เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 130 ตัวเอกชายแบบนี้ก็มีด้วย

ตอนที่ 130 ตัวเอกชายแบบนี้ก็มีด้วย

ตอนที่ 130 ตัวเอกชายแบบนี้ก็มีด้วย


ตอนที่ 130 ตัวเอกชายแบบนี้ก็มีด้วย

“เจ้าคิดว่าข้าควรทำอย่างไรกับเจ้าดีล่ะ?” ‘เซียวเย่า’ เลิกสนใจยันต์กระดาษแล้วมองตี้เมิ่งเหยาด้วยรอยยิ้มคลุมเครือ

หัวใจของตี้เมิ่งเหยาจมสู่ก้นบึ้ง นางรู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นผู้ปลูกฝังมาร และไม่มีใครที่ไม่รู้ถึงความโหดร้ายของผู้ปลูกฝังมาร หากตกอยู่ในมือของผู้ปลูกฝังมารแล้วจุดจบจะน่าสังเวชยิ่งนัก

ไม่ต้องพูดถึงสถานะและรูปลักษณ์ของนางที่สูงส่ง นางสามารถจินตนาการได้ว่าจะได้รับการปฏิบัติอย่างไร

ต่อให้ต้องตาย นางก็ไม่ยอมโดนดูถูก

จิตใจของนางต่อต้านพลังแปลกๆ ที่ควบคุมร่างกายอยู่ด้วยความสิ้นหวัง นางเปิดใช้งานพลังเวทที่เหลืออยู่ในตันเถียนด้วยความไม่เต็มใจยอมแพ้

แม้ว่านางอาจไม่สามารถหลุดพ้นได้ แต่นางสามารถเลือกระเบิดตัวเองได้

แค่น่าเสียดายที่นางยังไม่ได้แก้แค้น!

นางยังไม่ได้ทำให้ซูอันอับอายต่อหน้าเยี่ยหลีเอ๋อร์เลย!

นังสารเลวนั่นโชคดีนัก!

นางหลับตาลง พลังเวทในตันเถียนเพิ่มขึ้นเงียบๆ

แต่ช้าก่อน!

ทันใดนั้นนางลืมตาขึ้นและจ้องมองไปที่ข้อมือของชายชุดคลุมดำตรงเบื้องหน้า มีกำไลข้อมือวงเล็กๆ สีขาวแวววาวซึ่งเป็นรูปแบบที่คุ้นเคยจนน่าประหลาดใจ

นางเคยเห็นมันมาก่อน

เมื่อมองรอยยิ้มชั่วร้ายที่โผล่ออกจากเสื้อคลุมดำนั้น อยู่ๆ ความปรารถนาที่จะตายของนางพลันหายไปโดยไม่รู้ตัว

จิตใจเลิกต่อต้านและปล่อยให้พลังประหลาดนั้นควบคุมร่างกายของตน

ปล่อยให้ศัตรูลงมือตามสบาย

นางหลับตาลงอีกครั้งเหมือนลูกแกะที่พร้อมถูกเชือด

“หืม” ซูอันรู้สึกประหลาดใจ เพราะเดิมทีเขากำลังวางแผนป้องกันไม่ให้ตี้เมิ่งเหยาระเบิดตัวเอง “ช่างเถอะ เจ้าไปได้!”

ซูอันนำฉินเทียนหมัวกลับมาแล้วเดินไปข้างหลังตี้เมิ่งเหยา จากนั้นผลักบั้นท้ายของนางโดยแรง

มีความเด้งสู้มือชะมัด

ในเวลาเดียวกัน พลังที่พันธนาการร่างกายของตี้เมิ่งเหยาถูกคลายออกและนางตกไปนอกสังเวียน แต่นางยังไม่มีเวลาได้ด่าเขา แสงสีขาวก็ฉายแวววาวแล้วพานางกลับไปยังพื้นที่สีขาวบริสุทธิ์ดั้งเดิม

ในเวลานี้มันเต็มไปด้วยผู้คนที่ตกรอบรวมถึงหยางบริสุทธิ์จากเผ่าปีศาจที่โชคไม่ดีพอจึงได้เผชิญหน้ากับหยางบริสุทธิ์ที่แข็งแกร่งจากเผ่าเดียวกัน

“ไม่เปลี่ยนเลย หยาบคายนัก...” ตี้เมิ่งเหยายกมือปิดบั้นท้าย ทั้งรู้สึกอับอายและโกรธจนกัดฟันกรอด

รอให้นางพร้อมกว่านี้ก่อนเถอะ!

นางสาบานว่าจะต้องจับซูอันมาขังไว้แล้วทรมานเขาทั้งวันทั้งคืน!

……

“ผ่านการทดสอบสู่ด่านต่อไป...ไต่ถามจิตมาร”

ลานประลองที่ซูอันยืนอยู่พังทลายลงและสถานที่ของเขาถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นจักรวาลที่มืดมิด

มีแสงสว่างเล็กๆ น้อยๆ ในความมืดและความว่างเปล่านั้นเวิ้งว้างยากบรรยาย มันมืดมิดจนทำให้ผู้คนรู้สึกขนลุก

“ไต่ถามจิตมาร?”

ฟังดูไร้สาระไปหน่อยไหม?

เมื่อมองสัตว์ประหลาดยักษ์ที่วิ่งออกมาจากความมืดจำนวนมาก ซูอันขมวดคิ้ว พวกมันเหมือนสัตว์ประหลาดแห่งความมืดจากโลกภายนอก เพียงแต่เป็น็ร็เวอร์ชันปรับปรุงแล้ว

เขายกมือขึ้นและทุบสัตว์ประหลาดยักษ์ออกเป็นชิ้นๆ แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าการไต่ถามคืออะไร

สัตว์ประหลาดยักษ์แต่ละตัวมีรูปร่างที่แปลกประหลาด บ้างมีหนวดแปดหนวด บ้างมีเก้าหัว ราวกับว่าพวกมันเกิดจากการปะติดปะต่อไปเรื่อย สิ่งเดียวที่พวกมันมีเหมือนกันคือร่างกายสีดำ

ร่างที่พังทลายของสัตว์ประหลาดยักษ์กลายเป็นจุดแสงสีดำแล้วไหลเข้าสู่ร่างกายของซูอัน

มันเหมือนกับการกินยาชูกำลังที่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ให้ความรู้สึกคล้ายตอนที่กลืนกินสัตว์ประหลาดนอกหลุมดำเหล่านั้น แต่ปริมาณเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย

ในเวลาเดียวกัน หมอกเทาๆ หม่นๆ เข้าปกคลุมจิตใจของเขา

สิ่งนี้ชัดเจนมากในการรับรู้ของ ‘คัมภีร์ปลูกฝังมาร’

จิตใจของซูอันสั่นสะเทือนและพลังมารที่บริสุทธิ์ทั้งยังเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดยักษ์เหล่านั้นปรากฏออกมา หมอกสีเทาหดตัวเป็นลูกบอลราวกับว่ามันได้พบราชา จากนั้นหมอกเทาในจิตใจถูกกวาดออกไปและจุดแสงสีดำกลายเป็นสารอาหาร

“น่าสนใจดี”

ดวงตาของซูอันเคลื่อนไหว

ประตูสู่ความวิเศษปรากฏอในมือ แสงแห่งเทพส่องไปยังสัตว์ประหลาดยักษ์เหล่านั้น

จากนั้นตำหนักเซียนไท่ซวีตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ทดสอบ

กรุบ กรุบ!

มีเสียงเคี้ยวแปลกๆ ดังขึ้น พลังมารอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ซูอันชั่วร้ายยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดยักษ์

ราวกับว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผิวหนังที่สมบูรณ์แบบนี้ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเทพผู้ดุร้าย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในความมืดมิดนี้ ถือเป็นงานรื่นเริงสำหรับซูอัน

หนึ่งเค่อต่อมา สัตว์ประหลาดยักษ์หลายร้อยตัวซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิด เพราะแม้แต่สัตว์ประหลาดยักษ์ที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าหยางบริสุทธิ์ยังถูกซูอันกลืนกิน

ร่างกายที่ได้สัดส่วนดูเหมือนจะมีพลังมากขึ้นอีก

เพียงแค่ฝ่ามือเดียวก็สร้างระลอกคลื่นในอวกาศได้แล้ว

ซูอันรู้สึกว่าด้วยรูปร่างปัจจุบันนี้สามารถต่อสู้กับเซิ่งหนานได้สักพักหนึ่ง

อืม ภายใต้เงื่อนไขที่เซิ่งหนานออมมือให้นะ

“รสชาติค่อนข้างดี” ซูอันเลียมุมปากและแสดงสีหน้าเสียดายเพราะยังไม่พอแต่ต้องไปต่อ เขายืดร่างกายขึ้นและความมืดมิดแตกสลายทันที

ความผันผวนในอวกาศเกิดขึ้นและซูอันไม่ได้ต่อต้าน

……

สักแห่งหนึ่งในความเงียบงัน มีร่างหลายร่างยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว

“เป็นเขา!”

เมื่อเห็นการปรากฏตัวโดยกะทันหันของร่างในชุดคลุมดำจึงทำให้หยางบริสุทธิ์ทั้งสองของเผ่ามังกรดูประหลาดใจที่หัวขโมยสมบัติวิญญาณกู่ฉินก็สามารถผ่านด่านมาได้

“เซียวเย่า!” ใบหน้าของมู่ฉยงอีเย็นชาขึ้นอีก

ชายที่แข็งแกร่งเช่นนี้ปลอมตัวและแฝงตัวอยู่ในสถาบันปราบมาร ถ้าคุณชายซูไม่จับได้โดยบังเอิญ นางก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต

แต่นางเหลือบมองผู้แข็งแกร่งจากสำนักปราบมารที่อยู่ข้างๆ นางแค่มีความกังวลใจแต่ไม่ได้ลงมือทำสิ่งใด

ซูอันมองไปรอบๆ จึงพบว่ามันแตกต่างจากท้องฟ้าของโลกภายนอก เพราะที่นี่มีท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว ทว่าใต้ฝ่าเท้าเป็นดาวเคราะห์ที่ตายแล้ว ไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในดินสีเทาดำนี้เลย

สิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในนี้คือพวกที่ผ่านด่านมาเช่นกัน

สองปรมาจารย์หยางบริสุทธิ์จากเผ่ามังกร มู่ฉยงอีนักบุญหญิงกับผู้อาวุโสของสำนักปราบมาร อีกคนคือเสวียนเจี้ยน

แต่ยกเว้นมู่ฉยงอีแล้วคนที่เหลือเหมือนว่าจะไม่ถูกต้อง

ดวงตาของเขามืดมน ราวกับว่าถูกปกคลุมไปด้วยหมอกจางๆ แต่อีกฝ่ายไม่ได้สังเกตเห็น

ไม่นานนักก็มีร่างอีกหลายร่างลอยลงมาหยุดบนดาวเคราะห์ดวงนี้

หนึ่งหยางบริสุทธิ์จากเผ่าปีศาจและสามผู้ปลูกฝังมาร

“ปรมาจารย์ลัทธิเซวี่ยเหอ” ซูอันจำร่างที่สวมชุดคลุมสีเลือดได้ว่าเป็นหนึ่งในบรรดาห้าผู้ปลูกฝังมารที่วิ่งหนีไปในศึกครั้งนั้น

รวมตัวเขาเอง ตอนนี้จึงมีทั้งหมดสิบคน

ในอาณาจักรลับมารโบราณแห่งนี้มีสิ่งใดกันแน่

“ด่านสุดท้าย แย่งชิงมรดก!”

แผ่นหยกแห่งวิทยายุทธเสินทงและวิธีการต่างๆ ที่เคยปรากฏบนเสาแสงลอยอยู่ในอากาศทีละแผ่น มันเผยแพร่นิมิตทุกประเภท

“มรดกหลักอยู่ในนี้ พวกเจ้ารีบมาคว้ามันซะ ยิ่งคว้าได้มากเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสสืบทอดมากขึ้นเท่านั้น ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

เสียงนั้นไม่ได้รักษาความเป็นเสียงจักรกลอีกต่อไป แต่คำพูดเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท

ใครๆ ก็สามารถรู้สึกได้ว่ามีความผิดปกติ ณ จุดนี้

แต่หยางบริสุทธิ์จากเผ่าปีศาจรีบวิ่งเข้าไปก่อนใคร “คว้ามันไว้!”

จากนั้นรวมถึงเสวียนเจี้ยนด้วย หยางบริสุทธิ์ทั้งเจ็ดไม่ต่างจากคนหมกมุ่นแล้วเริ่มคว้าแผ่นหยกในอากาศโดยไม่สนใจสถานการณ์

ตามคาด...

ซูอันนึกถึงหมอกสีเทาที่บดบังจิตใจของเขาในด่านก่อนหน้านี้

แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือยกเว้นมู่ฉยงอีแล้วเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอยังยืนอยู่ที่นั่นโดยไม่ขยับ

เมื่อเขาลองเพ่งมองด้วยสายตาที่เฉียบคมจึงเห็นสัญลักษณ์โชคลาภสีทองลอยอยู่เหนือศีรษะของอีกฝ่าย

บ้าไปแล้ว! ตาเฒ่ากลายเป็นตัวเอกชายตั้งแต่เมื่อใด

จบบทที่ ตอนที่ 130 ตัวเอกชายแบบนี้ก็มีด้วย

คัดลอกลิงก์แล้ว