- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 145 รางวัลคือระบบย่อย
ตอนที่ 145 รางวัลคือระบบย่อย
ตอนที่ 145 รางวัลคือระบบย่อย
ตอนที่ 145 รางวัลคือระบบย่อย
“ท่านพ่อ!” ทันใดนั้นเสียงของถังชวนก็ดังขึ้น เขากัดฟันและจ้องมองถังต้าฉุย “ท่านแม่ถูกฆ่าตายใช่หรือไม่?”
เพียะ!
ถังต้าฉุยตบหน้าถังชวนฉาดใหญ่และพูดด้วยท่าทางโมโห “ข้าบอกแล้วว่ายังไม่ถึงเวลาที่เจ้าควรรู้”
“ข้า ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ”
ถังชวนยกมือกุมหน้า แต่นอกจากไม่มีความขุ่นเคืองใจ ตรงกันข้ามกลับมีความอบอุ่นแฝงอยู่
นี่คือความรักของพ่อ!
เขาเริ่มไม่พอใจคนที่สังหารมารดามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาควรจะได้รับความรักจากพ่อแม่พร้อมกัน!
ถังต้าฉุยพยักหน้าด้วยความพอใจ “ข้าจะพาเจ้าไปอีกที่หนึ่ง เพราะตอนนี้ระดับพลังวิญญาณของเจ้ายังต่ำเกินไป”
“แต่ท่านพ่อ เสี่ยวปา นาง...” ถังชวนลังเลใจ
ใบหน้าของถังต้าฉุยแข็งกระด้าง เขาทำได้เพียงตะโกนด้วยความเฉียบขาด “แม้ว่าเจ้าจะพบนาง แต่ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเจ้าก็ปกป้องนางไม่ได้! เสี่ยวปาของเจ้าหลงทางในเมืองหลวง คงมีคนเก็บนางไปเป็นสัตว์เลี้ยงแล้ว รอให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นก็จะตามหานางได้แน่”
หลังจากถูกเตือนสติ ถังชวนจึงระงับความคิดในการตามหาเสี่ยวปาไว้ชั่วคราว
“เสี่ยวปารอข้าก่อนนะ ข้าจะกลับไปรับเจ้าแน่ และคนที่เก็บเสี่ยวปาไว้ เจ้าควรดูแลเสี่ยวปาให้ดี มิฉะนั้นข้าไม่ไว้ชีวิตเด็ดขาด!” ถังชวนมองไปในทิศทางของเมืองหลวงด้วยความคิดที่เต็มไปด้วยความรุนแรง
“ไปกันเถอะ” ถังต้าฉุยตบไหล่ถังชวน
“ขอรับท่านพ่อ” ถังชวนเดินตามหลังบิดาไปทันที
ทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยถึงเพื่อนร่วมสถาบันที่ยังอยู่ในเมืองหลวงเลย ราวกับว่าลืมพวกเขาไปแล้ว
……
“เร็ว จับตัวผู้สมรู้ร่วมคิดกับฆาตกรให้หมด!”
หัวหน้าสำนักมือปราบมีใบหน้าที่มืดมน เขามองหวังต้ากังและบรรดานักเรียนของสถาบันลู่ผีไกว้ด้วยสีหน้าไร้ความปรานี
ปล่อยให้นักโทษถูกชิงตัวต่อหน้าผู้สูงศักดิ์ แม้ว่านักโทษจะถูกหยางบริสุทธิ์ชิงตัวไปก็ตาม แต่ถือเป็นความบกพร่องในหน้าที่ของเขาเช่นกัน ดังนั้นเขาต้องจับแพะรับบาปสองสามตัวเพื่อชดเชย
อาจารย์ที่เคยตะโกนว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์อะไรนั่นก็ไม่ถูกละเว้น
“ไม่ถูกต้อง พวกเราไม่ได้ก่ออาชญากรรมใดๆ เหตุใดจะต้องมาจับพวกเราด้วย!”
“ข้าเป็นอาจารย์และเป็นปรมาจารย์ด้านทฤษฎีเชิงปฏิบัติ พวกท่านโปรดเคารพด้วย!”
เมื่อถูกเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งจับและล่ามไว้ พวกหวังต้ากังจึงอดตะโกนเถียงไม่ได้
เพียะ เพียะ เพียะ!
