ดูดีเท่าพี่จื่อซวงด้วยซ้ำ ก็แค่นุ่งน้อยห่มน้อยเท่านั้น

และมันไม่ใช่แค่การเต้นรำหรอกหรือ?

งานของนางคือการเป็นนักแสดงและเต้นรำไม่ใช่หรือ หากเต้นได้ดีก็จะได้รับรางวัลและอย่างมากที่สุดก็ได้ไม่กี่หินวิญญาณ เหตุใดคนเหล่านี้ถึงแสดงท่าทีบ้าคลั่งและยอมล้มละลายเพื่อนาง

ใช้หินวิญญาณมากขนาดนั้น เฟิงต้าเจียจะจำพวกเขาได้จริงหรือ?

พวกเขาเห็นผู้หญิงคนเดียวดีกว่าครอบครัวและพ่อแม่ได้อย่างไร?

“พวกเขาก็แค่ไม่มีสมอง อย่าไปสนใจเลย” ซูอันลูบหัวเล็กๆ ของเยี่ยหลีเอ๋อร์พลางเอ่ย

จบบทที่ ตอนที่ 208 หนึ่งในสี่สุดยอดสาวงามของเมืองหลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว