เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 เลวทรามและมีเสน่ห์

ตอนที่ 40 เลวทรามและมีเสน่ห์

ตอนที่ 40 เลวทรามและมีเสน่ห์


ตอนที่ 40 เลวทรามและมีเสน่ห์

ปรากฏมารที่มีศีรษะเป็นอสูรกายรูปแบบต่างๆ ซึ่งวิวัฒนาการมาจากพลังมารเข้ามาคุกเข่าลงและคำนับซูอัน จากนั้นพลังมารแผ่ขยายทั่วห้องและพวกมันหายวับไป

หากวิเคราะห์จากผลลัพธ์ของ ‘คัมภีร์ปลูกฝังมาร’ มันคือสิ่งที่ต้าซางออกกฎหมายห้ามชัดเจน

ทว่าสำหรับผู้มีอำนาจแท้จริง กฎหมายมีไว้ควบคุมผู้ที่ด้อยกว่า ไม่ใช่เพื่อควบคุมตัวเอง แต่ซูอันไม่ได้เหิมเกริมขนาดนั้น

ถ้าสร้างมารไม่ได้ แต่ถ้าเป็นพลังมารน่าจะช่วยเขาได้

ทันใดนั้นพวกผู้หญิงบนเรือเซียนก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมา ประหนึ่งว่ามีเรื่องน่าสยดสยองมากๆ เกิดขึ้นบนเรือเซียนและความรู้สึกนี้ยิ่งนานยิ่งรุนแรงขึ้น

พวกนางไม่อาจนั่งนิ่งได้

ร่างของชิงหลิงปรากฏบนหัวเรือและมองไปที่ถูเซิ่งหนานซึ่งหยุดการฝึกยุทธ์ “เจ้าก็รู้สึกเหมือนกันหรือ?”

“อืม ดูเหมือนจะมาจากห้องสงบใจของคุณชาย” ถูเซิ่งหนานขมวดคิ้วพลางเอ่ย

“ข้าจะไปดูหน่อย” ชิงหลิงรู้สึกกังวล นางเดินไปที่ห้องสงบใจก่อนโดยมีถูเซิ่งหนานตามมาติดๆ

“หยุด!”

ขณะที่ชิงหลิงกำลังจะบุกเข้าไป ร่างของบุปผามรณะหมายเลขหนึ่งปรากฏต่อหน้าพวกนางโดยขวางประตูไว้

“หลีกไป ข้าจะไปดูเสี่ยวอันจื่อ!” ชิงหลิงยกกระบี่ยาวขึ้นและตวาดเสียงเย็นชา

แม้กำลังเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับหยางบริสุทธิ์ แต่นางยังไม่เกรงกลัว

“นายท่านสั่งไม่ให้ใครรบกวนจนกว่าเขาจะออกมาเอง” เสียงของบุปผามรณะสงบ ร่างกายของนางไม่ขยับแม้ครึ่งก้าวและปิดกั้นทั้งสองด้วยความมั่นคง

“เจ้า!” ชิงหลิงโกรธและหยุดคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงเลือกเก็บกระบี่ยาว

ไม่ใช่ว่านางกลัวบุปผามรณะหมายเลขหนึ่ง แต่เพราะเสี่ยวอันจื่อสั่งไว้เช่นนี้ นางจึงกลัวว่าการบุกเข้าไปอาจทำลายงานของเสี่ยวอันจื่อ

เมื่อครู่นางคิดจะบุกเข้าไปเพราะนางเป็นห่วงจริงๆ

แต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่คลายกังวล

ซูอันนั่งอยู่กลางห้องสงบใจราวกับอสูรกาย! พลังมารกลายเป็นรังไหมขนาดใหญ่และค่อยๆ ห่อหุ้มเขาไว้ภายใน เขาไม่รับรู้ถึงทุกสิ่งของโลกภายนอก

การสร้างพลังวิเศษที่ผสมผสานความมหัศจรรย์ของโลกและพลังแห่งการทำลายล้างขั้นสูงจะเป็นเรื่องง่ายได้อย่างไร

เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ฝึกตน แต่มาจุติเป็นมารรูปแบบต่างๆ ที่แหวกว่ายอยู่ในโลกแห่งมาร ได้เห็นพัฒนาการของ ‘มาร’ จากมุมมองของตัวเอง และสุดท้ายหลอมรวมมาเป็นตัวเขาเอง

พลังมารที่แข็งแกร่งในห้องเกือบทะลุขีดจำกัดของห้องสงบใจออกไปแล้ว

“กลับมา!”

เพียงสั่งเบาๆ พลังมารที่กระจายไปทุกหนทุกแห่งกลายเป็นพลังงานเชื่องและหลั่งไหลเข้าสู่รังไหมมารที่อยู่ตรงกลางห้องตามคำสั่ง จากนั้นพลังมารในห้องหายไปจนสิ้น

หลังจากนั้นทันที มือที่ขาวราวกับหยกฉีกรังไหมมารออก บังเกิดพลังมารที่ยิ่งใหญ่แผ่ซ่าน

แควก แควก!

เสียงฉีกตามมาด้วยเสียงเคี้ยวและรังไหมถูกกลืนกินด้วยความเร็วจนน่าตกใจ ในที่สุดร่างที่กำเนิดในรังไหมมารก็ถูกเปิดเผยโดยสมบูรณ์

เส้นผมสีดำยาวสยายเป็นอิสระ ดวงตาทั้งสองข้างมีความชัดเจนมาก นัยน์ตาสีขาวละเอียด นัยน์ตาสีรัตติกาลก็ชัดเจนดุจหุบเหวลึกที่เลวทรามและมีเสน่ห์

ร่างกายที่เปลือยเปล่าราวกับประติมากรรมแกะสลักจากหยกชั้นยอด รูปร่างสมบูรณ์แบบเท่าที่จะสามารถจินตนาการได้

“ความรู้สึกนี้ไม่เลวจริงๆ”

ซูอันยืดกาย ราวกับว่าพันธนาการในอดีตบางส่วนแตกสลายสิ้นและทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายมาก

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงในร่างกายจะไม่แสดงในแผงระบบ แต่มันมีอยู่จริงและพลังวิญญาณของเขายังทะลวงถึงระดับจื่อฝู่ขั้นปลายอีกด้วย

ซูอันหยิบเสื้อผ้าอีกชุดออกจากแหวนจัดเก็บแล้วสวมใส่ จากนั้นเปิดประตูแล้วเดินออกไป

“เสี่ยวอันจื่อ?”

ทันทีที่เขาเดินออกมา ชิงหลิงก็รีบมาหาเขา แต่เมื่อนางกำลังจะเข้าใกล้ นางกลับถอยหลังไปสองก้าว และมองด้วยสายตาระแวดระวัง “เจ้า เจ้าคือเสี่ยวอันจื่อจริงๆ หรือ?”

ในดินแดนแห่งสวรรค์ (จีน) แม้ว่าการยึดร่างศพจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี

เมื่อผู้ฝึกตนเข้าถึงระดับมิ่งตานจะสามารถยึดร่างของผู้อื่นได้ แต่การยึดร่างของผู้อื่นนั้นไม่ใช่เรื่องดี บางครั้งร่างกายเข้ากับจิตวิญญาณของตัวเองไม่ได้ ทั้งยังไม่สามารถยืดอายุขัย กระนั้นยังมีสัตว์ประหลาดเฒ่าผู้สิ้นหวังบางตัวอยากจะทำเช่นนี้

เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อก่อน รัศมีของซูอันเปลี่ยนไปมาก ยิ่งเมื่อรวมกับความรู้สึกหดหู่บนเรือเซียนก่อนหน้านี้จึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับชิงหลิงในการเชื่อมโยง

ซูอันผงะในตอนแรก จากนั้นจึงเข้าใจ

เกรงว่าการเปลี่ยนแปลงของเขาจะทำให้พี่ชิงหลิงเข้าใจผิด แต่ยังรับมือง่ายมาก

“พี่ชิงหลิงสงสัยข้าจริงๆ หรือ ข้าเสียใจมาก ข้าต้อง...” เขาเดินไปหาชิงหลิงด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย

เมื่อเห็นท่าทางที่คุ้นเคยจากซูอันจึงทำให้ชิงหลิงผ่อนคลายลง

คนชั่วคนนี้คือเสี่ยวอันจื่อแน่นอน

……

เรือเซียนบินกลับเมืองหลวงด้วยความรวดเร็ว แต่คราวนี้ฉู่อินไม่ได้ติดตามไปด้วย เพราะซูอันบอกให้นางกลับไปที่นิกาย

ที่ประตูจวนโหว ชิงหลิงกล่าวอำลาซูอันเพราะนางเป็นองครักษ์ของจักรพรรดินีจึงอยู่ได้ไม่นาน

ซูอันเลือกกระบี่ยาวซึ่งเป็นอาวุธเต๋าจากคลังสมบัติของตำหนักเซียนไท่ซวีให้นางเป็นของขวัญ

เมื่อมองกระบี่ชิวซุ่ยซึ่งเป็นอาวุธเต๋า ดวงตาของชิงหลิงเต็มไปด้วยความปรารถนา แต่นางยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ “นี่...ล้ำค่าเกินไป ข้าไม่คู่ควร”

จักรพรรดินีมอบกระบี่ยาวเล่มเดิมให้ตอนที่นางฝึกตนถึงระดับมิ่งตาน แม้จะไม่เลวร้าย แต่มันเป็นเพียงอาวุธวิญญาณ

“พี่ชิงหลิงรับไว้เถอะ ถือเป็นรางวัลสำหรับการปกป้องข้านะ” ซูอันผลักมือของชิงหลิงคืนไป

“ไม่...”

“พี่ชิงหลิง ถ้าเจ้าปฏิเสธอีกครั้ง ข้าจะ...”

เมื่อเห็นชิงหลิงที่ยังอยากจะปฏิเสธ ซูอันจึงยกมือขึ้นกุมอกพลางแสดงสีหน้าหวนนึกถึงความหลัง

ใบหน้าของชิงหลิงเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที เมื่อคิดถึงท่าทางชั่วร้ายนอกห้องสงบใจของซูอันอีกครั้ง นางจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร

นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรับกระบี่ยาวด้วยความดีใจและพูดทิ้งท้าย “การปกป้องเจ้าไม่จำเป็นต้องได้รับรางวัลหรอกนะ”

จากนั้นนางก็หายไปจากหน้าประตู

“พี่ชิงหลิงเอ๋ยพี่ชิงหลิง”

ซูอันหันหลังกลับและปิดประตูจวนโหว เขาเพิ่งกลับมาและต้องพักผ่อนให้เต็มที่ ส่วนเรื่องทูลรายงานต่อฝ่าบาทนั้นขอผลัดไปก่อน

เขาทำงานหนักเป็นเวลานานแล้ว ต้องสนุกกับชีวิตบ้าง

“หลีเอ๋อร์มานอนกับข้า จริงสิ ตามหลี่จื่อซวงมาด้วยนะ”

ตอนนี้เขาไม่กลัวกายวิญญาณเทียนหานของหลี่จื่อซวงอีกต่อไปและไม่ต้องกังวลว่าตัวเองจะกลายเป็นไอศกรีม

ถึงเวลาพูดคุยเรื่องค่าตอบแทนจริงๆ จังๆ เสียที

หลังประตูห้องนอนบานนั้นมีเสียงครวญครางดังลั่น

ผีเสื้อคู่รักในโลกโลกีย์ เมื่อโลกนี้มีแต่ความฟั่นเฟือน ใยต้องกลัวอนาคตอันรางเลือน ปล่อยเวลาเคลื่อนพร้อมจังหวะกาย

หลี่จื่อซวงปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้แต่แรกด้วยความเต็มใจ

พลังเวทลึกลับไหลเข้าสู่ร่างกายของซูอัน สอดคล้องกับกายหยางศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนอยู่

ขณะเดียวกัน ในวังหลวง ความไม่พอใจของจักรพรรดินีที่รอให้ซูอันมารายงานนั้นแทบจะล้นทะลักออกจากใบหน้า

“เสี่ยวอันจื่อเกเรเกินไปแล้ว!”

……

นิกายเทียนสุ่ยแห่งชิงโจว

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเดินออกจากลานบ้าน

เขาเงยหน้ามองพระอาทิตย์ที่แผดเผาเหนือศีรษะแล้วยืดเส้นยืดสาย “เป็นอีกวันที่สวยงาม!”

“เสี่ยวอวิ๋น เจ้าแอบอู้อีกแล้ว” ทันใดนั้นมีเสียงผู้หญิงที่มั่นคงดังขึ้น คำพูดแสดงความเอ็นดูและทอดถอนใจ

“ศิษย์พี่ใหญ่!” ฉินอวิ๋นหันกลับไปมองและเห็นผู้หญิงในอาภรณ์สีขาวปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลัง

จบบทที่ ตอนที่ 40 เลวทรามและมีเสน่ห์

คัดลอกลิงก์แล้ว