หัวหน้าสำนักมือปราบรู้สึกรำคาญจึงตบปากหวังต้ากังหลายทีและยังเตะเสยคางของหวังต้ากังอีกสองครั้ง
“ถุย อาจารย์กากๆ ถ้าข้าบอกว่าเจ้าก่ออาชญากรรม แสดงว่าเจ้าก่ออาชญากรรม เจ้าไม่เข้าใจว่าตัวเองขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือ!”
นักเรียนของลู่ผีไกว้อีกสามคนหุบปากทันที
พวกเขาไม่ใช่ถังชวนย่อมไม่กล้าเผชิญหน้ากับคนของราชสำนัก
เจ้าอ้วนรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรมมากยิ่งขึ้น พวกเขาเพิ่งมาถึงเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมการประลอง แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับอาชญากร
พี่ชวน...ไม่สิ ถังชวนไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ หลังจากฆ่าคนแล้วก็ถีบหัวส่งพวกเขา ส่วนตัวเองหนีหายไป ปล่อยให้พวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อรับผิดแทน
“นำตัวไป!” หัวหน้าสำนักมือปราบโบกมือแล้วมีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งพาคนเหล่านี้ออกไป
เหตุการณ์ที่พวกสถาบันลู่ผีไกว้เผชิญนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดความปั่นป่วนใดๆ เป็นเพียงการที่สถาบันไม่โดดเด่นหายไปจากทีมที่เข้าร่วมงานประลองเท่านั้น
ไม่นานหลังจากที่พวกหวังต้ากังถูกจับตัวไป บุปผามรณะที่ถูกส่งออกไปก็กลับมาหาซูอันเช่นกัน
“เรียนนายท่าน ตามคำสั่งของนายท่าน บัดนี้แหล่งรวมดอกสายน้ำผึ้งขนาดใหญ่หลายแห่งถูกทำลายหมดแล้ว”
ซูอันเหลือบมองที่แผงระบบ แน่นอนว่ามีคะแนนตัวร้ายเพิ่มมาอีก 600
“อืม ทำได้ดี” เขาเอ่ยชม
ต้องบอกเลยว่าหลังจากได้บุปผามรณะมาช่วยงานแล้วทุกสิ่งสะดวกสบายขึ้นมาก
“จริงสิ บุปผามรณะมานี่หน่อย” ซูอันเรียกบุปผามรณะให้เข้ามาใกล้ๆ แล้วยื่นมือไปจับจุดหนึ่งของร่างกายนาง
ร่างกายของบุปผามรณะสั่นสะท้านและเกร็งขึ้นมาทันที
การแสดงออกของซูอันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ความคิดของเขาเปลี่ยนไป “ระบบ จับรางวัล!”
คะแนนตัวร้ายถูกใช้ซื้อเมล็ดพันธุ์ต้นไม้โลกไปหมดแล้ว เขาจึงไม่ได้จับรางวัลมาระยะหนึ่ง
วินาทีต่อมา เสียงจักรกลหญิงที่คุ้นเคยดังขึ้น
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับระบบย่อย...ระบบฝึกฝนสาวใช้ (หลงทาง)]
“ฮะ ระบบอะไรนะ?” ซูอันกะพริบตาสงสัยว่าเมื่อครู่เขาได้ยินอะไรผิดหรือเปล่า
หลงทางหมายถึงอะไร
[ระบบฝึกฝนสาวใช้ (หลงทาง)]
เสียงจักรกลหญิงกลยืนยันอีกครั้ง
เมื่อซูอันได้ยินดังนั้น คิ้วของเขาขมวดมุ่นและเขามองบุปผามรณะด้วยความสงสัย หรือว่าที่บุปผามรณะดูใหญ่ ความจริงแล้วเป็นเพราะเสื้อผ้าช่วยหลอกตา
แต่ไม่น่าจะใช่ เพราะมือของเขาสัมผัสได้ชัดเจนมาก
บัดนี้เขามีแต่ความสับสน
……
หลังจากถูกหน่วยวิหคดำสอบสวนหลายรอบ
เจ้าลัทธิเซวี่ยเหออธิบายทุกสิ่งที่สามารถทำได้
รวมถึงที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของลัทธิเซวี่ยเหอและสาขาต่างๆ ตลอดจนผู้สมรู้ร่วมคิด
แต่ซูอันไม่รีบร้อนที่จะลงมือ
ในอาณาจักรลับมารโบราณ แม้แต่มู่ฉยงอีก็ยังถูกขังไว้ แต่คนที่ครอบครองร่างของเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอนั้นสามารถทำลายโซ่ศักดิ์สิทธิ์และหนีไปได้ ซูอันจึงไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายไม่มีสูตรโกง
และแม้ว่าคนทั้งสองจะสลับร่างกัน แต่ไม่สามารถมองเห็นร่องรอยของการยึดศพ แม้แต่ความแข็งแกร่งของพลังวิญญาณก็เปลี่ยนไปซึ่งแปลกจริงๆ
ซูอันจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจโดยลากหีบไม้ใบใหญ่มาถึงตำหนักฉือหนิง
“หมู่โฮ่วได้โปรดช่วยลูกวิเคราะห์หน่อยเถิด”
หีบนี้ไม่มีสิ่งใดอยู่เลย นอกจากเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอ
ก่อนหน้านี้ซูอันได้บอกเล่าเรื่องราวดังกล่าวกับกงเยวี่ยหรูแล้ว
กงเยวี่ยหรูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากสำรวจด้วยความคิดศักดิ์สิทธิ์โดยละเอียดแล้ว นางหรี่ตาลง “นี่คือ...พลังแห่งการกลับชาติมาเกิด มันแทนที่วิญญาณแท้จริงโดยตรง! ช่างเป็นพลังลึกลับจริงๆ พลังนี้ยากที่จะต้านทานเว้นแต่ว่าเจ้าจะบรรลุถึงหยวนเสิน”
หากเป็นการยึดศพย่อมไม่ใช่เรื่องยากที่นางจะสับเปลี่ยนวิญญาณของคนสองคนให้คืนสู่ปกติได้ แต่การกลับชาติมาเกิดนี้แทบจะแทนที่วิญญาณแท้จริงเกือบสมบูรณ์ มันเป็นการละเมิดกฎที่มีบนโลกโดยสิ้นเชิง
“เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดกับหยวนเสินหรือพ่ะย่ะค่ะ” ซูอันได้ยินเช่นนี้จึงรู้สึกโล่งใจ
ตัวเขาเองไม่ได้กังวล เพราะประตูสู่ความวิเศษ คัมภีร์ปฐมกาลและอื่นๆ ล้วนผูกพันกับวิญญาณแท้จริงของเขา แม้แต่รัศมีตัวร้ายยังช่วยป้องกันเขาจากการถูกล่อลวงได้และเกือบทุกคนรอบตัวเขาก็ได้รับการแบ่งปันรัศมีตัวร้ายเช่นกัน
เขาแค่กลัวว่าหลังจากฆ่าตัวเอกแล้ว วิญญาณหนีไปยึดร่างหยวนเสิน เมื่อถึงตอนนั้นคงยากจะรับมือ
“ขอบพระทัยหมู่โฮ่ว”
“เจ้าเกรงใจอีกแล้วนะ” กงเยวี่ยหรูเคาะหน้าผากของซูอันและหยิบกล่องขนมขึ้นมาจากด้านข้าง
“ลองชิมหน่อยสิ นี่คือขนมกุ้ยฮวาผลึกที่ข้าทำเอง มันเป็นของโปรดเจ้าไม่ใช่หรือ” นางหยิบขนมกุ้ยฮวาผลึกที่งดงามชิ้นหนึ่งขึ้นมาแล้วส่งไปที่ปากของซูอัน
“อ้าม” ซูอันอ้าปากรับ
“ยังทำตัวเหมือนเด็กอยู่เลย” เมื่อเห็นท่าทางของซูอัน กงเยวี่ยหรูรู้สึกขบขันและป้อนขนมเข้าปากซูอัน
“อืม~ต่อหน้าหมู่โฮ่ว ลูกยังเป็นแค่เด็กเสมอ หมู่โฮ่วก็เสวยด้วยกันเถอะ” ซูอันพูดขณะที่เคี้ยวขนมในปาก
แต่สุดท้ายแล้วขนมกุ้ยฮวาผลึกส่วนใหญ่ตกอยู่ในท้องของซูอัน เพราะเขาไม่เคยปฏิเสธหมู่โฮ่วได้เลย