เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 198 หลงเอ้าเทพเจ้าแห่งโชคชะตา

ตอนที่ 198 หลงเอ้าเทพเจ้าแห่งโชคชะตา

ตอนที่ 198 หลงเอ้าเทพเจ้าแห่งโชคชะตา


ตอนที่ 198 หลงเอ้าเทพเจ้าแห่งโชคชะตา

ในยุคนั้นตำหนักเซียนมีอำนาจสูงสุด เต๋าจวินหลายองค์เข้ามาดูแลตำหนักเซียน คอยประสานงานทุกสิ่งในโลกและกำหนดลำดับของฟ้าดิน

ต่อมาเต๋าจวินทั้งหมดจากโลกนี้ไป ทำให้โลกเข้าสู่ยุคแห่งการแข่งขันระหว่างเผ่าพันธุ์นับร้อย

ในบันทึกของต้าซาง ปฐมจักรพรรดิได้รับมรดกจากเต๋าจวินแห่งตำหนักเซียนในอาณาจักรลับโบราณซิงหลิง

ซูอันบินตรงไปยังตำหนักเซียนโดยไม่ลังเลอีก

……

“ข้าหลงเอ้าเป็นเทพแห่งโชคชะตาโดยแท้!”

เมื่อมองไปที่ตำหนักเซียนเหนือศีรษะ หลงเอ้าจึงหัวเราะสะใจ

ความหดหู่ที่สะสมในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาได้จางหายไป

ลองคิดดูว่าเขายิ่งใหญ่แค่ไหนเมื่อมาถึงอาณาจักรลับโบราณซิงหลิงเป็นครั้งแรก

เขามีความทะเยอทะยานที่จะเอาชนะอัจฉริยะของทุกเผ่าพันธุ์และเผยแพร่ชื่อของหลงเอ้าไปทั่วโลก

ทว่าในช่วงเวลานี้ ไม่เพียงแต่สัตว์พาหนะของเขาตายเรียบ ผู้ติดตามของเขาทั้งหมดก็ถูกฆ่าตายเช่นกัน ตอนที่เขาเข้ามาครั้งแรกมีหลายร้อยคน แต่ตอนนี้เหลือเขาตัวคนเดียว

“เฟิ่งหลวนและไอ้มนุษย์นั่น!” แววตาดุเดือดชัดเจน “รอจนข้าบรรลุหยวนเสินก่อนเถอะ ข้าจะทำให้พวกเจ้าตายทั้งเป็น!”

เขาแทบรอไม่ไหวที่จะเข้าไปในตำหนักเซียน

ในเวลาเดียวกัน ผู้ฝึกตนที่ได้เห็นการกำเนิดของตำหนักเซียน ณ ใจกลางอาณาจักรลับโบราณซิงหลิงกำลังเร่งรีบมาทางนี้เช่นกัน

พวกเขาอาจไม่รู้ว่านี่คือสิ่งใด แต่พวกเขารู้ว่ามันต้องเป็นโอกาสที่ดี

“ไม่มีสิ่งใดขวางทางเข้าเลยหรือ” ร่างของซูอันปรากฏขึ้นที่หลังประตูทางเข้าตำหนักเซียน

แตกต่างจากที่เห็นภายนอก เพราะพื้นที่ภายในของตำหนักเซียนมีความเสถียรมาก เมฆหนาทึบและหมอกทำให้ผู้คนมองเห็นทิศทางได้ยาก แม้แต่ความความคิดศักดิ์สิทธิ์ก็ยากที่จะมองเห็น

การใช้ความคิดศักดิ์สิทธิ์ของหยางบริสุทธิ์กับที่นี่สามารถครอบคลุมได้เพียงไม่กี่หลี่เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เขาไม่จำเป็นต้องค้นหาสิ่งใดด้วยความคิดศักดิ์สิทธิ์ แค่เดินตามทิศทางของหลงเอ้าก็พอ

……

“ตำหนักเซียนเปิดแล้วหรือ?”

ทางตะวันออกของอาณาจักรลับโบราณซิงหลิง สตรีนางหนึ่งโบกมือสังหารซิงหลิงระดับหยางบริสุทธิ์แบบสบายๆ

ดวงตาหงส์มองไปยังลำแสงที่ปรากฏขึ้น

ด้วยการโบกมือเพียงครั้งเดียว พื้นที่ตรงหน้านางก็สะอาดเหมือนกระดาษเปล่า

จากนั้นนางก้าวไปข้างหน้าและไปปรากฏตัวบนตำหนักเซียน

หากผู้ฝึกตนคนใดเห็นฉากนี้ พวกเขาคงคิดว่ามีความผิดปกติกับอาณาจักรลับโบราณซิงหลิง เพราะมีเพียงผู้ฝึกตนระดับต่ำกว่าหยวนเสินเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าสู่อาณาจักรลับโบราณซิงหลิงได้

แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่หยางบริสุทธิ์จะฉีกช่องว่างทางอากาศได้ในระยะทางไกลเช่นนี้

แต่สตรีนางนี้ดูผ่อนคลายราวกับเดินเล่น

“เมื่อเทียบกับโลกภายนอกแล้วที่นี่ยังสะดวกสบายกว่า” นางถอนหายใจ จากนั้นก้มศีรษะลงและมองไปยังตำหนักเซียน นางเห็นร่างหนึ่งเดินผ่านเมฆหมอกนี้ไป “เห็นแบบนี้แล้วค่อยหมดห่วง”

……

ในตำหนักเซียน

หลงเอ้าก้าวไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ

เขามีพรสวรรค์ด้านนี้มาตั้งแต่เด็ก ตราบใดที่ทำตามความรู้สึกในใจก็จะพบโอกาส บางทีอาจไม่ใช่พรสวรรค์แต่เป็นชะตาลิขิต

ดังนั้นโอกาสที่คนธรรมดาหาไม่ได้จึงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา

เขาเชื่อมาโดยตลอดว่าเกิดมาเพราะถูกสวรรค์ลิขิตไว้และถูกกำหนดให้เป็นราชาในโลกนี้ เขาจึงโชคดีมาก

ครั้งนี้เขาก็ไม่ผิดหวังเพราะประตูเซียนปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา มันสูงตระหง่าน ดูเป็นอมตะท่ามกลางเมฆหมอก

แต่สิ่งที่แตกต่างกว่าในความคิดคือหลังประตูเซียนที่เปล่งแสงเซียนแห่งนี้มีเพียงความว่างเปล่า ไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้ชัดเจนซึ่งดูเหมือนกำลังกลืนกินทุกสิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัว

เขาหยุดและจ้องมองที่ประตูเซียนตรงเบื้องหน้าที่คล้ายจะแฝงความอันตรายอยู่ลึกๆ แต่เขาไม่ตื่นตระหนกเลย

“อันตรายทั้งปวง ข้าหลงเอ้าจะทำลายด้วยหมัดเดียว!”

ดวงตาของหลงเอ้ามั่นคงและมั่นใจ เขาก้าวเข้าไปในประตูเซียนทันที

พื้นที่ทับซ้อนกันและความรู้สึกสับสนเกิดขึ้นราวกับว่าเขากำลังผ่านระลอกคลื่น

ภาพที่มีแต่หมอกตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น

หลังประตูเซียนบานนี้มีโลกใบเล็กอยู่

เท้าของหลงเอ้าเหยียบพื้นและดวงตามองไปรอบๆ

มี ‘สือตวน’ (บล็อกหินแกะสลักใช้เป็นที่นั่ง) นับไม่ถ้วนวางอยู่บนที่ราบอันโดดเดี่ยว ไกลออกไปจะเห็นเงาของตำหนักเซียนปรากฏขึ้นที่ปลายสายตา ดูเหมือนไกลแต่ยังใกล้

ตำหนักเซียนอันเงียบสงบแห่งนี้คล้ายถูกแยกออกจากโลกใบเล็ก ดูเป็นอิสระโดยสิ้นเชิง

ไม่สิ! ไม่ถูกต้อง!

นัยน์ตาของหลงเอ้าหดเกร็ง

ตำหนักเซียนเป็นแก่นแท้ของโลกใบเล็กนี้เลยมากกว่า

ตำหนักเซียนปรากฏอยู่เหนือกาลเวลาและพื้นที่ มันมองลงมาราวกับสวรรค์อันเป็นนิรันดร์และมีโลกใบเล็กวิวัฒนาการอยู่รอบตัว

โอกาสอยู่ที่ตำหนักเซียนแห่งนี้!

หลงเอ้าดีใจมากและเดินไปทีตำหนักเซียนทันที

ณ ขณะนี้

ครืน ครืน!

หลงเอ้าได้ยินเสียงสั่นสะเทือนและสือตวนที่ตั้งเรียงรายเคลื่อนตัวเข้ามาล้อมรอบหลงเอ้าทันที

ที่แท้สือตวนเหล่านี้คือหุ่นเชิดที่กำลังนั่งก้มหัวอยู่ ในเวลานี้พวกมันรู้สึกถึงลมหายใจของคนแปลกหน้าจึงตื่นขึ้นมา

หุ่นเชิดระดับมิ่งตานหลายร้อยตัวเช่นนี้ แม้แต่หยางบริสุทธิ์ธรรมดาได้เห็นก็ยังรู้สึกตกตะลึง

มิหนำซ้ำยังมีรัศมีหยางบริสุทธิ์ปะปนอยู่ด้วย

นี่คืออันตรายที่หลงเอ้าไม่เคยกลัว

เมื่อเห็นหุ่นเชิดที่เข้ามาเหล่านี้ หลงเอ้ายังไม่สั่นสะท้าน

“แค่หุ่นเชิด มีสิ่งใดให้กลัว!”

เขาส่งเสียงคำรามยาวนานและเรียกหอกบรรพชนมังกรออกมาเผชิญหน้ากับศัตรู แต่ทันใดนั้นเขาเพิ่งจำได้ว่าหอกบรรพชนมังกรของเขาได้หนีตามหอกเพศผู้ไปแล้ว

ใบหน้าของเขามืดลงทันใด “แม้ไม่มีหอกบรรพชนมังกรแล้ว ข้ายังสามารถทำลายล้างหุ่นเชิดเหล่านี้ได้!”

“เก้ากระบวนเทพมังกร!”

เขาได้เจอโอกาสที่ซ่อนอยู่ตรงหน้าแล้ว แน่นอนว่าเขาไม่สามารถถอยกลับได้

แม้ไม่มีหอกบรรพชนมังกร แต่ร่างกายของมังกรก็เทียบเท่ากับอาวุธเวทที่ได้รับการขัดเกลามานับพันครั้งซึ่งเป็นอาวุธสังหาร

จึงไม่มีปัญหาในการจัดการกับหุ่นเชิดหลายร้อยตัว

ครึ่งชั่วยามต่อมา

หลงเอ้ากระอักเลือดออกมาเต็มปากและเหยียบย่ำหุ่นเชิดหยางบริสุทธิ์ตัวสุดท้าย ใบหน้าของเขาช้ำและบวม กระนั้นยังเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

“หากข้าไม่สูญเสียหอกบรรพชนมังกรไป พวกเจ้าไม่มีทางได้เย่อหยิ่งขนาดนี้!”

ในบรรดาหุ่นเชิดเหล่านี้ไม่มีตัวใดที่จัดการได้ง่ายและหุ่นเชิดหยางบริสุทธิ์หลายตัวยังรู้จักรูปแบบการโจมตีแบบค่ายกลอีกด้วย โชคดีที่เขาบรรลุจุดสูงสุดของหยางบริสุทธิ์ขั้นปลายโดยบังเอิญจึงทำลายค่ายกลนั้นได้สำเร็จ มิฉะนั้นเขาจะถูกค่ายกลกำราบจนตายแน่นอน

หลังจากบรรลุจุดสูงสุดของหยางบริสุทธิ์ขั้นปลายแล้วความมั่นใจของเขายิ่งเพิ่มขึ้น แม้ว่าเขาจะเผชิญกับมนุษย์คนนั้นอีกครั้ง เขาก็มั่นใจว่าจะบดขยี้อีกฝ่ายจนตายโดยไม่ต้องพึ่งหอกบรรพชนมังกร

เมื่อบดขยี้แกนกลางของหุ่นเชิดเหล่านั้นด้วยการกระทืบเพียงครั้งเดียว หลงเอ้าจึงกินยาอายุวัฒนะแล้วเดินหน้าต่อ

ฝั่งตรงข้ามของที่ราบนั้นยังเห็นตำหนักเซียนอยู่สุดสายตาและมีข้อห้ามศักดิ์สิทธิ์หลายชุดบนถนนข้างหน้า

ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เกิดการโจมตีหรือแม้แต่การผนึกจากข้อห้ามศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้

ถนนสู่ตำหนักเซียนดูเหมือนอยู่ไม่ไกล แต่มีบททดสอบมากมาย หลงเอ้าผ่านอุปสรรคทั้งหมดและในที่สุดก็ผ่านการทดสอบจนมาถึงหน้าตำหนักเซียนจริงๆ

“ตำหนักไท่เวย!”

จารึกศักดิ์สิทธิ์แสนเรียบง่ายอยู่เหนือตำหนักเซียนและร่องรอยของอากาศที่วุ่นวายปรากฏออกมา

รูปลักษณ์ที่มีความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลงเอ้า เผ่ามังกรบันทึกว่าเจ้าแห่งตำหนักไท่เวยได้รับการขนานนามว่าเป็นจักรพรรดิสวรรค์ไท่เวยและดำรงอยู่ในระดับบรรลุวิถี ดังนั้นที่นี่คือมรดกจากจักรพรรดิสวรรค์ไท่เวย

แน่นอนว่ามรดกชั้นยอดประเภทนี้คือสิ่งที่อัจฉริยะเช่นเขาสมควรได้รับ

“จักรพรรดิสวรรค์ไท่เวย...ข้าหลงเอ้าอยู่เหนือกว่าทุกคนที่เคยมาเยือนทั้งหมด ข้าจะครองโลก ก่อตั้งตำหนักเซียนมังกรและก้าวสู่ระดับบรรลุวิถี!”

หลงเอ้าแสดงความเย่อหยิ่งพลางเดินเข้าตำหนักไท่เวย

ตำหนักทั้งหลังราวกับถูกแกะสลักจากหยกล้ำค่าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

เสารองรับโดม ด้านบนสลักลวดลายสรรพชีวิตทุกเผ่าพันธุ์ที่เสมือนจริง

ตำหนักทั้งหมดเต็มไปด้วยแสงแห่งเซียนและสมบัติที่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ดวงตาของหลงเอ้าเพ่งความสนใจไปที่บัลลังก์ทั้งสองด้านบนซึ่งมีตราแผ่นดินหยกสองชิ้นใหญ่และเล็กวางไว้

ขณะที่อากาศบริสุทธิ์ไหลเวียน พลังของตราแผ่นดินหยกปรากฏขึ้นราวกับว่ามันสามารถกำราบสวรรค์ได้

ดูเหมือนเป็นตัวแทนของอำนาจจักรพรรดิสวรรค์ด้วย แค่ได้กลิ่นอายก็ทำให้ผู้คนอยากสักการะ

จบบทที่ ตอนที่ 198 หลงเอ้าเทพเจ้าแห่งโชคชะตา

คัดลอกลิงก์แล้ว