- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 95 ธิดาแห่งพุทธะ
ตอนที่ 95 ธิดาแห่งพุทธะ
ตอนที่ 95 ธิดาแห่งพุทธะ
ตอนที่ 95 ธิดาแห่งพุทธะ
ปรากฎว่าเยี่ยหลีเอ๋อร์กำลังใช้นิ้วจิ้มเอวของเซียวอวี่ลั่ว
“ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากถามว่าพูดเสร็จหรือยัง ไม่เหนื่อยบ้างหรือ?” เยี่ยหลีเอ๋อร์หรี่ตามองและมีรอยยิ้มปลอมๆ
“ไม่เหนื่อย คุยกับพี่อันทั้งวันทั้งคืนก็ไม่เหนื่อย!” เซียวอวี่ลั่วไม่ใส่ใจอารมณ์ของเยี่ยหลีเอ๋อร์ แต่หันกลับมาและกอดแขนของซูอันพลางเริ่มพูดต่อ
รอยยิ้มของเยี่ยหลีเอ๋อร์แข็งค้าง
แม้แต่จะกำหมัด มือของนางยังแข็งค้าง
……
รายงานที่ไม่สิ้นสุดนี้กินเวลาอีกสองชั่วยาม สุดท้ายเซียวอวี่ลั่วสวมเสื้อผ้าด้วยความไม่เต็มใจและจากไป ดวงตาของนางยังเต็มไปด้วยความรัก
“พี่อัน แล้วข้าจะมาพบท่านอีก”
“ไปดีนะน้องอวี่ลั่ว” เยี่ยหลีเอ๋อร์โบกมือลาด้วยความตื่นเต้น อย่างน้อยเซียวอวี่ลั่วจะกลับมาอีกทีก็ต่อเมื่อมีความคืบหน้าของหน่วยบุปผามรณะ
เมื่อเห็นเซียวอวี่ลั่วเดินจากไป นางยิ่งกระตือรือร้นในการส่งแขก ในที่สุดก็ถึงคราวของนางที่จะได้เพลิดเพลินกับพี่อัน
แต่ทันใดนั้นมีอีกเสียงหนึ่งดังจากนอกประตู
“ท่านโหว ตอนนี้มีพระภิกษุจากทะเลทรายตะวันตกกลุ่มหนึ่งอยู่นอกเมืองหลวง พวกเขาตั้งสนามธรรมขึ้นด้านนอกและเชิญบุคคลสำคัญในเมืองหลวงไปฟังเทศและหารือเกี่ยวกับพุทธศาสนาเจ้าค่ะ” นอกจากการเคาะประตูเบาๆ แล้ว เสียงของป้าถังดังขัดจังหวะคำพูดของเยี่ยหลีเอ๋อร์ที่กำลังจะโพล่งออกมา
“พระภิกษุ?” ซูอันชะงัก จากนั้นจำบางเรื่องได้ “เป็นเวลายี่สิบปีแล้วนับตั้งแต่การเทศนาครั้งล่าสุด”
พุทธศาสนาไม่เป็นที่นิยมในต้าซาง กระนั้นพระภิกษุจากทะเลทรายตะวันตกจะมาที่เมืองหลวงทุกๆ ยี่สิบปีเพื่อเทศนา
จากมุมมองของซูอันในปัจจุบัน นี่คือกลยุทธ์ระดับสูง หากพุทธศาสนาได้รับการยอมรับจากชนชั้นสูงของต้าซางจะทำให้การเผยแผ่ง่ายกว่ามาก
ไม่รู้ว่ามันได้ผลหรือเปล่า แต่การเทศนาเกือบจะกลายเป็นเรื่องปกติในเมืองหลวงและมีผู้คนมากมายเข้ามาชมความสนุกทุกครั้ง
เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เขาเพิ่งเข้าเรียนที่สำนักศึกษาอิ้งเทียนและพี่รั่วซีถือว่าเขาเป็นน้องชายบุญธรรม เขาจึงถูกนางลากไปดูการเทศนาในขณะนั้นด้วย
เขาหยิบจี้หยกโพธิสัตว์ออกจากแหวนจัดเก็บ
จี้หยกไม่มีอะไรแปลกและไม่ต่างจากเครื่องประดับตามแผงลอยริมถนนเหล่านั้น
เพียงแต่ว่ารูปสลักโพธิสัตว์หญิงบนจี้หยกนั้นมีแววตาใจดีและใบหน้าที่เมตตา
ดูเหมือนว่าพี่สาวคนหนึ่งมอบสิ่งนี้ให้กับเขาตอนการเทศนาครั้งนั้น บอกว่าเขามีบุญสัมพันธ์กับพุทธะ ทว่าตอนนั้นเขายังเด็กและไม่เข้าใจเกี่ยวกับพุทธะ จึงยอมรับจี้หยกนี้มาโดยไม่คิดมาก
แต่การเทศนาเกิดขึ้นนอกเมืองหลวง
ซูอันลังเลขึ้นมาเพราะจำคำเตือนของพี่รั่วซีได้ บางทีอาจจะมีพวกเหล่าอินปี่นั่งรอโจมตีเขาอยู่ข้างนอกก็ได้
ในเมืองหลวง บุคคลใดก็ตามที่มีพลังวิญญาณระดับหยวนเสินจะถูกตรวจจับโดยหน่วยวิหคดำและถูกเฝ้าติดตามและกดพลังตลอดเวลา ทำให้ความแข็งแกร่งลดลงมาก ดังนั้นหยวนเสินส่วนใหญ่ที่คิดไม่ซื่อจึงไม่กล้าเข้ามาในเมืองหลวง กล่าวอีกนัยคือเขาปลอดภัยมากในเมืองหลวงแห่งนี้
ทว่ามีแต่เป็นโจรร้อยวัน ไฉนเลยจะป้องกันโจรได้ทั้งร้อยวัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะอยู่แต่ในเมืองหลวงตลอดไป
ซูอันหรี่ตาลงใช้ความคิด หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พูดว่า “ถ้าเช่นนั้นไปดูหน่อยดีกว่า”
“หลีเอ๋อร์รอข้าอยู่ที่จวนนะ”
หลังจากระงับเขี้ยวและกรงเล็บที่ชั่วร้ายของเยี่ยหลีเอ๋อร์และสั่งงานบุปผามรณะสั้นๆ ซูอันจึงขึ้นรถม้าแล้วไปยังสถานที่เทศนา
การเทศนาจัดขึ้นในพื้นที่เปิดโล่งข้างเนินเขานอกเมืองหลวง
นอกจากนี้ยังมีวัดพุทธตั้งตระหง่านอยู่ในที่โล่ง ดูเหมือนจะเป็นการสร้างขึ้นชั่วคราว
ในเวลานี้ผู้คนมากมายมารวมตัวกันที่นี่ โดยส่วนใหญ่มาดูความสนุกและพวกเขาทั้งหมดเป็นเพียงคนเกียจคร้านว่างงาน น้อยคนนักที่จะมาฟังธรรมจริงๆ
“ข้าพเจ้าได้สดับมาเช่นนี้ สมัยหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับยังดาวดึงส์เทวโลก เพื่อตรัสแสดงพระธรรมเทศนาแก่พระพุทธชนนี ครั้งนั้นบรรดาพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มหาสัตว์ทั้งหลายในโลกธาตุต่างๆ ทั่วทศทิศ ประมาณจำนวนไม่ได้ กล่าวไม่ได้ พรรณนาไม่ได้ถ้วน...”
เสียงเทศนาสงบนิ่ง แสดงออกถึงความรู้สึกแห่งปัญญายิ่งใหญ่และความหลุดพ้นอันใหญ่ยิ่ง
เมื่อมองข้ามฝูงชนจึงพบว่าผู้เทศนาเป็นหญิงที่มีใบหน้าเมตตา แววตามีความใจดีและกรุณา ดังนั้นจึงไม่มีใครมีความคิดชั่วร้ายได้
“ยังเป็นนางจริงๆ” ซูอันตกอยู่ในอาการงุนงงครู่หนึ่ง
นางเปรียบดังพนักงานต้นแบบ แม้เวลาผ่านไปยี่สิบปีแล้วนางยังคงเป็นผู้เทศนา
แน่นอนว่าความคิดนี้เกิดเพียงชั่วครู่เท่านั้น
ธิดาแห่งพุทธะเหมือนจะสังเกตเห็นการจ้องมองของซูอัน นางจึงพยักหน้าและส่ายหัวโดยอัตโนมัติ
สตรีนางนี้ไม่ธรรมดา!
หากซูอันมีความคิดแบบคนทั่วไป สิ่งที่เขาควรพูดตอนนี้คือ ‘ดีมาก เจ้าดึงดูดความสนใจของข้าได้สำเร็จ’
แต่เขามีความคิดแบบตัวร้าย
“เซิ่งหนาน ไล่ฝูงชนออกไปแล้วเชิญนักเทศมาพบข้า ตอนนี้ข้าสนใจนาง...ไม่ถูกสิ ข้าสนใจในพระคัมภีร์มาก นะโม อมิตพุทธ”
เขาแสร้งสวดมนต์
ในไม่ช้า เมื่อรัศมีหยางบริสุทธิ์ของถูเซิ่งหนานแผ่ออกไป ฝูงชนที่ยังเฝ้าดูความตื่นเต้นก็แยกย้ายกันไปโดยอัตโนมัติ ร่างสูงตระหง่านของถูเซิ่งหนานเดินทีละก้าวไปยังเบื้องหน้าของเหล่าพระภิกษุ
“คุณหนูท่านนี้ คุณชายของข้าเชิญท่านไปพบ”
“บังอาจ!”
