เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 50 เรื่องของข้าไม่ต้องให้เจ้ามายุ่ง

ตอนที่ 50 เรื่องของข้าไม่ต้องให้เจ้ามายุ่ง

ตอนที่ 50 เรื่องของข้าไม่ต้องให้เจ้ามายุ่ง


ตอนที่ 50 เรื่องของข้าไม่ต้องให้เจ้ามายุ่ง

เมื่อได้ยินคำพูดของเฟิ่งหลวนแล้วใบหน้าของฉินอวิ๋นเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง

เหตุใดศิษย์พี่ใหญ่จึงพูดเช่นนี้

ให้เรียนรู้จากคนผู้นี้หรือ?

หนุ่มเจ้าสำราญเนี่ยนะ?

น่าตลกสิ้นดี ถ้าเขาเปิดเผยระดับพลังวิญญาณที่แท้จริงออกมา คุณชายซูผู้นี้จะเป็นตัวอะไร

แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะระดับพลังวิญญาณผิวเผินของเขาอยู่ที่ขอบเขตก่อกำเนิดเท่านั้น ซึ่งไม่มีทางเทียบกับอีกฝ่ายได้เลย

สุดท้ายเขาจึงเดินตามศิษย์พี่ทั้งสองด้วยสีหน้าบูดบึ้งไปตลอดทางและไม่พูดสักคำ ซูอันถูกพวกนางเชิญเข้าไปในลานที่เตรียมไว้โดยเฉพาะ

ลานนี้อยู่ติดกับยอดเขาเทียนอิน

“ข้าจะอยู่ที่นี่สักสองสามวัน ต้องขอรบกวนแม่นางฉู่และเทพธิดาเฟิ่งแล้ว” ซูอันมองไปที่ลานบ้านและพูดกับทั้งสองคน

“คุณชายซูเป็นแขกผู้มีเกียรติของนิกายเทียนสุ่ย ไม่จำเป็นต้องเกรงใจขนาดนั้น”

“จริงสิ หากคุณชายซูต้องการเยี่ยมชมนิกายเทียนสุ่ย ท่านสามารถขอให้สานุศิษย์พาชมได้ แต่จำไว้ว่าห้ามเข้าไปในเขตต้องห้ามหลังเขาเด็ดขาด” เฟิ่งหลวนเตือน

“เทพธิดาเฟิ่งโปรดวางใจ” ซูอันตอบรับด้วยรอยยิ้ม

……

หลังแยกกับพวกฉู่อินแล้ว ซูอันจึงเดินเข้าไปในห้องด้านในเพียงลำพังและตรวจสอบ จากนั้นเขาสร้างม่านพลังเวทเพื่อแยกตัวเองออกจากการสอดแนม

“บุปผามรณะ”

ในเงามืด มีผู้หญิงคนหนึ่งสวมหน้ากากสีดำ รูปร่างเป็นเปลวเพลิงร้อนแรงเดินตามหลังซูอันและรอคำสั่งจากซูอันเงียบๆ

“สังเกตเห็นความผิดปกติเกี่ยวกับผู้ปลูกฝังมารของชิงโจวหรือไม่?”

“เรียนนายท่าน ณ ปัจจุบันนี้พบการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดของผู้ปลูกฝังมารในชิงโจวซึ่งอยู่ภายใต้เงาของนิกายเหอฮวนและเป้าหมาย...ดูเหมือนจะเป็นนิกายเทียนสุ่ย”

“นิกายเหอฮวน?” ซูอันเลิกคิ้วถาม

เขาไม่ได้คาดหวังว่าการสืบเรื่องผู้ปลูกฝังมารจะเกี่ยวข้องกับนิกายเหอฮวน

นิกายเหอฮวนเคยเป็นหนึ่งในนิกายชั้นนำซึ่งเป็นนิกายที่รองรับทั้งชายและหญิง ผู้นำสูงสุดทั้งสองคนอยู่ในระดับหยวนเสินซึ่งเป็นผู้ชายหนึ่งคนผู้หญิงหนึ่งคน นิกายนี้อยู่ในความสนใจได้ระยะหนึ่ง ทว่าต่อมาเนื่องจากเหล่าลูกศิษย์ได้ฝึกตนด้วยวิธีประหลาดหลายรูปแบบ จึงก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วน และพวกเขาถูกจัดเป็นผู้ปลูกฝังมาร ในที่สุดจึงถูกทำลายโดยกลุ่มนิกายอื่นๆ ของต้าซาง

แม้ว่านิกายเหอฮวนจะถูกทำลาย แต่ไม่ได้ถูกกวาดล้างโดยสมบูรณ์

คนจำนวนไม่น้อยหนีการไล่ล่าไปซ่อนตัวเหมือนหนูในท่อระบายน้ำและเข้าสู่ด้านมืดของโลกการฝึกตน เกรงว่าคนที่บุปผามรณะเอ่ยถึงก็คือคนที่เหลือรอดของนิกายเหอฮวนนั่นเอง

