- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 86 ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ
ตอนที่ 86 ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ
ตอนที่ 86 ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ
ตอนที่ 86 ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ
“ออกไปซะ แค่เห็นหน้าก็โมโหแล้ว” จักรพรรดินีกล่าวด้วยความขุ่นเคือง
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากที่ซูอันออกไปแล้ว เท้าของจักรพรรดินีวางบนเตียงและนางพูดด้วยความโกรธ “หงเสา ดูเสี่ยวอันจื่อคนนี้สิ นับวันยิ่งดื้อรั้นและวันนี้เขากล้าใช้หมู่โฮ่วมาขู่ข้าแล้ว”
“แต่ฝ่าบาทยอมให้เขายืมคนนะเพคะ” หงเสาเอ่ย
“เฮอะ ใครใช้ให้เขาเรียกข้าว่าพี่สาวล่ะ”
เขาเรียกนางว่าพี่รั่วซีแล้วนางจะปฏิเสธได้อย่างไร
น่าชัง!
……
จวนหย่งเวยปั๋ว
ภายใต้การสังเกตของหลิงเฉิน วันนี้ซูเสวี่ยจู๋ออกไปอีกแล้ว
แต่คราวนี้รถม้าของซูอันมารอนางที่หน้าประตูแทน ซูอันเป็นฝ่ายมาหานางเองและดูเหมือนว่าหลิงเฉินจะเห็นร่องรอยความไม่เต็มใจบนใบหน้าของซูเสวี่ยจู๋ด้วย
จังหวะที่ซูอันช่วยนางขึ้นรถม้า นางจงใจหลีกเลี่ยงและพยายามรักษาระยะห่าง
จากนั้นทั้งสองดูเหมือนทะเลาะกัน ซูเสวี่ยจู๋จึงหันหลังกลับและเดินเข้าจวนหย่งเวยปั๋ว หลิงเฉินจึงรีบซ่อนตัว
“ไม่รู้จักดีชั่ว!” ซูอันกลับไปที่รถม้าพลางมองตามหลังซูเสวี่ยจู๋ด้วยความเย็นชา “รอข้าก่อนเถอะ”
ซูเสวี่ยจู๋ชะงัก ร่างกายของนางสั่นเทาแล้วเร่งฝีเท้าเดินจากไป
“ชัดเลย ทั้งหมดนี้เป็นการบีบบังคับจากสารเลวซูอัน!” หลิงเฉินมองเหตุการณ์นี้ด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกล เมื่อเห็นซูเสวี่ยจู๋หลบอยู่ในห้องและกลั้นน้ำตา เขาจึงกำหมัดแน่น รู้สึกทุกข์ใจอย่างยิ่ง
ปกติแล้วเสวี่ยจู๋เป็นผู้หญิงเข้มแข็งและไม่ปล่อยให้คนอื่นเห็นด้านอ่อนแอของนาง ทว่าตอนนี้นางกำลังแอบร้องไห้อยู่ในห้อง
“เสวี่ยจู๋ ข้าจะแก้แค้นให้เจ้าเอง!”
เขาถือป้ายหลงหวังไว้ในมือแล้วถ่ายพลังเวทเข้าไป
ป้ายหลงหวังนี้ถูกส่งต่อโดยอาจารย์ มันไม่ใช่อาวุธเวท แต่เป็นป้ายที่ทำจากวัสดุที่ไม่รู้จักซึ่งค่อนข้างมหัศจรรย์
ถ้าอาหลงไม่หายตัวไป เขาคงไม่ร้อนใจขนาดนี้ ถ้าคนของสำนักหลงหวังสัมผัสได้ถึงคำสั่งของเจ้าสำนัก พวกเขาจะมาทันที
คราวนี้เขาทนไม่ไหวแล้ว เขาต้องการแสดงพลังของเจ้าสำนักหลงหวัง เขาจะนำผู้คนจากสำนักหลงหวังไปสอนบทเรียนให้ซูอันและระบายความโกรธแทนเสวี่ยจู๋
“คุณชายซู การแสดงของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
ตอนนี้ฉากในห้องของซูเสวี่ยจู๋แตกต่างไปจากที่หลิงเฉินจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง
ซูอันซึ่งเดิมทีกลับไปแล้วก็มาปรากฏตัวที่นี่
ซูเสวี่ยจู๋ที่ควรจะ ‘ร้องไห้’ กำลังหันไปหาซูอันแล้วขอคำชมด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“เก่งมาก” ซูอันให้คำตอบ
“มีรางวัลหรือไม่?” ร่างของซูเสวี่ยจู๋เคลื่อนไปทางซูอันกว่าครึ่ง
“เจ้าอยากได้รางวัลอะไร?” ซูอันเลิกคิ้วและถาม
ซูเสวี่ยจู๋เลียริมฝีปากของตนเบาๆ เมื่อมองไปที่ใบหน้าของซูอันแล้วหัวใจของนางเต้นรัว “ข้าอยากได้...”
“เจ้าไม่กลัวทำผิดต่อหลิงเฉินหรือ?” ซูอันมองนางด้วยรอยยิ้มคลุมเครือ
“การหมั้นหมายนั้นทำโดยนายท่านผู้เฒ่า ไม่เกี่ยวกับข้าเลย หากสวะนั่นอยากแต่งงานก็ให้ไปแต่งกับขี้เถ้าของตาแก่สิ” ซูเสวี่ยจู๋ไม่ปิดบังว่านางรังเกียจคู่หมั้นสุดๆ
“แล้วถ้าหลิงเฉินไม่ใช่สวะล่ะ?” ซูอันทิ้งระเบิด “นอกจากเขาไม่ใช่สวะ แต่ยังเป็นเจ้าสำนักหลงหวัง เป็นผู้ฝึกตนระดับมิ่งตานและเป็นอัจฉริยะของกลุ่มผู้ฝึกตนด้วย!”
การแสดงออกของซูเสวี่ยจู๋เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่นางไม่แปลกใจมากนัก “ไม่แปลกนะ เพราะคนที่คุณชายซูพุ่งเป้า ย่อมไม่ใช่คนไร้ประโยชน์”
การที่ผู้แข็งแกร่งระดับมิ่งตานยอมเป็นลูกเขยที่สามารถถูกทุบตีและดุด่าได้ อาจเพราะมีรสนิยมเช่นนี้ และโลกนี้เต็มไปด้วยเรื่องไม่คาดฝัน บางทีหลิงเฉินอาจมีแผนการก็ได้
“แต่...” นัยน์ตาสีดำบริสุทธิ์ของนางจ้องเข้าไปในดวงตาของซูอันราวกับทะลุทะลวงถึงจิตใจได้ “การที่ข้าไม่ชอบหลิงเฉิน ไม่เกี่ยวกับตัวตนของเขาเลย ท่านโหวซูคิดว่าอย่างไร”
“ข้าคิดว่า...เจ้ามาหาข้าเพราะอยากยกเลิกการหมั้นใช่หรือไม่?” ซูอันเชยคางของซูเสวี่ยจู๋ขึ้นและยกยิ้มมุมปากใส่นาง
ร่างกายของซูเสวี่ยจู๋สั่นเทา ดวงตาที่มองซูอันค่อยๆ เปลี่ยนไป
“ใช่!”
ทันใดนั้นนางกระโจนไปข้างหน้าเหมือนเสือแล้วกัดริมฝีปากของซูอันโดยแรง
กลิ่นคาวเลือดเต็มปากของซูอัน เขาไม่ได้ใช้เวทป้องกันและขมวดคิ้วอดทนกับเหตุการณ์นี้
ไม่นานซูเสวี่ยจู๋ก็ปล่อยซูอัน นางเลียเลือดของซูอันบนริมฝีปากของตน
ริมฝีปากสีแดงดูชุ่มฉ่ำและมีเสน่ห์ขึ้นอีก
“นี่คือคำตอบของข้า”
หลังจากกลืนเลือดลงคอแล้วซูอันยิ้มและพูดว่า “คำตอบของเจ้า...ข้าไม่คัดค้าน!”
หัวใจของซูเสวี่ยจู๋เต้นแรง รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้างาม
……
หลังจากตกลงกับซูเสวี่ยจู๋แล้ว ซูอันจึงออกจากจวนหย่งเวยปั๋ว
เมื่อมีบุปผามรณะอยู่ข้างกายย่อมไม่มีใครสังเกตเห็นเขา
“ช่วงนี้ซูเมิ่งเหยาเป็นอย่างไร มีความผิดปกติหรือไม่” ซูอันถาม
บุปผามรณะหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมา ซึ่งมีทุกเรื่องของซูเมิ่งเหยาในนั้น “จากการสังเกตของข้าน้อยพบว่าซูเมิ่งเหยาเหมือนมีเจตนาร้ายต่อนายท่าน นางมักจ้องมองนายท่านจากระยะไกล นอกจากนี้นางยังใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกตน แต่แง่มุมอื่นๆ นางไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนนักเจ้าค่ะ”
เมื่อเปิดบันทึกของบุปผามรณะแล้วคิ้วของซูอันค่อยๆ ขมวด
ไม่มีข้อมูลที่เจาะลึกและเป็นประโยชน์มากนัก เพราะส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ตัดสินจากท่าทางของซูเมิ่งเหยา
“ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกตนหรือ? เหตุใดจึงขยันขึ้นมาล่ะ?”
“จับตามองต่อไปและหากมีความผิดปกติให้รายงานข้าได้ตลอดเวลา”
……
ระยะนี้จวนหย่งเวยปั๋วประสบปัญหามากมาย
เรื่องของตระกูลหยวนเพิ่งจะยุติได้ไม่นานก็เกิดโชคร้ายขึ้นที่เหมืองแร่ข้างนอก
มันเป็นเหมืองแร่วิญญาณเล็กๆ และปัจจุบันยังเป็นเหมืองแร่วิญญาณเพียงแห่งเดียวของจวนหย่งเวยปั๋ว
เมื่อวานนี้เกิดเหตุร้ายขึ้นที่เหมืองแร่วิญญาณ คนงานเหมืองทั้งหมดรวมถึงผู้ดูแลของจวนหย่งเวยปั๋วหายตัวไป
คนที่เพิ่งถูกส่งไปตรวจสอบไม่กล้าเข้าไปในเหมืองเพราะสถานการณ์ในเหมืองเริ่มไม่มั่นคง ในบางครั้งจะมีรอยแยกมิติเกิดขึ้น หากไม่ระวังอาจถูกกลืนหายไปได้ ทำให้ตอนนี้ไม่สามารถขุดหาแร่วิญญาณได้อีก
เรื่องนี้ทำให้จวนหย่งเวยปั๋ววิตกกังวล
นอกจากนี้ตระกูลซูยังเป็นหนี้จำนวน ดังนั้นการใช้หนี้จึงขึ้นอยู่กับการหมุนเวียนของเหมืองวิญญาณนี้
หากเหมืองแร่วิญญาณหยุดชะงัก จวนหย่งเวยปั๋วจะยิ่งขัดสน ไม่เพียงรายได้ลดลงกว่าครึ่ง แต่อาจต้องขายทรัพย์สินจำนวนมากเพื่อชำระหนี้
ไม่กี่วันที่ผ่านมามีคนมาทวงหนี้เรื่อยๆ ซึ่งทำให้ฟูเหรินผู้เฒ่ากังวลมาก
“หลังจากนี้ให้ทำการซุ่มโจมตีในเหมือง” ซูอันเคาะนิ้วบนโต๊ะพลางเอ่ย
ทางจวนอู่ซ่วนโหวก็ได้ยินเรื่องเหมืองแร่วิญญาณของจวนหย่งเวยปั๋ว
“เข้าใจแล้ว แต่หลิงเฉินจะมาจริงหรือ?” เสวียนเจี้ยนถามด้วยความไม่แน่ใจ
เสวียนเจี้ยนเป็นผู้นำของแปดองครักษ์วิหคดำ พลังวิญญาณอยู่ในระดับหยางบริสุทธิ์ขั้นปลาย นางถูกยืมจากจักรพรรดินีมาโดยซูอัน
“ไม่ต้องห่วง เขามาแน่”
เมื่อเห็นซูอันมั่นใจมาก เสวียนเจี้ยนจึงไม่พูดมากความอีก
คำสั่งที่นางได้รับคือเชื่อฟังคำสั่งของซูอันชั่วคราว ด้วยเหตุนี้นางจึงติดตามซูอันทุกวันและได้เห็นเขาวางแผนรังแกผู้ชายข่มเหงผู้หญิง
แม้ซูอันจะบอกว่าเป็นการล่อหลิงเฉินลงหลุม แต่นางรู้สึกอยู่เสมอว่าซูอันสนุกกับมัน
ในความเป็นจริงนางอยากถามว่าการจัดการกับเจ้าสำนักหลงหวังที่อยู่ในระดับมิ่งตานขั้นสูงสุดคนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องสร้างฉากต่อสู้ครั้งใหญ่ขนาดนี้ เพราะแค่ปล่อยให้นางสังหารเขาในกระบี่เดียวจะไม่ง่ายกว่าหรือ