เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 ตัวร้ายที่มีรสนิยม

ตอนที่ 22 ตัวร้ายที่มีรสนิยม

ตอนที่ 22 ตัวร้ายที่มีรสนิยม


ตอนที่ 22 ตัวร้ายที่มีรสนิยม

ซูอันถอนพลังเวทออก เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้วพลังเวทที่ปล่อยออกมาของเขาถือว่าทรงพลังขึ้นมากและความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับเคล็ดวิชามุทราเจินเสวียนก็ลึกซึ้งขึ้นมากกว่าหนึ่งระดับ

ทั้งความเข้าใจและคุณสมบัติของเขาทะลุขีดจำกัดแล้ว

“ถึงเวลาจัดการเยี่ยเสวียนแล้วจริงๆ”

ในฐานะตัวเอกสำคัญคนแรกที่เขาได้เผชิญหน้า การปล่อยให้เยี่ยเสวียนวิ่งไปรอบๆ เป็นเวลานานเช่นนี้ ถือเป็นการแสดงความเคารพจากเขาแล้ว

บัดนี้สถานที่ได้ถูกกำหนดไว้ เพียงรอให้เยี่ยเสวียนก้าวตกลงไป

และโอกาสยิ่งใหญ่ในตงโจวก็มีเยี่ยเสวียนเปิดทางให้ด้วย

……

“เจ้าอยากไปตงโจวหรือ?”

ในพระตำหนักไท่หยวน จักรพรรดินีนั่งไขว่ห้างพลางทอดมองซูอันซึ่งคุกเข่าอยู่ด้านล่าง

นิ้วเท้ากระดิกเบาๆ ดูเหมือนกำลังไตร่ตรอง

สิ่งที่นางคิดคือ ‘เสี่ยวอันจื่อไม่ใส่ใจงานเลย ก่อนหน้านี้เขาไม่สนใจยังพอทน แต่ตอนนี้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งแล้วยังต้องการออกไปเที่ยวเล่นนอกเมืองหลวงอีก’

ใช้ไม่ได้...ไม่เข้าท่าเลย!

แม้แต่นางยังไม่เคยออกจากเมืองหลวงสักครั้ง

ชิงหลิงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้านี้ได้ นางจึงทำเพียงเบือนหน้าไปทางอื่นโดยไม่มองซูอัน ทำราวกับว่าข้าไม่มองเจ้า เจ้าก็จะไม่เห็นข้า

“เพราะกระหม่อมอยากจัดการเยี่ยเสวียนไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

ซูอันใช้เข่าเดินไปข้างหน้าอีกสองสามก้าวแล้วมาหยุดคุกเข่าอยู่ข้างเตียง จากนั้นเขาค่อยๆ ประคองปลีน่องหยกของจักรพรรดินีมาวางบนขาของเขาเองแล้วช่วยบีบนวดให้ด้วยความเอาใจ

“ฝ่าบาทลองตรองดูให้ดี เยี่ยเสวียนสร้างความยุ่งยากครั้งใหญ่ในเมืองหลวงและทำลายจวนของกระหม่อม จากนั้นเขาก็สะบัดก้นวิ่งหนีไป คนที่ไม่รู้คงจะคิดว่ากระหม่อมโง่มาก และการที่เยี่ยเสวียนทำลายบ้านของกระหม่อมก็เท่ากับเขาฉีกพระพักตร์ของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”

“กระหม่อมทำให้ฝ่าบาทต้องอับอายเช่นนี้ หากไม่กำจัดเยี่ยเสวียนเพื่อฝ่าบาทแล้วกระหม่อมคงไม่มีความสุข!”

“เฮอะ” จักรพรรดินีมองซูอันด้วยสายตาเหน็บแนม “ถ้าเช่นนั้นเจิ้นจะส่งปรมาจารย์ระดับหยางบริสุทธิ์จำนวนหนึ่งไปตามล่าเยี่ยเสวียนที่ตงโจว รับประกันว่าสังหารเขาได้แน่”

ได้ไง!

ซูอันปฏิเสธด้วยคำพูดชอบธรรมทันที “ฝ่าบาท นี่เป็นหน้าที่ของกระหม่อม เพราะสาเหตุของเรื่องนี้คือกระหม่อม จึงเป็นหน้าที่ของกระหม่อมในการยุติเรื่องราวแล้วจะกล้ารบกวนฝ่าพระบาทได้อย่างไร”

“ยิ่งกว่านั้นคือเยี่ยเสวียนกลายเป็นกบฏ ในฐานะที่กระหม่อมเป็นขุนนางตงฉินสมควรปราบกบฏเพื่อพิสูจน์หนทางของตน!” จากนั้นเขาเปลี่ยนสีหน้าเป็นประจบประแจง “บังเอิญว่ากระหม่อมยังไม่เคยออกนอกเมืองหลวงเลย ฝ่าบาท โปรดให้กระหม่อมออกไปดูหน่อยเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

“ฝ่าบาท~พี่รั่วซี~ข้ารู้ว่าท่านใจดีที่สุด!” ประโยคสุดท้ายนี้ทำให้เขารู้สึกขนลุก

ความจริงคือเยี่ยเสวียนต้องถูกเขาสังหารเองเท่านั้น อีกทั้งเขายังกังวลว่าด้วยความโชคดีของพวกตัวเอกจะทำให้แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับหยางบริสุทธิ์เพียงไม่กี่คนเอาชีวิตเยี่ยเสวียนไม่ได้ มิหนำซ้ำอาจพลาดท่าเสียทีให้ตัวเอกก็ได้

และเขาไม่ต้องการทิ้งโอกาสสำคัญในตงโจวไปด้วย

“เอาล่ะ เอาล่ะ เจ้ามันก็แค่คนปากหวาน!”

เท้าหยกของจักรพรรดินีเตะหน้าอกของซูอัน

เสี่ยวอันจื่อมาทำตัวออดอ้อนต่อนางเช่นนี้ ทำให้นางทนไม่ไหวจริงๆ

แม้ว่านางกับซูอันจะมีความสัมพันธ์แบบจักรพรรดินีและขุนนาง แม้ว่านางเคยชอบรังแกซูอัน แต่บ่อยครั้งที่นางถือว่าซูอันเป็นน้องชายและทั้งสองสนิทสนมกันยิ่งกว่าพี่น้องทางสายเลือดเสียอีก

เมื่อน้องชายขอร้องขนาดนี้แล้ว นางยังจะปฏิเสธได้อย่างไร?

“เกิดอุทกภัยในตงโจวและมีข่าวลือว่าสัตว์อสูรกำลังออกอาละวาด เช่นนั้นเจ้าไปตงโจวในฐานะผู้ตรวจการของจักรพรรดินีเพื่อตรวจสอบ ส่วนจะพาใครไปด้วยก็แล้วแต่เจ้าเถอะ”

ซูอันมีความยินดียิ่ง “ขอบพระทัยฝ่าบาท...ขอบคุณพี่รั่วซี”

แม้ว่าจักรพรรดินีจะไม่เห็นด้วยกับการปล่อยให้เขาไปที่นั่นเป็นการส่วนตัว แต่การใช้อำนาจเบียดเบียนให้เขาลำบากใจ นางก็ทำไม่ได้

“เอาล่ะ เรื่องนี้ให้จบเพียงเท่านี้”

“แต่เจ้าควรอธิบายเรื่องที่ไม่กี่วันก่อนเจ้าพานางกำนัลคนหนึ่งออกจากวังหลวงไม่ใช่หรือ?” ทันใดนั้นสีหน้าของจักรพรรดินีก็เปลี่ยนไป ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย รัศมีของนางทั้งดุร้ายและคุกคาม

เมื่อได้ยินเช่นนี้ แม้แต่ชิงหลิงที่หลีกเลี่ยงการสบตากับซูอันยังเงี่ยหูรอฟังด้วยความแนบเนียนและเหลือบมองทางหางตา

“แคกแคก!” ซูอันสำลัก เขาไม่คาดคิดว่าจักรพรรดินีจะสังเกตเห็นนางกำนัลผู้ต่ำต้อยในวังด้วย

เขารีบอธิบายว่า “ทูลฝ่าพระบาท นางกำนัลคนนั้นมีพฤติกรรมผิดปกติและปลุกปั่นความคิดไม่ดีในวังซึ่งสร้างความสั่นคลอนแก่ระบบปกครองของเรา กระหม่อมสงสัยว่านางมีเจตนาชั่วร้ายจึงนำตัวนางออกจากวังเพื่อสอบสวน ตอนนี้กระหม่อมกำจัดนางแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ซูอันรายงานตามตรงเพราะเขาไม่มีความคิดอื่นใดต่อหลินเจวียนจริงๆ

ถึงเขาจะเป็นตัวร้าย แต่ก็เป็นตัวร้ายที่มีรสนิยม ไม่ใช่ว่าเห็นเศษผ้าที่ใดแล้วจะรีบเก็บไว้หมด

แต่ถ้าต้องการเจาะลึกลงไปในรายละเอียดจริงๆ เขาก็ยากที่จะอธิบายต่อฝ่าบาท

โชคดีที่จักรพรรดินีถามแบบสบายๆ เท่านั้น นางแค่ต้องการกลบเกลื่อนความใจอ่อนเพราะลูกอ้อนของซูอัน

จากนั้นนางโยนพระราชโองการเปล่าที่ประทับตราวิหคดำอยู่บนนั้นให้ซูอันหนึ่งฉบับ

“นี่เป็นราชโองการให้เจ้าทำหน้าที่ผู้ตรวจการของจักรพรรดินี เจ้าเขียนเอง”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

ซูอันประคองเท้าของจักรพรรดินีด้วยมือทั้งสองข้าง ทำให้เกิดสัมผัสอบอุ่นบนฝ่ามือของเขาชัดเจน เขาค่อยๆ วางเท้าหยกที่สมบูรณ์แบบคู่หนึ่งลงจากขา จากนั้นหยิบพระราชโองการมาวางแทนที่

“ฝ่าบาท กระหม่อมขอทูลลา”

“อืม”

“ฝ่าบาทใจดีเหลือเกิน~”

“ไสหัวไปซะ”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

……

ตงโจวตั้งอยู่ทางตะวันออกของต้าซาง อยู่ใกล้กับทะเลตะวันออกและห่างไกลจากเมืองหลวงมาก

ซูอันจึงเลือกใช้ยานพาหนะแบบพิเศษของต้าซางที่เรียกว่า...เรือเซียน

เรือเซียนมีอีกชื่อหนึ่งว่าวิมานเทียนอวี่

และวิมานเทียนอวี่ที่ซูอันกำลังโดยสารอยู่นั้นเป็นเรือเซียนที่ทันสมัยที่สุด

แม้เรียกว่าเรือ แต่พื้นที่จริงของมันใหญ่กว่าจวนโหวของซูอันด้วยซ้ำ มันมีอาคารหยกงามและอาคารวิจิตรเหมือนในวังหลวง แม้จะสามารถรองรับคนนับหมื่นได้ แต่ดูไม่แออัดเลย นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนพลังวิญญาณให้เป็นพลังเวทได้โดยอัตโนมัติ การป้องกันของมันก็แข็งแกร่งสุดๆ

แม้แต่ผู้ที่อยู่ในระดับหยางบริสุทธิ์ขั้นแรกก็ไม่สามารถทะลวงแนวป้องกันของเรือเซียนได้ในช่วงเวลาอันสั้น

ถ้าไม่อยากทำตัวเอิกเกริกก็สามารถเปิดโหมดล่องหนให้เรือเซียนได้

ดังนั้นมูลค่าของเรือเซียนระดับนี้จึงประเมินค่าไม่ได้

เรือเซียนลำนี้ได้มาหลังจากที่ซูอันเป็นผู้นำในการบุกยึดตระกูลจี้ ซึ่งเรือเซียนลำนี้เพียงลำเดียวก็มีมูลค่าครึ่งหนึ่งของความมั่งคั่งของตระกูลจี้แล้ว

เมื่อคิดว่าในอนาคตอาจจะออกจากเมืองหลวงบ่อยๆ ซูอันจึงเก็บมันไว้เพื่อใช้ในการเดินทางส่วนตัวและเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ เพราะถ้าเขาบุกยึดบ้านแล้วหยิบแค่ของกระจอกๆ เขาคงเสียสติ

ต้องทราบด้วยว่าทรัพย์สินที่ได้จากการยึดบ้านจะส่งเข้าท้องพระคลังหลวงเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่ถูกเก็บเข้าคลังส่วนพระองค์ของจักรพรรดินี

สิ่งที่ซูอันคว้ามาครองก็เหมือนการแบ่งเงินจากจักรพรรดินีมาครึ่งหนึ่ง

และเขาเป็นคนเดียวที่กล้าทำเช่นนี้

จักรพรรดินีสามารถพูดอะไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง

แค่ปล่อยให้เขาทำไป

แม้ว่าจักรพรรดินีจะเก็บทั้งหมดเข้าคลังส่วนตัว แต่ผู้ชายคนนี้จะแอบนำออกมาใช้แน่นอน ดังนั้นแค่ปล่อยเขาไป

ซูอันนั่งอยู่ด้านหน้าของเรือเซียนพลางชื่นชมทิวทัศน์เหนือท้องฟ้า ถัดจากเขาคือเยี่ยหลีเอ๋อร์ที่นั่งคุกเข่าและนวดขาให้เขา ถัดไปข้างหลังคือถูเซิ่งหนานที่กำลังฝึกฝน ‘เคล็ดวิชาหลอมกระดูกเทพอสูร’ ที่นางเพิ่งได้รับมา

นี่คือสิ่งที่ซูอันได้มาจากตระกูลจี้ เพียงแต่เขาอ่านไม่เข้าใจ เขาจึงทำแค่คัดลอกวิทยายุทธเสินทงของตระกูลจี้เท่านั้น

ทันใดนั้นซูอันก็มองขึ้นไปเหนือศีรษะของนางโดยอัตโนมัติ

“พี่ชิงหลิงกลับเข้ามาข้างในเถอะ ข้างนอกลมแรงนะ”

จบบทที่ ตอนที่ 22 ตัวร้ายที่มีรสนิยม

คัดลอกลิงก์แล้ว