เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 คืนนี้ผู้ใดจะสังเวยชีวิต

ตอนที่ 4 คืนนี้ผู้ใดจะสังเวยชีวิต

ตอนที่ 4 คืนนี้ผู้ใดจะสังเวยชีวิต


ตอนที่ 4 คืนนี้ผู้ใดจะสังเวยชีวิต

“อะ...อึก...”

นิ้วของซูอันบีบแก้มของเยี่ยหลีเอ๋อร์แล้วพูดเย้ยหยันว่า

“คงไม่คิดจะใช้วิธีนี้ฆ่าตัวตายกระมัง เด็กโง่ แค่กัดลิ้นไม่ทำให้ตายหรอกนะ”

การกัดลิ้นจะทำให้เจ็บและเสียเวลาเปล่า

……

ครึ่งชั่วยามต่อมา

ซูอันนั่งขัดสมาธิบนฟูกและอยู่ในท่าฝึกตน

พลังวิญญาณบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขา มันถูกแปลงเป็นพลังวิญญาณต่อเนื่องและชำระพลังดั้งเดิมให้บริสุทธิ์มากขึ้น

จิตวิญญาณค่อยๆ กลายเป็นแก่นสาร สามจิตเจ็ดวิญญาณ [1] ในร่างกายควบแน่นขึ้นทุกขณะ สุดท้ายกลายเป็นขุมกักเก็บพลังวิญญาณมหาศาลที่เรียกว่า ‘จื่อฝู่’

“ระดับจื่อฝู่เชียวหรือ อืม ผลของกายอินบริสุทธิ์นี้ทรงพลังจริงๆ”

ระดับกลั่นลมปราณยังอยู่ในขอบเขตก่อกำเนิดซึ่งถือว่าเป็นมนุษย์ หากได้เข้าสู่ระดับชี้วิถีเต๋า หมายความว่าก้าวสู่ประตูแห่งการบ่มเพาะ ดังนั้นระดับชี้วิถีเต๋าและขอบเขตก่อกำเนิดคือความแตกต่างระหว่างผู้ฝึกตนกับมนุษย์ เมื่อสามจิตเจ็ดวิญญาณรวมตัวอยู่ในระดับจื่อฝู่จะสามารถปลูกฝังอักษรเวทในขุมกักเก็บพลังวิญญาณได้

ก่อนเข้าสู่ระดับจื่อฝู่ ในยามต่อสู้จะใช้ได้เพียงอาวุธจริงๆ ของมนุษย์เท่านั้น

ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การฝึกตนของเขาที่พัฒนาขึ้น แต่เขายังรู้สึกว่าพลังวิญญาณได้รับการปรับปรุงไปสู่ระดับที่สูงกว่าและพลังเวทไหลเวียนราบรื่นขึ้นด้วย

นี่คือผลจากกายอินบริสุทธิ์กายนั้น

โฮสต์ : ซูอัน

พลังวิญญาณ : ระดับจื่อฝู่ขั้นต้น

วิทยายุทธเสินทง : เคล็ดวิชาชี่หลอมโจวเทียน, เคล็ดวิชากระบี่ต้าโจวเทียน, เคล็ดวิชามุทราเจินเสวียน

สูตรโกง : ผลเต๋าอายุยืน

ความพิเศษ : รัศมีตัวร้าย

คะแนนตัวร้าย : 1500

ระบบร้านค้า : เปิดใช้งาน

คะแนนตัวร้ายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 600 คะแนน ซูอันจึงแตะที่หัวข้อประวัติ

[ล่อลวงตัวเอกหญิงเยี่ยหลีเอ๋อร์และหลอกให้นางยอมควบรวมอินหยาง คะแนนตัวร้าย +600]

นี่มันเทียบเท่าคะแนนสองในสามจากการฆ่าตัวเอกขันที

เมื่อเปิดระบบร้านค้าจะพบกับทุกสรรพสิ่งในนั้น ตั้งแต่เคล็ดวิชา อาวุธเวทและของจิปาถะ

ซูอันกลอกตาใช้ความคิด

ในร้านค้าแห่งนี้ สิ่งที่เขาสามารถซื้อได้กลับไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ สำหรับสิ่งที่ต้องการนั้นยังซื้อไม่ได้

ตัวอย่างเช่น เมล็ดพันธุ์ต้นไม้โลกเพื่อใช้เปิดโลกภายในได้ แต่คะแนนตัวร้ายต้องถึง 10000

จะต้องสังหารตัวเอกอีกกี่คน!

