เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 ข้าอยากฝึกควบรวมอินหยางกับท่านอีก

ตอนที่ 10 ข้าอยากฝึกควบรวมอินหยางกับท่านอีก

ตอนที่ 10 ข้าอยากฝึกควบรวมอินหยางกับท่านอีก


ตอนที่ 10 ข้าอยากฝึกควบรวมอินหยางกับท่านอีก

ซูอันพูดด้วยท่าทางดุร้ายน้ำเสียงแข็งกร้าว เมื่อรวมกับแสงสลัวในห้องลับยิ่งเป็นภาพที่น่าขนลุก

หลี่จื่อซวงรู้สึกโกรธ อับอายแต่ก็หวาดกลัว

แก้มซ้ายของนางร้อนผ่าวราวกับถูกไฟไหม้ และนางไม่คาดคิดว่าซูอันจะลงมือทำร้ายนาง

ในฐานะบุตรสาวผู้เป็นที่รักเพียงคนเดียวของเสนาบดีกรมพิธีการ และนางยังเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้มีชื่อเสียงและมีความสามารถในเมืองหลวง มีบุรุษนับไม่ถ้วนหมายปอง คนเหล่านั้นต่างระมัดระวังและกลัวที่จะทำให้นางโกรธ นางจึงไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่หยาบคายเช่นนี้มาก่อน

และการที่ซูอันกล่าวหาว่านางสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ ทำให้นางรู้สึกเสียใจมากขึ้น

“ข้า...ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้เรื่อง...” นางรีบแก้ตัวด้วยเสียงสั่นเครือ

นางไม่รู้จริงๆ ว่าเยี่ยเสวียนต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับจวนอู่ซ่วนโหว เพราะคนในจวนโหวทั้งหมดปิดปากเงียบ และเยี่ยเสวียนไม่เคยเล่าให้นางฟังเช่นกัน

การสมคบคิดที่จะสังหารท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่ถือเป็นความผิดร้ายแรง

แม้จะมีสถานะเช่นนางก็ไม่สามารถแบกรับไหว บิดาของนางเองก็หนีไม่พ้นเช่นกัน

“เยี่ยเสวียนทำลายจวนของข้าและเกือบสังหารข้าสำเร็จ เจ้าจะเอาตัวรอดโดยบอกว่าไม่รู้เรื่องอีกหรือ!”

ซูอันพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด

ในความเป็นจริงย่อมเห็นได้ชัดว่าเขาวางกับดักและทำร้ายเยี่ยเสวียนเจียนตาย ทว่าตอนนี้เขาพูดเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อ

แน่นอนว่าหลี่จื่อซวงไม่รู้ความจริง

“ข้า คือข้า...” นางหาคำอธิบายไม่ได้เลย

นางจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับเยี่ยเสวียนหรือ?

แต่นางคือคนที่พาเยี่ยเสวียนเข้างานประมูล

เมื่อเห็นท่าทางพูดไม่ออกของหลี่จื่อซวงแล้ว ซูอันจึงเงื้อมือขึ้นอีกรอบ

หลี่จื่อซวงเห็นภาพนี้แล้วรีบหลับตาลงทันที แต่กลับไม่มีเสียงตบหน้าอีก

กลายเป็นมือของซูอันลูบไล้บนแก้มที่บวมแดงของนางแทน

“เจ็บหรือเปล่า?”

“...” หลี่จื่อซวงเกิดความสับสนว่าซูอันจะมาไม้ไหนกันแน่?

แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลใด ความโกรธและความกลัวที่จะถูกทุบตีในตอนแรกได้หายไปบ้างแล้ว

“จงบอกข้าเกี่ยวกับเยี่ยเสวียนทั้งหมดและห้ามปิดบัง” ซูอันพูดเบาๆ คล้ายกำลังคุยกับหญิงคนรักก็มิปาน “มิฉะนั้น…ข้าคงสงสัยว่าเสนาบดีกรมพิธีการมีความสัมพันธ์ไม่บริสุทธ์กับกบฏของจักรพรรดินี”

“เจ้าคงไม่อยากให้บิดาสูญเสียตำแหน่งขุนนางไปหรอกกระมัง!”

ซูอันพูดกระแทกเสียงตอนท้าย ราวกับกลัวว่าหลี่จื่อซวงจะได้ยินไม่ชัดเจน

อันที่จริงการปั้นน้ำเป็นตัวเช่นนี้ หากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดย่อมไม่สามารถประหารเสนาบดีกรมพิธีการได้

แต่มันจะส่งผลต่อหน้าที่การงานของหลี่เต๋อเฉวียนแน่นอน

ต้องทราบก่อนว่าตระกูลหลี่ไม่ใช่หนึ่งในตระกูลขุนนางที่มีรากฐานลึกซึ้ง แม้จะมีความสัมพันธ์กับตระกูลเสิ่นซึ่งเป็นตระกูลขุนนางขั้นสูงก็ตาม แต่ไม่ได้มีสายเลือดตระกูลเสิ่นและการที่หลี่เต๋อเฉวียนกลายเป็นเสนาบดีกรมพิธีการได้นั้นมาจากความโปรดปรานของอดีตจักรพรรดิล้วนๆ

“...ข้าพูดแล้ว!”

ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเยี่ยเสวียนไม่ได้ลึกซึ้งมากนัก เป็นแค่มิตรภาพในวัยเยาว์ต่อกันเท่านั้น

เดิมทีความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกชายและตัวเอกหญิงมักจะทำลายไม่ได้ แม้ว่าประสบปัญหาครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่เมื่อมีซูอันคอยขวางจึงเห็นได้ชัดว่าตัวเอกชายและตัวเอกหญิงไม่มีทางสื่อสารความรู้สึกต่อกันได้เลย

หลี่จื่อซวงคิดว่าการปิดบังเรื่องเยี่ยเสวียนอาจคุกคามบิดาของตนได้ นางจึงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้เมื่อได้ไตร่ตรองให้ดีก็เป็นเยี่ยเสวียนที่มีความลับต่อนางก่อน

เมื่อเห็นคะแนนตัวร้ายที่เพิ่มขึ้นในแผงควบคุมโปร่งใส ซูอันจึงแสดงรอยยิ้มที่จริงใจออกมา “ดูเหมือนว่าคุณหนูหลี่จะมีเหตุผลและไม่มีวันสมรู้ร่วมคิดกับกบฏจริงๆ”

สำหรับข่าวของเยี่ยเสวียนน่ะหรือ?

เขาไม่สนใจมันหรอก เพราะหลี่จื่อซวงคงไม่รู้เรื่องของเยี่ยเสวียนมากไปกว่าเขา

แต่การหลอกให้หลี่จื่อซวงเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเยี่ยเสวียนให้เขาซึ่งเป็นศัตรูของเยี่ยเสวียน จะเท่ากับเป็นการทรยศจริงๆ

เดิมทีเป็นเพียงความเข้าใจผิดฝ่ายเดียวของเยี่ยเสวียน แต่หลังจากนี้มันจะแตกต่างออกไป

การทรยศของตัวเอกหญิงหมายถึงการแตกหักระหว่างตัวเอกชายและตัวเอกหญิง

ยิ่งเป็นตัวเอกหญิงคนสำคัญเช่นนี้

“ท่านปล่อยข้าไปได้หรือยัง?” หลังจากบอกทุกเรื่องของเยี่ยเสวียนแล้ว หลี่จื่อซวงก็อดถามไม่ได้

นางไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมและบอกทุกสิ่งที่ตนรู้จริงๆ

“แน่นอน” ซูอันช่วยคลายผนึกให้หลี่จื่อซวง

หลี่จื่อซวงวิ่งออกไปราวกับวิ่งหนีผี เพราะนางไม่อยากอยู่ในสถานที่อัปมงคลนี้อีกต่อไป

นางไม่หยุดฝีเท้าจนกระทั่งเห็นดวงอาทิตย์ข้างนอก และหญิงชราผู้ติดตามกำลังยืนรออยู่นอกจวนโหวด้วยใจจดจ่อ เมื่อเห็นหลี่จื่อซวงออกมา หญิงชราจึงก้าวไปข้างหน้าด้วยความกังวล

“คุณหนูปลอดภัยหรือไม่เจ้าคะ?”

“อืม ข้าไม่เป็นไร”

หลี่จื่อซวงยกมือแตะแก้มโดยไม่รู้ตัว หลังจากผนึกถูกคลายออกแล้วรอยแดงและอาการบวมก็หายไปทันทีที่พลังวิญญาณเริ่มไหลเวียนในกาย

แต่ดูเหมือนจะเป็นผลกระทบทางจิตใจที่ทำให้นางยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดแสบร้อนนั้น

เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่นางถูกตบหน้า

แต่น่าแปลกใจเหลือเกินที่นางไม่ได้รู้สึกแค้นซูอันมากนัก

ในขณะที่ความรู้สึกของนางต่อเยี่ยเสวียนเปลี่ยนไป เพราะนอกจากความรู้สึกผิดยังมีความขุ่นเคืองมากด้วย

เยี่ยเสวียนมาหานางหลังจากโจมตีจวนโหว แต่เขาไม่ได้บอกนางเลย

นี่ไม่ได้ผลักนางเข้าไปในกองเพลิงหรือ?

ถ้าไม่ใช่เพราะเยี่ยเสวียนแล้วซูอันคงไม่ปฏิบัติต่อนางเช่นนี้

……

ในห้องลับ เยี่ยหลีเอ๋อร์เดินออกจากห้องเล็กด้านใน

นางโผเข้าหาซูอันแล้วซุกศีรษะไว้บนไหล่ของเขาพลางสูดกลิ่นกายของเขาด้วยความคิดถึง

“พี่ชายจะปล่อยนางไปแบบนี้หรือ?”

หลังจากถูกล้างความทรงจำออกไปแล้ว คนแรกที่นางเห็นคือซูอันและโดยธรรมชาติแล้วนางถือว่าซูอันเป็นคนใกล้ชิดที่สุด

กอปรกับวิธีการของซูอันจึงทำให้เยี่ยหลีเอ๋อร์ได้รับการฝึกฝนให้เชื่อฟังภายในเวลาอันสั้น

หากเยี่ยเสวียนได้มาเห็นเยี่ยหลีเอ๋อร์เช่นนี้ เกรงว่าจิตวิญญาณเต๋าจะเสียหายและพลังวิญญาณสูญเสียหนักมาก

แต่อาจเป็นเพราะห้องลับนี้คือฉากแรกที่นางได้เห็นหลังถูกล้างความทรงจำ จึงดูเหมือนว่าเยี่ยหลีเอ๋อร์จะปลุก XP แปลกๆ ขึ้นมา

“ยังไม่รีบร้อน เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา แค่ปล่อยให้ลูกศรบินต่อไปอีกหน่อยเถอะ”

ซูอันยกมือลูบศีรษะของเยี่ยหลีเอ๋อร์ หากเขาบังคับกักขังบุตรสาวของเสนาบดีกรมพิธีการ เขาไม่สามารถอธิบายเรื่องนี้ต่อจักรพรรดินีได้จริงๆ

แต่ถ้าหลี่เต๋อเฉวียนไม่ได้เป็นเสนาบดีกรมพิธีการอีกต่อไป...

“อืม~”

เยี่ยหลีเอ๋อร์เอียงศีรษะของนางเพื่อรับสัมผัสของซูอันเหมือนลูกแมวน้อย

นางรู้สึกสบายมากๆ เมื่ออยู่ในอ้อมแขนของพี่ชาย

“พี่ชาย ข้าอยากฝึกควบรวมอินหยางกับท่านอีก”

ดวงตากลมโตกระจ่างใสของนางจ้องมองซูอัน ร่างกายที่อ่อนนุ่มบดเบียดอยู่กับร่างกายของซูอัน

ในมวลอากาศเหมือนจะมีรูปหัวใจปรากฏขึ้นด้วย

“ได้!”

จากนั้นในห้องลับก็บังเกิดเสียงฝึกตนแสนหวานขึ้นมา

……

อีกด้านหนึ่ง เสนาบดีกรมพิธีการหลี่เต๋อเฉวียนรู้สึกโล่งใจที่เห็นบุตรสาวกลับมาด้วยสภาพสมบูรณ์

หากเป็นไปได้ เขาไม่อยากเผชิญหน้ากับซูอันจริงๆ

เพราะทุกคนรู้ดีว่าสุนัขรับใช้สารเลวของจักรพรรดินีคนนี้ได้รับความไว้วางพระทัยอย่างลึกซึ้ง

ถ้าไม่ใช่เพราะความด้อยอาวุโสและไม่มีการหนุนหลังจากครอบครัวอีก เกรงว่าซูอันจะไปได้ไกลกว่านี้มาก

ในอีกแง่หนึ่ง การไม่มีตระกูลขุนนางขั้นสูงหนุนหลังซูอันจึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จักรพรรดินีไว้วางพระทัยในตัวเขามาก

เดิมทีหลี่เต๋อเฉวียนต้องการปลอบใจบุตรสาว แต่กลายเป็นว่านางตอบคำถามลวกๆ แค่สองสามคำแล้วเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง

บิดาเฒ่าจึงทำได้เพียงจากไปด้วยความหดหู่

“ช่างเถอะ ไปดูที่หอเซียวเซียงดีกว่า ได้ยินว่าหอเซียวเซียงรับแม่นางคนใหม่เข้ามา นางเก่งทั้งร้องทั้งรำเชียวล่ะ”

หอเซียวเซียงเป็นหอนางโลมที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง และเฉินต้าเจียคือหญิงงามอันดับหนึ่งของหอเซียวเซียง ไม่รู้ว่ามีคุณชายและผู้มั่งคั่งใช้เงินไปมากมายเพียงใดเพื่อให้หญิงงามแย้มยิ้ม

บางคนถึงกับพูดว่า ‘นั่งเล่นหอเซียวเซียง ตามองเห็นความงามล่มเมือง’

แม้จะพูดเกินจริง แต่แสดงให้เห็นว่าหอเซียวเซียงได้รับความนิยมเพียงใดในเมืองหลวง

ราชวงศ์ต้าซางไม่ได้ห้ามขุนนางเที่ยวหอนางโลม แต่ทำได้แค่ร้องเพลงเต้นรำดื่มสุราเท่านั้น ห้ามใช้บริการหมอนส่วนตัวเด็ดขาด

พูดง่ายๆ คือสามารถฟังเพลงได้ แต่ไม่อนุญาตให้มีการค้าประเวณี

ณ ห้องโถงของหอเซียวเซียง มีหนุ่มเจ้าสำราญคนหนึ่งกำลังมองไปทางซ้ายทีทางขวาที

บางครั้งเขาก็มองไปที่ประตู

จนกระทั่งเขาเห็นชายวัยกลางคนในชุดลำลองเดินเข้ามา เขาจึงแสร้งหันไปมองทางอื่น

“ไอโหยว ข้าน้อยก็นึกสงสัยว่าเหตุใดจึงได้ยินเสียงนกกางเขนร้องตามกิ่งก้านในตอนเช้า ปรากฎจะได้ต้อนรับใต้เท้าหลี่นี่เอง”

“เหมือนเดิม เรียกพวกซีซุนมาเหมือนเดิม” หลี่เต๋อเฉวียนโบกมือพลางเอ่ย

“เจ้าค่ะ เชิญทางนี้ ข้าน้อยจะจัดเตรียมให้ทันที” แม่เล้าให้การต้อนรับหลี่เต๋อเฉวียนและเชิญเขาเข้าไปในห้องส่วนตัว

บัดนี้หลี่เต๋อเฉวียนกำลังนั่งดื่มสุราฟังดนตรีในห้องส่วนตัวด้วยความผ่อนคลาย

แม่นางส่วนใหญ่ในหอเซียวเซียงมีทักษะด้านดนตรียอดเยี่ยม โดยเฉพาะแม่นางที่ขายแต่ทักษะไม่ขายเรือนร่าง โดยพื้นฐานแล้วทุกคนล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะแห่งดนตรี

สามารถรังสรรค์ท่วงทำนองแปลกใหม่ได้มากมาย

ทั้งทำนองที่ฟังแล้วรู้สึกสบายใจ หรือทำนองที่ทำให้แทบกระอักเลือด

ทันใดนั้น

เกิดเสียงดัง ‘ปัง’ ขึ้นมา!

เป็นเสียงจากการที่ประตูห้องส่วนตัวถูกเตะเปิดโดยแรง

เสียงเพลงก็หยุดโดยกะทันหันเช่นกัน

จบบทที่ ตอนที่ 10 ข้าอยากฝึกควบรวมอินหยางกับท่านอีก

คัดลอกลิงก์แล้ว