- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 172 ความทะเยอทะยานของอันหรัน
ตอนที่ 172 ความทะเยอทะยานของอันหรัน
ตอนที่ 172 ความทะเยอทะยานของอันหรัน
ตอนที่ 172 ความทะเยอทะยานของอันหรัน
ถังชวนหนีไปด้วยความตื่นตระหนก เขายกมือปิดตาซ้ายและล้มลงอย่างแรงที่ริมลำธาร
ในเวลานี้เขาดูแก่เป็นพิเศษด้วยเส้นผมสีขาว พลังวิญญาณทั่วร่างกายลดลงจนสุดขีดและเขาเกือบจะหลุดออกจากจื่อฝู่
เขาต้องจ่ายราคาหนักหน่วงสำหรับการฝืนใช้ทักษะหลบหนีแห่งเทพทะเลครามสองครั้งติดต่อกัน
ในชีวิตนี้เขาไม่เพียงแต่ไม่สามารถใช้สัตว์ปีศาจทั้งสองมาฟื้นฟูสายเลือดเท่านั้น แต่ดวงตาข้างซ้ายของเขายังถูกทำลายและอายุขัยลดลงมาก
ยิ่งเกิดความผิดพลาดขึ้นมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเกลียดชังมากขึ้นเท่านั้น
“หน่วยวิหคดำสารเลว! พยัคฆ์ดำชาติชั่ว!”
ฝ่ายหนึ่งลอบโจมตีเมื่อเขาออกจากหุบเหวมรณะและอีกฝ่ายฆ่าสัตว์ปีศาจที่ควรจะสังเวยให้เขา!
ยังมีเสี่ยวปา...
เขาจะส่งคนพวกนั้นไปสู่ความตายทั้งหมด!
“เทพราชาองค์นี้จะทำให้พวกเจ้าต้องชดใช้!”
……
ตระกูลลู่ ซือเนี่ยนกูตื่นนอนด้วยความสดชื่น
ภาพแรกที่นางเห็นเมื่อลืมตาคือคนเผด็จการ ทว่าอารมณ์ของนางกลับสงบลงเพียงได้เห็นหน้าเขา
นางเอื้อมมือไปหาเขาโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นนางก็ตระหนักได้ว่ามีความผิดปกติและใบหน้าของนางแดงก่ำ เหตุใดนางถึงไว้วางใจซูอันเร็วขนาดนี้
“หมูน้อยขี้เซาตื่นแล้วหรือ” ซูอันค่อยๆ อุ้มนางขึ้นจากเตียง
ร่างกายที่บอบบางของนางหลุดออกจากผ้าห่ม เผยให้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามและน่าหลงใหล แต่มีเพียงซูอันเท่านั้นที่ได้มอง
“มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรือไง” ซือเนี่ยนกูพิงไหล่ของซูอันด้วยความแง่งอน
เมื่อคืนเขารังแกนางหลายต่อหลายครั้ง
ทำให้นางรู้สึกวาบหวามไปทั้งตัว
“เชิญตำหนิข้าได้เลย” ซูอันช่วยซือเนี่ยนกูแต่งตัวแบบที่เขาแทบไม่เคยทำให้ใครมาก่อน
เขาเล่นกับร่างกายที่บอบบางและไร้ความต้านทานของหญิงสาว ช่วยใส่ถุงเท้าและกางเกงขายาวให้นาง สุดท้ายสวมชุดสีเหลืองอ่อนซึ่งปกปิดทั้งตัวของนางไว้มิดชิด
“ข้าจัดเตรียมห้องและของใช้ให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว ย้ายไปที่จวนโหวได้เลย”
“อืม” ซือเนี่ยนกูพยักหน้าด้วยความเชื่อฟัง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยภาพของซูอัน ยืนยันแล้วว่านางชอบญาติผู้น้องคนนี้จริงๆ
ซูอันเก็บเตียงด้วยท่าทางคล่องแคล่ว มันเป็นเตียงที่เปื้อนไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ของพวกเขาเมื่อคืนนี้
“จริงสิ ข้าได้จัดการปล่อยตัวพ่อแม่ของเจ้าแล้ว”
สำหรับเขาแล้วการปล่อยคนในตระกูลซือเป็นเพียงเรื่องของคำพูดเดียวเท่านั้น แต่การคืนทรัพย์สินของครอบครัวที่ถูกยึดไปนั้นไม่มีทาง
แต่เมื่อเทียบกับตระกูลเหล่านั้นที่ยังอยู่ในคุก คนของตระกูลซือถือว่าโชคดีมากแล้ว
“ขอบคุณนะ” ใบหน้าที่สดใสของหญิงสาวแสดงความขอบคุณด้วยใจจริงและนางเริ่มกอดซูอันก่อน
“ไม่จำเป็นต้องพูดคำขอบคุณ” ซูอันคว้าบั้นท้ายของหญิงสาวไว้ข้างหนึ่งแล้วพูดว่า “ลืมที่ข้าสอนแล้วหรือว่าเจ้าควรแสดงความขอบคุณอย่างไร?”
“ก็~ตอนนี้ยังทำไม่ได้”
ใบหน้าของซือเนี่ยนกูแดงเรื่อ นางจับท้องและส่ายแขนของซูอันด้วยท่าทางออดอ้อน “หลังจากที่ข้าได้พักผ่อนแล้วจะขอบคุณเจ้าให้ถูกต้องเลย”
เมื่อต้องทำตัวแบบนี้นางรู้สึกเขินอายมากเช่นกัน
นางไม่เคยทำตัวเช่นนี้มาก่อน
“ดี อย่าผิดคำพูดล่ะ”
หลังจากได้ลิ้มรสริมฝีปากอ่อนนุ่มของหญิงสาวแล้วซูอันจึงยอมปล่อยนาง
“ไปกันเถอะ กลับบ้านกับข้า”
……
ในจวนโหว เมื่อเห็นซูอันพาผู้หญิงอีกคนกลับมาด้วย ทันใดนั้นเยี่ยหลีเอ๋อร์ก็รู้สึกถึงวิกฤติในใจ
แต่เมื่อนางเห็นว่าหญิงสาวเดินด้วยท่าทางไม่สบายตัวและยกมือกุมท้องไว้ด้วย นางจึงผ่อนคลายลง
ที่แท้ก็เป็นแค่มือใหม่อีกคน
ส่วนสาวใช้แบบอันหรันนั้นไม่ได้คิดมากเลย เพราะหลังได้รับรางวัลมากมายจากระบบจึงทำให้พลังวิญญาณของนางถึงระดับผันวิญญาณแล้ว นางสามารถฝึกฝนพลังเวทได้แล้วจึงกำลังเพลิดเพลินกับการเรียนรู้พลังเวทและไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีก
“ข้ามีความสามารถโดยกำเนิด รับรองว่าจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้แน่!”
นางดำเนินการร่ายคาถาและผลไม้ชนิดหนึ่งในจานผลไม้บนโต๊ะก็ลอยมาอยู่ในมือของนาง
ยังมีเคล็ดวิชาโผทะยานที่ทำให้นางบินได้แบบทุลักทุเล
แม้ว่าจะบินได้ช้าและสั่นคลอน แต่การบินครั้งแรกของนางยังคงทำให้นางมีความสุขมาก
“ฮ่าฮ่า ใครคือผู้ที่อยู่สูงสุดของเส้นทางอมตะ เมื่อได้เห็นข้าอันหรันก็ต้องหวาดกลัว เพราะข้าคือท่านเซียนอันหรันผู้ยิ่งใหญ่ มีพลังเวทอันไร้ขอบเขต หากฝึกตนไปเรื่อยๆ ข้าจะบรรลุเส้นทางจักรพรรดิและปราบปรามศัตรูทั้งหมด!”
“เฮอะ รอก่อนเถอะซูอัน! เจ้ากล้าสั่งข้าได้อย่างไร จักรพรรดิให้เจ้าหยามเกียรติได้หรือ!”
“ถ้าเจ้ากล้าก้าวมาข้างหน้าอีกเพียงก้าวเดียว ระวังจะล้มหน้าทิ่มพื้น...ปัง!”
“ไอโหยว!”
เนื่องจากภูมิใจเกินไปและพลังยังไม่เสถียรจึงทำให้เสียหลัก
ใบหน้าที่งดงามของท่านเซียนอันหรันแนบสนิทกับพื้น
โชคดีที่ร่างกายในระดับผันวิญญาณไม่ธรรมดาอีกต่อไป มิฉะนั้นนางอาจจะเสียโฉมทันที
“อันหรัน เจ้าควรฝึกฝนทีละขั้นตอน อย่าใจร้อน” มีน้ำเสียงอ่อนโยนดังมาจากด้านข้าง เป็นถังซืออวิ๋นที่มาเยือนตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ นางกำลังมองอันหรันบนพื้นพลางยกมือปิดปากหัวเราะ
“อา พี่ซืออวิ๋น!” อันหรันตบฝุ่นบนร่างกายแล้วรีบลุกขึ้น ใบหน้าของนางแดงก่ำ ตอนนี้นางอยากหารอยแยกบนพื้นเพื่อมุดหนีลงไปเพราะพี่ซืออวิ๋นมาเห็นภาพน่าอายของนาง!
ยังมีคำพูดเหล่านั้น...
“ไม่ต้องห่วง เมื่อครู่ข้าไม่ได้ยินอะไรเลย” ถังซืออวิ๋นยิ้มให้นาง
ทั้งคู่อาศัยอยู่ในจวนโหวและครั้งหนึ่งอันหรันเคยขอคำแนะนำในการฝึกตนจากนาง นับจากนั้นทั้งสองจึงคุ้นเคยกัน แม้ว่าอันหรันจะมีบุคลิกแปลกๆ ในขณะที่นางมีนิสัยเงียบกว่า แต่พวกนางก็เข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ
เมื่อได้ยินคำพูดของถังซืออวิ๋นแล้วใบหน้าของอันหรันแดงมากขึ้น “พอเถอะพี่ซืออวิ๋น หยุดพูดได้แล้ว!”
หากยังพูดต่อ นางจะมุดดินหนีแล้วจริงๆ
“ตกลง ตกลง ไม่พูดแล้ว”
ทั้งสองนั่งบนเก้าอี้หินโดยที่ดวงตาของถังซืออวิ๋นยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มไม่จางหาย
นางไม่รู้ว่าสาวน้อยคนนี้ไปเรียนรู้คำศัพท์สกปรกมากมายจากที่ใด เมื่อฟังครั้งแรกมันค่อนข้างตรงไปตรงมาจริงๆ
“พี่ซืออวิ๋น เจ้าคิดว่าหากข้าฝึกฝนจนถึงจุดที่เพียงโบกมือแล้วสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้จะต้องใช้เวลากี่ปี?”
อันหรันเชิดคางขึ้นแล้วมองถังซืออวิ๋นด้วยความกระตือรือร้นและดวงตาที่เปี่ยมด้วยความปรารถนา
นางเดินทางข้ามเวลามาแล้วนางจะใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆ ได้อย่างไร
“...” ถังซืออวิ๋นมองสาวน้อยคนนี้ด้วยสายตาเหลือเชื่อ
ความทะเยอทะยานของหญิงสาวนั้นค่อนข้างยิ่งใหญ่ หากต้องการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ อย่างน้อยจะต้องอยู่ในระดับหยวนเสิน แม้ว่าถังซืออวิ๋นไม่มีความรู้เรื่องการบรรลุหยวนเสินนัก แต่ถ้าเป็นคุณชายก็น่าจะทำได้ไม่ยาก
“ประมาณห้าหรือหกร้อยปีกระมัง” นางพูดตัวเลขด้วยความไม่ตั้งใจและไม่ต้องการสั่นคลอนความมั่นใจของน้องสาว
“ห้าหรือหกร้อยปี นานมาก!” ใบหน้าของอันหรันมืดลงทันที
นางเพิ่งจะอายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น สำหรับเวลาห้าหรือหกร้อยปีนั้นยาวนานกว่าชาติก่อนของนางถึงสามสิบเท่า กว่านางจะกลายเป็นเทพเซียนที่ไร้ผู้ใดเทียบเทียมและครองโลก นางจะต้องใช้เวลานานเท่าใด!
สาวน้อยเม้มปาก “ข้าหวังว่าตัวเองจะก้าวหน้าแม้เพียงยามนอนหลับ! หากตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นเซียนที่ไม่มีใครเทียบได้ก็คงจะดีเหลือเกิน ตอนนั้นข้าจะสั่งให้นายท่านนวดและรินชาให้ข้า”
“เจ้าน่ะฝันกลางวัน!” ถังซืออวิ๋นกลอกตาใส่อันหรันและใช้นิ้วจิ้มแก้มนุ่มนวลของนาง
นางยังไม่เคยคิดเรื่องให้คุณชายนวดเลยด้วยซ้ำ
คิ~ตอนนี้นางลองจินตนาการดูก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย
“เฮ้ ใครบอกว่ามนุษย์ห้ามเพ้อฝันล่ะ” อันหรันทำหน้าบูดบึ้ง
กล้ามาจิ้มแก้มของนางเช่นนี้ รอให้นางได้เป็นจักรพรรดิก่อนเถอะ นางจะให้พี่ซืออวิ๋นเป็นสาวใช้เหมือนกัน
ยังมีนายท่านและเยี่ยหลีเอ๋อร์ ทั้งสองคนไปดูดอกไม้เต้นระบำโดยไม่พานางไปด้วย ช่างแล้งน้ำใจสิ้นดี เมื่อถึงเวลานั้นนายท่านจะกลายเป็นนายบำเรอและเยี่ยหลีเอ๋อร์จะกลายเป็นสาวใช้ล้างเท้า
ทุกคนต้องคอยรับใช้อันหรันผู้ยิ่งใหญ่
อิอิ ใครใช้ให้นายท่านหล่อขนาดนี้กันล่ะ เขาจึงได้เป็นหมอนสุดพิเศษของท่านเซียนอันหรันนั่นเอง
แต่นางไม่ได้สังเกตเห็นว่าวงล้อแห่งการกลับชาติมาเกิดที่อยู่ในกระเป๋าแขนเสื้อของนางสว่างขึ้น
……