สำหรับเป้าหมายของพวกเขาคือสำนักเทียนสุ่ยนั้น ซูอันคิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลก

ในเมื่อมีตัวเอกอยู่ คงแปลกถ้าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

ครั้งนี้เขาตั้งใจมาที่ชิงโจวเพราะจักรพรรดินีกำลังเตรียมเลื่อนตำแหน่งให้เขา ดังนั้นจึงบอกให้เขาออกมาปราบปรามคนชั่วเพื่อสร้างผลงาน

แม้ว่าการเลื่อนตำแหน่งไม่สำคัญกับเขา แต่เขาไม่สามารถปฏิเสธความปรารถนาดีของจักรพรรดินีได้

บังเอิญว่าฉู่อินอยู่ที่ชิงโจวพอดี เขาจึงเลือกมาดูที่นี่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับว่านิกายเทียนสุ่ยเป็นสถานที่รวมผู้ฝึกตนหญิงที่มีชื่อเสียง

เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะมีกำไรเกินกว่าที่คิดไว้

“สืบต่อไปและอย่าหุนหันพลันแล่น”

“น้อมรับคำสั่งนายท่าน!”

……

อีกด้านหนึ่ง ฉินอวิ๋นนอนอยู่บนเตียงพร้อมความรู้สึกไม่สบายใจที่อธิบายไม่ได้

เขานอนพลิกไปพลิกมาและไม่อยากนอนอีกต่อไป

“ไม่ได้!”

“ข้าต้องเตือนศิษย์พี่รอง” เขาลุกขึ้นนั่งแล้วพึมพำกับตัวเอง “มองแวบแรกก็รู้แล้วว่าซูอันไม่ใช่คนดี เขาเป็นแค่หนุ่มหน้าขาว มิหนำซ้ำยังพักอยู่ใกล้กับศิษย์พี่รองด้วย บางทีเขาอาจจะใช้โอกาสนี้รังแกศิษย์พี่รอง และศิษย์พี่รองเป็นคนใสซื่อ ถ้านางถูกคนผู้นั้นหลอกจะทำอย่างไร”

เมื่อจินตนาการถึงภาพศิษย์พี่รองถูกซูอันข่มเหงรังแก เขาจึงไม่สามารถนั่งนิ่งได้อีกต่อไป เขารีบลุกขึ้นและเดินไปที่ยอดเขาเทียนอิน

หลังจากนั้นไม่นานเขามาถึงลานขนาดเล็กของศิษย์พี่รอง เขายกมือขึ้นเคาะประตูลานบ้าน

“ศิษย์พี่รอง ข้าเอง”

รอเพียงไม่นาน ฉู่อินซึ่งสวมชุดสีน้ำเงินออกมาเปิดประตูแล้วมองฉินอวิ๋นด้วยความประหลาดใจ

“ศิษย์น้องเล็ก เจ้ามาหาข้าทำไม?”

ตอนนี้ค่ำแล้ว ซึ่งตามตารางเวลาของฉินอวิ๋นควรจะเข้านอนแล้วเช่นกัน

“ศิษย์พี่รอง ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับซูอันคืออะไรกันแน่?” ฉินอวิ๋นถามด้วยความตรงไปตรงมาโดยไม่ละสายตาไปจากฉู่อิน

“อ่า!” ฉู่อินไม่คาดคิดว่าฉินอวิ๋นจะถามคำถามเช่นนี้

ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับซูอันน่ะหรือ?

นางเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เจ้านายกับคนรับใช้ หัวหน้ากับลูกน้อง หรือว่า...

ความเขินอายแวววาวไปทั่วใบหน้าของนาง แต่ในเวลารวดเร็วก็ฟื้นคืนความสงบ “เราเป็นเพียงสหายธรรมดาต่อกัน”

ฉินอวิ๋นได้ยินแล้วมีความสุข เขารู้ดีว่าศิษย์พี่หญิงไม่ใช่คนประเภทที่หลงใหลในความรักระหว่างชายหญิง

เจ้าซูอันคิดอยากเข้าใกล้ศิษย์พี่หญิง ช่างเป็นความเพ้อฝัน

เขาผู้ซึ่งเบื่อหน่ายกับเรื่องทางอารมณ์มาโดยตลอดจึงไม่ได้สังเกตเห็นอาการแปลกๆ ของฉู่อินเลย

“ศิษย์พี่รอง ข้าคิดว่าซูอันเหมือนจะมีความคิดไม่เหมาะสมกับท่าน สายตาที่เขามองท่านวันนี้ไม่ถูกต้อง คนผู้นี้มีเจตนาไม่ดีและไม่ใช่คนดีแน่ๆ ท่านควรอยู่ห่างจากเขาดีกว่านะ” ฉินอวิ๋นมองศิษย์พี่รองด้วยความกังวลและเตือนนางด้วยความจริงจัง

สีหน้าของฉู่อินมืดลงทันที นางมีความสุขเมื่อได้ยินว่าซูอันคิดไม่ซื่อกับนาง แต่ทันทีที่ฉินอวิ๋นเริ่มใส่ร้ายซูอัน นางก็ไม่พอใจ

นางยังไม่รู้ว่าซูอันเป็นคนนิสัยไม่ดีอีกหรือ?

เอ่อ...เมื่อไตร่ตรองให้ดี ดูเหมือนเขาไม่ใช่คนดีเลยจริงๆ

แต่ถึงแม้ซูอันเป็นคนไม่ดี เป็นคนสารเลว นั่นก็เป็นสิทธิ์ของเขา มันเกี่ยวอะไรกับฉินอวิ๋น?

“เรื่องของข้าไม่ต้องให้เจ้ามายุ่งหรอกนะ”

นางพูดเสียงเย็นชา จากนั้นปิดประตูลานบ้านเสียงดัง ‘ปัง’

ฉินอวิ๋นซึ่งถูกเมินเฉยได้แต่ตกตะลึง

ท่านบอกว่าเป็นแค่สหายธรรมดาไม่ใช่หรือ?

เขายืนตากลมหนาวอยู่นอกประตูครู่หนึ่งจึงกลับไปด้วยสีหน้าผิดหวัง

ฉู่อินกลับเข้าห้องและสงบสติอารมณ์เพื่อเตรียมฝึกตนต่อไป

ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าเท้าของตนลอยขึ้นกลางอากาศเพราะถูกใครสักคนอุ้มขึ้นมา

เมื่อมองซูอันที่ปรากฏตัวในห้องโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉู่อินก็อ้าปากค้าง

เขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร เหตุใดไม่สังเกตเห็นเลย

“คืนนี้เจ้าเป็นหมอน เข้าใจหรือไม่?”

คำพูดของซูอันกระชับและตรงประเด็น เขาอุ้มฉู่อินแล้วเดินไปที่เตียง

“อืม”

ฉู่อินหน้าแดงด้วยความเขินอายและตอบรับน้ำเสียงแผ่วเบา

ราตรีนี้นิกายเทียนสุ่ยยังคงเงียบสงบ

……

วันต่อมา ซูอันและฉู่อินมาที่ตลาดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากภูเขานิกายเทียนสุ่ย

เนื่องจากอยู่ใกล้กับนิกายเทียนสุ่ยจึงได้รับการคุ้มครองโดยนิกายและทำให้สถานที่แห่งนี้เจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก ผู้ฝึกตนและมนุษย์ธรรมดาจำนวนมากอาศัยอยู่ร่วมกัน

เสียงตะโกนของพ่อค้าหาบเร่ต่างๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

ความจริงแล้วเหตุผลหลักคือฉู่อินต้องการพาซูอันมาเดินเล่น และซูอันยินดีที่จะทำตาม เพราะเขาอยากได้ข้อมูลของฉินอวิ๋นจากฉู่อิน

ตามคำบอกเล่าของฉู่อินจึงทราบว่าฉินอวิ๋นเป็นทารกน้อยที่อาจารย์ของพวกนางพากลับมาระหว่างการฝึกตนเมื่อยี่สิบปีก่อน แต่เหตุผลที่อาจารย์ยอมรับลูกศิษย์ชายเช่นนี้กลับไม่กระจ่าง มีเพียงอาจารย์เท่านั้นที่รู้ความจริงและแม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่เฟิ่งหลวนยังไม่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ฉินอวิ๋นเป็นคนเกียจคร้าน ไม่ชอบฝึกตนและขี้เซามาก

เขาเข้านอนก่อนพระอาทิตย์ตกดินและตื่นตอนเที่ยงทุกวัน

ดังนั้นแม้ว่าพรสวรรค์ของเขาจะดี แต่ความแข็งแกร่งปานกลาง แม้จะไม่ขาดแคลนทรัพยากร แต่ยังอยู่ในขอบเขตก่อกำเนิดขั้นต้นเท่านั้น

ฉู่อินไม่ได้ปิดบังซูอันเลย นางบอกเล่าเกือบทุกเรื่องของฉินอวิ๋นให้เขาฟัง

ขอบเขตก่อกำเนิดขั้นต้น? ซูอันยิ้มและไม่พูดอะไร

***

ท่านใดชอบอ่านนิยายแนวฟีลกู๊ด Esport สร้างแรงบันดาลใจ อ่านง่ายย่อยง่ายเชิญที่

ลิขิตฟ้าท้าตี HON

https://shorturl.asia/ziCv8

จบบทที่ ตอนที่ 50 เรื่องของข้าไม่ต้องให้เจ้ามายุ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว