เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 44 เป้าหมายคือเซียนกวีแห่งต้าซาง

ตอนที่ 44 เป้าหมายคือเซียนกวีแห่งต้าซาง

ตอนที่ 44 เป้าหมายคือเซียนกวีแห่งต้าซาง


ตอนที่ 44 เป้าหมายคือเซียนกวีแห่งต้าซาง

บทกวี ‘ศรัทธาต่อความเชื่อ ยึดมั่นในความรัก’ ดึงดูดให้หมู่ผู้หญิงที่โหยหาความรักมากมายเอ่ยถึง

มีตระกูลเล็กๆ บางตระกูลถึงขั้นขอแต่งงานกับตระกูลเฉิน เพราะอยากเกี่ยวดองด้วยเหลือเกิน

แม้ยังไม่ทราบระดับการฝึกตนของคุณชายเฉินที่แน่ชัด แต่ด้วยพรสวรรค์ด้านกวีนิพนธ์ซึ่งนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ยังยอมรับ การฝึกตนวิถีปราชญ์จะทำให้เขาบรรลุความสำเร็จมากมายได้แน่

การฝึกตนวิถีปราชญ์ถือได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของแนวทางฝึกตนกระแสหลักในปัจจุบัน เป็นวิธีฝึกตนที่เกือบละทิ้งพรสวรรค์แต่มุ่งเน้นไปที่ความเข้าใจมากขึ้น

มีคำกล่าวว่าเมื่อตระหนักรู้ก็สามารถเข้าสู่ระดับมิ่งตานได้เลย

กระนั้นยังมีข้อจำกัดใหญ่ๆ อยู่ด้วย เช่นอายุขัยไม่ยาวนานเท่าและยังไม่มีวิธีฝึกตนที่เป็นแบบแผนชัดเจน ในปัจจุบันยังไม่มีใครบรรลุถึงระดับหยวนเสินผ่านการฝึกตนวิถีปราชญ์ มันจึงไม่ได้รับความนิยม แม้แต่ในหมู่ระดับล่างๆ ยังไม่สนใจ

พริบตาเดียวเวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือน

ในช่วงเวลาที่ดอกเบญจมาศฤดูหนาวบานสะพรั่ง ทันใดนั้นหลี่จื่อซวงบุตรสาวของเสนาบดีกรมพิธีการได้ส่งเทียบเชิญกลุ่มปัญญาชนผู้มีพรสวรรค์เข้าร่วมงานชุมนุมกวี ณ สวนไป่ฮวา เพื่อให้สหายนักกวีได้มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน

เดิมทีหลี่จื่อซวงเป็นสตรีที่มีชื่อเสียงและมีความสามารถในเมืองหลวงอยู่แล้ว อีกทั้งภูมิหลังทางครอบครัวของนางยังถือว่าไม่ธรรมดา จึงมีปัญญาชนหลายคนเต็มใจเข้าร่วมงานนี้

และเฉินเฟิงอดีตคนโง่ที่ประพันธ์กวีในสี่ก้าวจนทำให้เมืองหลวงตกตะลึงเมื่อไม่นานนี้รวมอยู่ในเทียบเชิญด้วย

สำหรับตัวเอกจอมเสแสร้งแล้วงานชุมนุมกวีเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด ดังนั้นเฉินเฟิงจึงตอบรับคำเชิญโดยไม่ต้องคิด

เขาไม่ต้องการเป็นอัจฉริยะด้านบทกวีเท่านั้น แต่เขาอยากเป็นเซียนกวีแห่งต้าซาง!

……

สวนไป่ฮวาคู่ควรกับชื่อไป่ฮวาจริงๆ นี่คือที่ดินทรัพย์สินส่วนตัวของจักรพรรดินีซึ่งมีชื่อเสียงในเมืองหลวง ในสวนนี้ดอกไม้จะบานสะพรั่งอยู่เสมอ หญ้าเขียวขจีและบรรยากาศน่าดึงดูดราวกับสวรรค์บนดิน

สายลมเย็นและน้ำไหลฉ่ำ บรรยากาศเงียบสงบ การออกแบบของศาลาและอาคารต่างๆ กลมกลืนกับทัศนียภาพโดยรอบซึ่งน่าผ่อนคลายที่สุด

สวนไป่ฮวาแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่กวีผู้มากความสามารถในเมืองหลวงนิยมใช้จัดงานชุมนุมกวี

……

“พี่เฉินมาแล้ว!”

“โหยว นี่คือคุณชายเฉินผู้ประพันธ์กวีในสี่ก้าวไม่ใช่หรือ!”

“ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว คุณชายเฉิน รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้อ่านบทกวีของท่านเหลือเกิน”

“ว่าอย่างไรนะ เฉินเฟิงคือผู้ได้รับคำชมว่าไม่สนใจแม้ธารน้ำฉินที่ไหลมาจากฟ้า แต่ยึดมั่นในการดำเนินตามศรัทธาและความรักคนนั้นหรือ”

ปัญญาชนกลุ่มหนึ่งเข้ามาล้อมชายหนุ่มรูปงามไว้ที่ประตูแล้วพากันเดินเข้ามาในสวน

เฉินเฟิงพยักหน้าด้วยอาการสงวนท่าทีต่อคนเหล่านี้ เขามองด้วยสายตาห่างเหินและดวงตาของเขาค้นหาไปทุกที่

เพราะเขาได้ยินว่าผู้จัดงานชุมนุมกวีครั้งนี้คือหลี่จื่อซวง สตรีที่มีชื่อเสียงและมีความสามารถสูงส่งในเมืองหลวง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดหญิงงามแห่งเมืองหลวงด้วย

ที่เรียกว่าสี่สุดยอดหญิงงามแห่งเมืองหลวง ในความเป็นจริงมันถูกจัดอันดับจากนักวิจารณ์บางกลุ่มเท่านั้น ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรเลย แต่การได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสี่สุดยอดหญิงงามก็เพียงพอที่จะอธิบายรูปลักษณ์ของหลี่จื่อซวงได้

ความงดงามเช่นนี้ เขาเฉินเฟิงจำเป็นต้องทำความรู้จัก

ครั้งล่าสุดที่ประชันบทกวีกลางถนน เขารู้สึกหดหู่ใจเป็นเวลานานหลังจากถูกหญิงชุดเหลืองเมินเฉย

แต่เขาคิดว่าผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นคนไร้การศึกษา จึงไม่เข้าใจพรสวรรค์ด้านบทกวีที่น่าทึ่งของเขา

แต่หลี่จื่อซวงผู้จัดงานชุมนุมกวีในครั้งนี้มีชื่อเสียงในฐานะผู้หญิงมีความรู้และความสามารถโดดเด่น ตราบใดที่เขาหยิบยกบทกวีสองสามบทที่น่าทึ่งขึ้นมา เขาคงดึงดูดความสนใจของหญิงงามได้แน่ แม้แต่การจุมพิตสักครั้งก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

เฉินเฟิงซึ่งมีบทกวีจากชาติที่แล้วอยู่ในสมองบ้าง จึงมีความมั่นใจใน ‘พรสวรรค์’ ของตัวเองมาก

……

ในเวลาเดียวกัน

ณ ห้องส่วนตัวในสวนไป่ฮวา

“ซูอัน คราวนี้จะจัดการกับเฉินเฟิงคนนั้นหรือไม่?”

หลี่จื่อซวงช่วยซูอันสวมเสื้อผ้าของเขาก่อน จากนั้นเช็ดบั้นท้ายของตนและใช้พลังเวทขจัดสิ่งสกปรกออกจากร่างกายแล้วสวมเสื้อผ้าของตัวเอง

“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?” ซูอันเลิกคิ้วถาม

“นาย นายท่าน” หลี่จื่อซวงกัดริมฝีปากแล้วตะโกนเรียกด้วยท่าทางอับอาย

คนเลวคนนี้ชอบบังคับให้นางตะโกนคำเรียกที่น่าอับอายอยู่เสมอ

นางเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดหญิงงามแห่งเมืองหลวงและเป็นคนรักในฝันของผู้ชายนับไม่ถ้วน หญิงสาวผู้บริสุทธิ์และมากความสามารถแห่งเมืองหลวง แต่ในเวลานี้นางต้องเรียกชายตรงหน้าว่านายท่านด้วยความถ่อมตัว

แต่ความรู้สึกในตอนที่เรียกคำนี้...ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย!

หลี่จื่อซวงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองจริงๆ

นับแต่วันนั้นที่นางได้เห็นภาพการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างซูอันกับเยี่ยหลีเอ๋อร์ที่เรียกว่าการฝึกควบรวมอินหยาง นางก็พังทลายลง

“อย่าถามเกินกว่าที่ควร” ซูอันเตือนสติ

ผู้หญิงคนนี้ช่างสงสัยเหลือเกิน

“อ้อ” หลี่จื่อซวงมองซูอันด้วยความเสียใจ

เมื่อเห็นภาพนี้ ซูอันจึงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และถามว่า “เจ้าคิดว่าสถานการณ์ใดจะทำให้คนๆ หนึ่งที่โง่เขลาและไม่เคยเรียนในสำนักศึกษา แต่กลายเป็นอัจฉริยะด้านกวีผู้มีชื่อเสียงภายในพริบตา เจ้าคงไม่เชื่อว่าบทกวีที่เขาท่องออกมานั้นถูกกำหนดโดยสวรรค์กระมัง”

หลี่จื่อซวงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสิ่งนี้และไตร่ตรองด้วยความรอบคอบ “หรือเขาถูกบางสิ่งครอบงำ...แต่มันก็ยากจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน” ทันใดนั้นนางเกิดความคิดและพูดด้วยความตื่นเต้น “นี่อาจจะเป็นการยึดร่าง!”

“มีความเป็นไปได้” ซูอันไม่ตอบรับการคาดเดาของหลี่จื่อซวงด้วยความชัดเจน

ลองคิดดูแล้วเขาอาจไม่ใช่คนเดียวในเมืองหลวงที่สงสัยว่าเฉินเฟิงถูกยึดร่าง เพราะโลกนี้มีคนฉลาดอยู่มากมาย

เฉินเฟิงเปิดเผยตัวตนมากเกินไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้เป็นเรื่องยากที่จะไม่มีใครสงสัย

แต่เฉินลี่บิดาของเฉินเฟิงไม่เคยพูดอะไรเลย ดังนั้นจึงยากที่คนอื่นจะพูดมาก

ซูอันคาดเดาในแง่ร้ายว่าเฉินลี่ชอบบุตรชายคนปัจจุบันมากกว่าบุตรชายผู้โง่เขลาคนเดิม จึงไม่สำคัญว่าจะถูกยึดร่างหรือเปล่า

อีกหนึ่งความเป็นไปได้คือเฉินเฟิงปลุกความทรงจำในอดีตชาติเหมือนเขาขึ้นมา แต่ซูอันคิดว่ามันไม่น่าเป็นไปได้

หากความทรงจำถูกปลุกให้ตื่นขึ้น อิทธิพลของความทรงจำในชีวิตนี้ควรจะใหญ่กว่า เช่นเดียวกับซูอันที่หลังจากปลุกความทรงจำในชาติก่อนแล้ว บุคลิกภาพของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก

พูดได้เพียงว่าทั้งหมดเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่เสื่อมทรามในชีวิตนี้จึงทำให้จิตใจอันสูงส่งแต่เดิมของเขามัวหมอง

แต่เฉินเฟิงแตกต่างออกไป เขามีความรู้สึกที่แตกแยก ให้ความรู้สึกสูงส่งและเหนือกว่าสถานที่แห่งนี้ มันเหมือนกับการมองโลกใหม่นี้จากมุมมองของคนนอกเสียมากกว่า

เฉินเฟิงไม่ได้รวมเข้ากับโลกนี้ แต่ถ้าเขาเพียงปลุกความทรงจำเกี่ยวกับชาติก่อนขึ้นมาจะไม่มีความรู้สึกแตกแยกเช่นนี้

“ไม่รู้ว่าคนที่ส่งเจ้ามาที่นี่หวังดีกับเจ้าจริงๆ หรือเปล่านะ” รอยยิ้มโหดร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซูอัน “แต่..ข้าจะส่งเจ้ากลับไปเอง ถ้ายังกลับไปได้น่ะนะ”

……

รูปแบบของงานชุมนุมกวีแตกต่างไปจากที่เฉินเฟิงจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง

เขานั่งดูพวกคนเก่งประชันกวีด้วยความเบื่อหน่าย สำหรับจุดเด่นเช่นเขาทำได้เพียงก้มหน้าและดื่ม

เพราะการประชันกวีรอบแรกคือการใช้สี่คำสุดท้ายของบทก่อนหน้าเป็นจุดเริ่มต้นของบทกวีที่สอง ใช้อักขระสิบสี่ตัวในการเขียนสองประโยค และขยายเป็นกลอนเจ็ดพยางค์สี่บรรทัดยี่สิบแปดตัว ประโยคจะต้องราบรื่นและมีความหมาย

สำหรับผู้ที่เรียนกวีโบราณบางบทในชั้นเรียน และได้อ่านบทกวีชื่อดังบางบทจากอินเทอร์เน็ตเช่นเฉินเฟิงจึงไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ

ความเก่งจอมปลอมสุดท้ายก็เป็นได้แค่ของปลอม ไม่ต้องทดลองใช้

จากนั้นทุกคนเริ่มประชันบทกวีที่สามารถอ่านไปข้างหน้าได้และยังอ่านย้อนหลังได้ด้วย

เฉินเฟิงชาวาบไปทั้งกาย เขาไม่รู้ว่าต้องประพันธ์ออกมาอย่างไร ช่างเป็นเงื่อนไขที่แปลกจริงๆ

จบบทที่ ตอนที่ 44 เป้าหมายคือเซียนกวีแห่งต้าซาง

คัดลอกลิงก์แล้ว