“ไร้มารยาท!”
“กล้าดีอย่างไรมาดูถูกธิดาแห่งพุทธะ!”
พวกพระภิกษุโกรธเคืองขึ้นมาทันที
ขัดขวางการเทศนาและดูหมิ่นธิดาแห่งพุทธะในเวลากลางวันแสกๆ ช่างไม่สมควร บัดนี้มีภิกษุเฒ่ารูปหนึ่งที่อยู่ในอาณาจักรหยางบริสุทธิ์มายืนขวางหน้าถูเซิ่งหนานเอาไว้โดยไม่เกรงกลัวและเขย่าฟ้าดินด้วยพลังหยางบริสุทธิ์ของเขา
กลุ่มนักเทศกล้าเดินทางข้ามครึ่งหนึ่งของต้าซางมายังเมืองหลวงแห่งนี้ จะไม่มีผู้แข็งแกร่งคอยคุ้มครองได้อย่างไร
“ไม่เป็นไร พวกเจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน” ธิดาแห่งพุทธะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บรรเทาความโกรธของกลุ่มภิกษุได้
จากนั้นนางมองไปยังทิศทางของซูอัน “โยมมีบุญสัมพันธ์กับพุทธะ”
นี่เป็นคำแรกที่ธิดาแห่งพุทธะพูดเมื่อเห็นซูอัน
“โอ้ บุญมาจากที่ใดหรือ?” ซูอันถาม
“บุญมาจากใจ โยมมีบุญสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพุทธะ” ธิดาแห่งพุทธะกล่าว
ซูอันเลิกคิ้ว ชาวพุทธพวกนี้ชอบเล่นกลจริงๆ “บุญสัมพันธ์กับพุทธะคืออะไร หมายถึงเจ้าถูกกำหนดมาให้ข้ากระมัง” เขาโต้กลับ
ธิดาแห่งพุทธะส่ายหัวและสอน “ร่างกายเป็นเพียงเนื้อหนังที่เน่าเปื่อย โยมไม่ควรหลงระเริงกับสิ่งนี้”
“ในเมื่อร่างกายไม่มีประโยชน์ ธิดาแห่งพุทธะ เหตุใดไม่บริจาคร่างกายให้ข้าล่ะ บางทีข้าอาจจะเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธทันทีเลยก็ได้”
คำพูดของซูอันเหลวไหลมาก แต่แววตาของเขาชัดเจนสุดๆ
“อาตมาเป็นสาวกของพระพุทธศาสนา” อาจเพราะนางทนความไร้ยางอายของซูอันไม่ไหว นางจึงถอยหลังหนึ่งก้าวและรักษาระยะห่างกับซูอัน
ซูอันก้าวเข้าใกล้มากขึ้น “ดูทำท่าเข้าสิ ในเมื่อร่างกายเป็นเนื้อหนังที่เน่าเปื่อย ถ้ามันไม่สำคัญก็มอบให้ข้าสิ”
“โยม มาพูดสาระกันเถอะ” ธิดาแห่งพุทธะเปลี่ยนเรื่อง
“แต่เจ้าเป็นฝ่ายไม่พูดสาระกับข้าตั้งแต่แรก”
“...ถ้าโยมไม่สนใจฟังธรรม โยมรีบกลับเข้าเมืองหลวงเถอะ”
“โอ้ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?”
“อาตมาเกิดมาพร้อมหัวใจของพุทธะจึงรู้สึกได้ว่ากำลังมีอันตรายใกล้เข้ามา” ธิดาแห่งพุทธะตอบตามตรง
“ถ้ามีอันตรายแล้วจะมาเทศนาที่นี่ทำไม” ซูอันถาม
“เดิมทีไม่เป็นอันตราย แต่ทันทีที่โยมมาถึง อันตรายก็ปรากฏตามมา”
ซูอัน “...”
ในอึดใจต่อมา ขนบนร่างกายของเขาลุกชัน ในขณะที่เขาหักยันต์เคลื่อนย้ายขนาดใหญ่ที่ถืออยู่ในมือโดยไม่ลังเล
ในเวลาเดียวกันนี้มีเสียงตะโกนดังมาจากเมืองหลวง