ก่อนที่เขาจะออกจากระบบร้านค้า สายตาพลันเหลือบเห็นวงล้ออยู่ตรงมุมระบบร้านค้า

ใช้คะแนนตัวร้าย 1000 ต่อการหมุนวงล้อ 1 ครั้ง

ราคาสูงเกินไป!

เขายกมือแตะคางพลางใช้ความคิด วงล้อนี้เป็นการเสี่ยงโชค ดังนั้นทางเลือกที่ชาญฉลาดคือเก็บคะแนนตัวร้ายไว้เพื่อซื้อสิ่งจำเป็นในอนาคตดีกว่า

เขาจึง...

“หมุน!”

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับสมบัติวิญญาณโฮ่วเทียน...ห่วงวัชระ]

“ซี้ด...”

ซูอันสูดหายใจเข้าลึก...ห่วงวัชระ เขาเข้าใจถูกต้องหรือไม่?

เขาสามารถครอบครองอาวุธในตำนานได้หรือ?!

[ห่วงวัชระ : กำเนิดจากดินแดนตะวันตก เหล่าจวินหลอมจากน้ำอมฤต หล่อเลี้ยงด้วยพลังวิญญาณ สามารถกลืนกินทุกสรรพสิ่งและปรับแต่งเป็นกำไลวัชระได้]

ไม่ผิด!

เขามองแสงสีขาวในมือที่ปรากฏเป็นวงกลมไม่เด่นชัด

ซูอันไม่กล้าประมาทจึงรีบปรับแต่งห่วงนี้ อาจเพราะมันมาจากระบบจึงทำให้ห่วงวัชระถูกปรับเปลี่ยนรูปร่างโดยง่ายดายและกลายเป็นกำไลข้อมือสีขาวบนมือของเขา

สมบัติวิญญาณโฮ่วเทียนนี้สามารถดูดกลืนอาวุธเวทได้ทุกชนิด มันจึงเป็นศัตรูของอาวุธเวททั้งหลาย

ด้วยกำไลข้อมือวงนี้ เขาไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าอาวุธเวทของคนอื่นจะมีพลังมากกว่าของตน

เดิมทีอาวุธเวทของอีกฝ่ายอาจแข็งแกร่งมาก แต่ในครั้งต่อไปมันจะกลายเป็นของเขาแทน

สำหรับการโจมตีศัตรูโดยตรงไม่ใช่คุณสมบัติของห่วงวัชระ แน่นอนว่าเหล่าจวินโจมตีศัตรูด้วยอาวุธเทพมากกว่า คงไม่ใช้ห่วงวัชระไปฟาดใคร

ด้วยอาวุธเวทนี้ทำให้ซูอันมีความมั่นใจมากขึ้น

“เยี่ยเสวียนเอ๋ยเยี่ยเสวียน ข้ากำลังรอเจ้าอยู่”

……

ใต้ภูเขาเขียวเงียบสงบ มีบุรุษในอาภรณ์เรียบง่ายทว่าหล่อเหลาคนหนึ่งเดินไปตามถนนมุ่งสู่เมืองหลวง

“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ น้องเล็ก”

“ครั้งนี้ข้าสามารถลงจากเขาเพื่อเจอทุกคนได้แล้ว”

ใบหน้าของชายหนุ่มมีความตื่นเต้นยินดี เขาอยู่บนภูเขานานกว่าสิบปี ในที่สุดก็สำเร็จวิชาและท่านอาจารย์อนุญาตให้ลงจากเขาได้

อาจารย์ยังกล่าวด้วยว่าความสามารถของเขาถือเป็นหนึ่งในปรมาจารย์ของต้าซาง

สายตาของเขามองไปยังผู้คนที่สัญจรรอบกาย จากนั้นเขาเชิดหน้าขึ้นและเหยียดยิ้มมุมปากด้วยความดูแคลน

อนาคตโลกจะต้องเป็นของเขา

ชื่อของราชวงศ์นี้ควรเปลี่ยนเป็นราชวงศ์เยี่ย!

หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน

เมื่อเดินเข้าสู่เขตเมืองหลวง เขามุ่งหน้าต่อไปตามความทรงจำเพื่อกลับบ้าน รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าทั้งครอบครัวอีกครั้ง

กระทั่งเขาได้เห็นตราผนึกขนาดใหญ่สองแผ่นติดไขว้กันที่หน้าประตู เขาก็ตกตะลึง

“เฮ้อ ตระกูลเยี่ยเคยเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ น่าเสียดายที่พูดในสิ่งไม่สมควรจะพูด” ผู้คนที่เดินผ่านหน้าบ้านตระกูลเยี่ยได้แต่มองประตูที่ปิดสนิทแล้วส่ายหัว

“น่าเสียดายลูกสาวของตระกูลเยี่ยคนนั้น กล่าวกันว่านางทั้งงดงาม มีการศึกษาสูง สมเป็นกุลสตรีที่มาจากตระกูลใหญ่ เมื่อก่อนมีบุรุษมากมายมาสู่ขอ ทว่าตอนนี้นาง...”

“พี่หวัง ระวังคำพูดด้วย โปรดระวังคำพูด!” คนที่อยู่ข้างๆ รีบดึงศอกของเขาไว้เพื่อเตือนสติ

หากมีใครได้ยินพวกเขานินทาบุคคลสูงศักดิ์ในเมืองหลวง เกรงว่าพวกเขาจะถูกทุบตีจนตายกลางถนนจริงๆ

“ใคร! เป็นฝีมือของใคร?!”

เสียงแหบห้าวดังขึ้น

ดวงตาที่ชัดเจนของเยี่ยเสวียนแดงก่ำ อารมณ์ที่ผ่อนคลายหายไปจากร่างของเขาและสายตาจ้องมองไปที่ผู้สัญจรทั้งสองคน

รัศมีของระดับจื่อฝู่เปล่งออกมาโดยไม่รู้ตัว

หลายคนตกใจกับการแสดงออกที่น่าสะพรึงกลัวของเยี่ยเสวียนและเห็นว่านี่คือผู้ฝึกตนระดับจื่อฝู่ ทำให้ผู้สัญจรแซ่หวังมีสีหน้าขมขื่นและเขาสามารถบอกทุกสิ่งที่รู้ด้วยเสียงสั่นเทาเท่านั้น

โคตร*เอ๊ย ปากพาซวยขนานแท้!

คราวนี้แม้ว่าจะทุบตีเขาจนตายก็ไม่กล้าพูดเหลวไหลอีก

“ซูอัน!!!”

เสียงนั้นเหมือนนกกาเหว่าร้องไห้เป็นเลือด รังสีความเกลียดชังสะเทือนก้องไปทั่วนภา

……

“มาแล้วหรือ”

เมื่อฟังรายงานจากสายลับหน่วยวิหคดำ ซูอันยังนั่งจิบชาด้วยความใจเย็น ทว่าดวงตาของเขามืดมนลึกล้ำ

นับเป็นคืนฆาตกรรมที่พระจันทร์เร้นกายและลมแรง เขาอยากรู้ว่าคืนนี้ผู้ใดจะสังเวยชีวิต?

เชิงอรรถ

[1] สามจิตเจ็ดวิญญาณ (三魂七魄) สามจิต ได้แก่ ฟ้า ดิน คน , เจ็ดวิญญาณ ได้แก่ รัก โลภ โกรธ หลง เศร้า กลัว ดีใจ

จบบทที่ ตอนที่ 4 คืนนี้ผู้ใดจะสังเวยชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว