เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 76 เทียบเชิญจากจวนเซ่ากั๋วกง

ตอนที่ 76 เทียบเชิญจากจวนเซ่ากั๋วกง

ตอนที่ 76 เทียบเชิญจากจวนเซ่ากั๋วกง


ตอนที่ 76 เทียบเชิญจากจวนเซ่ากั๋วกง

จวนหย่งเวยปั๋ว ตระกูลซู

บุรุษหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งกำลังมองไปทางนั้นเช่นกัน

“กำเนิดหยวนเสินอีกคนแล้วสินะ เฮอะ ในไม่ช้าข้าจะไปถึงระดับหยวนเสินเช่นกัน” มีความเย่อหยิ่งและความมั่นใจสูงสุดในแววตาของเขา

“หลิงเฉิน ไอ้สวะ! เจ้าไม่ไปทำงาน มัวแต่มายืนบื้อตรงนี้!” เสียงเหน็บแนมของผู้หญิงดังขัดจังหวะความคิดของชายคนนั้น “ทำตัวเองให้ดูดีก่อนถึงวันงานเลี้ยงด้วย!”

หญิงวัยกลางคนหน้าตาดุร้ายเดินมาหาเขาและยกมือชี้หน้าเขาพลางดุด่า

“ท่านแม่ ข้าจะไปแล้ว กำลังจะไปแล้ว” หลิงเฉินก้มหน้าลงและตอบรับอีกฝ่ายด้วยเสียงแผ่ว

“อย่าเรียกข้าว่าแม่ เพราะข้าไม่ยอมรับเรื่องระหว่างเจ้ากับเสวี่ยจู๋” หญิงวัยกลางคนมองหลิงเฉินที่เคารพนาง แต่นางไม่ชอบเขาเลย

ไม่รู้ว่าเหตุใดนายท่านผู้เฒ่าจึงเลอะเลือนและแอบหมั้นหมายเสวี่ยจู๋กับผู้ชายไร้ค่าคนนี้

ในใจของนางแล้วทั้งรูปลักษณ์และความสามารถของเสวี่ยจู๋คู่ควรได้แต่งงานกับบุตรชายของตระกูลชั้นสูง ไม่ว่าจากตระกูลขุนนางหรืออัจฉริยะจากนิกายต่างๆ ก็ตาม หรืออย่างน้อยยังสามารถแต่งกับผู้ฝึกตนมากความสามารถและมีอนาคตไกลได้ แต่สัญญาหมั้นหมายนี้ทำให้ความฝันจบลง

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ โรคเก่าของนายท่านผู้เฒ่ากำเริบจนเสียชีวิต แต่พวกนางก็ไม่สามารถยกเลิกสัญญาหมั้นหมายนี้ได้

ประเด็นสำคัญคือนายท่านผู้เฒ่าได้ลงนามสัญญาเก็บไว้ที่หอเฉียนคุนด้วย หากการหมั้นหมายนี้กินเวลาน้อยกว่าสามปี ทรัพย์สินทั้งหมดในตระกูลจะถูกยกให้หลิงเฉินผู้เป็นลูกเขย ทำให้พวกนางไม่สามารถยกเลิกการหมั้นหมายได้

เมื่อได้ยินชื่อ ‘เสวี่ยจู๋’ แล้วใบหน้าของหลิงเฉินแสดงความอ่อนโยนขึ้นมา

เสวี่ยจู๋เป็นคู่หมั้นของเขาและเป็นเหตุผลที่ทำให้เขายอมตกลงแต่งงานเข้าตระกูลซู

เดิมทีเขาเป็นเจ้าสำนักหลงหวัง ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรนักฆ่าชั้นนำของต้าซาง

ในฐานะเจ้าสำนักขององค์กรนักฆ่า เดิมทีเขาออกเดินทางเพื่อค้นหาโอกาสบุกทะลวงสู่ระดับหยางบริสุทธิ์ แต่เมื่อได้เห็นหญิงสาวครั้งแรก เขารู้สึกว่าหัวใจที่ไม่สั่นคลอนมาหลายปีกลับถูกสั่นคลอน

ดูเหมือนว่าสตรีนางนี้คือโชคชะตาของเขาและเป็นบุพเพที่เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้

ก่อนที่อาจารย์ของเขาจะเสียชีวิตได้ทำนายไว้ว่าโอกาสที่เขาจะก้าวหน้าขึ้นอยู่กับหญิงสาวที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงในอนาคต

ขอเพียงแสร้งอ่อนแอเป็นเวลาสามปีก็สามารถทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและเหยียบเมฆาได้

เขาจึงปกปิดพลังวิญญาณแท้จริงและเข้ามาเป็นลูกเขยจวนหย่งเวยปั๋ว

แม้ว่าตอนนี้เสวี่ยจู๋จะเพิกเฉยต่อเขา ไม่ยินยอมแต่งงานกับเขาและไม่อยากแตะต้องเขาด้วยซ้ำ

แต่เขารู้ว่าเป็นเพราะเสวี่ยจู๋วางตัวดีจิตใจสะอาดและแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น

เสวี่ยจู๋นั้นพิเศษ

หลิงเฉินยังเชื่อมั่นในเสน่ห์ของตัวเองอีกด้วย

ตราบใดที่เขาดูแลเสวี่ยจู๋มากพอและทำให้นางรู้สึกอบอุ่น นางคงประทับใจในตัวเขาและตกหลุมรักเขาแน่นอน

นี่แหละคือรักบริสุทธิ์ ความรักที่ไม่เกี่ยวกับฐานะและความแข็งแกร่งคือสิ่งที่เขาปรารถนามากที่สุด

……

“จื่อซวง เจ้าไม่รู้หรอกว่าไอ้สวะหลิงเฉินนั้น...”

ในห้องส่วนตัว ซูเสวี่ยจู๋กำลังบ่นให้หลี่จื่อซวงฟังไม่หยุด

นับตั้งแต่ที่นางเห็นซูอันล่อลวงหลี่จื่อซวงสำเร็จ นางเกิดมีความคิดไม่ซื่อและเริ่มวางแผนเข้าหาหลี่จื่อซวงจนกลายเป็นสหายที่ดีต่อกัน

“แต่เขาเป็นคู่หมั้นของเจ้า การพูดเช่นนี้ไม่ดีเลยนะ” หลี่จื่อซวงเตือนด้วยความไม่มั่นใจ

“เฮอะ ข้าไม่ยอมรับคู่หมั้นคนนี้เลย” ซูเสวี่ยจู๋ทำสีหน้าจริงจัง “ตาแก่เป็นผู้ทำสัญญาหมั้นหมายครั้งนี้ก็ให้เขาแต่งเองสิ ต่อให้เขาตายไปแล้วก็ขุดโลงศพของเขาขึ้นมาแล้วแต่งงานกับหลิงเฉินเองเลย”

ไม่มีความเคารพในคำพูดของนางเลย

แม้ว่านายท่านผู้เฒ่าของจวนปั๋วจะเป็นปู่ของนาง แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ใกล้ชิดกับครอบครัวของพวกนางมากนัก

บิดาของนางเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลซู แต่เขาไม่สนใจเสียงคัดค้านของครอบครัวและแต่งงานกับมารดาจนได้ ทำให้พวกนางทั้งบ้านกลายเป็นความชิงชังให้สายตาของนายท่านผู้เฒ่า

พวกนางได้ทรัพยากรน้อยสุด แต่ต้องทำงานหนักสุด

บางทีเขาอาจจะเกลียดพวกนางทั้งบ้าน ทำให้ตั้งแต่นางเกิดมา นางไม่เคยเห็นนายท่านผู้เฒ่ายิ้มให้นางเลย

แม้แต่ทรัพยากรที่นางใช้ในการฝึกตนก็เป็นสิ่งที่บิดาทิ้งไว้ให้เท่านั้น

เห็นได้ชัดว่านางเป็นผู้มีความสามารถมากที่สุดในตระกูลซูรุ่นนี้ แต่ทรัพยากรสำหรับการฝึกตนนั้นด้อยกว่าพวกสำมะเลเทเมาในจวนปั๋วด้วยซ้ำ

ท่านปู่ เฮอะ เขาเป็นปู่ประเภทใดกัน

นางไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวในตระกูลซู เหตุใดต้องจับนางหมั้นหมายด้วย

ถ้าก่อนหน้านี้ซูเสวี่ยจู๋ไม่พอใจท่านปู๋ ตอนนี้นางเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ

นี่เป็นความคิดของเขาเอง เหตุใดเขาไม่แต่งเอง?

“เอ่อ…” หลี่จื่อซวงไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะคำพูดของซูเสวี่ยจู๋นั้นก้าวร้าวเกินไปจริงๆ

โชคดีที่ซูเสวี่ยจู๋ได้ระบายอารมณ์ออกมาแล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “จื่อซวง ข้าได้ยินเรื่องเจ้ากับท่านโหวซูแล้ว...น่าอิจฉาเจ้าเหลือเกิน!” ดูเหมือนนางจะพูดถึงมันโดยไม่ตั้งใจ

หลี่จื่อซวงนึกถึงเรื่องราวระหว่างตนกับซูอันซึ่งไม่ปกติ นางจึงส่ายหน้าพลางเอ่ย “ไม่มีสิ่งใดน่าอิจฉาหรอก”

“เช่นนั้นเจ้าก็ยกให้ข้าสิ” ซูเสวี่ยจู๋เอ่ยเสียงเย็นชา

หลี่จื่อซวงอ้าปากค้างและมองซูเสวี่ยจู๋ด้วยความตกตะลึง “เสวี่ยจู๋ เจ้า...”

“ฮ่าฮ่า แค่ล้อเล่นเอง ดูสิจื่อซวง ทำให้เจ้ากลัวได้มากเลยนะ” ซูเสวี่ยจู๋แสดงรอยยิ้มแห่งความสำเร็จออกมา

หลี่จื่อซวงรู้สึกโล่งใจ “เก่งนักนะจื่อซวง เจ้าสามารถสร้างเรื่องขบขันแบบนั้นโดยไม่กลัวคนอื่นได้ยิน”

“ได้ยินก็ได้ยินสิ ข้าไม่กลัวอยู่แล้ว”

“เจ้าไม่กลัวพวกเขานินทาลับหลังหรือ!”

“ข้าไม่กลัวที่จะเป็นผู้หญิงแย่ๆ ในสายตาคนอื่นหรอกนะ”

“เจ้านี่นะ!”

……

ในอีกด้านหนึ่ง ซูอันยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าหมายของผู้หญิงเลวคนหนึ่ง

“เจ้าหมายความว่าจวนเซ่ากั๋วกงจัดงานเลี้ยงและเชิญข้าด้วยหรือ?”

ป้าถังพยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ ผู้ที่มาส่งข่าวบอกว่าเป็นคนของจวนเซ่ากั๋วกงและนี่คือเทียบเชิญเจ้าค่ะ”

นางยื่นเทียบเชิญให้ซูอัน

เดิมทีจวนโหวมีคนไม่มากนัก ซึ่งหลังจากที่ป้าถังมา ซูอันจึงมอบหมายหน้าที่ดูแลเรื่องทั่วไปในจวนให้นาง

แม้ว่าระดับการฝึกตนของป้าถังไม่สูง แต่นางมีความสามารถในการดูแลบ้านค่อนข้างสูงและดูแลจวนโหวได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดี

“อืม เข้าใจแล้ว” ซูอันโบกมือให้ป้าถังออกไป

เมื่อเปิดเทียบเชิญในมือแล้วซูอันเลิกคิ้วขึ้น

“ที่แท้เซ่ากั๋วกงฉลองวันเกิดครบรอบพันปี”

จวนเซ่ากั๋วกงถือเป็นตระกูลที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงในเมืองหลวง บรรพบุรุษเคยเป็นองครักษ์ผู้ใกล้ชิดกับจักรพรรดิซาง

หลังจากทำงานหนักมาหลายชั่วอายุคนจึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเซ่ากั๋วกง

แม้ว่าไม่เคยมีหยวนเสินในตระกูล ทว่าจวนเซ่ากั๋วกงไม่เคยขาดผู้ฝึกตนระดับหยางบริสุทธิ์

ปัจจุบันนี้เซ่ากั๋วกงคือผู้ฝึกตนระดับหยางบริสุทธิ์ที่ชื่อเสียงเลื่องลือ

“ถ้าเช่นนั้นก็ไปดูหน่อย” ถึงอย่างไรก็ว่างอยู่แล้ว

ซูอันวางเทียบเชิญแล้วเดินไปที่ประตู จากนั้นเขายื่นมือออกไปข้างกายแล้วดึงเยี่ยหลีเอ๋อร์ที่ซ่อนอยู่ออกมา

“วางแผนอะไรอีกล่ะ?”

เยี่ยหลีเอ๋อร์ไม่รู้สึกอายที่ถูกจับได้ว่ากำลังแอบฟัง มือทั้งสองข้างของนางยกชายกระโปรงขึ้น เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนโดยไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า “พี่อัน ข้าเพิ่งได้เรียนรู้วิธีฝึกตนแบบใหม่ แต่ข้ารู้สึกว่าท่าทางไม่ค่อยถูกต้อง ข้าอยากให้ท่านช่วยสอนน่ะ”

ซูอันขมวดคิ้วพลางเอ่ย “การฝึกตนที่ไม่ได้มาตรฐานจะส่งผลร้ายแรงมากนะ ตามมาที่ห้องข้า แล้วข้าจะสอนให้”

“แล้วถ้าข้ายังทำไม่ถูกล่ะ?” เยี่ยหลีเอ๋อร์ถามด้วยความหวาดกลัว

“ทำไม่ถูกหรือ? ก็ต้องเข้มงวดมากขึ้น!” อาจารย์ซูนั้นเข้มงวดในการสอนมาก

……

จบบทที่ ตอนที่ 76 เทียบเชิญจากจวนเซ่ากั๋วกง

คัดลอกลิงก์แล้ว