เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 66 คนดีอายุสั้น คนชั่วอายุยืน

ตอนที่ 66 คนดีอายุสั้น คนชั่วอายุยืน

ตอนที่ 66 คนดีอายุสั้น คนชั่วอายุยืน


ตอนที่ 66 คนดีอายุสั้น คนชั่วอายุยืน

“เสี่ยวอวิ๋นยังไม่มาอีกหรือ?”

เมื่อมองไม่เห็นร่างที่คุ้นเคยยืนอยู่ด้านล่าง เฟิ่งหลวนจึงขมวดคิ้วและส่ายหน้าระอา

“ช่างเถอะ ประกาศโดยไม่ต้องรอแล้ว”

ไม่นานนี้ซูอันเตือนนางว่าเศษซากที่เหลือของนิกายเหอฮวนกำลังจะโจมตีนิกายเทียนสุ่ย ซึ่งหลังจากที่นางตามสืบจนชัดเจน จึงพบว่ามีร่องรอยของผู้ปลูกฝังมารอยู่ใกล้กับนิกายเทียนสุ่ยซึ่งบังคับให้นางต้องเพิ่มความสนใจ

นางยิ่งรู้สึกขอบคุณซูอันสำหรับความช่วยเหลือครั้งนี้ นางละทิ้งความบาดหมางเก่าก่อนจนสิ้นและรู้สึกผิดที่เข้าใจซูอันผิดด้วย

เห็นได้ชัดว่าท่านโหวซูเป็นคนดี

“สานุศิษย์ทั้งหลาย วันนี้ข้าเรียกรวมตัวทุกคนเพราะ...” ขณะที่นางกำลังพูดก็มีร่างหนึ่งเดินเข้ามาและหยุดที่มุมห้องโถง นั่นคือฉินอวิ๋น

เฟิ่งหลวนเลิกคิ้วขึ้น แต่ยังประกาศต่อโดยไม่สนใจเขา “ตอนนี้ผู้ปลูกฝังมารกำลังอาละวาดอยู่ในชิงโจว ทั้งยังมีเป้าหมายที่จะทำลายนิกายเทียนสุ่ยของเราด้วย...พวกเราต้องรวมกันเป็นหนึ่ง...นับจากนี้ไป ศิษย์ทุกคนจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอก ค่ายกลป้องกันสูงสุดของนิกายจะถูกเปิดใช้งาน ในเวลาเดียวกันสามชั้นแรกของหอสมบัติจงเหมินจะเปิดขึ้น แต่ละคนสามารถเลือกวิทยายุทธเสินทงได้หนึ่งชนิดและสามารถใช้คะแนนคุณงามความดีแลกเคล็ดวิชาและสมบัติใดๆ ก็ได้”

ก่อนที่มู่หนิงเจินจะออกมา นางเป็นผู้ควบคุมดูแลนิกายเทียนสุ่ยจึงมีอำนาจในการตัดสินทั้งหมด

ทันทีที่นางพูดจบก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายความโกลาหลที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้ เพราะโดยปกติแล้วสมบัติล้ำค่ากับเคล็ดวิชาชั้นยอดนั้นอยู่ไกลเกินเอื้อมของสานุศิษย์

หากค่ายกลป้องกันสูงสุดของนิกายถูกเปิดใช้งาน มันจะมีพลังมหาศาลและสามารถปิดกั้นผู้แข็งแกร่งระดับหยางผู้บริสุทธิ์ได้ แต่การเปิดใช้งานเพียงหนึ่งวันต้องใช้หินวิญญาณจำนวนมหาศาล แม้แต่นิกายระดับสูงสุดยังเปิดใช้งานเมื่อศัตรูที่แข็งแกร่งมากๆ บุกโจมตีเท่านั้น

ตอนนี้ค่ายกลป้องกันสูงสุดถูกเปิดใช้งานแล้ว หมายความว่าศัตรูเหล่านั้นสามารถคุกคามความปลอดภัยของนิกายเทียนสุ่ยได้

ฉินอวิ๋นมองบรรดาศิษย์พี่หญิงที่ยืนอยู่ด้านบนและหัวใจของเขารู้สึกตึงเครียด

ในอดีต ภายใต้การคุ้มครองของนิกายเทียนสุ่ยและพวกศิษย์พี่ เขาไม่เคยต้องกังวลกับอันตรายใด

ก่อนซูอันจะมาเหยียบที่นิกาย เขาใช้ชีวิตด้วยความสบายใจเสมอ

แต่ตอนนี้อันตรายกำลังคุกคามนิกายและบรรดาศิษย์พี่ของเขาแล้ว

แม้ว่าตอนนี้พวกศิษย์พี่จะมีความสัมพันธ์คลุมเครือกับซูอัน ถึงขั้นต่อต้านเขาเพื่อผู้ชายคนนั้น แต่เขาจะทนเห็นพวกนางตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไร

ไม่ได้การ ต้องรีบฝึกตนให้ถึงระดับมิ่งตานโดยเร็ว!

ด้วยวิธีนี้เท่านั้นเขาจึงสามารถมีบทบาทในอันตรายที่จะเกิดขึ้นและช่วยปกป้องนิกายกับพวกศิษย์พี่หญิงได้

ฉินอวิ๋นตัดสินใจแล้ว

……

บูม!

ราวกับว่าดวงอาทิตย์ที่สดใสตกลงมาในลานบ้าน บังเกิดความร้อนล้นหลาม

พลังวิญญาณและเลือดในกายสูบฉีดมหาศาล มันเผาไหม้เหมือนแสงอาทิตย์

แต่ความแปลกประหลาดแบบนี้ถูกจำกัดไว้แค่ในบริเวณลานบ้าน เพราะบุปผามรณะดำเนินการปิดผนึกพื้นที่นี้ไว้แล้ว

เมื่อพลังวิญญาณและเลือดค่อยๆ รวมเป็นหนึ่งเดียว ร่างของถูเซิ่งหนานจึงปรากฏขึ้นอีกครั้ง พื้นที่รอบกายของนางพังทลายตามแรงที่นางลุกขึ้นยืน นี่คือการรั่วไหลของพลังวิญญาณระดับใหม่

รูปร่างของนางไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมากนัก แต่นางดูมีพลังและงดงามมากขึ้น ใบหน้าละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น มันดูกลมกลืนในรู้สึกที่ไม่ลงรอยกันอย่างน่าประหลาดใจ

“โอ้ เซิ่งหนาน ขอแสดงความยินดีกับการบรรลุระดับหยางบริสุทธิ์ของเจ้า” ซูอันยิ้มดีใจและกล่าวแสดงความยินดี

ตามที่คาดไว้ ด้วยการให้ถูเซิ่งหนานกินมังกรสองตัว ในที่สุดนางก็ทะลวงถึงระดับหยางบริสุทธิ์ บัดนี้ในมือของเขามีไพ่อีกใบหนึ่งแล้ว

“ขอบคุณคุณชายสำหรับความเมตตา ข้าน้อยจะทำให้ดีที่สุดและยอมตายพร้อมคุณชาย” ถูเซิ่งหนานกำหมัดคารวะด้วยความเคารพ

อุปนิสัยของนางยังเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น

นางไม่ได้โง่และรู้ว่าเหตุใดนางจึงมาสู่ระดับหยางบริสุทธิ์ได้ หากไม่มีมังกรสองตัวที่ซูอันมอบให้ คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าสิบปีนางถึงจะมีโอกาสได้สัมผัสอาณาจักรหยางบริสุทธิ์

“แคก แคก เซิ่งหนาน ต่อไปถ้าเจ้าไม่มีคำพูดใด เจ้าก็ไม่ต้องพูดหรอกนะ” ซูอันสำลักคำพูดของถูเซิ่งหนาน

ตายไปก็น่าเสียดายแย่

คนดีอายุสั้น คนชั่วอายุยืนนับพันปี ไม่ว่าอย่างไรเขาจะต้องมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์

“เจ้าค่ะคุณชาย”

ถูเซิ่งหนานยกมือเกาหัว เพราะนางไม่ชอบพูดคำที่เหมือนพวกหนอนหนังสือนั่นจริงๆ

“หน้าอกของพี่เซิ่งหนานใหญ่ขึ้นมาก!” ความสนใจของเยี่ยหลีเอ๋อร์นั้นแตกต่างออกไป ดวงตาของนางจับจ้องไปที่หน้าอกของถูเซิ่งหนานและนางอยากกระโดดขึ้นไปบีบดูจริงๆ

นางอยากรู้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะส่งผลต่อความนุ่มและความแข็งของบริเวณนั้นหรือไม่?

จากนั้นนางถูกซูอันเขกหัว “ข้าบอกให้เจ้าขยันฝึกตน แต่เจ้ายังอยู่ในระดับจื่อฝู่ขั้นต้นและได้แต่มองคนอื่นพัฒนาไปเรื่อยๆ”

“ก็...มันนานแค่ไหนแล้ว ตั้งแต่มาที่นี่ท่านก็ไม่ฝึกกับข้าอีกเลย” เยี่ยหลีเอ๋อร์มองซูอันด้วยความขุ่นเคือง

ในอดีต ทั้งจวนโหวมีนางครองอยู่คนเดียวและบางครั้งจะเรียกหาหลี่จื่อซวง แต่หลี่จื่อซวงไร้มารยาจึงไม่อยู่ในสายตาของนาง ด้านถังซืออวิ๋นไม่ต้องเอ่ยถึง เพราะยังไม่เคยปีนขึ้นเตียงของพี่อัน นางจึงไม่คิดว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูที่น่ากลัว

แต่เมื่อมาถึงที่นี่ ฉู่อินแข่งขันกับนางในตำแหน่งหมอนข้าง พี่อันยังบอกด้วยว่าฉู่อินอวบอัดกว่านางและนอนกอดสบายกว่า

ส่วนเด็กสารเลวเซียวอวี่ลั่วคนนั้นนับวันยิ่งเหิมเกริม ยังเรียนรู้ที่จะเรียกพี่อันเหมือนที่นางเรียก และทุกวันนี้นางทำได้เพียงกินของเหลือจากเซียวอวี่ลั่วเท่านั้น ซึ่งมันเหลือทนจริงๆ

หากมีโอกาสนางต้องขังเด็กสารเลวนั่นไว้ในห้องลับและฝึกให้เชื่อง! ให้เข้าใจว่าใครเป็นพี่สาวคนโต

เมื่อคิดถึงฉากนั้น มุมปากของนางขดเหมือนคนบ้า ความรู้สึกยินดีแทบเอ่อล้น

เมื่อเห็นเยี่ยหลีเอ๋อร์ตกอยู่ในความคิดไร้สาระ สีหน้าของซูอันก็มืดลง

“เอาแต่คิดเหลวไหลทั้งวัน เจ้าช่วยทำสิ่งที่มีประโยชน์บ้างเถอะ!” เขาตำหนิ

“ทำสิ่งที่มีประโยชน์หรือ?” เยี่ยหลีเอ๋อร์คิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นขยับเข้ามาใกล้และเปิดริมฝีปากสีแดงเพื่อเอ่ยเบาๆ ว่า “ข้าเพิ่งได้เรียนรู้ท่า...ใหม่ๆ พี่อัน อยากลองหรือไม่?”

ใบหน้าไร้เดียงสาเต็มไปด้วยรอยยิ้มมีเสน่ห์ ใบหน้าขาวอมชมพูเรียบเนียนทำให้ผู้คนอยากกลืนกินในคำเดียวให้หมด

เฮ้อ~ผู้หญิงคนนี้ได้เรียนรู้แต่อะไรมา

ใบหน้าของซูอันเคร่งเครียดและแสดงความไม่พอใจ “สาวน้อย เห็นข้าเป็นคนแบบนั้นหรือ?”

เขาดึงเยี่ยหลีเอ๋อร์เข้าไปในห้องแล้วกระแทกปิดประตูตามหลัง

“ดูสิว่าวันนี้ข้าจะสอนบทเรียนให้เจ้าอย่างไร!”

……

นอกนิกายเทียนสุ่ยมีกองกำลังเผ่ามารซุ่มอยู่ทุกทิศทาง

“คาดไม่ถึงว่าเบาะแสจะถูกค้นพบล่วงหน้า” เมื่อมองไปที่ค่ายกลป้องกันสูงสุดเหมือนกระดองเต่าของนิกายเทียนสุ่ย รอยยิ้มของผู้ฝึกตนอ้วนจากลัทธิฮวนสี่ก็จางหายไป

“คนเยอะมาก ข่าวจึงรั่วไหลเป็นธรรมดา” น้ำเสียงของชายหน้าบากยังคงสงบเพราะเขาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว

วิถีมารนั้นมีมากหน้าหลายตาและความแข็งแกร่งต้องมาก่อน เรื่องของคุณธรรมไม่สำคัญ ถ้าเชื่อใจใครจริงๆ เจ้าจะเป็นคนโง่

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยิ่งใหญ่มากจนไม่น่าแปลกใจที่นิกายเทียนสุ่ยจะสังเกตเห็น

กระนั้นค่ายกลป้องกันสูงสุดไม่ได้ช่วยอะไร ก็แค่ปล่อยให้นิกายเทียนสุ่ยอยู่รอดได้ระยะหนึ่งและมีโอกาสน้อยที่จะได้รับการสนับสนุน เพราะนิกายอื่นๆ ในชิงโจวมีความสุขมากที่ได้เห็นนิกายเทียนสุ่ยถูกทำลาย

เขามองไปในทิศทางของเซียวเหล่ากุ่ยซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังครั้งนี้

เซียวเหล่ากุ่ยสังเกตเห็นการจ้องมองของเขาจึงหันมามอง รอยยิ้มอันมีเสน่ห์ปรากฏบนใบหน้าเหี่ยวย่น

“ไม่มีใครในชิงโจวอยากมีท้องฟ้าอีกผืนหนึ่งอยู่เหนือศีรษะหรอก”

มู่หนิงเจินมีความสามารถและเป็นคนที่แข็งแกร่งมากเกินไป

หากมู่หนิงเจินบรรลุระกับหยวนเสินได้จริง ในวันนั้นนิกายเทียนสุ่ยจะกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งใหม่และกลายเป็นท้องฟ้าเหนือนิกายอื่นๆ ในชิงโจว

จบบทที่ ตอนที่ 66 คนดีอายุสั้น คนชั่วอายุยืน

คัดลอกลิงก์แล้ว