- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 91 เมืองเย่าหยางแห่งเผ่าปีศาจ
ตอนที่ 91 เมืองเย่าหยางแห่งเผ่าปีศาจ
ตอนที่ 91 เมืองเย่าหยางแห่งเผ่าปีศาจ
ตอนที่ 91 เมืองเย่าหยางแห่งเผ่าปีศาจ
“สำหรับสายเลือดราชามังกรนั้น มันไม่ใช่ราชามังกรแบบที่ข้าคิดไว้เลย” ซูอันตรวจสอบคำอธิบายเรื่องสายเลือดราชามังกร
สายเลือดราชามังกร : สายเลือดของอดีตบรรพบุรุษมังกรชางหลง หลังจากรวมสายเลือดเข้าด้วยกันจะสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์มังกรได้ หากสายเลือดได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ต่อเนื่อง วันหนึ่งความสง่างามของชางหลงสามารถฟื้นคืนกลับมาได้โดยสมบูรณ์
ที่แท้คือชางหลง!
“ความสง่างามของชางหลง หมายถึงมังกรที่โดนฆ่าแล้วแย่งไข่มุกมาหรือ?” ซูอันนึกถึงไข่มุกมังกรชางหลงที่ยังอยู่ในคลังของราชวงศ์และอดส่ายหัวดูแคลนไม่ได้ “กินเนื้อยังอร่อยกว่า”
หลังจากได้รวมคัมภีร์ปลูกฝังมารกับคัมภีร์ปฐมกาลเข้าด้วยกันแล้ว ส่งผลให้การขัดเกลาสมบัติวิญญาณอื่นๆ แข็งแกร่งขึ้นมากเช่นกัน
แม้ว่าการกลืนกินสายเลือดชางหลงเป็นวัตถุดิบทางจิตวิญญาณที่ล้ำค่า แต่ไม่สำคัญว่าต้องใช้กับตัวเองเท่านั้น
เขาจึงเก็บทั้งสองสิ่งนี้ไว้ในระบบก่อน
ซูอันประกบมือสองข้างไว้ด้วยกัน หลับตาและดูดซับความโชคดีที่ไม่อาจบรรยายได้
คะแนนตัวร้ายบนแผงระบบสูงถึง 5500
“ระบบ จับรางวัลให้ข้า! สามรอบ!”
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ ยาเม็ดจิตมังกรพยัคฆ์หาญ*10]
ยาเม็ดจิตมังกรพยัคฆ์หาญ : หลังการใช้งาน อาวุธนั้นจะมีจิตมังกรและพยัคฆ์ ผู้ใช้สามารถสังหารศัตรูโดยไม่ลังเล
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทน*1]
ตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทน : เปิดใช้โดยอัตโนมัติเมื่อโฮสต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการบาดเจ็บทั้งหมดจะถูกถ่ายโอนไปยังตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทน หลังการใช้งานโฮสต์จะสลับสถานที่กับตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทนด้วย
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับแสงวิญญาณโลก 1 ชุด]
แสงวิญญาณโลก : สามารถใช้ซ่อมแซมสมบัติวิญญาณหรือปรับปรุงระดับของโลกภายในได้
“ยาเม็ดจิตมังกรพยัคฆ์หาญ ข้าดูเป็นคนที่ต้องการสิ่งนี้หรือ?” ซูอันดูถูกเหยียดหยามเรื่องแบบนี้มากและโยนมันเข้าไปในแหวนจัดเก็บ
สำหรับตุ๊กตาดินเหนียวตัวแทนนั้นไม่แย่ เพราะเทียบเท่าการมีชีวิตพิเศษอีกหนึ่งชีวิต แต่เขาต้องหาสถานที่จัดวางมันไว้
ส่วนแสงวิญญาณโลก เขาได้รับมันเป็นครั้งที่สองแล้ว ทว่ายังไม่มีโอกาสได้ใช้มันเลย
“ดูเหมือนว่าผู้หญิงสองคนนี้ยังไม่โชคดีพอ ครั้งต่อไปลองหลี่จื่อซวงดีกว่า ข้าจำได้ว่านางเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเสวี่ยจู๋ด้วย”
เพียงแค่เพลิดเพลินและลุ้นไปกับรางวัลที่จะได้รับหลังจากนั้น
……
ทางใต้ของต้าซาง ข้ามมณฑลที่แห้งแล้งไปยังหนานหมาน (ดินแดนอนารยชนทางตอนใต้) อันห่างไกล
สถานที่ซึ่งเผ่าปีศาจอาศัยอยู่
ในอดีตนั้นเผ่าปีศาจค่อนข้างแข็งแกร่ง ทว่านับตั้งแต่ก่อตั้งต้าซาง เผ่าปีศาจถูกปราบปรามไปยังหนานหมานเรื่อยๆ
ความจริงแล้วดินแดนหนานหมานไม่ได้เล็ก โดยมีพื้นที่เทียบเท่ากับหลายเมืองของต้าซางรวมกัน
แต่เมื่อเทียบกับความเจริญรุ่งเรืองของต้าซางแล้ว หนานหมานนี้ค่อนข้าง...ป่าเถื่อนจริงๆ
เมื่อมองดูคร่าวๆ ส่วนใหญ่เป็นป่าและมีเมืองไม่กี่แห่ง
ส่วนใหญ่มีแต่ชนเผ่าและกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยร่วมกัน
ทั้งสองกลุ่มนี้แยกออกจากความเป็นเผ่าปีศาจไม่ได้แล้ว เดิมทีเผ่าปีศาจประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ซึ่งบางกลุ่มเป็นศัตรูกันโดยธรรมชาติ ทำให้การแยกตัวระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์นั้นเป็นเรื่องปกติ
นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เผ่าปีศาจไม่สามารถเอาชนะเผ่ามนุษย์ได้
ซูเมิ่งเหยาเดินทางนานมากและในที่สุดก็ได้พบเมืองแห่งแรก
คือเมืองเย่าหยาง!
เมืองของเผ่าปีศาจที่อยู่ใกล้กับต้าซางมากที่สุด ก่อตั้งโดยปฐมจักรพรรดิหยวนของเผ่าปีศาจ ผู้ซึ่งรวมกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดเข้าด้วยกันและก่อตั้งเผ่าปีศาจขึ้นมา กระนั้นเมื่อเวลาผ่านไป เมืองนี้ได้สูญเสียความรุ่งโรจน์ในอดีตไปด้วย
จักรพรรดิหยวนผู้นี้เป็นบรรพบุรุษของซูเมิ่งเหยาและสถานะของเขาในเผ่าปีศาจไม่ด้อยไปกว่าปฐมจักรพรรดิซางแห่งต้าซาง
จักรพรรดิหยวนถือกำเนิดในตระกูลอีกาทอง เผ่าพันธุ์อีกาทองดั้งเดิมนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังซึ่งไม่ด้อยไปกว่าเผ่ามังกร ชื่อเต็มคืออีกาทองต้ารื่อ ว่ากันเขาเกิดในดวงอาทิตย์ เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ของโลก
และจักรพรรดิหยวนยังเป็นอัจฉริยะอีกด้วย โดยเขาบรรลุระดับหยวนเสินในอายุเพียงร้อยปี หลังจากนั้นเขาก็ก้าวหน้าไม่หยุดจนถึงจุดสูงสุดของหยวนเสิน แต่ไม่ถึงระดับบรรลุวิถี
ดูเหมือนว่าระดับบรรลุวิถีเป็นเพียงระดับแห่งจินตนาการเท่านั้น หากไม่ได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โบราณว่ามีผู้บรรลุระดับบรรลุวิถีได้จริง ในโลกผู้ฝึกตนคงจะสงสัยว่าระดับหยวนเสินคือจุดสุดยอดของโลกการฝึกตน กระนั้นสภาพแวดล้อมในสมัยโบราณและยุคสมัยใหม่แตกต่างกัน วิธีการบรรลุระดับบรรลุวิถีในประวัติศาสตร์สมัยโบราณอาจใช้ไม่ได้กับยุคใหม่
จักรพรรดิหยวนผู้ไม่มีทางทะลวงระดับบรรลุวิถีได้เสียทีจึงเริ่มมองหาตัวช่วย
ถ้ารวบรวมวิญญาณของสรรพสัตว์ทั้งฟ้าดินมาไว้เป็นหนึ่งเดียวจะสามารถเคาะประตูระดับบรรลุวิถีได้หรือไม่
ยุคนั้นเป็นยุคที่ชนเผ่าหลายร้อยเผ่าแข่งขันกันเพื่อชิงอำนาจ เผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นหนึ่งในหลายร้อยเผ่าพันธุ์และยังไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะครองโลก
ในเงื่อนไขเช่นนี้จักรพรรดิหยวนเริ่มการเดินทางเพื่อพิชิตเผ่าต่างๆ และทำให้เผ่าอีกาทองอยู่ในจุดสูงสุด
เผ่ากระต่ายจันทร์ เผ่าต้าเผิงปีกทอง เผ่าสิงโตทอง เผ่าวานรเทพ เผ่าสัตว์กินเหล็ก (แพนด้ายักษ์)...
การปราบปรามแล้วปราบปรามเล่า ทำให้หลายเผ่าพันธุ์ยอมจำนนต่อคำสั่งของจักรพรรดิหยวน ยังมีเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอกว่าเริ่มขอความคุ้มครองจากจักรพรรดิหยวนก่อนด้วย
เพื่อจะได้ปกครองเผ่าต่างๆ ได้ดีขึ้น จักรพรรดิหยวนจึงตั้งชื่อสามัญให้กลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้ว่าเผ่าปีศาจและเรียกตัวเองว่าจักรพรรดิปีศาจ
กระนั้นไม่ใช่ว่าทุกเผ่าพันธุ์จะยอมจำนนต่อเผ่าปีศาจ
มังกร หงส์ กิเลน เต่าดำ เสือขาวและมนุษย์คือเผ่าพันธุ์ที่เป็นพันธมิตรกัน
แต่ละเผ่ามีปรมาจารย์ระดับหยวนเสินมากกว่าหนึ่งคน ในเมื่อเป็นเผ่าพันธุ์ทรงพลังที่สุดในโลกแล้วจะยอมแพ้ง่ายๆ ได้อย่างไร
จักรพรรดิหยวนอยู่ในระดับหยวนเสินเช่นกัน แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง แต่เขาจะเอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งในระดับเดียวกันแต่มีจำนวนมากกว่าได้อย่างไร
แต่สุดท้ายเขาทำได้จริง
หลังจากเผชิญหน้ากันเกือบหมื่นปีระหว่างหกเผ่าพันธมิตรและเผ่าอีกาทอง
สิ่งที่เรียกว่าโชคปรากฏขึ้นในโลกเป็นครั้งแรก กล่าวอีกนัยคือถูกใช้งานครั้งแรก จักรพรรดิหยวนใช้กงล้อสุริยเทพเพื่อแบกรับชะตากรรมของเผ่าปีศาจและด้วยโชคลาภที่เพิ่มเข้ามาไม่สิ้นสุดทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าระดับหยวนเสินด้วยซ้ำ
ส่งผลให้หยวนเสินของทั้งหกเผ่าพันธมิตรไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแล้ว
เผ่ากิเลนถูกทำลาย เผ่าเต่าดำและเสือขาวยอมจำนน ส่วนอีกสามเผ่านั้นสูญเสียกระดูกสันหลัง ทำให้ทั่วหล้าเคารพเผ่าปีศาจ
เมื่อเผ่าปีศาจกำลังจะครองโลกนี้แล้ว
จักรพรรดิหยวนได้จากโลกนี้ไป
จักรพรรดิหยวนซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นบุคคลอันดับหนึ่งของโลก แต่สิ้นพระชนม์ง่ายๆ เช่นนี้
บางคนถึงขั้นคิดว่าเขาแกล้งตาย
อายุขัยหนึ่งหมื่นปีในระดับหยวนเสินเป็นเพียงรากฐานเท่านั้น เพราะด้วยระดับพลังวิญญาณที่น่ากลัวของจักรพรรดิหยวนที่เหนือกว่าหยวนเสิน การมีชีวิตอยู่นานสามถึงห้าหมื่นปีนั้นไม่มีปัญหา แล้วเขาจะตายกะทันหันได้อย่างไร
แต่เขาก็ตายไปแล้วจริงๆ บางคนบอกว่าเป็นการลงโทษจากสวรรค์ บ้างก็พูดว่าเขาหมกมุ่นกับการฆ่าจนถูกธาตุไฟเข้าแทรก
หลังจากที่จักรพรรดิหยวนสิ้นพระชนม์ ความขัดแย้งภายในของเผ่าปีศาจปะทุขึ้นจนเกิดการกบฏบ่อยครั้ง
เผ่าพันธุ์ที่มีหยวนเสินล้วนต้องการชิงตำแหน่งจักรพรรดิปีศาจและเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอกว่าถูกชักนำเข้าสู่การต่อสู้เช่นกัน แต่เมื่อผู้มีปัญญาตระหนักว่าสถานการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป สถานการณ์ก็เลวร้ายจนไม่สามารถหยุดยั้งได้แล้ว
ในที่สุดเผ่ามังกร หงส์และมนุษย์ทั้งสามเผ่าสามารถพักหายใจได้ สถานการณ์เริ่มผ่อนคลายเรื่อยๆ
หลังจากสงครามภายในสิ้นสุดลง จำนวนประชากรของเผ่าปีศาจลดลงครึ่งหนึ่งและพลังการต่อสู้ระดับสูงก็ลดลงเหลือเกือบครึ่งหนึ่งเช่นกัน
พวกเขายังถูกปราบปรามโดยเผ่ามังกร หงส์และมนุษย์เรื่อยๆ จึงไม่สามารถครอบครองโชคมหาศาลของจักรพรรดิหยวนได้อีกต่อไป
โชคของต้าซางก็ยืมมาจากจักรพรรดิหยวน
หากจักรพรรดิหยวนไม่สิ้นพระชนม์ เกรงว่าปัจจุบันนี้เผ่ามนุษย์จะกลายเป็นเผ่าลิงไร้ขนในหมู่เผ่าปีศาจเท่านั้น
ซูเมิ่งเหยาถอนความคิดแล้วเดินไปที่เมือง
มันไม่แตกต่างจากเมืองมนุษย์มากนัก แค่มีความดุร้ายมากกว่าและไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ซึ่งจะเห็นกลุ่มปีศาจรูปร่างแตกต่างกันในเมือง
ลำตัวเป็นคนหัวเป็นสิงโต ผู้หญิงที่มีปีกบนหลัง หรือผู้หญิงที่มีหูสุนัขจิ้งจอก ซึ่งสามารถแยกแยะพวกมันออกจากมนุษย์ได้ทันที
ปีศาจหลายตัวเลือกที่จะรักษาลักษณะทางเผ่าพันธุ์ไว้เมื่อพวกมันแปลงกาย
ยังมีพวกที่เดินอุ้มสุนัขจิ้งจอกหรือลูกแมวไปตามถนนด้วย ดูเหมือนพวกมันมีสัตว์เลี้ยง แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นลูกหลานของพวกมันเอง
ซูเมิ่งเหยาเดินตามความทรงจำและไปที่จวนเจ้าเมืองเย่าหยาง
“ผู้ใดมาเยือน!”