เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 157 กำเนิดอีกาทอง

ตอนที่ 157 กำเนิดอีกาทอง

ตอนที่ 157 กำเนิดอีกาทอง


ตอนที่ 157 กำเนิดอีกาทอง

“ถ้ากินสิ้นเปลืองขนาดนี้ ข้าจ่ายไม่ไหวหรอก เช่นนั้นโยนเจ้าทิ้งดีกว่า” ซูอันแกล้งทำเป็นคิด

“ไม่ได้!” ทันใดนั้นเสี่ยวไป๋ก็ตื่นตระหนกและคว้าแขนของซูอันไว้ด้วยสองมือ “เจ้าหนุ่มคนดี เจ้าบอกว่าจะเลี้ยงดูข้าตั้งแต่แรก ดังนั้นอย่าผิดคำพูด!”

เมื่อเห็นสีหน้าไม่สะทกสะท้านของซูอัน นางก็รู้สึกตื่นตระหนกยิ่งขึ้น

“ถ้าแย่ที่สุด...แย่ที่สุดคือข้าจะกินน้อยลง ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าจะสิ้นเปลืองยาอายุวัฒนะหรอกนะ ถึงอย่างไรราชันอสูรก็จะอยู่กับเจ้า!”

ในตอนท้ายของการแสดง นางดูเศร้าใจจริงๆ และมีน้ำตาแวววาวตรงมุมหางตาด้วย

นางเคยชินกับการเป็นมังกรไร้ประโยชน์ข้างกายซูอันไปแล้ว ยิ่งกว่านั้นคือคนเลวคนนี้พรากรากฐานหยวนอินของนางไป แล้วจะพูดว่าทิ้งนางได้อย่างไร

“เอาล่ะ เอาล่ะ ไม่ทิ้งหรอก ข้าแค่ล้อเล่น”

เมื่อเห็นว่านางกังวลมากจริงๆ ซูอันจึงไม่ได้แกล้งนางอีกต่อไป

เขาวางเสี่ยวไป๋ลงพลางยกมือลูบศีรษะของนางแล้วหยิบยาออกมาสองขวด

“เจ้าเป็นมังกรของข้าและเจ้าจะเป็นมังกรของข้าตลอดไป อย่าคิดหนีด้วยล่ะ”

“มนุษย์ชายสารเลว!” ในที่สุดเจ้าตัวน้อยก็หยุดร้องไห้แล้วกระโดดสุดตัวเพื่อกอดศีรษะของซูอันไว้เหมือนลูกลิงและยังลูบผมเขาด้วย

เจ้าตัวเล็กดูประทับใจมากเป็นพิเศษ

“ตกลงกันแล้วนะ อย่าทิ้งข้าไปเด็ดขาด...”

เสียงเบาไปหน่อยแต่ก็ได้ยินชัดเจน

เยี่ยหลีเอ๋อร์ที่มองอยู่ข้างๆ กัดฟันกรอด “หน้าด้าน!”

หน้าด้านที่สุด!

สัตว์อสูรตัวนี้อายุตั้งเท่าไรแล้วยังทำตัวเหมือนเด็กที่ต้องคอยพึ่งพาแต่พี่อัน

ที่สำคัญกว่านั้นคือเมื่อมองเจ้าตัวเล็กเช่นนี้ก็จะเห็นว่าหน้าอกใหญ่กว่าของนาง!

เกลียดนัก!

สามสิบปีอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำ สามสิบปีอยู่ทางตะวันตก อย่าได้ใจเกินไป!

นางยังเด็กอยู่และยังมีเวลาให้เติบโต!

เสี่ยวไป๋ยุ่งวุ่นวายอยู่พักหนึ่งแล้วจากไปพร้อมขวดยา เมื่อซูอันหันมามองอีกครั้งจึงเห็นเยี่ยหลีเอ๋อร์ก้มหน้ามองหน้าอกของตนด้วยสีหน้าหงุดหงิดและท้อแท้

เขาเข้าใจทันทีและบีบแก้มนิ่มๆ ของเยี่ยหลีเอ๋อร์ “ไม่เป็นไร เล็กๆ ก็น่ารักเหมือนกัน”

“จริงหรือ?”

“จริง! บางครั้งสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็กลายเป็นทรัพยากรที่หายากมากนะ” อย่างน้อยที่สุดในบรรดาผู้หญิงปัจจุบันของซูอันก็ไม่มีใครอายุน้อยกว่าเยี่ยหลีเอ๋อร์

เมื่อได้ยินคำตอบของซูอัน ความหดหู่ใจของเยี่ยหลีเอ๋อร์หายไปทันที นางก้าวไปข้างหน้าเพื่อจับมือของเขาไว้พลางอิงแอบซูอันเหมือนนกน้อยเปี่ยมสุข

“พี่อัน พวกเราไปดูดอกไม้เต้นระบำกันเถอะ” นางทนรอไม่ไหวอีกต่อไป

ซูอันกำลังจะพยักหน้า...

“นายท่าน!”

เสียงแผ่วเบาดังมาจากด้านนอกลานและทำให้ใบหน้าของเยี่ยหลีเอ๋อร์มืดลง

ใครอีกล่ะ!

นางแค่อยากพาพี่อันไปที่ห้องเพื่อดูดอกไม้เต้นระบำ เหตุใดมันจึงยากนัก

แน่นอนว่าผู้มาเยือนรายนี้คืออันหรัน นางเดินเข้ามาพร้อมถือถาดน้ำชาด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ

หลังจากที่นางเปลี่ยนมาสวมชุดสีน้ำเงินขาวแล้วยิ่งทำให้ความงามแต่เดิมใกล้เคียงกับเทพธิดาผู้สถิตบนจันทรามากขึ้น

ดูเย็นชาแต่อ่อนโยน

แต่นี่เป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

“ระบบ มาตกลงกันก่อนว่าหลังจากนี้ภารกิจที่สองจะไม่แปลกประหลาดอีก!” หญิงสาวพูดกับระบบด้วยความดุเดือดในใจ

[โฮสต์ไม่ต้องกังวล ภารกิจที่สองไม่ต้องใช้ร่างกาย]

หลังจากได้รับการยืนยันจากระบบ ความตึงเครียดของอันหรันจึงผ่อนคลายลง นางวางถาดน้ำชาไว้บนโต๊ะหินแล้วรินชาที่ชงเสร็จใหม่ๆ ลงในถ้วยชา

การเคลื่อนไหวนั้นสง่างาม มีหมอกจางๆ ลอยออกจากปากถ้วยชายิ่งส่งเสริมให้นางเหมือนเทพธิดาที่ลอยออกจากถ้วยชาและเต้นรำด้วยความสง่างาม

“นายท่านกลับจากเดินเล่นแล้วคงจะเหนื่อย บ่าวจึงชงชาสำหรับนายท่านโดยเฉพาะเจ้าค่ะ”

คำพูดที่นอบน้อมอ่อนหวานและการดูแลเอาใจใส่นี้ทำให้หัวใจของเยี่ยหลีเอ๋อร์เต้นแรง นางมองไปที่อันหรันด้วยความระมัดระวังมากขึ้นอีก

คนผู้นี้คือศัตรูชั่วชีวิตของข้าเยี่ยหลีเอ๋อร์!

“มีน้ำใจจริงๆ” ซูอันหยิบถ้วยชาจากอันหรันไปจิบ

กลิ่นชาจางๆ หอมฟุ้งเต็มปากและจมูก ให้ความรู้สึกหอมมากกว่าชาที่ชงโดยสาวใช้ทั่วไป

เมื่อเห็นเช่นนี้คิ้วของอันหรันเลิกขึ้น

ภารกิจเสร็จสิ้น!

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจเสิร์ฟชาสำเร็จและได้รับรางวัล : ‘คัมภีร์หัวใจซู่หนู่ (ภาคต้น)’]

[ภารกิจที่สองได้เริ่มต้นขึ้น โปรดแจ้งให้นายท่านทราบด้วยน้ำเสียงจริงใจที่สุดว่าต้นไม้เล็กๆ ในเรือนของโฮสต์กำลังแตกกิ่ง รางวัลคือ ‘คัมภีร์หัวใจซู่หนู่ (ภาคจบ)’]

ตามที่คาดไว้ว่าระบบกลับมาพร้อมภารกิจที่สอง

โชคดีที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีความผิดปกติกับภารกิจที่สองนี้ แต่นางไม่รู้ว่าเหตุใดต้องบอกนายท่านว่าเช่นนั้น

แม้ว่านางจะสับสน แต่เพื่อรับรางวัลอันหรันยังคงเลือกที่จะทำภารกิจ

“จริงสินายท่าน ต้น...ต้นไม้เล็กๆ ในเรือนข้ากำลังแตกกิ่ง” นางพยายามทำให้น้ำเสียงจริงใจมากขึ้น

“?” เยี่ยหลีเอ๋อร์มองอันหรันด้วยความตกตะลึง

คนผู้นี้กล้าลอกบทของนางต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร

คนผู้นี้เพิ่งมาที่นี่ได้ไม่กี่วัน กล้าดีอย่างไรมาทำแบบนี้

จากนี้ไปนางจะไม่ปล่อยให้อันหรันช่วยมัดเชือกอีกแล้ว

เมื่อนึกถึงฉากที่ตัวเองเหมือนช่วยผลักดันอันหรันด้วยซ้ำ เยี่ยหลีเอ๋อร์จึงส่ายหัวแรงๆ

ไม่ได้ ประมาทไม่ได้!

