เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 91 เมืองเย่าหยางแห่งเผ่าปีศาจ

ตอนที่ 91 เมืองเย่าหยางแห่งเผ่าปีศาจ

ตอนที่ 91 เมืองเย่าหยางแห่งเผ่าปีศาจ


ตอนที่ 91 เมืองเย่าหยางแห่งเผ่าปีศาจ

“สำหรับสายเลือดราชามังกรนั้น มันไม่ใช่ราชามังกรแบบที่ข้าคิดไว้เลย” ซูอันตรวจสอบคำอธิบายเรื่องสายเลือดราชามังกร

สายเลือดราชามังกร : สายเลือดของอดีตบรรพบุรุษมังกรชางหลง หลังจากรวมสายเลือดเข้าด้วยกันจะสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์มังกรได้ หากสายเลือดได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ต่อเนื่อง วันหนึ่งความสง่างามของชางหลงสามารถฟื้นคืนกลับมาได้โดยสมบูรณ์

ที่แท้คือชางหลง!

“ความสง่างามของชางหลง หมายถึงมังกรที่โดนฆ่าแล้วแย่งไข่มุกมาหรือ?” ซูอันนึกถึงไข่มุกมังกรชางหลงที่ยังอยู่ในคลังของราชวงศ์และอดส่ายหัวดูแคลนไม่ได้ “กินเนื้อยังอร่อยกว่า”

หลังจากได้รวมคัมภีร์ปลูกฝังมารกับคัมภีร์ปฐมกาลเข้าด้วยกันแล้ว ส่งผลให้การขัดเกลาสมบัติวิญญาณอื่นๆ แข็งแกร่งขึ้นมากเช่นกัน

แม้ว่าการกลืนกินสายเลือดชางหลงเป็นวัตถุดิบทางจิตวิญญาณที่ล้ำค่า แต่ไม่สำคัญว่าต้องใช้กับตัวเองเท่านั้น

เขาจึงเก็บทั้งสองสิ่งนี้ไว้ในระบบก่อน

ซูอันประกบมือสองข้างไว้ด้วยกัน หลับตาและดูดซับความโชคดีที่ไม่อาจบรรยายได้

คะแนนตัวร้ายบนแผงระบบสูงถึง 5500

“ระบบ จับรางวัลให้ข้า! สามรอบ!”

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ ยาเม็ดจิตมังกรพยัคฆ์หาญ*10]

ยาเม็ดจิตมังกรพยัคฆ์หาญ : หลังการใช้งาน อาวุธนั้นจะมีจิตมังกรและพยัคฆ์ ผู้ใช้สามารถสังหารศัตรูโดยไม่ลังเล

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทน*1]

ตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทน : เปิดใช้โดยอัตโนมัติเมื่อโฮสต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการบาดเจ็บทั้งหมดจะถูกถ่ายโอนไปยังตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทน หลังการใช้งานโฮสต์จะสลับสถานที่กับตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทนด้วย

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับแสงวิญญาณโลก 1 ชุด]

แสงวิญญาณโลก : สามารถใช้ซ่อมแซมสมบัติวิญญาณหรือปรับปรุงระดับของโลกภายในได้

“ยาเม็ดจิตมังกรพยัคฆ์หาญ ข้าดูเป็นคนที่ต้องการสิ่งนี้หรือ?” ซูอันดูถูกเหยียดหยามเรื่องแบบนี้มากและโยนมันเข้าไปในแหวนจัดเก็บ

สำหรับตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทนนั้นไม่แย่ เพราะเทียบเท่าการมีชีวิตพิเศษอีกหนึ่งชีวิต แต่เขาต้องหาสถานที่จัดวางมันไว้

ส่วนแสงวิญญาณโลก เขาได้รับมันเป็นครั้งที่สองแล้ว ทว่ายังไม่มีโอกาสได้ใช้มันเลย

“ดูเหมือนว่าผู้หญิงสองคนนี้ยังไม่โชคดีพอ ครั้งต่อไปลองหลี่จื่อซวงดีกว่า ข้าจำได้ว่านางเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเสวี่ยจู๋ด้วย”

เพียงแค่เพลิดเพลินและลุ้นไปกับรางวัลที่จะได้รับหลังจากนั้น

……

ทางใต้ของต้าซาง ข้ามมณฑลที่แห้งแล้งไปยังหนานหมาน (ดินแดนอนารยชนทางตอนใต้) อันห่างไกล

สถานที่ซึ่งเผ่าปีศาจอาศัยอยู่

ในอดีตนั้นเผ่าปีศาจค่อนข้างแข็งแกร่ง ทว่านับตั้งแต่ก่อตั้งต้าซาง เผ่าปีศาจถูกปราบปรามไปยังหนานหมานเรื่อยๆ

ความจริงแล้วดินแดนหนานหมานไม่ได้เล็ก โดยมีพื้นที่เทียบเท่ากับหลายเมืองของต้าซางรวมกัน

แต่เมื่อเทียบกับความเจริญรุ่งเรืองของต้าซางแล้ว หนานหมานนี้ค่อนข้าง...ป่าเถื่อนจริงๆ

เมื่อมองดูคร่าวๆ ส่วนใหญ่เป็นป่าและมีเมืองไม่กี่แห่ง

ส่วนใหญ่มีแต่ชนเผ่าและกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยร่วมกัน

ทั้งสองกลุ่มนี้แยกออกจากความเป็นเผ่าปีศาจไม่ได้แล้ว เดิมทีเผ่าปีศาจประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ซึ่งบางกลุ่มเป็นศัตรูกันโดยธรรมชาติ ทำให้การแยกตัวระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์นั้นเป็นเรื่องปกติ

นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เผ่าปีศาจไม่สามารถเอาชนะเผ่ามนุษย์ได้

ซูเมิ่งเหยาเดินทางนานมากและในที่สุดก็ได้พบเมืองแห่งแรก

คือเมืองเย่าหยาง!

เมืองของเผ่าปีศาจที่อยู่ใกล้กับต้าซางมากที่สุด ก่อตั้งโดยปฐมจักรพรรดิหยวนของเผ่าปีศาจ ผู้ซึ่งรวมกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดเข้าด้วยกันและก่อตั้งเผ่าปีศาจขึ้นมา กระนั้นเมื่อเวลาผ่านไป เมืองนี้ได้สูญเสียความรุ่งโรจน์ในอดีตไปด้วย

จักรพรรดิหยวนผู้นี้เป็นบรรพบุรุษของซูเมิ่งเหยาและสถานะของเขาในเผ่าปีศาจไม่ด้อยไปกว่าปฐมจักรพรรดิซางแห่งต้าซาง

จักรพรรดิหยวนถือกำเนิดในตระกูลอีกาทอง เผ่าพันธุ์อีกาทองดั้งเดิมนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังซึ่งไม่ด้อยไปกว่าเผ่ามังกร ชื่อเต็มคืออีกาทองต้ารื่อ ว่ากันเขาเกิดในดวงอาทิตย์ เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ของโลก

และจักรพรรดิหยวนยังเป็นอัจฉริยะอีกด้วย โดยเขาบรรลุระดับหยวนเสินในอายุเพียงร้อยปี หลังจากนั้นเขาก็ก้าวหน้าไม่หยุดจนถึงจุดสูงสุดของหยวนเสิน แต่ไม่ถึงระดับบรรลุวิถี

ดูเหมือนว่าระดับบรรลุวิถีเป็นเพียงระดับแห่งจินตนาการเท่านั้น หากไม่ได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โบราณว่ามีผู้บรรลุระดับบรรลุวิถีได้จริง ในโลกผู้ฝึกตนคงจะสงสัยว่าระดับหยวนเสินคือจุดสุดยอดของโลกการฝึกตน กระนั้นสภาพแวดล้อมในสมัยโบราณและยุคสมัยใหม่แตกต่างกัน วิธีการบรรลุระดับบรรลุวิถีในประวัติศาสตร์สมัยโบราณอาจใช้ไม่ได้กับยุคใหม่

จักรพรรดิหยวนผู้ไม่มีทางทะลวงระดับบรรลุวิถีได้เสียทีจึงเริ่มมองหาตัวช่วย

ถ้ารวบรวมวิญญาณของสรรพสัตว์ทั้งฟ้าดินมาไว้เป็นหนึ่งเดียวจะสามารถเคาะประตูระดับบรรลุวิถีได้หรือไม่

ยุคนั้นเป็นยุคที่ชนเผ่าหลายร้อยเผ่าแข่งขันกันเพื่อชิงอำนาจ เผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นหนึ่งในหลายร้อยเผ่าพันธุ์และยังไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะครองโลก

ในเงื่อนไขเช่นนี้จักรพรรดิหยวนเริ่มการเดินทางเพื่อพิชิตเผ่าต่างๆ และทำให้เผ่าอีกาทองอยู่ในจุดสูงสุด

เผ่ากระต่ายจันทร์ เผ่าต้าเผิงปีกทอง เผ่าสิงโตทอง เผ่าวานรเทพ เผ่าสัตว์กินเหล็ก (แพนด้ายักษ์)...

การปราบปรามแล้วปราบปรามเล่า ทำให้หลายเผ่าพันธุ์ยอมจำนนต่อคำสั่งของจักรพรรดิหยวน ยังมีเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอกว่าเริ่มขอความคุ้มครองจากจักรพรรดิหยวนก่อนด้วย

เพื่อจะได้ปกครองเผ่าต่างๆ ได้ดีขึ้น จักรพรรดิหยวนจึงตั้งชื่อสามัญให้กลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้ว่าเผ่าปีศาจและเรียกตัวเองว่าจักรพรรดิปีศาจ

กระนั้นไม่ใช่ว่าทุกเผ่าพันธุ์จะยอมจำนนต่อเผ่าปีศาจ

มังกร หงส์ กิเลน เต่าดำ เสือขาวและมนุษย์คือเผ่าพันธุ์ที่เป็นพันธมิตรกัน

แต่ละเผ่ามีปรมาจารย์ระดับหยวนเสินมากกว่าหนึ่งคน ในเมื่อเป็นเผ่าพันธุ์ทรงพลังที่สุดในโลกแล้วจะยอมแพ้ง่ายๆ ได้อย่างไร

จักรพรรดิหยวนอยู่ในระดับหยวนเสินเช่นกัน แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง แต่เขาจะเอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งในระดับเดียวกันแต่มีจำนวนมากกว่าได้อย่างไร

แต่สุดท้ายเขาทำได้จริง

หลังจากเผชิญหน้ากันเกือบหมื่นปีระหว่างหกเผ่าพันธมิตรและเผ่าอีกาทอง

สิ่งที่เรียกว่าโชคปรากฏขึ้นในโลกเป็นครั้งแรก กล่าวอีกนัยคือถูกใช้งานครั้งแรก จักรพรรดิหยวนใช้กงล้อสุริยเทพเพื่อแบกรับชะตากรรมของเผ่าปีศาจและด้วยโชคลาภที่เพิ่มเข้ามาไม่สิ้นสุดทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าระดับหยวนเสินด้วยซ้ำ

ส่งผลให้หยวนเสินของทั้งหกเผ่าพันธมิตรไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแล้ว

เผ่ากิเลนถูกทำลาย เผ่าเต่าดำและเสือขาวยอมจำนน ส่วนอีกสามเผ่านั้นสูญเสียกระดูกสันหลัง ทำให้ทั่วหล้าเคารพเผ่าปีศาจ

เมื่อเผ่าปีศาจกำลังจะครองโลกนี้แล้ว

จักรพรรดิหยวนได้จากโลกนี้ไป

จักรพรรดิหยวนซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นบุคคลอันดับหนึ่งของโลก แต่สิ้นพระชนม์ง่ายๆ เช่นนี้

บางคนถึงขั้นคิดว่าเขาแกล้งตาย

อายุขัยหนึ่งหมื่นปีในระดับหยวนเสินเป็นเพียงรากฐานเท่านั้น เพราะด้วยระดับพลังวิญญาณที่น่ากลัวของจักรพรรดิหยวนที่เหนือกว่าหยวนเสิน การมีชีวิตอยู่นานสามถึงห้าหมื่นปีนั้นไม่มีปัญหา แล้วเขาจะตายกะทันหันได้อย่างไร

แต่เขาก็ตายไปแล้วจริงๆ บางคนบอกว่าเป็นการลงโทษจากสวรรค์ บ้างก็พูดว่าเขาหมกมุ่นกับการฆ่าจนถูกธาตุไฟเข้าแทรก

หลังจากที่จักรพรรดิหยวนสิ้นพระชนม์ ความขัดแย้งภายในของเผ่าปีศาจปะทุขึ้นจนเกิดการกบฏบ่อยครั้ง

เผ่าพันธุ์ที่มีหยวนเสินล้วนต้องการชิงตำแหน่งจักรพรรดิปีศาจและเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอกว่าถูกชักนำเข้าสู่การต่อสู้เช่นกัน แต่เมื่อผู้มีปัญญาตระหนักว่าสถานการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป สถานการณ์ก็เลวร้ายจนไม่สามารถหยุดยั้งได้แล้ว

ในที่สุดเผ่ามังกร หงส์และมนุษย์ทั้งสามเผ่าสามารถพักหายใจได้ สถานการณ์เริ่มผ่อนคลายเรื่อยๆ

หลังจากสงครามภายในสิ้นสุดลง จำนวนประชากรของเผ่าปีศาจลดลงครึ่งหนึ่งและพลังการต่อสู้ระดับสูงก็ลดลงเหลือเกือบครึ่งหนึ่งเช่นกัน

พวกเขายังถูกปราบปรามโดยเผ่ามังกร หงส์และมนุษย์เรื่อยๆ จึงไม่สามารถครอบครองโชคมหาศาลของจักรพรรดิหยวนได้อีกต่อไป

โชคของต้าซางก็ยืมมาจากจักรพรรดิหยวน

หากจักรพรรดิหยวนไม่สิ้นพระชนม์ เกรงว่าปัจจุบันนี้เผ่ามนุษย์จะกลายเป็นเผ่าลิงไร้ขนในหมู่เผ่าปีศาจเท่านั้น

ซูเมิ่งเหยาถอนความคิดแล้วเดินไปที่เมือง

มันไม่แตกต่างจากเมืองมนุษย์มากนัก แค่มีความดุร้ายมากกว่าและไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ซึ่งจะเห็นกลุ่มปีศาจรูปร่างแตกต่างกันในเมือง

ลำตัวเป็นคนหัวเป็นสิงโต ผู้หญิงที่มีปีกบนหลัง หรือผู้หญิงที่มีหูสุนัขจิ้งจอก ซึ่งสามารถแยกแยะพวกมันออกจากมนุษย์ได้ทันที

ปีศาจหลายตัวเลือกที่จะรักษาลักษณะทางเผ่าพันธุ์ไว้เมื่อพวกมันแปลงกาย

ยังมีพวกที่เดินอุ้มสุนัขจิ้งจอกหรือลูกแมวไปตามถนนด้วย ดูเหมือนพวกมันมีสัตว์เลี้ยง แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นลูกหลานของพวกมันเอง

ซูเมิ่งเหยาเดินตามความทรงจำและไปที่จวนเจ้าเมืองเย่าหยาง

“ผู้ใดมาเยือน!”

จบบทที่ ตอนที่ 91 เมืองเย่าหยางแห่งเผ่าปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว