- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 98 รุ่งเรืองตกต่ำไม่แน่นอน
ตอนที่ 98 รุ่งเรืองตกต่ำไม่แน่นอน
ตอนที่ 98 รุ่งเรืองตกต่ำไม่แน่นอน
ตอนที่ 98 รุ่งเรืองตกต่ำไม่แน่นอน
ในที่สุดป้าโม่พูดถึงจุดประสงค์หลัก “ท่านเจ้าบ้านเซียว ท่างเองก็รู้ว่าคุณหนูของข้าทุ่มเทให้การฝึกตนและไม่สนใจเรื่องระหว่างชายหญิง คราวนี้เรามาที่นี่เพื่อหวังว่าจะสามารถยกเลิกการหมั้นหมายได้”
เพล้ง!
ปัง!
ถ้วยชาแตกและหัวหน้าตระกูลเซียวตบโต๊ะโดยแรง
คนตระกูลเซียวที่เหลือต่างส่งสายตาเย้ยหยันไปที่ชายหนุ่มแบบเป็นเอกฉันท์
ต้องพูดตามตรงว่าคำพูดของป้าโม่ถือว่าสุภาพมากแล้ว เพราะตอนนี้สำหรับตระกูลกงแล้วตระกูลเซียวเป็นเพียงมด สถานะของทั้งสองตระกูลแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
หากไม่ใช่เพราะกังวลเรื่องมิตรภาพระหว่างบรรพบุรุษทั้งสองตระกูลก็ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากเรื่องถอนหมั้น เพียงแค่ส่งคนมาแจ้งให้ทราบแล้วตระกูลเซียวจะทำอะไรได้
แต่สองพ่อลูกตระกูลเซียวไม่คิดเช่นนั้น
“มันจะมากเกินไปแล้ว!” หัวหน้าตระกูลเซียวรวบรวมพลังเวททั้งหมดและสิงโตทองคำปรากฏบนหน้าอกของเขา มันเงยหน้าขึ้นฟ้าและส่งเสียงคำรามก้องกังวานทุกทิศทาง
“เฮอะ!” ป้าโม่แค่นเสียงเย็นชา รัศมีระดับมิ่งตานของนางถูกเปิดเผยชัดเจน นางก้าวไปข้างหน้าเพื่อกดทับพลังสิงโตทองคำ “ท่านเจ้าบ้านเซียว โปรดอย่าเสียมารยาท!”
หัวหน้าตระกูลเซียวหน้าซีดเผือด เขาถอยหลังไปสองก้าวแล้วทรุดตัวลงนั่งตามเดิม
กงเสวียนชิงมองคนตระกูลเซียวที่หางกระดิกและหัวหน้าตระกูลเซียวที่โกรธแค้น นางยังมีสีหน้าเย็นชาและหยิบกล่องยาออกมาใบหนึ่ง “นี่คือยาเม็ดอวตารวิญญาณหยก ซึ่งสามารถปรับปรุงคุณสมบัติการฝึกตนได้ ขอให้คิดว่านี่เป็นการขอโทษสำหรับเรื่องตลกนี้เถอะ”
สำหรับนางแล้วนี่เป็นเพียงเรื่องตลกจริงๆ
เมื่อได้ยินชื่อยาเม็ดอวตารวิญญาณหยก ทุกคนในตระกูลเซียวจึงเริ่มพูดคุยกันทันที สำหรับผู้ที่เพิ่งเคยได้ยินสรรพคุณของยานี้จากคนข้างๆ ก็หันมาจ้องมองกล่องยาในมือของกงเสวียนชิงด้วยสีหน้าโลภ
พวกเขาไม่สนใจศักดิ์ศรีของหัวหน้าตระกูล สิ่งที่พวกเขากำลังคิดอยู่คือจะสามารถนำยาวิเศษนี้มาไว้ในมือได้อย่างไร
ทันใดนั้นมีเสียงโกรธเกรี้ยวดังขึ้น
“กงเสวียนชิง!” ชายหนุ่มรูปงามลุกขึ้นยืนพลางมองสบตากงเสวียนชิงโดยไม่กลัว
“เจ้าอย่าเย่อหยิ่งมากเกินไป เจ้ากำลังเยียบย่ำศักดิ์ศรีของใครอยู่ เจ้ามาถอนหมั้นต่อหน้าคนมากมาย เห็นตระกูลเซียวของข้าเป็นอะไร ข้ากับท่านพ่อจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด!” ชายหนุ่มยืนหลังตรงและเกือบคำรามเมื่อพูดประโยคเหล่านี้
ห้องโถงบังเกิดความเงียบ
กงเสวียนชิงขมวดคิ้ว
“ศักดิ์ศรี เฮอะ เจ้ามีศักดิ์ศรีแบบใดและตระกูลเซียวมีศักดิ์ศรีแบบใด!” ในเวลานี้ซูอันยืนขึ้นและเดินไปหาเซียวเย่า รูปร่างของเขาสูงกว่าเซียวเย่าที่ผอมบางเพียงครึ่งศีรษะ แต่รัศมีมิ่งตานของเขาน่าตกใจมากกว่าและส่งเสริมให้เขาดูสูงเป็นพิเศษ เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “ศักดิ์ศรีของมดนั้นไร้ค่า!”
ครอบครัวที่ตกต่ำและยังไม่ยอมรับสถานะของตัวเองอีก
สายตาที่โหดเหี้ยมและเย็นชาคู่นั้น ทำให้หัวใจของเซียวเย่าสั่นไหวและพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง
“บัดนี้การหมั้นหมายได้สิ้นสุดลงแล้ว สำหรับคำพูดของข้ามีใครเห็นชอบและใครคัดค้านหรือไม่?”
ซูอันมองไปรอบห้องโถงและทุกคนในตระกูลเซียวก้มหน้าไม่กล้ามองเขาเลย
“ข้าคัดค้าน!” เป็นเสียงของเซียวเย่า
เพียะ!
ซูอันหันกลับไปและตบเขาจนกระเด็น
ร่างของเซียวเย่าลอยขึ้นโดยตรงและหมุนในอากาศหลายครั้ง จากนั้นเขาก็ร่วงลงต่อหน้าหัวหน้าตระกูลเซียว
“เย่าเอ๋อร์!” หัวหน้าตระกูลเซียวตะโกนและรีบประคองเซียวเย่าขึ้นมา เขาทั้งตกใจและโกรธ
โชคดีที่เซียวเย่าเหมือนจะไม่เป็นไร ยกเว้นว่าใบหน้าด้านขวาของเขาบวมเป่ง มีรอยตบที่เห็นได้ชัดเจนอยู่
ซูอันแอบขมวดคิ้วครู่หนึ่ง เพราะแรงตบที่เขาใช้นั้นมีพลังแปดในสิบส่วน แม้จะเป็นผู้ฝึกตนในระดับชี้วิถีเต๋าก็ยังพิการ
แต่เซียวเย่าแค่หน้าบวม
ซูอันมองไปที่มือขวาของเซียวเย่าจึงเห็นว่ามีแหวนโบราณสีทึบและไม่โดดเด่นอยู่บนนั้น
สามารถป้องกันอานุภาพโจมตีได้มาก ดูเหมือนว่าจะมีจิตวิญญาณบางประเภทหลงเหลืออยู่ในนั้น!
ทว่าตอนนี้เขาไม่มีพวกถูเซิ่งหนานคอยคุ้มครอง
แต่ในชิงโจวแห่งนี้ซูอันคิดถึงมู่หนิงเจินขึ้นมา ทันใดนั้นเขารู้สึกปวดฟันจึงระงับความคิดนี้ไว้ชั่วคราว
“มีใครคัดค้านอีกหรือไม่?” เขายังถามต่อ
ไม่มีใครพูดรวมถึงบิดาของเซียวเย่าด้วย แม้ว่าเขาจะกัดฟัน แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรในตอนนี้
ซูอันโยนกล่องยาเม็ดอวตารวิญญาณหยกให้หัวหน้าตระกูลเซียวแบบลวกๆ จากนั้นเดินไปหากงเสวียนชิง “เอาล่ะ ถอนหมั้นเสร็จแล้ว พวกเราไปกันเถอะ”
สัญญาตลอดสามปีนั้นไม่มีประโยชน์เลย
ควรทำตัวให้เรียบร้อยไม่ดีกว่าหรือ?
“โอ้ ดี ดีเลย” หลังจากดูกระบวนการถอนหมั้นแบบป่าเถื่อนของซูอันแล้ว กงเสวียนชิงก็พูดไม่ออก
แม้ว่านางต้องการถอนหมั้น แต่นางยังพร้อมที่จะไว้หน้าตระกูลเซียว เพราะถึงอย่างไรบรรพบุรุษทั้งสองตระกูลก็มีมิตรภาพต่อกัน
สำหรับซูอันนี่เป็นเพียงการเหยียบหน้าตระกูลเซียวแล้วโยนลงบ่อปุ๋ย
ท้ายที่สุดแล้วซูอันไม่ได้มาจากตระกูลกงและเขาไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงบรรพบุรุษตระกูลกง
แต่ต้องยอมรับว่าความเฉียบคมและเด็ดขาดเช่นนี้ช่างดีจริงๆ
“หยุดนะ!”
คนทั้งหลายเพิ่งก้าวออกจากประตูห้องโถง เสียงของเซียวเย่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เขายกมือข้างหนึ่งปิดแก้มที่บวมเป่งและใช้อีกมือหนึ่งยันโต๊ะเพื่อลุกขึ้นยืน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยการท้าทาย แม้ว่าเขาจะลืมตาแทบไม่ได้เลย แต่จิตวิญญาณของชายหนุ่มไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย
ภายใต้สายตาที่เป็นกังวลของหัวหน้าตระกูลเซียว เขาพูดช้าๆ ว่า “สามสิบปีอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำ สามสิบปีอยู่ทางตะวันตก [1] อย่ารังแก…”
ตูม!
ซูอันกระแทกเท้ากับพื้นและระเบิดพลังเวททางฝ่าเท้า ทำให้ห้องโถงตระกูลเซียวพังทลายลงทันที ฝุ่นและกรวดลอยเป็นลูกคลื่นปกคลุมพวกเซียวเย่าโดยตรง
“น่ารำคาญ!” เขาตอบเซียวเย่า จากนั้นจับมือกงเสวียนชิงพลางเอ่ย “ไปเถอะ”
ตระกูลกงจากไปและความเจ็บปวดของตระกูลเซียวเพิ่งเริ่มต้นขึ้น
……
“พวกเจ้าจะไปไหนต่อ?”
เมื่อออกจากเมืองเฮยสือแล้วซูอันจึงเอ่ยถาม
“ยังไม่รู้ แต่ขอเที่ยวไปเรื่อยๆ ก่อนดีกว่า ข้ายังไม่อยากกลับไปหาครอบครัวในตอนนี้” อาจเพราะถอนหมั้นสำเร็จและไม่ถูกพันตรวนอีก กงเสวียนชิงจึงดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
“คุณหนู แต่ท่านเจ้าบ้านสั่งให้ท่านกลับทันทีที่ถอนหมั้นสำเร็จเจ้าค่ะ” ป้าโม่เหลือบมองซูอันด้วยความลำบากใจโดยหวังว่าซูอันจะช่วยโน้มน้าวได้
น่าเสียดายที่หากไม่ใช่หญิงงาม ซูอันจะไม่หวั่นไหวต่อสายตาอ้อนวอนเช่นนั้นเด็ดขาด เขายิ้มและพูดว่า “ถ้าเช่นนั้นไปที่นิกายเทียนสุ่ยเถอะ ข้าจะช่วยหาอาจารย์ให้เจ้า”
“ญาติผู้พี่รู้จักคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยด้วยหรือ?” กงเสวียนชิงถามด้วยความแปลกใจ
“แน่นอน อรหันต์มู่เป็นอาจารย์ที่ดีและเป็นสหายที่มีน้ำใจของข้า!” ซูอันพูดสองสามคำสุดท้ายด้วยความระวัง
“ดีเลย พวกเราไปที่นิกายเทียนสุ่ยกันเถอะ” กงเสวียนชิงตัดสินใจ เพราะนางให้ความเคารพต่อมู่หนิงเจิน หยวนเสินหญิงที่ประสบความสำเร็จล้นหลามและมีชื่อเสียงมาก
เป้าหมายของนางคือการเป็นปรมาจารย์เช่นมู่หนิงเจินและตื่นเต้นที่จะได้พบกับบุคคลต้นแบบ
ป้าโม่เป็นคนเดียวที่ดูสับสนและไม่กล้าทักท้วง แต่เมื่อคิดว่าคุณหนูกำลังจะไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย หากคุณหนูสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยได้ เมื่อท่านเจ้าบ้านได้ทราบแล้วคงจะ...มีความสุขมาก”
จากนั้นเรือเซียนมุ่งหน้าไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย
อืม ความจริงซูอันแค่อยากจะนั่งรถม้าไปมากกว่า
……
เรือเซียนจอดอยู่ด้านนอกดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย
เนื่องจากนิกายเทียนสุ่ยได้รับการยกระดับเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย ขอบเขตจึงถูกขยายออกไปอีกหนึ่งเส้นรอบพื้นที่ ทั้งยังมีสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย ทำให้สมเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
เชิงอรรถ
[1] สามสิบปีอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำ สามสิบปีอยู่ทางตะวันตก (三十年河東,三十年河西) หมายถึง เรื่องราวเปลี่ยนแปลงรุ่งเรืองตกต่ำไม่แน่นอน