ความเหิมเกริมเช่นนี้จะต้องป้องกัน!

นางเขย่าแขนของซูอันเบาๆ และใบหน้าที่มีเสน่ห์แต่เดิมยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้น “พี่อันไปชมดอกไม้ด้วยกันเถอะ ดอกไม้ในห้องของข้าเต้นระบำเก่งมากนะ”

“ดอกไม้นั้นยังเต้นระบำ...เปลื้องผ้าได้ด้วย” ขณะที่พูดนางกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ใบหน้าที่บริสุทธิ์เต็มไปด้วยกามโลกีย์

ครั้งนี้นางเตรียมของดีไว้เป็นพิเศษ!

“มีดอกไม้ชนิดนี้ด้วยหรือ ข้าขอไปดูด้วยได้ไหม?” อันหรันได้ยินแล้วจึงถามด้วยความตื่นเต้น

สมกับเป็นโลกที่ใครๆ ก็สามารถบ่มเพาะความเป็นเซียนได้ มีแม้กระทั่งดอกไม้เต้นระบำด้วย

เยี่ยหลีเอ๋อร์ “...”

“อะแฮ่ม เอาล่ะ ข้าจะไปดูดอกไม้ ส่วนอันหรันรีบกลับไปฝึกตนเถอะ” ซูอันขัดจังหวะการสนทนาที่ไม่ลงรอยระหว่างทั้งสอง

หากยังพูดคุยกันต่อ เกรงว่าเยี่ยหลีเอ๋อร์จะระเบิดโทสะที่น่ากลัวออกมา

……

เผ่าปีศาจ อาณาจักรลับหยางกู่

ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ยืนต้นอยู่ ณ ใจกลางอาณาจักรลับ

เมื่อมองลงไปจะไม่เห็นเบื้องล่างเนื่องจากกิ่งก้านของต้นไม้แผ่ขยายหนาทึบจนก่อตัวเป็นท้องฟ้าของอาณาจักรลับทั้งหมด ราวกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ค้ำจุนท้องฟ้าเอาไว้

นี่คือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ฝูซางของตระกูลอีกาทอง

เวลานี้ ณ ใจกลางของยอดต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ฝูซางปรากฏดวงอาทิตย์สีทองขนาดใหญ่ส่องแสงอยู่บนนั้น พ่นเปลวไฟลุกโชนออกมาราวกับว่าเป็นศูนย์กลางของโลก

ส่วนอื่นๆ ของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ฝูซางที่เหลือก็แต้มด้วยสีสันของ ‘ดวงอาทิตย์’ ด้วย

ผ่านเวลาแล้วเวลาเล่า ดวงอาทิตย์เหล่านั้นแยกออกทีละดวงและอีกาทองบินออกจากด้านในด้วยสีหน้าเสียใจ หลังจากถูกเคลื่อนย้ายโดยอาณาจักรลับครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายจึงมีเพียงดวงอาทิตย์สีทองที่อยู่ตรงกลางเท่านั้น

ไม่รู้ว่ามันใช้เวลานานเท่าไรจึงจะเหลือเพียงดวงอาทิตย์สีทองหนึ่งเดียวในอาณาจักรลับ

แสงและความร้อนที่ปล่อยออกมาทวีความรุนแรงมากขึ้น

ทำให้อาณาจักรลับทั้งหมดเหมือนถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีทองอ่อน

ประหนึ่งว่าตะวันสีทองนี้กำลังจะขึ้นสู่ท้องฟ้าจริงๆ และกลายเป็นตะวันนิรันดร์ที่ส่องแสงไปทั่วโลก

เปลวเพลิงสีทองที่ลุกโชนของดวงอาทิตย์ก็ลุกไหม้โชติช่วง

เสียงวิหคขับร้องก้องกังวาน

ดวงอาทิตย์สีทองนี้ไม่แตกสลายเหมือน ‘ดวงอาทิตย์’ อื่นๆ ตามส่วนต่างๆ ของต้นไม้ แต่กลับค่อยๆ หดตัวลง

จุดดำในดวงอาทิตย์สีทองชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันและนั่นคืออีกาทอง

ขนสีเข้มเรียบเนียนและงดงามเปล่งประกายสีทอง ดวงตาสีทองสดใสเผยให้เห็นความสง่างามที่ไม่มีใครเทียบได้และอาณาจักรลับทั้งหมดส่งเสียงสดุดีคล้ายประกาศว่านางเป็นจักรพรรดิแห่งอีกาทอง

จบบทที่ ตอนที่ 157 กำเนิดอีกาทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว